การประลองก็ได้เริ่มขึ้น
เสียงคำรามของ หมีกรงเล็บทองแดงดังกึกก้องกังวานทั่วลานประลองเมื่อมันพุ่งทะยานเข้าใส่จิ้งจอกเงาจันทร์ด้วยพละกำลังอันมหาศาลตามคำสั่งของหลี่เวินหรง กรงเล็บหนาสีทองแดงกรีดอากาศจนเกิดแรงลมอื้ออึงแผ่นดินะเืใต้ฝีเท้าหมีมหึมา
“บดขยี้มัน!” หลี่เวินหรงะโกร้าวดวงตาเต็มไปด้วยความมั่นใจ
ฟุ่บ!
ทว่าในเสี้ยววินาทีที่กรงเล็บมหากาฬจะกระแทกถึงตัว— เงาดำบางเบาได้เลือนหายไปจากสายตา!
จิ้งจอกเงาจันทร์พลิกกายหายวับราวละลายในความมืด ปรากฏอีกทีด้านหลังของหมีโดยไร้เสียงราวกับกลืนไปกับเงาบนพื้นสนาม ดวงตาสีฟ้าเรืองแสงวาบหนึ่ง — ก่อนจะสะบัดหางฟาดออก!
ฟึบ!
ร่างของมันเลือนหายไปอีกครั้งก่อนกรงเล็บจะย้อนกลับมาโจมตีทัน
“ไวเกินไป!”ใครบางคนในฝูงชนร้องขึ้นอย่างตะลึง
ทันใดนั้น —
จากเงาด้านข้างทั้งซ้ายและขวาจิ้งจอกเงาจันทร์ ปรากฏขึ้นอีกสองตนราวภาพลวงตา ก่อนจะกระโจนซ้อนพร้อมกันจากคนละมุม!
กรงเล็บหนึ่งปัดซ้าย อีกกรงเล็บปัดขวา— หมีกรงเล็บทองแดงหวดแขนออกอย่างรุนแรง หวังจะทำลายเงาทั้งสองให้แหลกคามือทว่ากลับพุ่งทะลุผ่าน — แยกร่าง! เงาเลือนนั้นจางหาย เป็เพียงแค่ร่างปลอม!
“อยู่ข้างบน!”เสียงหลี่เวินหรงะโขึ้น
สายเกินไปแล้ว
จิ้งจอกเงาจันทร์ตัวจริงพุ่งลงมาจากเงามืดเหนือศีรษะตะปบด้วยกรงเล็บที่แผ่พลังจิติญญาแหลมคม ฟาดเข้าเป้าหมายแม่นยำตรงบ่า!
ตูม!!
ร่างหมีมหึมากระเด็นถอยไปสามก้าวใหญ่!ิัหนาแตกเป็รอยบาดลึก เืสีเข้มทะลักออกมาจากาแหมีกรงเล็บทองแดงคำรามลั่น แววตาเปลี่ยนเป็ดุดันก้าวกระทืบพื้นเพื่อบุกตอบโต้กลับไปอีกระลอก
“โจมตีเต็มแรง! กำจัดมันให้ได้!”หลี่เวินหรงคำรามด้วยสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
หมีอสูรสะบัดแขนพลังธาตุดินแปรเปลี่ยนเป็เปลือกแร่แกร่ง พุ่งเข้าจู่โจมระลอกใหม่ทว่าทุกการโจมตีที่มันทำกลับพลาดเป้า
จิ้งจอกยังคงเลื่อนลอย ซ่อนในเงา —เคลื่อนไหวราวิญญา
ศึกระหว่างอสูรร่างั์ที่โจมตีได้อย่างหนักหน่วงกับอสูรเงาร่างเบาที่ลื่นไหลดำเนินไปอย่างดุเดือดรอยแผลเริ่มปรากฏบนตัวของหมีกรงเล็บทองแดง แม้หมีจะอึดและแข็งแกร่งแต่าแสะสมจากการไม่สามารถจับทิศทางของจิ้งจอกได้กำลังบั่นทอนมันลงทีละน้อย
นี่ไม่ใช่การต่อสู้ของพลังอย่างเดียวอีกต่อไป— แต่คือการวัดไหวพริบ ความแม่นยำ และการควบคุมสัตว์อสูรระดับสูงอย่างแท้จริง
เสียงฟาดปะทะดังสนั่นลั่นทั่วลานประลอง— หมีกรงเล็บทองแดงคำรามคำรณ ปลดปล่อย “กรงเล็บแผ่นดินทลาย”กระแทกลงพื้นจนแรงสั่นะเืปะทุออกเป็คลื่นพลังธาตุดิน ก้อนหินลอยกระเด็นแผ่นสนามแตกร้าวเป็ทางยาวตรงไปยังจิ้งจอกเงาจันทร์
ทว่าทุกคนได้เห็นแล้วว่าสิ่งที่ตามไม่ทัน — ไม่ใช่สายตา แต่คือเงา
จิ้งจอกเงาจันทร์หายวับไปจากพื้นสนามถูกคลื่นพลังปะทะจนกลายเป็หลุมยุบ แต่เงาร่างของมันกลับปรากฏอยู่ด้านข้างกรงเล็บเงาจันทร์ ฟาดซ้าย ฟาดขวา —
เสียง ฉึก! ดังเบาๆแต่ลึกถึงกระดูกของหมี
“มันใช้เงาเป็ตัวลวงตา!”เสียงผู้ชมาุโบางคนะโขึ้น
“นั่นมันทักษะระดับสูง…!”
จากนั้น…ร่างของจิ้งจอกแยกเงาออกอีกครั้ง! คราวนี้ไม่ใช่สอง แต่เป็ สามร่างพร้อมกัน
พวกมันเคลื่อนไหวเป็วงฟาดกรงเล็บใส่เป้าหมายแบบสลับจังหวะ ราวกับระบำในความมืด
หมีกรงเล็บทองแดงเริ่มมีรอยแผลมากขึ้นเสียงหอบหายใจหนักแน่นดังขึ้นจากอสูรตัวั์
มันคำรามออกมาอีกครั้ง ใช้ไม้ตาย“โล่หินคลุมกาย”
เปลือกหินผุดขึ้นหุ้มทั่วร่างกายกลายเป็ชุดเกราะแกร่งที่ไม่มีอาวุธธรรมดาใดทะลุผ่าน
ทว่าในเสี้ยวพริบตา — จิ้งจอกเงาจันทร์หายวับไปจากสายตาทุกคนอีกครั้ง
“มันไปไหน!?”
“ข้างบนอีกแล้ว!” ใครบางคนะโตอบ
ทว่าไม่ใช่ครั้งนี้
เสียงกระซิบลมหายใจแ่ๆแทบไม่ได้ยินกระซิบดังจากข้างลำคอหมี
— ก่อนที่ เขี้ยวของจิ้งจอกจะฝังลึกลงบริเวณรอยต่อระหว่างเกราะหินกับิั!
เสียงะเิพลังิญญา ตูม!
หมีกรงเล็บทองแดงทรุดฮวบลงอย่างสมบูรณ์— เสียงครางของมันจางหายไปพร้อมลมหายใจ
เงาของจิ้งจอกทั้งสามหายไปเหลือเพียงตัวจริงที่ยืนอยู่บนหลังของหมี ร่างบางแผ่ไอเงาเยือกเย็นดวงตาสีเงินฟ้าสะท้อนเงาจันทร์กลางสนามราวผู้พิชิต
“มันไม่โดนแตะเลยสักแผล…”
“สัตว์อสูรระดับนักรบขั้น 5 ชั้นยอดถูกสยบโดยไม่มีแม้แต่รอยข่วน!”
เสียงฮือฮาดังระงม บางคนยังยืนอึ้ง
ก่อนเสียงหนึ่งจะเอ่ยขึ้นเบาๆแต่ลึกจนสั่นใจ:
“หลี่หยาง…ไม่ได้สั่งการแม้แต่คำเดียว”
“สัตว์อสูรของเขา…ต่อสู้อย่างมีสติและเข้าใจสนามรบเอง?”
สายตานับร้อยคู่จับจ้องไปที่ชายหนุ่มในชุดเรียบง่ายซึ่งยืนสงบไม่ได้แสดงท่าทีเหนือใคร แต่สัตว์อสูรของเขา — กลับแสดงให้เห็นว่า เขาไม่ธรรมดา
เสียงเงียบงัน ฝุ่นคละคลุ้งอยู่ในอากาศขณะที่ร่างใหญ่ของหมีกรงเล็บทองแดงทรุดฮวบหมดสภาพกลางเวทีดวงตาของหลี่เวินหรงเบิกโพลง — ไม่ใช่เพราะไม่อยากเชื่อ… แต่เพราะเขาไม่ยอมรับมันได้
“แพ้… ข้าแพ้?”
“เป็ไปไม่ได้ ข้าอยู่ขั้นรวมจิตขั้น6… ส่วนมันแค่ขั้น 2!”
เขากัดฟันแน่นมือกำหมัดจนเส้นเืปูดโปน ใบหน้าคมเข้มบิดเบี้ยวจากความอับอายและความคับแค้นที่พวยพุ่งท่วมอก
“เ้านั่น…หลอกให้ข้าประมาท…!”
เสียงฮือฮาของผู้ชมเริ่มแปรเปลี่ยนจากตกตะลึงเป็คำถามและคำครหา
“หลี่เวินหรงแพ้ไปแล้วงั้นหรือ?”
“แพ้ทั้งที่ระดับสูงกว่าอีกตั้งสี่ขั้น?”
แต่ในใจหลี่เวินหรงพายุแห่งความพ่ายแพ้ยังไม่จางหาย — และทันใดนั้น ความจริงก็ผุดขึ้นในหัวเขา
“ไม่.......ข้ายังไม่แพ้…”
สายตาของเขาเปล่งแสงดุดันขึ้นอีกครั้งหยัดกายขึ้นเต็มความสูงก่อนแสยะยิ้มออกมา แม้สีหน้ายังเปื้อนรอยแค้น
“เ้าคิดว่าชนะแล้วงั้นหรือหลี่หยาง?”
“ข้ายังมีอีกหนึ่ง!”
มือของเขายกขึ้นทรงพลังิญญาะเิออกจากจุดตันเถียนกลางอก วงเวทสีแดงเข้มพวยพุ่งขึ้นจากพื้นเวที— กลิ่นอันตรายแผ่ซ่านทั่วลานประลองจนผู้ชมต้องผงะถอย
ฟ้าววววววว!
จากวงเวทแดงเข้ม —เงาร่างขนาดใหญ่ค่อยๆ ผุดขึ้นจากม่านพลัง
เสียงคำรามต่ำสะท้านพื้นดินดังออกมาจากในหมอก
ภายใต้สายตาของผู้คนนับร้อยเสียงหัวเราะต่ำของหลี่เวินหรงดังขึ้นอย่างเย้ยหยันก่อนที่เขาจะะโด้วยพลังเต็มปอด:
“เ้าคิดว่าข้าจะหมดแค่นี้รึ?มองให้ดี นี่คือสัตว์อสูรที่แท้จริงของข้า!”
พลังิญญาสีแดงเข้มแผ่กระจายอย่างเกรี้ยวกราดพื้นเวทีแตกระแหงจากแรงกดดัน วงเวทโบราณขนาดมหึมาเบ่งบานใต้ฝ่าเท้าเขารอยสลักส่องแสงสีเืจ้า สะท้อนเข้าตาผู้ชมจนต้องยกแขนบัง
“บึ้มมม!!”
เสียงปะทุของพลังดังกึกก้องตามด้วยไอหมอกสีเืที่ทะลักออกจากวงเวท
และจากกลางม่านพลังนั้น—เงาร่างมหึมาค่อยๆเลื้อยออกมา เสียง “ฟ่ออออ” ก้องสะท้านลานประลอง
ร่างยาวกว่าเจ็ดเมตรลำตัวหุ้มด้วยเกล็ดโลหะสีแดงเข้มเป็มันวาวเกล็ดแต่ละชิ้นเรียงกันแ่าราวชุดเกราะสมบูรณ์แบบ
ดวงตาสีเหลืองทั้งสองฉายแววอาฆาตและจากมุมปากของมัน หยดพิษสีดำไหลย้อยลงสู่พื้นจนเกิดไอกรดพวยพุ่ง
[ข้อมูลอสูร – อสรพิษเกราะโลหิต]
• ชื่อ:อสรพิษเกราะโลหิต
• ชนชั้น:ชั้นยอด
• ระดับ:นักรบขั้น 6
• ธาตุหลัก:พิษ โลหิต
• ประเภท:สัตว์อสูรประเภทสายโจมตี / พิษ
• เพศ:ตัวผู้
• ลักษณะเด่น: ต่อมพิษสามารถผลิตพิษกัดกร่อนที่รุนแรงถึงขั้นทะลวงเกราะระดับสูงทนต่อพลังโจมตีทางกายภาพระดับกลางถึงสูง มีความเร็วปานกลาง แต่มีความสามารถในการสะบัดหางและงับด้วยพลังทำลายมหาศาล ละสร้างหมอกพิษรุนแรงรอบๆตัวได้
เสียงอุทานดังระงมทั่วลานเมื่อร่างของอสรพิษเกราะโลหิตปรากฏ
“สัตว์อสูรชั้นยอด!?”
“นั่นมัน…อสรพิษเกราะโลหิตตัวจริงงั้นหรือ?”
“พลังิญญาที่มันแผ่ออกมาเกือบจะเทียบเท่าระดับจอมอสูรเลยทีเดียว!”
หลี่เวินหรงยิ้มเย็นราวกับจะบอกว่าศึกนี้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น