บทที่ 24 ป้องกันไฟ ป้องกันโจร และคุ้มครองเพื่อนหญิง
“เหตุใดข้าถึงต้องมีน้ำใจด้วยเล่า? แม่นาง เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าเ้าจงใจตั้งแง่รังเกียจข้ามาั้แ่แรกพบ”
“เพราะใบหน้าของเ้าดูไม่ใช่คนดี! เ้างดงามขนาดนี้ มองก็รู้แล้วว่าเป็คุณชายเ้าสำราญใจทรามชัด ๆ”
หลี่หยวนจวินกล่าวด้วยท่าทางไม่สะทกสะท้าน
“นี่มันเหตุผลบิดเบี้ยวอะไรกัน ใบหน้าอันหล่อเหลาของข้าหาได้ด้อยไปกว่าอู๋เอี้ยนจู่ เหตุใดจึงกลายเป็คนเลวไปได้?”
“รูปงามเกินไปก็ผิดหรือ?”
ขณะนั้นเนี่ยเฉินกับหลี่หยวนจวินต่างมองหน้ากันด้วยสายตาไม่ชอบใจ ตลอดทางต่างฝ่ายต่างไม่เอ่ยปากพูดคุยกัน
หมู่บ้านซ่างจวงตั้งอยู่ใกล้กับูเาชิงเฟิงมากที่สุด ขณะที่ผ่านมาถึงเหมืองแร่ เนี่ยเฉินก็ได้เรียกหวังเอ้อร์หนิวซึ่งเป็หัวหน้าคนงานเหมืองออกมา พร้อมสั่งให้คนงานสองร้อยคนที่ถือจอบและเสียมอยู่เื้ัอยู่ขุดแร่ที่นี่ โดยมีหวังเอ้อร์หนิวเป็ผู้ควบคุมดูแล
จากนั้นก็แบ่งคนงานออกไปอีกหนึ่งร้อยห้าสิบคน โดยมีหน้าที่ขนแร่ไปยังค่ายชิงเฟิง โดยได้เตรียมรถลากและอื่น ๆ เอาไว้พร้อมสรรพแล้ว
ส่วนคนที่เหลือทั้งหมดสั่งให้ไปที่รกร้างบนูเา เพื่อสร้างกำแพงและโรงตีเหล็ก
และชาวบ้านบางคนที่พอจะมีฝีมือก็ได้ไปช่วยผลิตชิ้นส่วนอาวุธ
บนูเา สิ่งที่หาได้มากที่สุดคือหินและไม้ ขอเพียงมีคนก็สามารถสร้างทุกสิ่งทุกอย่างได้
คนห้าร้อยคน คนละสิบอีแปะต่อวัน รวมแล้วเป็เงินเพียงห้าตำลึง แต่สิ่งที่สร้างขึ้นมานั้นมีมูลค่ามากกว่าหลายร้อยเท่า
เมื่อชาวบ้านเห็นว่าการมาที่นี่เป็การทำงานขุดแร่และสร้างบ้านจริง ๆ พวกเขาก็สบายใจ หลังกินข้าวเสร็จจึงเริ่มลงมือทำงานอย่างขะมักเขม้น
หลังหัวหน้าใหญ่เห็นหลี่หยวนจวินมาถึง ก็ให้ไปรักษาเวิงชิวฉาน ส่วนเนี่ยเฉินไปจัดคนงาน
หลี่หยวนจวินเดินมาถึงลานบ้านของเวิงชิวฉาน ทั้งสองมีอายุไล่เลี่ยกันและรู้จักกันมานานแล้ว ทั้งยังไม่มีสตรีอยู่แถวนี้ ดังนั้นพวกนางจึงกลายเป็เพื่อนรักกัน
ตอนที่หลี่หยวนจวินเข้ามา เวิงชิวฉานกำลังตากผ้าปูที่นอนอยู่
"เอ๊ะ? หยวนจวิน เ้ามาได้อย่างไร?"
เวิงชิวฉานประหลาดใจมาก
หลี่หยวนจวินมองเวิงชิวฉานขึ้นลงด้วยความสงสัย แล้วพูดว่า
"พวกเขาบอกข้าว่าเ้าป่วย จึงให้ข้าขึ้นมาดูอาการเ้า แต่เห็นเ้าแข็งแรงเช่นนี้ ดูแล้วไม่เหมือนคนป่วยเลยสักนิด"
เวิงชิวฉานได้ยินเช่นนั้นก็ตกตะลึง ครู่หนึ่งก็รีบเอามือกุมศีรษะ
"โอ๊ย! ข้าปวดหัวเหลือเกิน"
เมื่อหลี่หยวนจวินเห็นดังนั้น ใบหน้าเล็กก็ยิ่งแสดงความสงสัยมากเข้าไปอีก
"ข้างนอกอากาศเย็น ข้าต้องรีบกลับเข้าไปนอนในห้อง"
เวิงชิวฉานก้าวเท้ากลับเข้าไปในห้อง ถอดรองเท้าออก และใช้ผ้าห่มคลุมทั้งตัว เรียกว่าทำทุกอย่างได้อย่างคล่องแคล่ว
หลี่หยวนจวินเดินเข้ามา วางย่ามใส่ยาไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเดินมานั่งข้างเตียงแล้วเอ่ยถาม
"เ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหนงั้นหรือ"
"ข้า… ปวดหัว เหงื่อออกตามตัว รู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ"
เวิงชิวฉานแสร้งทำเป็ป่วยพลางด่าทออยู่ในใจ
นางปวดท้องน้อยั้แ่เช้า จึงไม่อยากลุกขึ้น และพูดบ่ายเบี่ยงกับพี่ใหญ่ไปว่าเป็หวัด ผู้ใดกันที่สอดรู้ และถึงกับไปเชิญหลี่หยวนจวินมาที่นี่!
นางไม่รู้แม้แต่น้อยว่าที่ตนกล่าวอ้างว่าเป็หวัดนั้น ทั้งพ่อของตนและพี่ใหญ่ล้วนมิได้ใส่ใจอันใด ทว่าเนี่ยเฉินเชื่อคำพูดนั้นจริง ๆ ด้วยเมื่อคืนนางนอนบนพื้น แล้วยังถูกเปิดผ้าห่มอีก เป็หวัดขึ้นมาจึงไม่แปลกอันใด
เมื่อได้ยินว่ามีหมอเทวดา ย่อมต้องรีบไปคว้าตัวมาให้ได้
ทั้งยังบังเอิญมาพบกับหลี่หยวนจวิน เมื่อนางได้ยินว่าสหายรักป่วย ก็ต้องมาเยี่ยมด้วยตนเองเป็แน่
“อาการเช่นนี้คล้ายจะเป็หวัด ยื่นมือออกมา ข้าจะจับชีพจรให้”
หลี่หยวนจวินเอ่ยเบา ๆ
"มิต้องหรอก เ้าจ่ายยามารักษาหวัดมาก็พอแล้ว รบกวนให้เ้าต้องเดินทางมาไกลเช่นนี้ ข้าเกรงใจยิ่งนัก"
"พูดมาก ข้าต้องรู้จักร่างกายของเ้าก่อน จึงจะจ่ายยาถูกกับโรคได้"
หลี่หยวนจวินกล่าวพลางจับมือของเวิงชิวฉานออกมาโดยไม่ฟังเสียงคัดค้าน แล้วจับชีพจร ต่อมานางก็เปลี่ยนสีหน้า และเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจังว่า
"เื่นี้เกิดขึ้นเมื่อใด"
"ฮะ? เ้าพูดว่าเป็หวัดงั้นหรือ? อาจเป็เพราะเมื่อคืนไม่ได้ห่มผ้ากระมัง?"
"ข้าหมายถึงเื่ที่เ้าเสียตัว มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่? คงจะเป็เมื่อคืนแน่ เคลื่อนไหวร่างกายมากขนาดนั้น ไม่ห่มผ้าก็ไม่แปลกหรอก"
เวิงชิวฉานเบิกตากว้าง และเอ่ยถามว่า
"เ้ารู้ได้อย่างไร?"
หลี่ยวนจวินแค่นหัวเราะเสียงเ็า
"หึ ร่างกายของเ้าแข็งแรงราวกับวัว ไม่เห็นจะมีโรคภัยไข้เจ็บอะไร เมื่อครู่ตอนที่ข้าเข้ามาก็ดูออกแล้ว ท่าทางการเดินของเ้าแปลกไปเล็กน้อย และตอนจับชีพจร ชีพจรของเ้าก็เต้นแรง แต่เร็ว นั่นเป็ชีพจรที่บ่งบอกถึงความตื่นเต้นจนทำให้หัวใจเต้นเร็ว
เ้าเห็นข้าแล้วทำไมต้องตื่นเต้นด้วยเล่า? ก็เพราะกลัวว่าข้าจะรู้เื่ของเ้าไม่ใช่หรือ?"
"เื่พวกนี้เ้าดูออกจากการจับชีพจรได้ด้วยรึ?"
เวิงชิวฉานเบิกตากว้าง
"แน่นอนว่าไม่ใช่ ตอนที่ข้าเข้ามายังได้กลิ่นแปลก ๆ จาง ๆ ด้วย น่าจะเป็กลิ่นของบุรุษ"
"และเพียงแกล้งเล่นนิดหน่อย เ้าก็ยอมรับแล้ว"
"เ้า... เ้ากล้าหลอกข้า!"
เวิงชิวฉานโกรธจนหน้าแดงก่ำ พร้อมลุกขึ้นหมายจะไปบีบหน้าหลี่หยวนจวิน
"ไปให้พ้น อย่ามาทำตัวเหลวไหล บอกข้ามา ชายผู้นั้นเป็ใคร"
"เ้าอย่าถามข้าเลย เหลือความลับไว้ให้ข้าบ้าง"
เวิงชิวฉานนอนลงอีกครั้ง ใช้ผ้าห่มคลุมตัว
"เ้ายังมิได้ออกเรือน เป็สาวพรหมจรรย์ แต่เหตุใดจึงทำเื่ไร้ยางอายเช่นนี้! ท่านพ่อของเ้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด? บอกข้ามาว่าเป็สุนัขตัวใดที่ทำเื่เช่นนี้ มิได้แต่งเข้ามา ทว่ากลับล่วงเกินเ้า เห็นชัดว่าไม่คิดรับผิดชอบ ข้าจะแล่เนื้อมันเป็พันชิ้น!"
"อย่า อย่าเลย!"
"เช่นนั้นก็บอกข้ามาว่าเป็ผู้ใด ข้าจะไปหาคนผู้นั้นเอง!"
"เ้าจะต้องทำให้กลายเป็เื่ใหญ่โตไปทำไม หากรู้กันไปทั่ว มันจะมีประโยชน์อันใดกับข้า"
"เช่นนั้นเ้าก็บอกข้ามา บุรุษผู้นั้นเป็ใคร ไม่อย่างนั้นข้าจะไปบอกท่านพ่อของเ้าเดี๋ยวนี้"
หลี่หยวนจวินยืนขึ้น ไขว้แขน และก้มหน้าจ้องมองเวิงชิวฉานอย่างเ็า
"ก็ได้ ๆ ข้าจะบอก"
"หรือว่าจะเป็รองหัวหน้าคนนั้น"
"ฮะ เ้ารู้ได้อย่างไร!?" เวิงชิวฉานเบิกตากว้าง
เ้าเป็หมอเทวดาหรือเป็เซียนกันแน่!?
"ข้าเพียงคาดเดา บุรุษบนเขาเ้าล้วนไม่สนใจ ทว่าขณะนี้มีรองหัวหน้าผู้นั้น เขาหน้าตาหล่อเหลาและมีคำพูดลื่นหู จึงต้องเป็เขาเป็แน่"
"เขาลื่นไหลถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?"
"ข้าไม่เข้าใจ เ้าไปติดใจอะไรมัน ไอ้คนชั่วช้าเช่นนั้นมีดีอะไร เ้าถึงยอมมอบกายให้มัน มันคู่ควรกับเ้าหรือ?" หลี่หยวนจวินเอ่ยอย่างกรุ่นโกรธ
"ข้ามิได้เต็มใจ"
"อะไรนะ! มันบังคับเ้างั้นหรือ!" หลี่หยวนจวินโมโหจนเืขึ้นหน้า และหมายจะไปเอาเื่เนี่ยเฉิน
"โอ๊ย เ้าใจเย็น ๆ และฟังข้าก่อน!" เวิงชิวฉานรีบรั้งหลี่หยวนจวินเอาไว้ แล้วเล่าเื่ราวทั้งหมดให้ฟัง
ในขณะเดียวกัน เนี่ยเฉินซึ่งกำลังควบคุมงานอยู่นั้น ก็เกิดอาการขนลุกซู่อย่างไม่มีสาเหตุ
"ลมเย็นะเืเช่นนี้ แม้เป็ฤดูใบไม้ผลิก็มิคลายหนาวได้" เนี่ยเฉินพึมพำ โดยไม่รู้เลยว่าภัยร้ายกำลังมาถึงตัว สหายที่แสนดีก็มิอาจไว้ใจได้
"เฮ้ย! รีบไปวางรากฐานกำแพงให้แ่า ขุดให้ลึก ๆ เข้าไว้ ถ้ากำแพงพังลงมา ข้าจะเอาพวกเ้าฝังลงไปด้วย!"
ห่างออกไป หัวหน้าใหญ่ยืนมองเนี่ยเฉินทำงานด้วยความพอใจ พลางหันไปพูดกับต้าจ้วงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ว่า
"เนี่ยเฉินเป็ยอดคนจริง ๆ"