ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย กลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วคฤหาสน์ตระกูลไป๋ในเมืองเล็กๆ ที่เคยเงียบสงบ บัดนี้ภาพความงดงามของสวนดอกไม้กลับถูกแทนที่ด้วยซากศพของบ่าวรับใช้ที่นอนเกลื่อนกลาด ราวกับนรกบนดินที่ถูกสร้างขึ้นในชั่วข้ามคืน
ที่ใจกลางลานบ้าน ไป๋เจิ้งฉี ยืนตระหง่านอย่างโดดเดี่ยว ในมือกำดาบใหญ่คู่กายไว้แน่นจนเส้นเืปูดโป่ง แม้ร่างกายของเขาจะเต็มไปด้วยาแฉกรรจ์และรอยม่วงคล้ำที่ลุกลามตามิั บ่งบอกว่าพิษร้ายกำลังแทรกซึมเข้าสู่หัวใจ แต่แววตาของเขายังคงดุดันไม่ยอมสยบ
รอบกายของเขาถูกล้อมด้วยกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดงอบสีดำที่สวมหน้ากากขาวสนิท แต่ละคนพกพาอาวุธพิสดารต่างสำนัก บ่งบอกว่าเป็การรวมตัวกันของเหล่าทรชนที่หวังลาภยศ และเบื้องหน้าของเขา... คือบุรุษในชุดสีขาวสะอาดตาผู้สวม **"หน้ากากหยก"** อันเย็นเยียบ มือทั้งสองข้างสวมกรงเล็บเหล็กกล้าที่อาบไปด้วยเืสดๆ
“ไป๋เจิ้งฉี... เ้าจะยืนกรานต่อไปเพื่อสิ่งใด?" มารหน้าขาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดัน "เพียงเ้าส่งจี้หยกชิ้นนั้นมา ข้าจะมอบยาถอนพิษให้เ้า ทั้งยังรับประกันความปลอดภัยของไป๋ฮูหยินและลูกชายที่กำลังหนีไปให้ด้วย... นี่มิใช่ข้อเสนอที่คุ้มค่าหรอกหรือ?”
ไป๋เจิ้งฉีแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน เืเสียสีคล้ำไหลออกจากมุมปาก เขาและไป๋หย่งชิงเคยเป็จอมยุทธ์ผู้ผดุงคุณธรรมที่ยุทธภพต่างยกย่อง ก่อนจะล้างมือในอ่างทองคำเพื่อมาใช้ชีวิตสงบสุข แต่ใครจะนึกว่าจี้หยกที่ได้มาโดยบังเอิญจะนำพาความวิบัติมาสู่ครอบครัวเช่นนี้
“หากข้ากลัวตายจนต้องยอมสยบต่อมารร้ายโฉดชั่วสารเลวใช้อย่างเ้า ข้าก็ไม่ใช่ไป๋เจิ้งฉี!” เขาตวาดกึกก้อง “มารหน้าขาว... แน่จริงก็เข้ามา! ข้าอยากรู้นักว่าพิษของเ้าจะฆ่าข้าก่อน หรือดาบของข้าจะบั่นหัวเ้าก่อน!”
มารหน้าขาวมิได้มีท่าทีโกรธเคือง เขากลับส่ายหน้าช้าๆ อย่างเวทนา “ในเมื่อท่านทรนงและยึดมั่นในศักดิ์ศรีนัก ข้าก็จะไม่พูดซ้ำ... แต่ข้าจะบอกท่านก่อนว่า ข้าได้ส่งคนไปตามจับฮูหยินและลูกชายของท่านแล้ว”
“หึ! ลำพังเศษเดนลูกน้องของเ้า มิอาจคณามือฮูหยินของข้าได้หรอก!” ไป๋เจิ้งฉีประกาศด้วยความมั่นใจในเพลงกระบี่อันเลิศเลอของภรรยา
“ถ้าเป็ลูกน้องทั่วไปก็คงใช่..” มารหน้าขาวแค่นยิ้มภายใต้หน้ากาก “แต่คนที่ข้าส่งไปคือเฒ่าพองลมกูกู่เถิง”
ทันทีที่ได้ยินชื่อนั้น ไป๋เจิ้งฉีถึงกับหน้าถอดสี ดาบใหญ่ในมือสั่นสะท้านอย่างมิอาจควบคุม ชื่อเสียงของกูกู่เถิงนั้นเลวร้ายยิ่งกว่าอสูรกาย มันคืออาชญากรที่เหล่ายอดฝีมือฝ่ายธรรมะ้าตัวมากที่สุด เพราะมันมีรสนิยมวิปริต ชอบขืนใจสตรีผู้สูงศักดิ์และสตรีดีงามจนพวกนางต้องทนความอัปยศไม่ไหวและทำการอัตวินิบาตกรรมไปนับไม่ถ้วน
ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่ากามราคะของมัน คือวรยุทธประหลาดที่ชื่อวิชาอสูรกลมกลืนมันสามารถสูดลมปราณจนร่างกายพองโตเป็ลูกบอลหนังขนาดใหญ่ที่ยืดหยุ่นและแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า มันสามารถะโเหยียบย่ำศัตรูด้วยความเร็วดุจสายฟ้า และที่สำคัญที่สุด เมื่ออยู่ในสภาพพองตัว ร่างกายของมันจะกลายเป็ะ การโจมตีด้วยอาวุธหรือลมปราณใดๆ จะถูกสะท้อนกลับไปหาผู้โจมตีทั้งหมด
“ไม่... ต้องไม่ใช่เ้าเดรัจฉานนั่น...” ไป๋เจิ้งฉีพึมพำด้วยความตระหนก เมื่อนึกภาพภรรยาผู้สูงศักดิ์ต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของอสูรร้ายที่จ้องจะย่ำยีสตรี
“ป่านนี้... ฮูหยินของท่านคงกำลังพยายามต้านทานร่างกายอันนุ่มนิ่มของกูกู่เถิงอยู่กระมัง” มารหน้าขาวกล่าวทิ้งท้ายพลางขยับกรงเล็บเหล็ก “คราวนี้... ท่านจะส่งจี้หยกมาได้หรือยัง?”
ไป๋เจิ้งฉีกัดฟันกรอดจนเืซึม หัวใจของเขาแตกสลายเพียงแค่นึกถึงชะตากรรมของไป๋หย่งชิงและลูกชายที่ต้องเผชิญกับอสูรกายตัวนั้น!
ท่ามกลางความมืดมิดของพงไพรยามราตรี เงาร่างสองสายทะยานผ่านยอดไม้ด้วยความรวดเร็วไป๋หย่งชิงในชุดคลุมสีขาวปลิวไสวดูประดุจเทพธิดาจันทราที่จุติลงมาบนโลกมนุษย์ แม้นางจะอยู่ในวัยกลางคนและผ่านการมีบุตรมาแล้ว แต่ความงามของนางกลับยิ่งทวีความนิ่งลึกและเย้ายวนใจ ผิวพรรณนวลเนียนดุจหิมะรับกับใบหน้าเรียวที่ฉายแววความสูงศักดิ์ของฮูหยินตระกูลใหญ่ นางกุมมือ ไป๋หย่งเจิ้ง บุตรชายหนุ่มไว้แน่น พลางใช้วิชาตัวเบาขั้นสูงพาทะยานหนีสุดชีวิต
ทว่าเื้ัของพวกนาง กลับมีเสียง "ตึ้ง! ตึ้ง!" ดังสนั่นหวั่นไหว ลูกบอลหนังขนาดมหึมาสีดำคล้ำเด้งกระแทกต้นไม้จนหักโค่นตามหลังมาอย่างกระชั้นชิด เมื่อไป๋หย่งชิงหันไปมอง นางก็ต้องหน้าซีดเผือด แววตาที่เคยสงบสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว
“เ้าเฒ่าบัดซบ กูกู่เถิง!” นางสบถเรียกชื่ออสูรร้ายที่ใครๆ ก็ขยะแขยง นางรีบเร่งกำลังภายในพาบุรุษหนุ่มข้างกายหนีอย่างสุดกำลัง หย่งเจิ้งพยายามขยับกายตามมารดาเพื่อมิให้เป็ภาระ แต่ทว่าลูกกลมมรณะนั้นกลับพุ่งวาบมาด้วยความเร็วดุจดาวตก กระแทกเข้ากลางหลังของทั้งสองจนกระเด็นไปคนละทิศละทาง
“อึ๊ก... ท่านแม่!” หย่งเจิ้งกระเด็นไปกระแทกโคนไม้จนสลบเหมือด ส่วนไป๋หย่งชิงร่างกระแทกพื้นดินจนจุกเสียด
ลูกบอลหนังขนาดเจ็ดฟุตหยุดนิ่ง ก่อนจะส่งเสียงหัวเราะแหลมเล็กออกมา “ฮูหยินไป๋... งดงามสมคำร่ำลือจริงๆ เห็นแล้วข้าอยากจะเพิ่มชื่อท่านเข้าไว้ในทำเนียบหญิงงามที่ข้าเคยย่ำยีเสียเหลือเกิน!”
“เ้าเดรัจฉานข้ามศพข้าไปก่อนเถิด!” หย่งชิงกัดฟันชักกระบี่คู่กายออกมา ประกายกระบี่สาดแสงเย็นเยียบ นางพุ่งทะยานเข้าหาอสูรร้ายด้วยวิชากระบี่ที่เน้นความเร็วและแม่นยำ
ฉับ! ฉับ! ฉับ! นางวาดกระบี่แทงเข้าจุดตายสามตำแหน่งติดกัน ทุกกระบวนท่าล้วนเฉียบคมและร้ายกาจบ่งบอกถึงการฝึกปรือและวรยุทธ์ที่ร้ายกาจของนาง ทว่าคมกระบี่กลับจมหายไปในชั้นไขมันหนาที่ยืดหยุ่นของลูกบอลนั้นก่อนจะดีดสะท้อนกระบี่ของนางกลับไปทุกครั้ง กูกู่เถิงหัวเราะเยาะอย่างบ้าคลั่ง “แท่งเข้ามาเลยฮูหยิน! แท่งเข้ามาแรงๆ! เพราะเมื่อถึงเวลา ข้าจะแทงท่านด้วยแท่งหยกของข้าจนท่านร้องขอชีวิตไม่ทันเชียวล่ะ!”
หย่งชิงใจสั่นสะท้าน นางรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายพุ่งแทงขบวนท่าที่สี่ เล็งตรงไปยังดวงตาของมัน ทว่ากูกู่เถิงกลับก้มหัวหลบอย่างว่องไว คมกระบี่จึงปักเข้าที่กลางกระหม่อมของลูกบอลหนังนั้นเต็มรัก แรงสะท้อนอันมหาศาลปะทะกลับมาจนง่ามมือของนางฉีกขาด กระบี่กระเด็นหลุดมือหายไปในความมืด
ไม่ทันที่นางจะลุกขึ้น ร่างกลมมหึมาก็ะโทับกระแทกใส่นางจนกระดูกแทบแตกหัก หย่งชิงกระเด็นไปนอนหายใจรวยริน ร่างกายระบมจนขยับมิได้ ในพริบตานั้นเอง กูกู่เถิงก็คลายมนต์พองตัว กลายเป็ชายอ้วนเตี้ยพุงพลุ้ยที่มีใบหน้าหื่นกระหาย มันเยื้องกรายเข้ามาหาหย่งชิงที่นอนหมดเรี่ยวแรงก่อนจะยื่นนิ้วสั้นๆ จิ้มสกัดจุดที่หัวไหล่และหน้าอกของนางอย่างรวดเร็ว
“อ๊ะ...” หย่งชิงตัวแข็งทื่อ นางอยากจะกัดลิ้นฆ่าตัวตายเพื่อหนีความอัปยศตามแบบฉบับกุลสตรีผู้สูงศักดิ์ แต่ทว่าวิชาสกัดจุดของมันกลับล้ำลึกจนนางทำได้เพียงกลอกตาไปมาด้วยความสิ้นหวัง
“ไป๋ฮูหยินไม่ต้องกังวลไปหรอก เพราะอีกไม่นานท่านก็จะได้ขึ้น์ด้วยไอ้นี่...” กูกู่เถิงยิ้มแฉล้มพลางแก้สายรัดกางเกงออก แล้วถกกางเกงลงมาที่ข้อเท้า
วินาทีนั้น ดวงตาของไป๋หย่งชิงเบิกกว้างด้วยความสยองพองขน นางแทบไม่อยากเชื่อสายตาว่าสิ่งลึกลับของบุรุษจะสามารถใหญ่โตและน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้ แท่งเนื้อหนาสีคล้ำสั่นระริกชูชันอยู่เบื้องหน้า มันทั้งยาวและหนาจนดูผิดมนุษย์มนา หากเปรียบของสามีนางเป็เพียงหนอนชาเขียวขนาดเล็ก... สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคนผู้นี้ก็คงเป็ัั์ที่พร้อมจะฉีกทึ้งร่างของนางให้แหลกเป็ผลาญ
‘หากของสามีข้าเรียกว่าแท่งหยก... แล้วสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้ คืออะไรกัน!’ ไป๋ฮูหยินร่ำร้องในใจด้วยความสั่นสะท้าน ขณะที่เงาร่างอ้วนท้วมเริ่มทาบทับลงมาบนกายของนาง
ท่ามกลางแสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านร่มไม้พงไพร เสียงหอบหายใจอย่างหื่นกระหายของกูกู่เถิงดังก้องราวกับเสียงอสูรกาย
มันไม่รอช้า ใช้มืออันหยาบกร้านดุจตีนหมีคว้าหมับเข้าที่สาบเสื้อสีขาวบริสุทธิ์ของไป๋หย่งชิง แล้วออกแรงฉีกทึ้งเพียงครั้งเดียว ชุดไหมชั้นเลิศก็ขาดวิ่นหลุดลอยไปตามลม เผยให้เห็นร่างขาวโพลนดุจหิมะที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดชั้นในเกาะอกสีฟ้าคราม ผ้านั้นรัดแน่นจนเน้นส่วนเว้าโค้งของเอวคอดกิ่ว และดัน ปทุมถัน ทั้งสองข้างให้ชูชันขึ้นมาจนแทบจะล้นทะลัก ยิ่งไปกว่านั้น ความเย็นของอากาศธาตุยังทำให้ ยอดอก ของนางแข็งเป็ไต นูนเด่นขึ้นมาดันเนื้อผ้าชั้นในจนเห็นเป็รอยยอดแหลมที่เชิญชวนให้ัั
ไป๋หย่งชิงได้แต่หลับตาลง น้ำตาอุ่นๆ ไหลอาบแก้มด้วยความอัปยศที่ต้องมาเปลือยกายต่อหน้าเดรัจฉานในป่าเขาเช่นนี้
“โอ้... ์ประทานลาภปากให้ข้าแท้ๆ!” กูกู่เถิงน้ำลายสอ มันยื่นมือไปกระชากเกาะอกสีฟ้านั้นออกอย่างรุนแรง
ทันใดนั้น ปทุมถัน คู่สวยที่ถูกจองจำก็กระเด้งออกมาสู่สายตา มันเป็ก้อนเนื้อนุ่มนิ่มขนาดใหญ่เกินกว่าจะกุมมิดด้วยมือเดียว รูปทรงกลมมนสวยงามประดุจบัวตูมที่กำลังเบ่งบาน ผิวพรรณบนทรวงอกขาวเนียนละเอียดไร้ราคีคาว ผิวบางจนเห็นเส้นเืฝอยสีจางๆ ยิ่งเสริมให้ดูบอบบางน่ารังแก และที่โดดเด่นที่สุดคือ ยอดถันสีชมพูระเรื่อ ดุจลูกกวาดชั้นดี มันชูชันตั้งตระหง่านท้าทายสายตา มีขนาดและรูปร่างที่สมบูรณ์แบบจนดูราวกับงานปั้นหินอ่อน
กูกู่เถิงครางฮือในลำคอ มันเอื้อมมืออันสกปรกไปบีบขยำทรวงอกคู่นั้นอย่างบ้าคลั่ง แรงบีบมหาศาลทำให้เต้าเนื้อนุ่มบิดเบี้ยวไปตามง่ามนิ้วของมัน "นุ่มเหลือเกิน! เด้งสู้มือดีนัก! สามีของท่านช่างโชคดีจริงๆ ฮูหยิน ที่ไดู้เาคู่ที่งดงามถึงเพียงนี้!"
‘สามีข้าไม่ใช่เดรัจฉานเช่นเ้า... เขาไม่เคยหยาบโลนหรือมักมากในกามเช่นนี้เลย’ หย่งชิงร่ำร้องในใจด้วยความรังเกียจขยะแขยง ทว่าคำพูดเ่าั้กลับติดอยู่ที่ลำคอ
อสูรร้ายไม่เพียงใช้มือ แต่มันยังยื่นลิ้นหนาที่มีคราบน้ำลายเหนียวเหนอะหนะออกมาเลียลากั้แ่ลำคอระหงขึ้นไปจนถึงข้างแก้มของนาง ลิ้นที่สากราวกับลิ้นสัตว์เลียผ่านผิวเนื้อที่ละเอียดอ่อนทิ้งคราบคาวและความอุ่นชื้นที่น่าสะอิดสะเอียนไว้บนใบหน้าของนาง ไป๋หย่งชิงทำหน้านิ่วด้วยความขยะแขยง นางพยายามเบือนหน้าหนีแต่ทำได้เพียงสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกรังเกียจแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายจนแทบอยากจะอาเจียนออกมา
“หอมเหลือเกิน... หอมไปทั้งตัวเลยฮูหยิน!” กูกู่เถิงคำรามอย่างคุมสติไม่อยู่ มันเอื้อมมือลงไปด้านล่างแล้วกระชากชุดชั้นในตัวจ้อยท่อนล่างของนางออกจนขาดคามือ
บัดนี้ ถ้ำสวาท ของไป๋ฮูหยินผู้สูงศักดิ์ปรากฏแก่สายตาอย่างหมดเปลือก มันเป็ร่องเนื้อสีชมพูอ่อนที่ปิดสนิทดูสะอาดสะอ้านและบอบบาง เหนือถ้ำสวาทนั้นประดับด้วย เนินบุปผา ที่มีเส้นไหมสีดำละเอียดบางเบาปกคลุมอยู่อย่างประณีต ไม่ได้หนาทึบจนดูสกปรกแต่กลับเสริมให้จุดสงวนนั้นดูเร้นลับและน่าทะนุถนอมประดุจสมบัติล้ำค่าที่ถูกเก็บรักษามาอย่างดี
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ถ้ำสวาทของไป๋ฮูหยินอันเลื่องชื่อ!” กูกู่เถิงร้องออกมาด้วยความยินดีปรีดา แววตาของมันลุกโชนด้วยไฟราคะ "พวกโจรเด็ดบุปผามากมายต่างใฝ่ฝันจะลิ้มลองรสชาติของท่าน และในที่สุด์ก็ประทานให้ข้าได้เป็ผู้เปิดทาง! จงดีใจเสียเถิดฮูหยิน เพราะวันนี้ข้าจะทำให้ท่านลืมสามีหน้าซื่อของท่านไปเสียให้สิ้น!”
น้ำตาของไป๋หย่งชิงนองเต็มใบหน้า ความหวาดกลัวต่อ แท่งั์ ที่จ่ออยู่เบื้องหน้าทำให้หัวใจของนางแทบจะหยุดเต้น นางพยายามเค้นพลังเพื่อดิ้นรนหรือแม้แต่จะกัดลิ้นตนเองให้ตายไปเสีย แต่วิชาสกัดจุดของมัจจุราชผู้นี้กลับรัดรึงร่างนางไว้แน่นดุจโซ่ตรวนล่องหน
นางทำได้เพียงนอนสะอื้นไห้อยู่กลางพงหญ้า รอรับชะตากรรมอันแสนอัปยศที่กำลังจะถูกยัดเยียดให้จากเดรัจฉานที่อยู่เบื้องบนโดยไม่อาจขัดขืนได้แม้เพียงปลายนิ้ว