“เหตุใดจึงทำหน้าเช่นนั้น”
“ข้ารู้สึกเป็ห่วงองค์ชายรอง การปราบฏครั้งนี้ มีทหารเพียงหยิบมือที่ติดตามไป หากเกิดอะไรขึ้นจะมีผู้ใดส่งข่าวให้พวกเรารู้? ยิ่งกว่านั้นองค์ชายหยางเติ้งดูมั่นใจในการปราบฏครั้งนี้มาก ว่าจะเป็ผู้นำชัยชนะกลับมา ข้าคิดว่าเขาต้องมีแผนการที่ไม่น่าวางใจ” เซียวจ้านได้ยินดังนั้นจึงวางถ้วยชาลงด้านข้าง
“เ้าเป็ห่วงเขา ทั้งที่เขาทำอย่างนั้นกับเ้า? หากเป็อย่างที่ข้าภาวนาก็ดี ตายกลางสนามรบ ข้าจะไม่เสียใจเลย” เขาพูดด้วยความขุ่นมัว ก่อนหยางเอ๋อจะเอ่ยขึ้น
“ท่านจะต่อว่าข้าหรือไม่ หากข้าอยากให้ท่านคอยติดตามช่วยเหลือองค์ชายรองอยู่ห่าง ๆ” สายตาสั่นไหวของหยางเอ๋อทำให้องค์ชายสี่ รู้สึกเ็ปอย่างบอกไม่ถูก เขาแน่นิ่งไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงบางเบา
“หากเป็ข้า? เ้าจะห่วงเช่นนี้หรือไม่” สายตาคู่คมมองอีกฝ่ายแน่นิ่ง ก่อนนางจะหลบสายตา แล้วนิ่งเงียบไม่ตอบคำถาม
“...”
“แต่เอาเถอะ! ข้ารู้ดีกว่าอะไรเป็อะไร ในเมื่อเ้าอยากให้ข้าตามไปช่วยเขา เพราะความเป็ห่วงล่ะก็ ข้าก็จะทำ แต่ต้องหลังจากจับชายชุดดำให้ได้ก่อน” ว่าแล้วเซียวจ้านก็หยิบกระบี่แล้วเดินออกจากตำหนักไป
หยางเอ๋อเดินตามออกมาส่ง พร้อมสายลมแห่งความหนาวพัดวูบเข้ามาปะทะกาย ร่างสูงของเซียวจ้านในชุดน้ำเงินค่อย ๆ เดินห่างออกไป พร้อมความคิดของหยางเอ๋อผุดขึ้น
‘ท่านก็เหมือนพี่ชายแท้ ๆ ของข้า เหตุใดข้าจะไม่ห่วง ห่วงเท่าชีวิตของข้า!’ นางยืนมองร่างของเขาจนลับสายตา ก่อนยี่หวางจะเดินเข้ามาแล้วสวมเสื้อขนสัตว์ให้พระชายาพร้อมเอ่ยขึ้น
“อากาศหนาว เหตุใดจึงออกมายืนตากหิมะเพียงลำพังเช่นนี้เพคะ กลับเข้าตำหนักเถอะนะเพคะ” ว่าแล้วหยางเอ๋อก็เบี่ยงกายเดินกลับเข้าตำหนักไป
ขณะที่ขบวนเสด็จขององค์ชายหยางเติ้ง มุ่งตรงไปยังเมืองไห่โจว ชายชุดดำสองคนก็เข้ามารายงานความคืบหน้า ก่อนองค์ชายหยางเติ้งจะค่อย ๆ เปิดผ้าม่านที่คลุมรถม้า แล้วมองตรงมายังคนของเขาด้วยสายตาแน่นิ่ง
“ทูลองค์ชาย ตลอดเวลาที่กองกำลังขององค์ชายรองเสด็จออกจากวังหลวง ภายในตำหนักของพระชายาไม่มีทหารคุ้มกันเพิ่มเติมแต่อย่างใด นางยังคงใช้ชีวิตเป็ปกติ มีเพียงแค่องค์ชายสี่ที่คอยดูแลเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ” สายตาแน่นิ่งของหยางเติ้งขบคิดบางอย่างแล้วเอ่ยขึ้น
“ไม่แม้แต่จะส่งคนคุ้มกันพระชายาของตัวเองงั้นเหรอ?”
“กำลังทั้งหมด ถูกส่งมาคุ้มกันขบวนเสด็จขององค์ชายอี้เทียนหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ชายชุดดำยังคงรายงานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“หรือตลอดเวลาที่ผ่านมาข้าคาดเดาผิด?” องค์ชายหยางเติ้งพึมพำ ก่อนจะยกมือขึ้นแล้วรับสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“นับจากนี้ พวกเ้าไม่ต้องคอยจับตาดูพระชายาหยางเอ๋ออีกแล้ว ให้มารวมกับกองกำลังของท่านตา แล้วทำตามแผนที่วางไว้ทั้งหมด”
“พ่ะย่ะค่ะ” ชายชุดดำน้อมกายเคารพ แล้วรีบไปทำหน้าที่ทันที
ภายในตำหนักเหมยอ้าย องค์ชายสี่ นั่งตบยุงพลันสังเกตตามกำแพงที่หยางเอ๋อบอกว่าพบชายชุดดำซุ่มมองอยู่บ่อย ๆ เขาหาวสองสามครั้งแล้วสะบัดหน้าไปมา ก่อนจะหันมารินชายกดื่ม เวลาผ่านไปค่อนคืน ยังคงพยายามนั่งเท้าคางรอชายชุดดำที่ว่า ก่อนฝีเท้าของใครบางคนจะมาหยุดอยู่ด้านหลัง
“ไม่เห็นจะมีชายชุดดำที่ว่าเลยล่ะ” เขาพูดพร้อมหันกลับไปพบกับร่างของยี่หวาง ถือชาโถใหม่มาวางไว้ให้ พร้อมเสื้อขนสัตว์ ยื่นให้อีกฝ่ายด้วยกิริยาอ่อนน้อม
“หม่อมฉันให้พระชายาพักผ่อนแล้วเพคะ ถึงแม้คืนนี้หิมะไม่ตก แต่ยิ่งดึกอากาศก็ยิ่งหนาว สวมไว้หน่อยจะดีกว่า” เขายกริมฝีปากขึ้นเล็กน้อย แล้วเอื้อมไปหยิบเสื้อขนสัตว์มาคลุมกาย
“หม่อมฉันคิดว่า คนพวกนั้นคงไม่กล้ามาแล้วล่ะ”
“แน่ล่ะ ใครจะกล้าต่อกรกับข้า!” เขาพูดอย่างภูมิใจ พลันรินชาร้อน ๆ ใส่ถ้วยอย่างใจเย็น โดยมียี่หวางคอยดูแลอยู่ใกล้ ๆ ไม่ห่างไปไหน
หลายคืนผ่านไปเมื่อพบว่าชายชุดดำไม่แวะเวียนมาอีก เซียวจ้านจึงใช้ม้าเร็ว มุ่งหน้าตรงไปสมทบขบวนขององค์ชายรองในทันทีด้วยความรีบร้อน
“ปากก็บอกว่าอยากให้องค์ชายรองตาย แต่ดูแล้วองค์ชายสี่ เป็ห่วงองค์ชายรองไม่น้อยเลยนะเพคะ” ยี่หวางหันมาหาพระชายา ท่ามกลางละอองหิมะโปรยลงมาไม่ขาดสาย
“พวกเขาโตมาด้วยกัน เป็พี่น้องที่รักกันมากกว่าพี่น้องคนอื่น องค์ชายสี่แม้จะมีนิสัยมุทะลุไปบ้าง แต่ลึก ๆ แล้ว ข้ารู้ว่าเขารักองค์ชายรองมากแค่ไหน ต่อให้ข้าไม่ขอร้อง เขาก็ตามไปช่วยอยู่ดี” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใจจริงอยากติดตามไปดูแลใกล้ชิด แต่กลัวว่าต้องเป็ตัวถ่วงให้ทุกคน จึงยอมอยู่ที่ตำหนักตามคำสั่งขององค์ชายสี่
“หวังว่าทุกคนจะปลอดภัย และองค์ชายรองได้รับชัยชนะกลับมา” เมื่อได้ยินดังนั้น ยี่หวางก็หน้าเง้า แล้วพูดขึ้น
“กลับมาแล้วยังไง ข้างกายขององค์ชายรองก็เป็แม่นางหลี่เถียนเปาอยู่ดี กลับมาเพื่อทำร้ายจิตใจของพระชายา หม่อมฉันไม่อยากเห็นพระองค์โศกเศร้าเสียใจ เพราะองค์ชายรองอีกแล้วเพคะ” หยางเอ๋อยิ้มแล้วหันมายังยี่หวาง
“หากเขารักกันจริง ข้าก็จะสละตำแหน่งพระชายาให้กับหลี่เถียนเปา เท่านี้ทุกอย่างก็จบ” พูดจบหญิงสาวก็เบี่ยงกายเดินกลับเข้าตำหนักเหมยอ้ายไป