ฉันแค่อยากเล่นเกมเงียบ ๆ

    ตอนที่ 37 แย่งชิงสัตว์เลี้ยงคู่หู

    เมื่อหลี่เว่ยยางพาโจวเหวินเข้าไปจอดในสนามประลองสัตว์เลี้ยงคู่หู ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่รออยู่แล้วก็กรูเข้ามาล้อมพวกเขา ก่อนจะพูดคุยกันเสียงเจี้ยวจ้าว


    โจวเหวินฟังอยู่พักหนึ่งก็เริ่มรู้ที่มาที่ไปของเรื่องราวคร่าว ๆ


    หลี่เว่ยยางกับผู้หญิงกลุ่มนี้ล้วนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยซีหยาง วันหน้าจะเป็นรุ่นพี่ของโจวเหวิน


    นักศึกษากลุ่มนี้กับผู้หญิงอีกหนึ่งคนเข้ามิติต่างโลกสังหารสิ่งมีชีวิตต่างมิติ แล้วโชคดีมากได้ไข่สัตว์คู่หูระดับธรรมดามาหนึ่งฟอง


    มันเป็นไข่ของม้าศึกโบราณ อีกทั้งยังได้ยินมาว่ามันเกิดจากม้าศึกโบราณกลายพันธุ์ตัวหนึ่ง


    ไข่สัตว์คู่หูระดับธรรมดานั้นพบเจอได้ยากมากอยู่แล้ว การได้พบเจอมันถือว่าโชคดีมาก อีกทั้งยังเป็นไข่ของม้าศึกโบราณกลายพันธุ์ คุณสมบัติต้องสูงมากแน่นอน กล่าวได้ว่าล้ำค่าหายาก


    แม้จะเป็นสัตว์เลี้ยงคู่หูระดับเดียวกัน แต่ก็อาจมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันมาก โดยปกติคุณสมบัติพื้นฐานทั้งสี่อย่างของสัตว์เลี้ยงคู่หูระดับธรรมดาจะอยู่ที่หนึ่งถึงเก้าแต้ม แต่คุณสมบัติพื้นฐานของระดับตำนานจะอยู่ระหว่างสิบถึงสิบแปดแต้ม


    ค่าคุณสมบัติพื้นฐานมีความสำคัญอย่างมาก สัตว์เลี้ยงคู่หูที่มีค่าคุณสมบัติพื้นฐานยิ่งสูง สกิลพรวรรค์ก็จะยิ่งแข็งแกร่ง หลังจากกลายสภาพเป็นสัตว์เลี้ยงคู่หู ก็จะเสริมความแข็งแกร่งให้เจ้าของได้มากยิ่งขึ้น


    ทั้งความเร็วและพลังของม้าศึกโบราณกลายพันธุ์ล้วนอยู่ในขั้นสุดยอดของระดับธรรมดา สัตว์เลี้ยงคู่หูต้องไม่ออกมาแย่แน่นอน เดิมทีการที่เกิดไข่สัตว์คู่หูแบบนี้ออกมาได้ถือเป็นเรื่องน่ายินดีมาก


    แต่กลับเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิ์การครอบครองไข่สัตว์คู่หูฟองนี้


    เดิมทีพวกเธอร่วมทีมกัน ตามหลักแล้วจะแบ่งของรางวัลอย่างเท่าเทียมกัน แต่ผู้หญิงที่ได้รับไข่ม้าศึกโบราณกลายพันธุ์มาในตอนนั้นกลับบอกว่าเธอเป็นคนสังหารม้าศึกโบราณกลายพันธุ์ และเธอเป็นคนได้รับไข่ของมันมา ดังนั้นไข่ใบนี้ก็ควรเป็นของเธอ


    ผู้หญิงที่เหลือไม่ยอมอยู่แล้ว แต่ผู้หญิงที่ชื่อซูเหมยอาศัยว่าแฟนหนุ่มของเธอมีอำนาจในมหาวิทยาลัย จึงยืนกรานเก็บไข่สัตว์คู่หูไว้ อีกทั้งยังไม่มีท่าทีจะให้ค่าชดเชย


    กลุ่มผู้หญิงที่เหลือโมโหมาก และผู้หญิงหนึ่งในนั้นสนิทกับหลี่เว่ยยาง จึงให้หลี่เว่ยยางมาออกหน้าให้พวกเธอ


    หลังจากหลี่เว่ยยางได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด เดิมทีเธอตั้งใจจะช่วยไกล่เกลี่ยให้ทั้งสองฝ่ายยอมถอยคนละก้าว ซูเหมยเอาไข่สัตว์คู่หูไปได้ แต่ก็ต้องมอบค่าชดเชยให้ผู้หญิงที่เหลือ


    แต่ใครรู้ว่าซูเหมยกลับพึ่งอำนาจของแฟนหนุ่ม ไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อย สุดท้ายเรื่องราวบานปลายจนประนีประนอมกันไม่ได้ ทั้งสองฝ่ายตกลงจะตัดสินแพ้ชนะกันในสนามประลองสัตว์คู่หู ฝ่ายที่ชนะถึงจะเอาไข่ม้าศึกโบราณกลายพันธุ์ไปได้


    แฟนหนุ่มของซูเหมยเป็นนักศึกษาชั้นปีสูงในมหาวิทยาลัยซีหยาง หลี่เว่ยยางเองก็รู้จัก รู้ว่าเขาชื่อเกาหยางและรู้ถึงอำนาจของเขา ทั้งยังมีพลังในระดับที่ไม่แย่ จึงตั้งใจพาหลี่เสวียนมาเพื่อให้ช่วยรวบรวมคนมาเพิ่ม ป้องกันเกาหยางแพ้แล้วไม่ยอมรับ


    แต่ใครจะรู้ว่าเธอโทรหาหลี่เสวียนอย่างไรก็ไม่ยอมรับสาย ไปถึงบ้านก็ไม่เจอตัวเขา จึงต้องดึงตัวโจวเหวินมาแทน


    “พี่เว่ยยาง หลี่เสวียนไม่ได้มา พวกเราจะทำยังไงดี” กลุ่มผู้หญิงต่างแสดงสีหน้ากังวล


    ถึงแม้หลี่เสวียนยังไม่ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยซีหยาง แต่ชื่อเสียงจอมแสบแห่งตระกูลหลี่ของเขากลับโด่งดังไปทั่วลั่วหยางตั้งแต่แรกแล้ว แม้แต่ผู้หญิงกลุ่มนี้ยังเคยได้ยินมา


    อีกทั้งหลี่เสวียนยังไปหาหลี่เว่ยยางเป็นประจำ พวกเธอจึงเคยเห็นหน้า


    “กลัวอะไร มีฉันอยู่ไม่ใช่หรือไง” หลี่เว่ยยางกล่าว


    “แต่เกาหยางแฟนหนุ่มของซูเหมยเป็นรุ่นพี่ปีสี่นะ ได้ยินมาว่าฝีมือร้ายกาจมากเลย...” ผู้หญิงคนหนึ่งพูดอย่างหวั่นวิตก


    “รุ่นพี่ปีสี่แล้วยังไง ก็แค่ระดับธรรมดาเหมือนกัน ฉันมั่นใจว่าจะเอาชนะเขาแล้วชิงไข่สัตว์คู่หูกลับมาได้” หลี่เว่ยยางพูดอย่างมั่นใจ


    โจวเหวินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ในเมื่อหลี่เว่ยยางเป็นพี่สาวของหลี่เสวียน ก็แสดงว่าเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูลหลี่ แต่ทำไมถึงไม่ยอมปล่อยผ่านเรื่องเล็ก ๆ แค่นี้ กลับทำให้เป็นเรื่องใหญ่ถึงขั้นตัดสินกันที่สนามประลองสัตว์คู่หู


    โจวเหวินถูกผู้หญิงกลุ่มนั้นมองข้าม เพราะถึงแม้โจวเหวินจะหุ่นดี แต่เพราะเนื่องจากสูญเสียเลือดมากเกินไป สีหน้าของเขาจึงขาวซีดเหมือนเป็นโรค ดูไม่เหมือนคนที่จะสู้ใครได้


    เมื่อเข้าสู่สนามประลองสัตว์เลี้ยงคู่หูแล้วไปถึงสังเวียนแห่งหนึ่ง ก็เห็นหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งอยู่ไกล ๆ ไม่เพียงแต่จำนวนคนเยอะกว่าฝั่งหลี่เว่ยยาง อีกทั้งส่วนใหญ่ยังเป็นนักศึกษาชายชั้นปีสูง


    นักศึกษาชายชั้นปีสูงหน้าตาหล่อเหลาที่ดูโดดเด่นที่สุด เขานั่งโอบเอวผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนอัฒจันทร์ข้างสนาม เมื่อเห็นพวกหลี่เว่ยยางเดินเข้ามาก็ยิ้มพูด “หลี่เว่ยยาง เธอยังจะกล้ามาอีก”


    “ทำไมฉันต้องไม่กล้ามา เอาชนะนายไม่ใช่เรื่องยากอะไรสักหน่อย ฉันจะเอาไข่สัตว์คู่หูกลับมาให้ได้” หลี่เว่ยยางกล่าว


    “ฉันเองก็เคยได้ยินเรื่องความสามารถของเธอมาบ้าง แต่ถึงขั้นอยากต่อสู้กับฉัน เธอยังอ่อนเกินไปหน่อย อีกทั้งฉันเป็นถึงรุ่นพี่ปีสี่ ก็ไม่อยากรังแกรุ่นน้องอย่างพวกเธอ” เกาหยางยิ้มตาหยีกล่าว


    “เกาหยาง นายหมายความว่ายังไง” หลี่เว่ยยางรู้สึกลางสังหรณ์ไม่ดี


    “ฉันเกาหยางไม่เคยรังแกคนอื่น เลยตั้งใจหารุ่นน้องชั้นปีสองที่เท่ากับพวกเธอมาโดยเฉพาะ ขอแค่คนใดคนหนึ่งในกลุ่มพวกเธอเอาชนะเขาได้ ฉันก็จะยอมยกไข่สัตว์คู่หูให้เธอ แต่ขอบอกไว้ก่อนว่า ต้องเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยซีหยางเท่านั้น ถ้าหาคนนอกมาสู้ถือว่าไม่นับ” เกาหยางพูดจบก็ปรบมือ


    บนอัฒจันทร์ด้านหลังเกาหยางมีคนคนหนึ่งลึกขึ้นยืน


    “กู่เตี่ยน !” เมื่อพวกหลี่เว่ยยางเห็นหน้าคนคนนั้นชัดเจนก็สีหน้าเปลี่ยนทันที ผู้หญิงที่ขวัญอ่อนหน่อยก็ถึงกับตกใจจนแทบร้องไห้


    เมื่อโจวเหวินที่ยืนอยู่ข้าง ๆ มองคนคนนั้นอย่างละเอียดก็ตกใจเช่นเดียวกัน


    ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาไม่เคยเห็นใครที่มีใบหน้าโหดเหี้ยมขนาดนี้มาก่อน


    อัปลักษณ์กับโหดเหี้ยมเป็นสองเรื่องที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คนคนนี้ไม่ได้ดูอัปลักษณ์ แต่หน้าตาดูน่ากลัวราวกับภูตผีปีศาจ ถ้าคนขวัญอ่อนบังเอิญเจอเขาตอนกลางคืน คงจะตกใจจนแทบตาย


    เดิมทีโจวเหวินไม่เชื่อว่าหน้าตาจะทำให้คนตกใจจนแทบขาดใจได้ แต่กู่เตี่ยนคนนี้กลับทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกหวาดกลัวจริง ๆ ถึงขั้นไม่กล้าสบตาอีกฝ่าย


    “เกาหยาง นายต่ำช้ามาก ถึงกับให้กู่เตี่ยนมาสู้แทนนาย นายกลัวแพ้หรือไง” หลี่เว่ยยางพูดด้วยสีหน้าย่ำแย่


    ถึงแม้เธอมั่นใจในฝีมือของตัวเองมาก แต่กู่เตี่ยนคนนี้ไม่ใช่นักศึกษาธรรมดาทั่วไป


    เขาคนนี้มีฉายาในมหาวิทยาลัยซีหยางว่า ปีศาจร้ายโบราณ ไม่เพียงเพราะเขามีร่างกายที่สูงใหญ่เกินสองเมตร และใบหน้าที่โหดเหี้ยมเหมือนภูตผีปีศาจ แต่เพราะเขายังมีพลังฝีมือที่ยากเกินหยั่งถึง พลังลึกลับของเขาแทบจะไร้เทียมทานในหมู่คนระดับธรรมดา


    คนที่กล้าท้าทายรุ่นพี่ชั้นปีสูงตั้งแต่วันแรกที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยซีหยาง ก็มีแค่กู่เตี่ยนเท่านั้น


    ถึงแม้หลี่เว่ยยางไม่เคยประลองฝีมือกับกู่เตี่ยน แต่เขาก็เคยเอาชนะรุ่นพี่ปีสี่ที่ฝีมือไล่เลี่ยกับเธอได้ภายในไม่กี่หมัด หลี่เว่ยยางรู้ดีว่าตัวเองมีโอกาสเอาชนะกู่เตี่ยนไม่สูงเลย


    ซูเหมยที่ซบอบู่ข้างเกาหยางพูดอย่างเย้ยหยันว่า “หลี่เว่ยยาง พูดแบบนี้มันไม่ถูกนะ เกาหยางแค่ไม่อยากรังแกรุ่นน้อง เลยหารุ่นน้องชั้นปีสองมาสู้แทน ทำไมเธอถึงไม่รู้จักแยกแยะ อีกอย่างเราก็ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ การประลองครั้งนี้ห้ามดึงคนนอกมาสู้ ต้องเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยซีหยางเท่านั้น กู่เตี่ยนไม่ใช่นักศึกษามหาวิทยาลัยเราหรือไง ถ้าเธอคิดว่าฝีมือตัวเองไม่ถึง ก็หาคนอื่นมาช่วยได้ พวกเราไม่ได้ห้ามเธอสักหน่อย”