บทที่ 12 สายเรียกเข้า (รีไรท์)
“เหวินโหร่วกลับมาแล้วเหรอ” ไม้กวาดด้ามใหญ่ที่ถูกง้างขึ้นสูงหมายจะฟาดใส่บุคคลที่เป็น้องชายกลับชะงักงัน เมื่อผู้เป็แม่เปิดประตูเข้ามาพร้อมทั้งตะกร้าใส่มันสำปะหลังที่อยู่ในมือ
ภาพที่หลี่เยี่ยนหราน เห็นช่างเป็ภาพที่ทำร้ายจิตใจผู้เป็แม่ได้อย่างแสนสาหัส ตะกร้ามันสำปะหลังในมือร่วงหล่นทำให้มันสำปะหลังที่เพิ่งล้างมาใหม่ ๆ หล่นกระจายไปทั่วบริเวณ เธอรีบก้าวเข้าไปยืนปกป้องต้าเหวินโหร่วอีกทั้งยังดึงกระชากไม้กวาดในมือของลูกคนโตมาเหวี่ยงมันทิ้งลงพื้น
“จะตีน้องงั้นเหรอ เหวินฟู่”
“...” ไร้คำตอบที่ออกมาจากปากของต้าเหวินฟู่ ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีไปอีกทางเมื่อภาพที่ผู้เป็มารดาออกตัวปกป้องคนเป็น้องถึงขนาดนั้น ก็ยิ่งสร้างความขุ่นเขืองที่เขามีต่อน้องชายอยู่แล้วเป็ทุนเดิมให้มากยิ่งขึ้น
“แกจะตีน้องงั้นเหวินฟู่ ฉันไม่เคยสอนให้พี่น้องมาทำร้ายกันเช่นนี้!”
“มันไม่เคารพผม อีกทั้งยังพูดจาดูถูกหลันฮวา หากปล่อยไว้เช่นนี้ก็จะยิ่งหนักข้อ สู้สั่งสอนมันไปตอนนี้ไม่ดีกว่าเหรอ”
“สั่งสอนอย่างนั้นเหรอ” หลี่เยี่ยนหลานเอ่ยทวนประโยคเมื่อครู่ของลูกชายคนโตไปด้วยความกรุ่นโกรธ
“คนอย่างแก มีสิทธิ์สั่งสอนใครได้ด้วยเหรอ แกทำอะไรไม่ประสบความสำเร็จสักอย่าง ในขณะที่เหวินโหร่วกลับพยายามหาเงินมาจุนเจือครอบครัวเช่นนี้ แกยังมีหน้าจะไปออกคำสั่ง สั่งสอนน้องได้อย่างนั้นเหรอ”
“...ถือหางกันเข้าไปเถอะ สักวันหากผมร่ำรวยขึ้น มีเงินมีทองใช้ไม่ขาดมือเมื่อไหร่ก็อย่ามาขอความช่วยเหลือจากผมก็แล้วกัน แม่ก็รอให้ลูกชายคนโปรด ที่หามื้อกินมื้อเช่นนี้เลี้ยงไปจนแก่เฒ่าเสีย” เอ่ยจบเช่นนั้นก็เดินหนีออกไปในทันที ในขณะที่หลงหลันฮวามองต้าเหวินโหร่วด้วยสายตาแค้นเคือง ก่อนจะรีบไล่ตามผู้เป็สามีไป
“ทำไมคุณถึงไม่สั่งสอนมัน ไม่กล้างั้นเหรอ”
“...ไม่กล้า? พูดเช่นนั้นได้อย่างไรหลันฮวา คุณก็เห็นว่าผมพยายามแค่ไหน เหวินโหร่วมีแม่คอยให้ท้ายเช่นนั้น คุณคิดว่าผมจะทำอะไรได้มากกว่านี้อีกงั้นเหรอ”
“ทำได้สิ หากมีแม่คุณคอยให้ท้าย คุณก็สั่งสอนแม่คุณด้วยเลยสิ แม่ของคุณก็ใช่ว่าจะดีเสียเมื่อไหร่ เพราะหากดีจริงพ่อของคุณที่เป็ถึงลูกชายตระกูลใหญ่โตจากเมืองหลวงที่มีฐานะร่ำรวยเช่นนั้น คงไม่ทิ้งไปแต่งงานใหม่หรอกไม่ใช่เหรอ จริง ๆ หากตอนนั้นแม่ของคุณใช้มารยาจับลูกชายตระกูลดังที่แต่งงานมาเป็สามีได้อยู่หมัด คอยปรนนิบัติรับใช้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องในหน้าที่ ป่านนี้ครอบครัวของคุณก็สุขสบาย กินดีอยู่ดีกันอยู่บนกองทองแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วฉันก็ไม่ต้องมาใช้ชีวิตลำบากลำบน อดมื้อกินมื้อ ทนกัดก้อนเกลืออยู่แบบนี้เช่นกัน หากเื่นี้จะโทษใคร คนคนนั้นก็ควรจะเป็แม่ของคุณนั่นแหละ ต้าเหวินฟู่”
“คุณนี่ ช่างเป็สามีที่ไม่ได้เื่เลยจริง ๆ” หลงหลันฮวาด่าทอผู้เป็สามีอย่างพอใจก่อนที่เธอจะเดินออกไปด้วยความโกรธที่ยังหลงเหลืออยู่เพราะไม่สามารถจัดการบุคคลที่ต่อว่าตัวเองได้ อีกทั้งยังมาได้สามีที่ไม่ได้เื่ได้ราวเช่นนี้อีก
ช่างน่ารำคาญใจเสียจริง
…
“เป็อย่างไรบ้างเหวินโหร่ว เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” หลี่เยี่ยนหรานเอ่ยถามบุตรชายคนกลางตนด้วยสายตาที่เป็ห่วงเป็ใย ก่อนจะใช้มือจับไปตามลำตัวของบุตรชายเพื่อหาาแเพราะหากต้าเหวินโหร่วได้รับาเ็จากคนในครอบครัวแม้แต่เพียงนิดเดียว เธอจะไปจัดการต้าเหวินฟู่ให้หลาบจำเสียทีจะได้ไม่มาทำเช่นนี้กับน้อง และหัวอ่อนเชื่อฟังภรรยามากเกินควร
“เหวินโหร่วไม่เป็ไร มันสำปะหลังหล่นหมดแล้ว แม่ไปพักเสียเถอะทำงานมาเหนื่อย ๆ เดียวมันสำปะหลังพวกนี้เหวินโหร่วจะเก็บเอง” หลี่เยี่ยนหรานหยักยิ้มบางออกมา เธอลูบแขนต้าเหวินโหร่วไปมาเบา ๆ ก่อนจะเดินไปนั่งบนเก้าอี้ไม้เก่า ๆ เพื่อพักผ่อนเพราะเธอเองก็รับรู้ได้ว่าร่างกายของเธอก็แทบจะไม่ไหวเช่นกัน มองดูลูกชายคนกลางของตนนั่งเก็บมันสำปะหลังจนหมดก่อนจะเอามันพวกนั้นออกไปล้างใหม่เพื่อล้างคราบสกปรก
ตะกร้ามันสำปะหลังที่มีน้ำหยดลงมาตามพื้นวางลงบนแค่ไม้ตัวเก่า ต้าเหวินโหร่วเช็ดมือที่เปียกชื้นไปด้วยน้ำลงกับเสื้อของตัวเองจนเป็หย่อม ๆ ก่อนจะล้วงเอาเงินค่าแรงที่อยู่ในกระเป๋าของตนออกมาแบ่งให้ผู้เป็แม่ได้ใช้จ่ายในแต่ละวัน
“เก็บไว้ใช้จ่ายของตัวเองบ้างเถอะ เหวินโหร่ว” หลี่เยี่ยนหรานดันมือลูกชายกลับไป
ชายหนุ่มส่ายหน้าไปมา หากวันใดที่ทำงานนายจ้างก็มักจะเลี้ยงอาหารอยู่แล้ว เขาเลยไม่มีเหตุให้ต้องใช้จ่าย ต่างจากแม่ที่ต้องใช้เงินในการซื้อกับข้าวเพื่อให้พอต่อปากท้องสำหรับคนในครอบครัว เงินเ่าั้เลยไม่ใช่เื่จำเป็สำหรับเขาเสียเท่าไหร่ หากแต่ต้าเหวินโหร่วก็ยังเจียดเงินเพียงไม่กี่หยวนเพื่อสะสมเอาไว้สำหรับอนาคต
ดวงตาคู่คมลดระดับลงมองเศษเหรียญในมือเพียงไม่กี่หยวนของตน หากจะเก็บสะสมเพียงแค่เศษเหรียญที่เหลือจากการให้แม่แล้ว จะต้องใช้เวลาอีกกี่ชาติกว่าที่เขาจะยกระดับฐานะตัวเองให้ดีขึ้นกว่าที่เป็อยู่ได้ หรืออย่างนั้นเขาควรที่จะหางานเพิ่มเพื่อที่จะได้เงินมากพอที่ตนเองจะให้แม่สำหรับเป็ค่าใช้จ่าย และมากพอที่เขาจะเก็บสะสมเอาไว้สำหรับภายภาคหน้า
“เหวินโหร่วคิดว่าควรจะหางานเพิ่มเสียหน่อย แม่ว่าอย่างไร?”
“หางานเพิ่มเป็เื่ที่ดี แต่หากมันเกินกำลัง ฝืนร่างกายจนเจ็บป่วยภายหลังอาจจะต้องมานั่งคิดว่ามันจะคุ้มค่ามากพอหรือไม่” หลี่เยี่ยนหรานพูดด้วยความเป็ห่วง
ชายหนุ่มยกยิ้ม เขาหย่อนตัวลงนั่งบนแคร่ไม้ใกล้หลี่เยี่ยนหราน ก้มมองฝ่ามือที่ทั้งหยาบกร้านและแห้งแตก จนกลัวที่จะััใคร เพราะกลัวว่ามือของเขาจะสากจนทำให้อีกฝ่ายเจ็บได้
“เหวินโหร่วถนัดงานใช้กำลัง อีกทั้งยังได้ออกกำลังกายไปในตัวคงไม่เจ็บป่วยง่ายขนาดนั้น”
“เงินสำคัญ แต่สุขภาพของเราก็สำคัญเช่นกัน หากทำงานหนักเพื่อเก็บเงินมาทั้งชีวิตแต่กลับมาป่วยจนต้องเอาเงินที่เก็บสะสมเอาไว้เพื่อมารักษาตัวเองมันก็ไม่สมควร และเป็การทำงานโดยเปล่าประโยชน์ แม่ภูมิใจที่เหวินโหร่วเป็คนที่เก่ง และขยันเช่นนี้ แต่อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย”
“ส่วนเงินที่เหวินโหร่วให้ในแต่ละครั้งก็พอซื้ออาหารมากักตุนเอาไว้ได้เป็อาทิตย์ รวมกับอาหารที่รัฐบาลคอยจุนเจืออยู่เช่นกัน หากไม่ฟุ่มเฟือยจนเกินไปก็อาจจะมีเหลือเก็บไว้ใช้ได้ แม่ถึงบอกให้เหวินโหร่วเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็ หรือไม่อย่างนั้นก็อาจจะเก็บสะสมเอาไว้สำหรับใช้จ่ายในอนาคต”
“เหวินโหร่วเข้าใจดี แต่ก็ยังอยากให้แม่ได้ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพบ้าง”
“เื่นั้นเหวินโหร่วไม่ต้องเป็ห่วงหรอก อาหารในหมู่บ้านก็ล้วนเป็อาหารที่ปลอดสารพิษไม่มีผลเสียแน่นอน”
“ค่อยถือว่าคุ้มค่ากับที่เหวินโหร่วทำงานหนักเสียหน่อย” หลี่เยี่ยนหรานหยักยิ้ม วางมือลงบนศีรษะของลูกชายทั้งยังลูบไล้กลุ่มผมไปมาด้วยความอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด ในขณะสายตาที่ทอดมองมาทอประกายแวววาวอย่างเปี่ยมสุข
“แกไปทานข้าวเถอะ แม่ทำอาหารไว้ให้แล้ว ทานเสร็จก็นอนพักผ่อนเอาแรงเสียหน่อย ส่วนเื่เหวินฟู่กับหลันฮวาก็อย่าเก็บไปคิดมาก เพราะไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย” ต้าเหวินโหร่วพยักหน้า ก่อนจะสอดสายตาราวกับกำลังมองหาใครอีกคน เพราะั้แ่เข้ามากลับไม่เห็นอีกฝ่ายปรากฎตัวเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่วันนี้เป็วันหยุด
ต้าหนิงจิน น้องสาวคนสุดท้องของครอบครัวตระกูลต้า ไม่ได้อยู่ที่บ้านในตอนนี้