บทที่ 7 ชู้รักบ้านนอก
"ใคร... ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ!"
ผมตะโกนเสียงกร้าวออกไปเสียงดังแข่งกับเสียงนกร้องละแวกบึงน้ำกว้าง แขนแกร่งของผมจำต้องปล่อยกระชับรอบสะโพกผายอวบอัดของบีสะใภ้สาวอย่างแสนเสียดาย บีสะดุ้งตัวโยนรีบขยับถอยตัวห่างไปนั่งปลายเรือขุดลนลาน มือเรียวบางพยายามลูบจัดผ้าถุงสีส้มอ่อนและเสื้อยืดเปียกชื้นแนบเนื้อเต้าโตที่ยับย่นให้อยู่ในสภาพกึ่งเรียบร้อย ใบหน้าสวยนวลซีดสลับแดงด้วยความตื่นตระหนกตกใจอย่างรุนแรง
ผมเพ่งสายตามองฝ่าพุ่มไม้ทึบหนาริมตลิ่งที่ส่งเสียงสวบสาบไม่หยุด ทันใดนั้น ร่างของป้าเรียมป้าข้างบ้านก็ก้าวเดินแหวกดงกล้วยป่าโผล่หน้าออกมา มือหนึ่งถือมีดพร้าปาดและอีกมือหิ้วตะกร้าใส่ผักบุ้งป่าลุยดิน แววตาเรียวเล็กดำคล้ำของป้าเรียมกวาดมองตรงมาที่เรือขุดกลางบึงน้ำของผมกับสะใภ้สาวเขม็ง แฝงประกายความสงสัยจับผิดอย่างเห็นได้ชัด
ก่อนที่ป้าเรียมจะโผล่หัวออกมานั้น บีกับผมพากันมาพายเรือขุดเก็บดอกบัวและหาปลาในบึงน้ำท้ายสวนยางพาราที่กว้างใหญ่และเงียบสงบ ไร้ร่องรอยของคนสัญจร บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความวังเวงแต่ก็แสนร่มรื่น สายลมพัดเอากลิ่นดินโคลนและดอกบัวหลวงหอมอ่อนๆ โชยมาเตะจมูก ผมพายเรือขุดลำเล็กพุ่งช้าๆ ลัดเลาะไปตามดงดอกบัวสีชมพู บีที่นั่งหันหลังให้ผมเอื้อมมือขาวๆ ก้มลงหักก้านบัวขึ้นมาถืออย่างตื่นเต้น ผิวกายขาวผ่องเนียนละเอียดของเธอสะท้อนกับแสงแดดจนระยิบระยับเตะสายตาคนแก่เหลือเกิน
น้ำในบึงใสจนเห็นฝูงปลาซิวว่ายวนไปมาตามกอสาหร่าย บีโน้มตัวเอื้อมมือลงไปในน้ำเพื่อเด็ดสายบัวสีเขียวสดใส นิ้วเรียวนุ่มของเธอแตะสัมผัสเบาๆ โดนมือหยาบกร้านของผมยามที่เอื้อมเข้าไปช่วยจับก้านบัว ความร้อนรุ่มแล่นแปลบปลาบผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ทรวงอกของเราทั้งสองคน บีหันหน้ามาสบตาผม แววตาสั่นระริกชวนให้รักใคร่
ความใกล้ชิดสลัวบวกกับแรงเสน่หาทำให้ผมอดทนไม่ไหว ขยับตัวไปนั่งเบียดชิดซ้อนแผ่นหลังขาวเนียนโอบไหล่ของเธอจากด้านหลัง มือแกร่งลูบไล้ผ่านเรียวขาสวยใต้ผ้าถุงเปียกชุ่ม บีสะดุ้งน้อยๆ ครางอุ๊ยพิงซบลงกอดตอบอย่างประหม่า แต่สุดท้ายก็ยอมโอบกอดคลอเคลียพึ่งพาผมจนหน้าเราห่างกันไม่ถึงนิ้ว บดจูบกันอย่างเมามันส์ปัดเป่าความเหงา จนกระทั่งมีเสียงสวบสาบดังขึ้นขัดจังหวะนี่แหละ
"พี่คร้ามเองเหรอพี่... ทำอะไรกันอยู่กลางน้ำน่ะพี่คร้าม พายเรือเก็บสายบัวหรือจ๊ะ" ป้าเรียมร้องถามเสียงแหลม แววตามองประเมินเนื้อตัวขาวผ่องเปียกชื้นของบีสลับกับความหลวมของกางเกงเลผมที่พึ่งมัดใหม่พะรุงพะรัง
"เออ! กูพาบีมันพายเรือมาเก็บสายบัวไปแกงส้มเย็นนี้น่ะสิเรียม บีมันอยู่ในเมืองไม่เคยเห็นสายบัวในบึงป่า กูเลยพามันมาดู... มึงมีธุระอะไรหรือเปล่าวะ แหลมหน้าโผล่มาแต่ไกลเชียว" ผมปั้นหน้ายิ้มธรรมชาติตอบกลับเสียงดังกลบเกลื่อนพิรุธ แสร้งทำเป็นถือสายบัวขึ้นมาอวดโชว์แก้เก้อ
"ไม่มีอะไรพี่ พอดีหนูเดินมาเก็บผักบุ้งไปผัดเย็นนี้ เห็นเงาคนพายเรือลัดเลาะมานึกว่าใครแอบมาลักลอบหาปลาในเขตสวนยางพี่... งั้นพี่คร้ามรีบเก็บเถอะนะ ท่าทางฝนจะตั้งเค้ามาอีกรอบแล้วล่ะพี่ ยายแช่มก็รอหนูอยู่ที่บ้านด้วย... อ้อ แล้วคืนนี้อย่าลืมเดินไปหาหนูที่บ้านตามสัญญาล่ะพี่" ป้าเรียมพูดยิ้มจิกสายตาแววตาอิจฉาริษยาเล็กๆ ใส่สะใภ้ชาวกรุงคนสวยที่ผิวกายขาวนวลจนน่าหมั่นไส้ ก่อนจะหันหลังย่ำฝ่าพุ่มไม้แห้งเดินทางกลับบ้านไป
เมื่อเงาของป้าเรียมลับสายตาหายไป บีก็พรูลมหายใจยาวเหยียดไหล่บางตกตัวสั่นระริกราวกับยกภูเขาออกจากอก เธอรีบยกมือลูบอกหน้าคู่โตที่ส่ายสะท้านด้วยความกลัวลนลานจนปากคอสั่นระริกหน้าซีดเซียว
"คุณพ่อคะ... บีกลัวป้าเรียมจะสงสัยจริงๆ เลยค่ะ... แววตาป้าเขาดูมองแปลกๆ" บีกระซิบเสียงเบาหวิว มือบางจับขอบเรือไม้พพุงตัวสั่นเทา
"ไม่เป็นไรหรอกลูก พ่อคุยตบตาไปแล้ว ป้าเรียมเขาไม่รู้เรื่องอะไรหรอก... มา เดินทางกลับบ้านกันดีกว่า สายบัวก็น่าจะพอแกงเย็นนี้แล้วล่ะลูก" ผมปลอบโยนเพื่อช่วยลดความกลัวของสะใภ้คนสวย ก่อนจะจับไม้พายจ้วงน้ำพายเรือขุดลำเล็กพาสะใภ้สาวแสนสวยล่องกลับคืนสู่ฝั่งดินเลนใต้เงาสวนยางพาราอันมืดทึม
หลังจากขึ้นฝั่ง บีรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งแยกย้ายเข้าห้องนอนไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเปียกชื้นออกลนลาน ส่วนผมหิ้วตะกร้าใส่ปลาและสายบัวสีเขียวสดมาเตรียมงานครัวหลังบ้านนอก ผมโชว์ฝีมือแกงส้มสายบัวใส่ปลาช่อนตัวอ้วนใหญ่ที่ดักลอบได้ยามเช้า หักก้านบัวดิบๆ ใส่ลงในน้ำแกงสมุนไพรเดือดพล่านรสเผ็ดเปรี้ยว กลิ่นแกงหอมฉุนรสเผ็ดร้อนโชยฟุ้งกระจายไปทั่วลานบ้านใต้ถุนไม้ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดของพวกเรา
ยามเย็นเมื่อเราสองคนนั่งล้อมวงกินข้าวมื้อเย็นกันในความมืดสลัว บีกินแกงส้มสายบัวฝีมือผมอย่างเอร็ดอร่อย เคี้ยวสายบัวกรุบกรอบในปากแก้มใสแดงระเรื่อ แววตาหวานฉ่ำคู่นั้นมองสบตากับผมบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ ท่าทางของสะใภ้ชาวกรุงดูโอนอ่อน ยอมให้ผมตักกับข้าวให้และส่งยิ้มหวานตอบรับสัมผัสจากผมอย่างเต็มใจ ราวกับลืมเรื่องของโอลูกชายผมไปเสียสนิท
บีเล่าให้ผมฟังว่า ในเมืองกรุงไม่มีอาหารรสชาติต้นตำรับแบบนี้ มีแต่ความเร่งรีบและผู้คนพลุกพล่านจนเธอมึนหัว แต่พอได้มาอยู่ที่นี่ ได้กลิ่นดิน กลิ่นป่า และมีผมคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ผมสังเกตเห็นรอยยิ้มและแววตาที่สดใสของเธอ มันทำให้ผมรู้ว่าเธอดูมีชีวิตชีวาและมีความสุขมากแค่ไหน
"แกงส้มฝีมือคุณพ่ออร่อยมากเลยค่ะ... บีไม่เคยทานแกงส้มสายบัวอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย" บีเอ่ยชมพึมพำแววตาปนเสียวหวานสะท้อนแสงไฟตะเกียง
"อร่อยก็กินเยอะๆ ลูก อยู่บ้านนอกกับพ่อไม่มีคอนโดสวยหรู ไม่มีห้างให้เดิน แต่อยากกินอะไรพ่อจะหามาทำให้กินทุกอย่างเลยบีจ๋า" ผมพูดยิ้มๆ สายตาเลื่อนจ้องเนินอกเนื้ออวบอัดล้นทะลักพ้นคอเสื้อของบีชวนให้กลืนน้ำลายเอื๊อก สะโพกของเธอขยับเปลี่ยนท่านั่งเบียดชิดกับต้นขาผมมากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
"แล้วเดี่ยวคืนนี้ต้องคอยระวังฟืนไฟด้วยนะลูก พายุฝนท่าทางจะมาอีกระลอก เดี๋ยวเตาถ่านมอดหมดพรุ่งนี้เช้าพ่อจะต้มไข่เค็มให้กิน" ผมบอกเพิ่มสะใภ้สาวพยักหน้ารับคำเสียงเบา
"ขอบคุณค่ะคุณพ่อ... บีเริ่มชินและชอบที่นี่แล้วล่ะค่ะ... อยู่กับคุณพ่อแล้วบีรู้สึกอบอุ่น... หายเหงาเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ" บีพูดเสียงหวานจ้องหน้าผมเขม็ง สายตาที่เธอมองมาเต็มไปด้วยความหลงใหล ราวกับว่าความชิดใกล้ที่ผมเฝ้าปรนเปรอให้สะใภ้แสนสวยคนนี้ สามารถทดแทนความเหงาและความห่างเหินจากสามีของเธอได้อย่างหมดจด
เมื่อล้างถ้วยชามเสร็จสงัด บรรยากาศรอบข้างเงียบวังเวงไร้สรรพเสียงใด มีเพียงเสียงยอดใบยางพาราดังซู่ๆ ซ่าๆ และแมลงครางต่ำระงม ผมเดินเข้าไปหาบีที่ยืนพิงราวบันไดไม้ชั้นบนมองดูความมืดใต้ถุนบ้าน ผมเอื้อมมือหยาบหนาไปโอบรอบเอวคอดกิ่วของเธอจากทางด้านหลัง ดึงร่างนุ่มละเอียดให้เบียดซบหลังแนบเข้ากับแผงอกแกร่งเปลือยเปล่าของผม บีสะดุ้งตัวโยนน้อยๆ ก่อนจะเอนแผ่นหลังบางซบลงกอดตอบประคองไหล่ผมอย่างแสนคุ้นเคยรักใคร่
"บีจ๋า... พ่อรักบีเหลือเกินลูก อยากอยู่ดูแลบีแบบนี้ตลอดไปจ้ะ" ผมกระซิบเสียงต่ำพร่า เลื่อนมือหนาลูบไล้ผ่านหน้าท้องบางขึ้นไปเค้นขยำเต้านมคู่โตเต่งตึงของเธอเบาๆ ผมสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะท้านจากร่างบาง และน้ำรักที่ไหลซึมเปียกแฉะผ่านต้นขาอ่อนของเธอ
"คุณพ่อคร้าม... บีก็ชอบคุณพ่อค่ะ... บีเริ่มขาดคุณพ่อไม่ได้แล้วค่ะ..." บีกระซิบตอบเสียงหวาน แขนเรียวบางยกขึ้นโอบรอบคอผม ก่อนจะหันหน้ามาบดจูบแลกเปลี่ยนหยาดน้ำลายใสอย่างเร่าร้อนอยู่ตรงชานบ้าน เธอเบียดกายเสียดสีร่องรักเข้าสู้กับแก่นกายหนายักษ์ของผมอย่างลืมอาย
ผมจูบขยี้ริมฝีปากบางอย่างดื่มด่ำจนบีสั่นระริก สะโพกผายเบียดบดเข้ากับแก่นกายยักษ์ใหญ่ใต้กางเกงเลของผมที่ตื่นตัวแข็งขึงเบียดดุนขาอ่อนของเธอเต็มเหนี่ยว ความปรารถนาต้องห้ามลับหลังลูกชายปะทุพล่านยากจะหยุดยั้ง ผมดึงผ้าถุงของบีให้หลวม รวบกอดบั้นท้ายขาวผ่องอย่างเอาแต่ใจ เตรียมประคองเธอเข้าห้องนอนเพื่อเสพสุขร่วมกันให้ถึงใจ
ทว่า... *ตึด... ตึด... ตึด...*
เสียงย่ำฝ่าเท้าหนักหน่วงสวมรองเท้าแตะย่ำขึ้นบันไดไม้หลังบ้านดังสลับเอี๊ยดอ๊าดลั่นสนั่นก้องกังวานลัดเลาะเงียบเชียบขึ้นมาบนเรือนไม้ชานบ้านอย่างกะทันหัน! หัวใจของผมกับบีกระตุกวูบเต้นรัวตูมตามปนเสียวระทึกสุดชีวิต ทั้งคู่รีบผละออกจากกันอย่างรวดเร็วขยับเสื้อผ้าหน้าถุงตัวสั่นลนลานสะท้านใจหาย บีเอามือปิดหน้าตื่นตัวสั่นด้วยความกลัวจับใจหลบหลีกไปแอบอยู่ข้างเสาใหญ่
"พี่คร้าม!... ยายบี!... อยู่บนเรือนกันหรือเปล่าจ๊ะพี่ หนูเอาถาดกล้วยเชื่อมเพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ร้อนๆ มาฝากจ้า!"
เสียงตะโกนของป้าเรียมดังแว่วชัดขึ้นมาตรงปากทางบันไดชานบ้าน พร้อมกับร่างของป้าเรียมที่โผล่พ้นขั้นบันไดขึ้นมาประจันหน้ากับผมและบี พวกเรายืนตัวแข็งทื่อเหงื่อกาฬแตกพลั่กอยู่ตรงหน้าห้องโถงสลัว สายตาแหลมคมของม่ายข้างบ้านจ้องจิกมองมาที่ใบหน้าแดงก่ำตื่นตระหนกและริมฝีปากที่เจ่อบวมของสะใภ้คนสวยตาไม่กะพริบ บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดจนผมได้ยินเสียงลมหายใจหอบกระตุกของตัวเองและบี... ความลับต้องห้ามกำลังจะถูกเปิดโปงคาตาต่อหน้าป้าเรียมเสียแล้ว!
---