แจ็คและดีนรีบลงไปยังห้องนั่งเล่นเพื่อเล่าเื่ที่ได้ยินมาจากลุงแซมให้พวกเด็กผู้หญิงฟังแต่ปรากฏว่าที่ห้องนั่งเล่นกลับไม่มีใครอยู่ ก่อนทั้งสองคนจะได้ยินเสียงพูดคุยดังขึ้นมาจากห้องครัวทำให้แจ็คและดีนเดินตรงไปยังห้องครัวก็พบว่าภายในห้องครัวพวกเด็กผู้หญิงกำลังช่วยป้าเมย์ทำมื้อน้ำชาอยู่
“มีอะไรไหมหนุ่มๆ” ป้าเมย์หันมาถามแจ็คและดีนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องครัว
“ป่าวครับ พวกผมแค่รู้สึกหิวนะครับ”ดีนตอบ
“พวกนายไปนั่งรอก่อนเดี่ยวก็เตรียมมื้อน้ำชาเสร็จแล้ว” อลิซพูดขึ้น แล้วพวกเด็กผู้ชายทั้งสองคนก็เดินออกไปจากห้องครัวก่อนจะไปนั่งรอที่ห้องนั่งเล่น
หลังจากนั้นไม่นาน แอนนี่กับอลิซก็เดินเข้ามาในห้อง พร้ะกร้าใบนึงที่ใส่อาหารไว้เต็ม มีทั้ง แซนวิช คัพเค้ก ผลไม้ที่หั่นเป็ชิ้นพอดีคำและน้ำหวานที่ใส่ขวดเอาไว้
“โห้ทำเอาฉันหิวจนอยากจะกินให้หมดซะตอนนี้เลย” ดีนที่เปิดตะกร้าดูของข้างในพูดขึ้น
“หยุดเลยนะนี่มีส่วนของพวกเราด้วยนะ” อลิซพูด
“ฉันรู้หรอกนะ” ดีนตอบกลับไป
“ห้ามทะเลาะกันนะ” ป้าเมย์ที่ยืนอยู่พูดขึ้นเพื่อป้องกันสถานการณ์ที่อาจจะบานปลายเพราะพี่น้องคู่นี้
“ไปนั่งกินริมทะเลสาบกันเถอะ”แจ็คเอ่ยชวน
“ว้าวนั้นเป็ความคิดที่วิเศษมากเลยแจ็ค” แอนนี่พูดขึ้น
“ฉันเห็นด้วยนะที่จะไปกินที่ริมทะเลสาบ”อลิซพูดเสริม
“งั้นไปกันเถอะ” ดีนชวนทุกคน ก่อนทั้งหมดจะเดินออกจากบ้านพักตรงไปยังทะเลสาบ
เมื่อมาถึงแอนนี่กับอลิซก็เริ่มปูผ้ารองพื้นแล้วตั้งตะกร้าอาหารไว้กลางผืนผ้าหลังจากนั้นจึงจากจ่ายของว่างให้แก่ทุกคนที่นั่งอยู่
“นี่ ฉันมีเื่จะบอก” ดีนเริ่มบทสนทนาขึ้น
“อะไรละ” อลิซถาม
“ทายสิว่าเราไปได้ยินเื่อะไรมาจากลุงแซม”ดีนพูดด้วยความตื่นเต้น
“เื่อะไรละ” แอนนี่ถามด้วยความอยากรู้
“เื่เกาะหมอกมหาสมบัติยังไงละ”แจ็คพูดพลางฉีกยิ้ม ทำให้เด็กผู้หญิงเริ่มสนใจอยากฟังขึ้นมาด้วย
“สมบัติ สมบัติ” ปีปิกร้องขึ้น
“เงียบนะปีปิกเรายังไม่อยากให้ใครได้ยินเื่นี้ตอนนี้” แจ็คดุปีปิกก่อนจะเอามือไปเคาะที่จงอยของปีปิกทำให้ปีปิกเอาหัวของมันหลบเข้าไปไว้ใต้ปีก
“เศร้าเหลือเกิน เศร้าเหลือเกิน”ปีปิกพูดขึ้นทั้งที่หัวยังอยู่ภายใต้ปีก
“แจ็คเื่มันเป็ยังไงเล่าให้พวกเราฟังก่อน” อลิซพูดอย่างสนอกสนใจจนไม่สนปีปิกที่กำลังคร่ำครวญอยู่เลยแม้แต่น้อย
“เมื่อกี้ตอนฉันกับดีนขึ้นไปบนห้องลุงแซมเพื่อขอยืมใช้เรือเราก็บังเอิญไปเห็นแผนที่ของเลคจอร์จเมื่อร้อยกว่าปีก่อนนะ” แจ็คพูด
“แล้วยังไงต่อละแจ็ค” แอนนี่เร่งให้แจ็ครีบพูด
“ฉันกับดีนก็เลยขอลุงแซมดูแผนที่นั้นแล้วก็พบเกาะหมอกเข้าโดยบังเอิญ” แจ็คพูด
“แล้วลุงแซมยังบอกอีกว่าเกาะนั้นเป็เกาะที่เมื่อก่อนพวกโจรสลัดใช้เก็บสมบัติไว้เพราะเป็เกาะที่หายากมีหมอกปกคลุม ทำให้มองจากภายนอกไม่เห็นตัวเกาะ” แจ็คพูด
“พวกฉันก็เลยคิดว่าที่เจมส์ไม่ยอมบอกเราว่ากลางคืนเขาหายไปไหนคงเพราะเขาไม่อยากให้เราไปยุ่งกับสมบัติแน่ๆ” ดีนพูดเสริม
“ฉันไม่ได้คิดจะแย่งสมบัติของเจมส์ซะหน่อย”แอนนี่แย้งขึ้น
“แต่ผู้ใหญ่เขาไม่ได้คิดเหมือนเราไงแอนนี่”ดีนตอบออกไป
“และถ้าคิดว่าเจมส์เป็นักล่าสมบัติที่หาสมบัติตามที่ต่างๆแล้วเอามาขาย แล้วมีเพื่อนที่คอยช่วยหาสมบัติด้วย ทุกอย่างก็จะลงตัวหมดเลยนะทั้งเื่ที่เจมส์โกหกพวกเราไม่ยอมบอกเราเื่ที่เขาพายเรือไปเกาะหมอกตอนกลางคืนทั้งเื่วิทยุสื่อสารที่เขาใช้ติดต่อกับเพื่อนของเขา” แจ็คสรุปให้ทุกคนฟัง
“งี่เง่า งี่เง่า” ปีปิกพูดขึ้น แต่ตอนนี้เหล่าเด็กๆจดจ่ออยู่กับเื่ของเกาะหมอกเกินกว่าจะมาสนใจมัน
“แล้วพวกนายจะทำยังไงละต่อ”อลิซถามขึ้น
“เราจะไปเซอร์ไพร์เจมส์ที่เกาะหมอกนั้นกัน”แจ็คพูดพลางยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อคิดว่าเจมส์จะทำหน้ายังไงถ้าต้องเจอพวกตนบนเกาะหมอกนั้น
“แล้วพวกนายจะไปเซอร์ไพร์เจมส์ที่เกาะนั้นกันยังไง”อลิซพูดขัดขึ้นมา
“เธอเป็โรคความจำสั้นรึไงฉันก็เคยบอกไปแล้วไงว่าเราจะเอาเรือของลุงแซมไปฉันกับแจ็คถึงได้ไปขอใช้เรือกับลุงแซมเมื่อกี้นี่ไง” ดีนพูดขึ้น
“นายว่าใครความจำสั้นนะ” อลิซตวาดขึ้น ก่อนจะพุ่งตัวไปกระชากผมบนหัวของดีน
“ถ้าไม่ใช่เธอจะเป็ใครได้อีก”ดีนเค้นเสียงพูดด้วยความเ็ปก่อนจะต่อยไปที่ลำตัวของอลิซ
“นี่พวกนายพอกันได้แล้วนะ” แจ็คพูดพลางเข้ามาห้าม
“อลิซพอเถอะอย่าทะเลาะกันเลย”แอนนี่พูดแล้วรีบไปแกะมือของอลิซ ออกจากผมบนหัวของดีน
“ฉันไม่ยุ่งกับพี่แล้ว” พูดจบอลิซก็ลุกขึ้นเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
“อลิซใจเย็นก่อนสิ” แอนนี่ะโตามหลังอลิซ ก่อนจะรีบวิ่งตามอลิซไป
“พวกนายสองคนนี่ชอบทะเลาะกันจริงๆเลยนะ” แจ็คพูดขึ้น
“ช่างเถอะว่าแต่คืนนี้เราจะเอายังไงดี” ดีนถาม
“เราไปลองใช้เรือแคนนูนั้นใช้ชินมือดูก่อนดีกว่า”แจ็คตอบแล้วทั้งสองคนก็เดินตรงไปที่ท่าเทียบเรือไม้ก่อนจะลงไปนั่งในเรือแคนนูแล้วเริ่มหัดพายเพื่อให้ชินกับการใช้เรือแคนนู
“อลิซเธอจะไปไหน” แอนนี่ที่รีบตามอลิซถามขึ้น
“ฉันจะกลับไปบนห้องแล้ว” อลิซตอบ ใบหน้าแดงก่ำไปด้วยความโกรธ
“ใจเย็นก่อนสิไปนั่งเล่นริมทะเลสาบให้อารมณ์ดีขึ้นหน่อยดีไหม” แอนนี่เสนอทำให้อลิซยืนคิดไปซักพักนึง ก่อนจะเห็นด้วยกับความคิดของแอนนี่แล้วเดินไปนั่งแช่เท้าที่ท่าเทียบเรือไม้ริมทะเลสาบ
“อ่า เย็นสบายดีจัง” อลิซพูดขึ้นหลังจากหย่อนเท้าลงไปแช่น้ำในทะเลสาบ
“ใช่ไหมละฉันชอบบรรยากาศแบบนี้ที่สุดเลย ถ้าเป็ไปได้ฉันอยากอยู่ไปแบบนี้ไปตลอดเลยจัง”แอนนี่พูดด้วยใบหน้าอันเศร้าสร้อย
“ถ้าเป็เื่ของลุงจอร์นเธอไม่ต้องคิดมากหรอกยังไงมันก็ต้องมีทางออกแน่ๆ”อลิซปลอบสาวน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอ
“ยังไงละพอคิดว่ากลับไปจะเจออะไรบ้างฉันก็กลัวจนไม่รู้จะทำยังไงต่อไปดี” แอนนี่ตอบ
“มันต้องมีซักทางแหละ คิดมากไปก็เครียดเปล่าๆนะ แต่ตอนนี้เรามาแช่เท้าให้สบายใจดีกว่านะ” อลิซพูด
“นั้นสินะ ดูสิพวกผู้ชายพายเรือแคนนูแล่นฉิวเลย”แอนนี่พูดพลางชี้มือไปยังแจ็คและดีนที่กำลังหัดพายเรือแคนนูอย่างขยันขันแข็ง
“พวกเด็กผู้ชายนี้ชอบจริงนะกับทำอะไรแบบนี้”อลิซพูดขึ้นพลางจ้องมองไปยังเหล่าเด็กชายทั้งสอง
“เศร้าเหลือเกิน เศร้าเหลือเกิน”ปีปิกที่เกาะอยู่บนกิ่งไม้พูดขึ้น เพราะมันไม่ชอบที่ต้องไปลอยในทะเลที่ไม่มีอะไรมันเลยจึงบินออกจากบ่าแจ็คไปเกาะอยู่บนกิ่งไม้ริมทะเลสาบที่สามารถมองเห็นแจ็คได้
“แกถูกทิ้งไว้ที่นี้เหรอปีปิก”อลิซพูด
“เศร้าเหลือเกิน เศร้าเหลือเกิน”ปีปิกยังคงพูดคำเดิมต่อ ทำให้แอนนี่และอลิซหัวเราะขบขันกับคำพูดของปีปิก
“มานี่สิเดี่ยวฉันจะทำให้แกอารมณ์ดีขึ้นเอง”อลิซพูดก่อนจะชวนแอนนี่กลับไปนั่งที่ผ้าปูซึ่งเต็มไปด้วยอาหารที่ยังไม่ได้กินแล้วจึงหยิบผลไม้ให้ปีปิกที่บินตามมากิน
“อรุณสวัสดิ์ อรุณสวัสดิ์” ปีปิกร้องขึ้นอย่างสดใส
“เ้านกตะกละเอ่ย” แอนนี่พูดขึ้น พลางหัวเราะกับการกระทำของปีปิกไปด้วย
“เห้ดูสิพวกนั้นกลับขึ้นฝั่งมาแล้ว” อลิซชี้ไปยังพวกเด็กผู้ชายที่จอดเรือเทียบท่าและกำลังจะเดินตรงมายังที่พวกตนนั่งอยู่
“ได้ลองหัดพายเรือแคนนูแล้วเป็ไงบ้างฉันเห็นพวกพี่พายเ้าเรือนั้นแล่นฉิวไปมาเร็วชะมัด” อลิซร้องทัก
“ฉันคิดว่าไม่มีปัญหาแน่นอนแถมรู้สึกว่าเรือแคนนูนี้ไม่ต้องใช้แรงพายเยอะเหมือนเรือของเจมส์อีก” ดีนตอบ การพูดคุยของดีนและอลิซที่พึ่งทะเลาะกันเมื่อไม่นานมานี้ทำให้แอนนี่อดแปลกใจไม่ได้ที่ทั้งสองกลับมาคืนดีกันได้เร็วขนาดนี้
“พี่ละคิดว่าไงบ้าง หลังจากได้ลองพายเรือนั้นแล้ว”แอนนี่หันไปถามพี่ชายของเธอที่นั่งลงข้างเธอ
“ไม่ยากอะไรเลยคงเพราะเราหัดพายเรือกันมาหลายต่อหลายครั้งแล้วทำให้รู้สึกว่าไม่มีปัญหาอะไรในการคุมเรือแคนนูนี้” แจ็คตอบก่อนจะหยิบน้ำหวานที่บรรจุในขวดไว้ออกมาดื่มดับกระหาย
“งั้นคืนนี้พวกนายก็คิดที่จะไปเกาะหมอกนั้นแล้วสิ”อลิซถามขึ้น
“ใช่ เรากะว่าจะแอบพายเรือตามเจมส์อยู่ห่างๆไม่ให้เขารู้ตัวเพื่อหาที่ตั้งของเกาะ และทางเข้าเกาะก่อนจะไปเซอร์ไพร์เจมส์ให้เขาใ จนเขาต้องทำหน้าเหว๋อไปเลย” ดีนพูดพลางยิ้มอย่างตื่นเต้นเมื่อคิดว่าคืนนี้เขาจะได้ขึ้นไปขึ้นเกาะหมอกแห่งมหาสมบัติที่มีมหาสมบัติมากมายซ่อนอยู่ พร้อมทั้งยังได้เห็นหน้าที่เหว๋อของเจมส์อีกด้วย
“เลิกคิดเื่ไร้สาระได้แล้วกินก่อนเถอะ” อลิซพูดขัดขึ้นมาเมื่อเริ่มเห็นว่าดีนตกอยู่ในภวังค์ของตัวเอง
“ฉันจะเก็บอาหารส่วนของฉันไว้เผื่อคืนนี้ฉันจะหิวตอนพายเรือจะได้กินรองท้องไปก่อน” ดีนตอบ แล้วเก็บห่อขนมของตัวเองกลับใส่ในตะกร้า
“ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”แจ็คพูดแล้วจึงเก็บขนมในส่วนของตัวเองกลับเข้าตะกร้าไปแล้วกระดกน้ำหวานที่เหลือในขวดจนหมด
“น่าเสียดายจังที่เรือแคนนูนั้นนั่งได้แค่สองคนไม่งั้นฉันก็จะตามไปด้วย” อลิซพูดขึ้น
“ถ้าพวกพี่ขับเรือยนตร์นั้นได้เราคงได้ไปกันหมดแล้ว”แอนนี่พูดความคิดของตัวเองออกไปพลางมองไปยังเรือยนตร์ลำใหญ่ที่จอดอยู่
“คงงั้นถ้าเราขับได้เราก็ไม่ต้องพายเรือให้ปวดแขนอยู่แบบนี้หรอก” ดีนพูดพลางเอามือขึ้นมาบีบแขนของตัวเอง
“พวกนายแน่ใจนะว่าจะไม่เป็อะไร”อลิซพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนก็ปวดแขนเหมือนกัน
“สบายมาก” แจ็คพูด
“งั้นก็ดีแล้ว” อลิซตอบ
“เรากลับไปบ้านกันเถอะฉันอยากเตรียมของอย่างอื่นไปด้วย” ดีนบอก
แล้วทั้งสี่คนก็เดินกลับเข้าบ้านพักไปก่อนแจ็คและดีนจะแยกไปเตรียมของสำหรับการเดินทางในคืนนี้ ส่วนพวกเด็กผู้หญิงนั้นก็เดินไปช่วยป้าเมย์ทำงานบ้านต่างๆก่อนจะไปเตรียมมื้อเย็นในห้องครัวกับป้าเมย์