บทที่ 18 ยินดีต้อนรับกลับบ้าน
จ้าวคงเฉิงตกตะลึง
เขาไม่คิดเลยว่าเด็กมัธยมปลายธรรมดา ๆ ตรงหน้าจะพูดประโยคแบบนี้ออกมา มีความคิดที่เป็ผู้ใหญ่ขนาดนี้...
เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า การกระทำก่อนหน้านี้ที่พยายามกระตุ้นเืนักสู้ในตัวเด็กหนุ่มนั้นน่าขันสิ้นดี
หลินชีเยี่ยไม่ใช่เด็กมัธยมปลายธรรมดา
หลินชีเยี่ยลุกขึ้นยืน เดินตรงไปที่ประตู ลังเลครู่หนึ่งก่อนจะหยุดฝีเท้า
“ขอบคุณที่เล่าเื่พวกนี้ให้ผมฟัง ผมจะเซ็นสัญญาไม่เปิดเผยข้อมูลให้ครับ”
กล่าวจบ เขาก็ผลักประตูออกไป
ครั้งนี้ จ้าวคงเฉิงนั่งนิ่งอยู่บนเตียง ร่างขยับลุกขึ้นยืน ราวกับจะเดินไปรั้งอีกฝ่ายไว้ แต่หลังจากชะงักไปครู่หนึ่ง เขาก็ทรุดตัวลงบนเตียงอีกครั้ง
เขารู้ว่าหนุ่มน้อยคนนี้หมายความว่าอย่างไร เขาตระหนักดีว่าภารกิจของตนคือการพาเด็กหนุ่มกลับไป แต่...
เขาทำไม่ได้
...
“เสี่ยวชี กลับมาแล้วเหรอ? วันนี้ทำไมไม่ใส่ชุดนักเรียนล่ะ?”
“คุณป้า วันนี้รีบไปหน่อยเลยลืมใส่ครับ”
“เ้าเด็กคนนี้... ไม่ใส่ชุดนักเรียน ครูไม่ดุหรอกเหรอ?”
“โดนว่านิดหน่อย ไม่เป็ไรหรอกครับ”
“เฮ้อ เสี่ยวชี นายเพิ่งย้ายไปโรงเรียนใหม่ อย่าทำให้ครูมีความประทับใจที่ไม่ดีสิ ทำอะไรก็รอบคอบหน่อย”
“เข้าใจแล้วครับ คุณป้า”
“ที่โรงเรียนเป็ยังไงบ้าง? เข้ากับเพื่อน ๆ ได้ไหม? พวกเขาไม่ได้รังแกนายหรอกนะ”
“ไม่ครับ พวกเราเข้ากันได้ดีมาก พวกเขายังเดินมาส่งผมถึงบ้านเลย ผมก็ไปส่งพวกเขาเหมือนกัน”
“งั้นก็ดี ดีจริง ๆ”
“ผมขอตัวไปที่ห้องก่อนนะครับคุณป้า”
“อืม เข้านอนเร็ว ๆ ล่ะ”
ปัง!
หลินชีเยี่ยปิดประตู นอนหงายมองท้องฟ้ายามรัตติกาลนอกหน้าต่าง แล้วถอนหายใจยาว
โลกใบนี้ ยากแท้หยั่งถึงนัก...
แต่นั่นก็ไม่เกี่ยวข้องกับเขาสักเท่าไหร่
หลังจากพักผ่อนสักพัก หลินชีเยี่ยผุดลุกขึ้นนั่ง ขณะที่กำลังถอดเสื้อผ้า มีวัตถุของแข็งหล่นออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเขา
แกร๊ง!
หลินชีเยี่ยก้มหยิบของชิ้นนั้นขึ้นมา รอยย่นพลันปรากฏขึ้นระหว่างคิ้วของเขา
มันเป็เครื่องประดับโลหะ คล้ายกับเหรียญตรา มีขนาดใหญ่กว่าเหรียญหนึ่งหยวนเล็กน้อย ไม่รู้ว่าทำมาจากวัสดุอะไร เมื่อััแล้วให้ความรู้สึกเย็นเล็กน้อย
ด้านหน้าของเหรียญตราเป็รูปดาบสองเล่มไขว้กัน ใบดาบเปล่งประกายสีฟ้าอ่อน พื้นหลังของดาบเป็ท้องฟ้ายามราตรีที่ประดับด้วยหมู่ดาว ฝีมือประณีตมาก!
ใต้ลวดลาย สลักตัวอักษรเล็ก ๆ ว่า ‘จ้าวคงเฉิง’
นี่คือ... หลินชีเยี่ยหรี่ตาลง
หลินชีเยี่ยหวนนึกถึงตอนที่จ้าวคงเฉิงลากตัวเขาไปที่โรงแรม ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะัักระเป๋าเสื้อของเขา
ทำหล่นโดยไม่ได้ตั้งใจหรือเปล่านะ?
หลินชีเยี่ยพลิกเหรียญตราไปมา ตรงด้านหลังสลักตัวอักษรเล็ก ๆ ไว้หลายบรรทัด
‘หากรัตติกาลพึงมาเยือน
ข้าจะยืนหยัดเบื้องหน้าทุกสรรพสิ่ง
ชักดาบข้ามห้วงลึก
โลหิตหลั่งรินย้อมนภา!’
“ช่างเป็ความทะเยอทะยานที่ยิ่งใหญ่... นี่จ้าวคงเฉิงเขียนเองเหรอ? หรือว่าเป็คำปฏิญาณของหน่วยพิทักษ์ราตรี?” หลินชีเยี่ยพึมพำ ดูจากท่าทางเฉิ่ม ๆ ของอีกฝ่ายแล้ว ไม่เหมือนผู้ที่จะเขียนประโยคแบบนี้ได้เลย...
หลังจากเล่นเหรียญตราอีกพักหนึ่ง หลินชีเยี่ยก็วางมันไว้บนโต๊ะ จากนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วล้มลงบนเตียง
คืนนี้ เขายังมีเื่สำคัญที่ต้องทำ
เขาหลับตาลง ปล่อยให้จิตสำนึกจมดิ่งลงสู่โรงพยาบาลจิตเวชแห่งเทพเ้าในห้วงความคิด
ในตอนนี้ ที่สวนเล็ก ๆ ของโรงพยาบาลจิตเวช นิกซ์กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้โยก กอดขวดแก้วหลายใบเอาไว้ ราวกับกำลังพึมพำอะไรบางอย่าง เธอแย้มยิ้มขึ้นเป็ครั้งคราว
หากมองข้ามดวงตาที่ขุ่นมัวของเธอ และสิ่งของแปลก ๆ ในอ้อมแขน เพียงแค่อากัปกิริยาของเธอก็ดูสง่างามราวกับภาพวาดชั้นยอด
ไม่นานนัก หลินชีเยี่ยในชุดเสื้อกาวน์สีขาวก็ย่างเท้าอย่างช้า ๆ
เพื่อให้เข้ากับบทบาทของจิตแพทย์ได้ดียิ่งขึ้น หลินชีเยี่ยจึงไปหาเสื้อกาวน์มาจากห้องทำงานของผู้อำนวยการ และยังสวมแว่นตาเลนส์ใสอีกด้วย
แค่มองผิวเผินก็ดูเหมือนจริง ๆ
หลินชีเยี่ยหยุดอยู่ข้างเก้าอี้โยก พินิจดวงตาที่ขุ่นมัวและเซื่องซึมของนิกซ์อย่างเงียบ ๆ แล้วถอนหายใจเบา ๆ
จากคัมภีร์เทพปกรณัมที่เขาได้อ่าน นิกซ์เป็หนึ่งในเทพเ้าที่เก่าแก่และทรงพลังที่สุดในเทพปกรณัมกรีก ทั้งสถานะและพลังของเธอล้วนอยู่ในระดับแนวหน้า
แต่เมื่อเทียบกับเทพเ้าองค์อื่น ๆ เธอมีลักษณะเด่นที่สุดอย่างหนึ่ง...
นั่นก็คือ ชอบมีลูก!
ตามการพิเคราะห์ของหลินชีเยี่ย นิกซ์มีลูกอย่างน้อยยี่สิบกว่าคน รวมถึงทานาทอส เทพแห่งความตายผู้โด่งดัง ฮิปนอส เทพแห่งนิทรา รวมถึงเทพแห่งอากาศ เทพีแห่งโชคชะตา เทพีแห่งการล้างแค้น และอื่น ๆ อีกมากมาย...
มีเพียงไม่กี่พระองค์ บุตรส่วนใหญ่ของนิกซ์เป็เทพเ้าที่ชั่วร้าย หลังจากถือกำเนิดขึ้นก็สร้างความหายนะให้กับโลกมนุษย์ และเทพเ้าหลายองค์ที่มีจุดจบอันน่าสลดใจ
จากเื่ราวในตำนาน หลินชีเยี่ยไม่สามารถรับรู้ข้อมูลโดยละเอียดของเทพีแห่งรัตติกาลผู้นี้ แต่เขาคาดเดาว่าอาการป่วยในปัจจุบันของนิกซ์อาจเกี่ยวข้องกับลูก ๆ ของเธอ
คุณหมอที่โรงพยาบาลจิตเวชหยางกวงกล่าวว่า มีผู้ป่วยชายคนหนึ่งคิดถึงภรรยามากเกินไป จึงจินตนาการว่าเธอยังอยู่ข้าง ๆ ตัวเอง แล้วอาการของนิกซ์ก็เป็แบบนั้นหรือเปล่า?
เพราะคิดถึงลูก ๆ มากเกินไป จึงเอาขวดโหลต่าง ๆ เ่าั้เป็ลูกของตนเอง?
แต่เกิดอะไรขึ้นกับลูกของเธอกัน? ถึงทำให้นิกซ์มีปฏิกิริยารุนแรงถึงเพียงนี้?
ทว่าในฐานะเทพเ้าโบราณผู้ทรงเทวฤทธิ์ เธอจะมีอารมณ์รุนแรงเช่นนี้ได้อย่างไร? หรือว่า… ก่อนที่เธอจะป่วย เธอถูกพรากร่างเทพเ้าและโดนปลดพลังเทพหรือ?
หลินชีเยี่ยไม่อาจล่วงรู้ได้
“ฮิปนอสอย่าใจร้อนไป พี่ชายของเ้ากำลังจะกลับมาแล้ว เขาแค่ไปเล่นสนุกชั่วครู่…”
“เ้าเด็กทานาทอส ชอบก่อปัญหาั้แ่เด็ก รอให้เขากลับมา แม่ต้องตักเตือนเขาให้ดี!”
นิกซ์ลูบแจกันในมือ จ้องมองออกไปไกล ๆ อย่างเลื่อนลอย ดวงตาฉายแววความหวัง ทว่ากลับมาขุ่นมัวอีกครั้ง
เธอพูดตะกุกตะกัก เสียงแหบพร่าสั่นเครือ
“แต่…”
“สามพันปีแล้ว เหตุใดเขายังไม่กลับมา…”
หลินชีเยี่ยมองภาพเบื้องหน้า หัวใจพลันปวดร้าว
ใครจะคิดว่าเทพีแห่งรัตติกาลผู้ที่เคยสูงส่ง บัดนี้กลับอ่อนแอและน่าสงสารเพียงนี้
เธอเป็ทั้งเทพีแห่งรัตติกาล และเป็มารดาผู้รอคอยการกลับมาของบุตร
‘หาก้ารักษาอาการป่วยของเธอ จำเป็ต้องเริ่มจากต้นตอ…’ คำพูดของคุณหมอดังก้องในหัวของหลินชีเยี่ยอีกครั้ง เขาก้มหน้าใคร่ครวญอย่างหนัก
ต้นตอ... รากเหง้าของอาการป่วยของนิกซ์คือการที่เธอสูญเสียลูก
หาก้ารักษาก็มีแต่ต้องเริ่มจากบุตรของเธอ แต่บุตรของเธอล้วนเป็เทพเ้ากรีกที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เขาไม่อาจไปตามหาพวกเขาทีละคน แล้วพากลับมาหานิกซ์ได้หรอกนะ?
ทว่าหลินชีเยี่ยไม่รู้ว่าพวกเขาถูกหมอกพามายังโลกนี้หรือไม่ แล้วจะไปหาเทพเ้าจำนวนมากขนาดนั้นได้จากที่ไหนกัน?
ถึงแม้จะหาเจอแล้ว เทพเ้าชั่วร้ายเ่าั้จะยอมมากับเขาดี ๆ เหรอ?
หลินชีเยี่ยขมวดคิ้วครุ่นคิด ทันใดนั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของเขา!
บางที... แบบนี้น่าจะได้ผล?
หลินชีเยี่ยลุกขึ้นยืน จ้องมองนิกซ์อย่างลังเลใจอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจ ก้าวไปข้างหน้า
ภายใต้สายตาว่างเปล่าของนิกซ์ หลินชีเยี่ยก้าวมาข้างหน้าเธอทีละก้าว...
ค่อย ๆ คุกเข่าลง
ยื่นมือออกไปโอบกอดนิกซ์ไว้
กระซิบที่ข้างหูของเธอว่า
“ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว”
ในขณะนั้น ดวงตาของนิกซ์พลันเปล่งประกายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน!!
เธอยื่นมืออันสั่นเทาออกมา ตระกองกอดหลินชีเยี่ยไว้แน่น ผ่านไปเนิ่นนาน เธอเอื้อนเอ่ยประโยคที่สมบูรณ์ออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ
“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน ทานาทอส ลูกแม่…”