หยู่ถงหันไปจ้องมองใบหน้าคมเข้มที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่ไร้ความรู้สึก นางจะรู้หรือไม่ว่าแววตาที่นางมองมาทำให้เขาปวดใจเพียงใด มู่หยางขบกรามแน่น สตรีที่อยู่ตรงหน้าตนเปลี่ยนไปมากจนเขาใ นางไม่เคยมองตนด้วยสายตาเ็าเช่นนั้นมาก่อน
“ข้ารู้ว่าร่างกายเ้าไม่ค่อยจะแข็งแรง เ้าคงต้องพักฟื้นอีกนานหลายวัน ข้าจะไปต้มแกงบำรุงร้อนๆ มาให้เ้า”
เอ่ยจบมู่หยางก็รีบลุกเดินไปที่ครัวด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด ริมฝีปากหน้ากระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเ้าเล่ห์ ขณะเดียวกัน หยู่ถงก็แอบยิ้มร้ายอยู่ในใจ เมื่อครู่ที่มู่หยางได้โอบกอดตน นางได้กลิ่นของสมุนไพรเจี่ยเช่า หากผู้ใดได้ดื่มสมุนไพรนี้เข้าไปจะพูดความจริงเพียงเท่านั้น นี่คงเป็เหตุที่ทำให้มู่หยางเสนอตัวไปต้มแกงบำรุงมาให้ตน
ที่ห้องครัว มู่หยางพยายามต้มแกงบำรุงให้หยู่ถงอย่างทุลักทุเล สาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างๆ อยากจะเข้ามาช่วยแต่เขาก็ไม่ยอม ั้แ่เล็กจนโตเขาไม่เคยเข้าครัวเลยก็จริง แต่...เมื่อผู้หญิงที่ตนรักเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้ มู่หยางอยากจะรู้ความจริงจากปากของนาง ดูทีท่าของนางแล้ว นางฉลาดและร้ายไม่เบา
“พวกเ้าออกไปก่อนเถิด ข้าอยากอยู่ในนี้ทำเพียงคนเดียว”
“เ้าค่ะ” สาวใช้ในจวนไม่มีผู้ใดกล้าขัดคำสั่งของมู่หยางเลยแม้แต่คนเดียว เพราะพวกนางรู้ว่ามู่หยางเป็คนมีนิสัยอย่างไร
มู่หยางต้มแกงบำรุงให้หยู่ถงอย่างตั้งใจ เขาหยิบเอาห่อยาออกมาลังเลอยู่ครู่นานก่อนจะใส่มันลงไปในแกงร้อน ที่เขาทำไปก็เพื่อความปลอดภัยของนาง มู่หยางขอเพียงรู้ความจริงจากปากนางเป็พอ
มู่หยางเดินถือถ้วยแกงร้อนมาด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง สายตายังคงจับจ้องไปที่สตรีที่นั่งอ่านตำราอยู่ที่เตียงไม่ละสายตา หยู่ถงชำเลืองตามอง ได้กลิ่นแกงร้อนมาแต่ไกลในใจของหยู่ถงก็แอบเศร้าใจอยู่เล็กน้อย
‘เขาไม่เชื่อภรรยาตัวเองอย่างงั้นเหรอ ถึงได้ผสมสมุนไพรเจี่ยเช่าในแกงบำรุงให้ภรรยาตัวเองกิน’
ร่างกำยำเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เตียงก่อนจะหยิบเอาตำราจากมือเล็กวางไว้ข้างๆ หยู่ถงคลี่ยิ้มบางๆ แล้วจับเอาถ้วยแกงจากมือเขามา
“หากท่านสงสัยอะไรในตัวข้าถามตรงๆ จะไม่ดีกว่าหรือ ? ”
สายตาอันเรียบนิ่งของหยู่ถงยังคงจ้องมองถ้วยแกงที่อยู่ตรงหน้า คิ้วหนาขมวดเล็กน้อย ั์ตาคมกระตุกวูบ นางรู้อย่างนั้นหรือว่าเขาใส่อะไรลงไปในถ้วยแกง ?
“ข้าจะสงสัยในตัวเ้าได้อย่างไร ข้ารู้สึกผิดนักที่ไม่ได้อยู่ดูแลเ้า ข้าตั้งใจทำแกงบำรุงนี้ให้เ้านะ”
ริมฝีปากบางกระตุกยิ้ม ‘ผู้ชายคนนี้ตอแหลเก่งจริงๆ เลย’ มู่หยางเฝ้าดูกิริยาของสตรีที่อยู่ตรงหน้าไม่ละสายตา ในความรู้สึกของเขา นางเปลี่ยนไปเป็คนละคนไม่ใช่ฮูหยินคนเดิมของตน แต่...ทำไมใจเขาถึงได้เต้นแรงเช่นนี้
หยู่ถงวางถ้วยแกงบำรุงไว้ที่โต๊ะที่อยู่ข้างๆ อย่างเบามือก่อนจะหยิบตำราขึ้นมาอ่านแล้วกล่าวถ้อยคำว่า
“ข้าไม่รู้ว่าท่านสงสัยอะไรในตัวข้า แต่ข้าอยากจะให้ท่านรู้ไว้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าพบเจอแต่เื่ร้ายๆ เพราะว่าข้าไม่อยากให้ท่านเป็ห่วงข้าถึงไม่ได้เล่าเื่ที่ข้าพบเจอมาให้ท่านเป็กังวล” หยู่ถงหยุดพูดแล้วรินชาขึ้นมาดื่มก่อนจะพูดต่อว่า
“พอเื่มันร้ายแรงขึ้น โชคดีที่ข้าไม่ตายรอดกลับมา ที่น่าเศร้านักคือข้ามิอาจปกป้องลูกในท้องได้ ข้ารู้สึกซึ้งใจยิ่งที่ท่านยอมกลับมาดูดำดูดีข้า เพราะเหตุนั้น คราที่ข้าฟื้นได้สติ ข้าถึงได้สัญญากับตัวเองว่า ข้าจะต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง ต้องเป็สตรีที่แข็งแกร่ง ที่จะไม่ยอมให้คนอื่นรังแกทำร้ายข้าได้” มือเล็กวางตำราลงแล้วหันไปมองหน้ามู่หยางด้วยแววตาที่ผิดหวังเล็กน้อย
“แต่ดูเหมือนว่าท่านจะไม่ดีใจที่ข้าเปลี่ยนไปกลับกันท่านกลับสงสัยในตัวข้า”
ั์ตาคมกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำพูดนั้นออกมาจากปากของนาง ในใจของเขาบีบคั้นเหมือนกำลังจะแหลกสลาย ทว่า...ใบหน้าคมกลับเ็า แววตาอำมหิตจ้องมองสตรีที่อยู่ตรงหน้า
“อย่างนั้นหรือ ? หากเ้าเปลี่ยนไปข้าก็ดีใจ แต่เ้าอย่าลืมนะ ว่าข้าแต่งงานกับเ้ามานาน ก่อนที่ข้าจะไปออกศึก ข้าเคยใช้ชีวิตอยู่กับเ้ามาก่อน เ้าคิดว่าข้าจะไม่รู้อย่างนั้นหรือว่าเ้าเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง? หึ ~”
แววตากลมโตสั่นไหวเล็กน้อย เขารู้อย่างนั้นหรือว่านางไม่ใช่ภรรยาคนเดิมของเขา ? หากเขารู้แล้วอย่างไร? เขาจะฆ่านางอย่างนั้นหรือ? หยู่ถงแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ หันไปหยิบตำราขึ้นมาอ่านต่อ
“ท่านแน่ใจหรือว่าท่านรู้จักฮูหยินของท่านดี ? หากท่านรู้จักข้าดี ท่านคงไม่ปล่อยให้เื่ร้ายๆ เช่นนี้เกิดขึ้นกับข้าหรอก ข้าพูดถูกหรือไม่? ”
พรึ่บ!!! มือแกร่งบีบคอขาวเนียนอย่างแรง สีหน้าของสตรีที่อยู่ตรงหน้าแปรเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำเนื่องจากหายใจไม่ออก มู่หยางขบกรามแน่น หากนางไม่พูดจาเย้าแหย่ตน เขาลงไม่ทำร้ายนางเช่นนี้
“บอกข้ามา !!! ว่าเ้าเป็ใคร?!!! หากมิเช่นนั้นข้าจะฆ่าเ้าเสีย!!!”
หยู่ถงไม่มีทีท่าขัดขืนใดๆ นางกลับหัวเราะเยาะเขา มือเล็กหยิบเอากริชใต้อาภรณ์ออกมาจ่อไปที่คอของมู่หยาง
“มาลองดูกันดีหรือไม่ว่าใครจะตายก่อนใคร ? ” หยู่ถงกดปลายกริชลงไป โลหิตค่อยๆ ไหลซึมออกมา มู่หยางไม่อยากจะเชื่อว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้าตนจะร้ายกาจเช่นนี้
มือแกร่งผละออกจากลำคอระหงของนาง สีหน้าและแววตามองไปที่หยู่ถงอย่างเคืองๆ
“เ้ามิใช่ฮูหยินคนเดิมของข้าแล้ว แต่ข้าก็รู้สึกดีใจยิ่งที่เ้าเข้มแข็งกว่าเมื่อก่อน หากข้าออกศึกข้าจะได้อุ่นใจ”
คิ้วบางขมวดเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าเขากำลังหมายถึงอะไรอยู่ เมื่อครู่เขายังจะบีบคอนางให้ตายอยู่เลย เขาเป็คนแบบไหนกันนะ
“แค่กๆ ข้าไม่รู้ว่าท่านกำลังหมายถึงอะไร”
“ข้า ...” มู่หยางกำลังจะปริปากพูดอะไรบางอย่าง ทว่าครู่นั้นเนี่ยนจินวิ่งมาจากที่ใดไม่รู้วิ่งหน้าตาตื่นกระหนกมาแต่ไกล
“ท่านมู่หยาง ฮูหยินเ้าคะ คุณหนูลู่จื้อมาเ้าค่ะ”
“แล้วอย่างไร เ้าจะมาบอกข้าทำกระไร ? ” มู่หยางเอ่ยถามเสียงเข้มด้วยสีหน้าที่หงุดหงิด
“คุณหนูลู่จื่ออาการไม่ค่อยดีเ้าค่ะ ท่านต้องไปดูเองนะเ้าคะ”
“เ้าว่าอะไรนะ ลู่จื้อป่วยอย่างนั้นหรือ ?!” เนี่ยนจินพยักหน้าเบาๆ มู่หยางเหลือบไปมองหยู่ถง ก่อนจะรีบเดินออกจากจวนไป
คิดถึงเื่ที่สาวใช้คนนั้นบอก ดูท่าแล้วคุณหนูลู่จื้อผู้นี้คงไม่ธรรมดา คงใช้มารยาหลอกล่อให้ท่านแม่ทัพไปหาสินะ หยู่ถงชำเลืองไปมองถ้วยแกงบำรุงที่อยู่บนโต๊ะก่อนจะกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเ้าเล่ห์
ลู่จื้อเดินไปเดินมารอให้มู่หยางมาหาตน เห็นร่างสูงโปร่งอยู่ไม่ไกลกำลังเดินมุ่งหน้ามาที่จวนของตนก็ผุดยิ้มอย่างดีใจ แล้วรีบวิ่งกลับเข้าไปนอนร้องโอดโอยอยู่บนเตียง
“หน้าข้าเป็อย่างไรบ้างซิ่วอิง ? ดูเหมือนคนป่วยหรือไม่? ”
“ดูเหมือนคนป่วยยิ่งเ้าค่ะ ท่านมู่หยางกำลังมาแล้วเ้าค่ะ”
ซิ่วอิงประคองร่างของลู่จื้อนอนลงไปบนเตียงแล้วเล่นละครร้องห่มร้องไห้เหมือนว่ามีใครกำลังจะตาย มู่หยางเดินเข้ามามีสีหน้าเป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด
“ลู่จื้อ เ้าเป็กระไรหรือ ? ” มู่หยางเดินไปนั่งอยู่ข้างๆ เตียง เห็นสีหน้าตัวเล็กซีดเผือดไม่ค่อยดีนักจึงแตะที่หน้าผากดู
“ท่านพี่ ข้าปวดท้องเหลือเกินเ้าค่ะ ข้าปวดแทบแทบจะทนไม่ไหวแล้ว ~”
“ไยเ้าถึงไม่ไปตามหมอมาตรวจดูอาการของนาง” เสียงเข้มเอ่ยถามซิ่วอิงที่นั่งอยู่ข้างๆ พลางดึงผ้าห่มมาคลุมร่างลู่จื้อไว้
“บ่าวไปตามหมอมาแล้วเ้าค่ะ หมอบอกว่ารออีกสักประเดี๋ยวเ้าค่ะ”
“ท่านพี่ ข้าเจ็บจะตายแล้วเ้าค่ะ” ลู่จื้อร้องโอดโอยพลางกอดแขนแกร่งของมู่หยางไปด้วย เพราะคิดว่านางคือน้องสาวจึงไม่ได้มีทีท่ารังเกียจใดๆ
“เ้าอดทนรอสักประเดี๋ยว หมอกำลังมาแล้ว” ลู่จื้อพยักหน้าเบาๆ อย่างเข้าใจ
ทว่าหยู่ถงเดินเข้ามาพอดี มู่หยางหันไปสบตาเข้ากับนาง แต่หยู่ถงกลับเบือนหน้าหนีหันไปมองหน้าลู่จื้อแทน เห็นรอยแดงอยู่บนคอขาวเนียนของนาง มู่หยางแอบรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย ลู่จื้อที่เห็นหยู่ถงตามมาด้วยก็รู้สึกไม่ค่อยจะพอใจนักกอดแขนแกร่งของมู่หยางแน่นกว่าเดิม
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเบาๆ แล้วเดินขยับเข้าไปหยุดอยู่ข้างๆ มู่หยาง สายตามองสำรวจลู่จื้อั้แ่ศรีษะจรดเท้า นี่นะหรือคุณหนูผู้สูงส่ง ทำตัวไม่น่านับถือเอาเสียเลย
“ลู่จื้อ เ้าเป็อะไรหรือ ? ” หยู่ถงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ภายในใจนางรู้ดีว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้ากำลังเล่นละครเรียกร้องความสนใจอยู่
“พี่สะใภ้ ข้าปวดท้องเ้าค่ะ”
“อย่างนั้นหรือ ? ” นางเหลือบมองไปที่มือเรียวที่กำลังกอดแขนสามีนางไว้แน่นก่อนจะเอ่ยถามต่อว่า
“ไยเ้าไม่อยู่ที่จวนเ้าล่ะ เ้ามาที่นี่ทำไมหรือ ?”
“คือว่า...” ลู่จื้อเลิ่กลักไม่รู้จะตอบนางไปว่าอย่างไร สายตาที่หยู่ถงมองไปที่ลู่จื้อทำให้ลู่จื้อกลัวไม่น้อย
“ท่านใต้เท้าไล่คุณหนูออกจากจวนแล้วเ้าค่ะ” ซิ่วอิงนั่งเงียบอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้น หยู่ถงเห็นซิ่วอิงจึงผุดยิ้มที่มุมปาก
“เ้าว่าอะไรนะ ? ท่านอาไล่ลู่จื้ออย่างนั้นหรือ เพราะเหตุใดกัน? ” มู่หยางไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ตนพึ่งจะได้ยินจึงเอ่ยถามขึ้นอย่างโกรธเคือง
“คุณหนูทราบข่าวว่าท่านมู่หยางจะกลับมาที่นี่เ้าค่ะ แต่ใต้เท้าไม่ยอมให้คุณหนูมาเยี่ยมท่านมู่หยางที่นี่เ้าค่ะ ใต้เท้าไม่พอใจมากจึงไล่คุณหนูออกจากจวนไปเ้าค่ะ”
“เอาละๆ ข้าขอดูอาการเ้าหน่อยนะ” หยู่ถงรู้ว่านี่คือแผนของลู่จื้อผู้นี้ คิดอยากจะมาอ่อยสามีของนางถึงในจวนใช่หรือไม่ ได้ นางจะสั่งสอนให้หลาบจำไปเลย
หยู่ถงผลักให้มู่หยางไปยืนข้างๆ ส่วนตัวนางนั่งอยู่ข้างๆ แทน ลู่จื้อขมวดคิ้วสงสัย สีหน้างงๆ ไม่รู้ว่าหยู่ถงจะทำอะไรของนาง มือเล็กหยิบเอาผ้าที่ชุบน้ำเตรียมมาก่อนแล้วออกมา แล้วเช็ดหน้าเรียวสวยของลู่จื้ออย่างแรง มู่หยางถึงกับขมวดคิ้วอย่างสงสัย ไยผ้าเช็ดหน้าถึงได้มีเครื่องแป้งติดออกมาด้วย
“ฮูหยินเ้าคะ” ซิ่วอิงนั่งอยู่ข้างๆ รีบเข้าไปห้ามไว้ ขืนปล่อยให้นางเช็ดตัวให้คุณหนูต่อ ท่านแม่ทัพต้องรู้แน่
“ทำไมหรือ? เ้ากลัวอย่างนั้นหรือ? ” หยู่ถงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง ก่อนจะหันไปเช็ดหน้าของลู่จื้อต่อ ลู่จื้อพยายามเบือนหน้าหนีแต่นางก็ไม่ยอม เช็ดเครื่องแป้งออกจนหมดเกลี้ยง
“ทีนี้เ้าคงจะหายปวดท้องแล้วสินะ สีหน้าเ้าดีขึ้นมากแล้วนิ” หยู่ถงยื่นผ้าให้กับซิ่วอิง ลู่จื้อได้แต่อ้าปากค้างกับการกระทำเมื่อครู่ของนาง
“หยู่ถงเ้า !!!” มู่หยางจ้องหน้าตาเขม็ง แต่นางก็ไม่ได้สนใจ แล้วหันไปพูดต่อว่า
“อยากจะอ่อยสามีผู้อื่นหัดไปคิดเล่ห์กลอุบายมาใหม่นะ มารยานี้ใช้ไม่ได้กับข้าหรอก” หยู่ถงหันไปหยิบเอาถ้วยแกงในมือของเนี่ยนจิน แล้วยื่นไปให้เขา
“หากท่านอยากรู้ว่านางใช้กลอุบายอะไรก็ให้นางกินแกงบำรุงที่ท่านตั้งใจทำนี่สิ ท่านจะได้รู้ความจริงอย่างไรเล่า” มู่หยางถือถ้วยแกงในมือ สายตามองถ้วยแกงไม่กระพริบตา นี่คือแกงที่เขาทำให้นางเมื่อครู่มิใช่หรือ ? ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มที่มุมปาก ‘หยู่ถง เ้าช่างร้ายนัก’