ทุกถ้อยคำที่อรรณพบรรยายออกมานั้นทำให้ใบหน้าของสมชายค่อย ๆ แดงระเรื่อ สายตาเป็ประกายขึ้นทีละน้อย
“โห... ฟังแล้วข้ารู้สึก... เอ่อ...มันน่าสนใจชิบหายเลยว่ะ” สมชายหัวเราะกลบเกลื่อนแต่ในแววตากลับฉายความตื่นเต้นแปลกประหลาด
อรรณพยิ้ม
“ถ้าเอ็งสนใจ ข้าว่าลองไปเจอหมอแพรดูเองก็ได้เธอเก่งจริง ๆ”
สมชายยกแก้วขึ้นดื่มอึกใหญ่ก่อนวางลงพลางถอนหายใจ
“เออ... ข้าก็มีเื่ไม่สบายใจอยู่เหมือนกันแต่ไม่ใช่เื่มีลูกหรอกว่ะ”
“อ้าว แล้วเื่อะไรล่ะ?”
อรรณพถามด้วยความสงสัย
สมชายยกมือเกาศีรษะอย่างลังเลแต่สุดท้ายก็ยอมบอกเพียงคร่าว ๆ
“ก็... เื่การอยู่กินกับเมียข้านี่แหละว่ะเื่บนเตียงน่ะแหละ มันไม่ราบรื่นอย่างที่คิด ข้ารู้สึกอึดอัดเหมือนกันเลยอยากหาทางออก... แต่เอาไว้เหอะ เอ็งไม่ต้องห่วง”
อรรณพฟังแล้วก็พอเข้าใจแต่ไม่ได้ซักไซ้อะไรต่อ เขารู้ดีว่าสมชายมักเป็คนเก็บงำปัญหาไว้กับตัวเสมอ
ทว่าแววตาที่อีกฝ่ายเปล่งประกายขึ้นยามที่เขาเล่าถึงหมอแพรมันทำให้อรรณพมั่นใจว่า สมชายคงตัดสินใจแน่ว่าจะไปพบเธอในไม่ช้า
่เวลาบ่ายวันนั้นทั้งคู่ดื่มกันอย่างออกรสเสียงหัวเราะดังไปทั่วร้าน แต่ในใจของสมชายกลับเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากลอง
เสียงแก้วเบียร์กระทบกันดัง กริ๊กอรรณพยกดื่มจนหน้าแดงระเรื่อ รอยยิ้มบนใบหน้าเต็มไปด้วยความผ่อนคลายเขากำลังนั่งเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ในร้านอาหารที่อบอวลด้วยกลิ่นเครื่องเทศและเสียงคุยจ้อกแจ้กของผู้คนรอบข้าง
“สมชาย... ข้าว่าเอ็งต้องลองจริง ๆ ว่ะ”
อรรณพเอ่ยเสียงกรึ่ม ๆ พลางหัวเราะในลำคอ
“ข้าก็อยากไปนะ แต่จะนัดยังไงวะเดี๋ยวคงไม่มีคิวหรอก คนไข้หมอเขาคงจะเยอะน่าดู” สมชายยังลังเล
อรรณพหัวเราะ หึ ๆก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์คลินิกส่วนตัวของหมอแพรวทันทีด้วยอารมณ์คึกคัก
เสียงปลายสายคือพยาบาลที่เป็ผู้ช่วยประจำคลินิกหลังจากอรรณพสอบถามว่าเย็นนี้มีคิวว่างหรือไม่ เธอก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสุภาพว่า
“วันนี้คุณหมอแพรวมีคิวว่าง่ห้าโมงเย็นพอดีค่ะถ้าคนไข้้าจะเข้ามาตรวจใน่เวลาที่บอกนี้ ต้องรีบเข้ามาตอนนี้เลยนะคะพยาบาลจะทำการจองคิวไว้ให้ค่ะ”
“เอ่อ... คือมีเพื่อนผมอยากเข้ามาตรวจด่วน รบกวนช่วยจองตารางนัดไว้ให้เลยนะครับเขากำลังจะรีบเข้าไปที่คลินิกครับ”
อรรณพยิ้มกว้าง หันไปบอกข่าวดีกับสมชาย
“เอ้า! เอ็งได้คิวแล้ว อีกครึ่งชั่วโมงรีบไปเลย!”
สมชายถึงกับตาโตรีบยกมือเรียกพนักงานเช็คบิลทันที
“น้อง เก็บเงินโต๊ะนี้เลยครับ”แล้วหันไปยกมือปฏิเสธ ไม่ให้เพื่อนสนิทแย่งจ่าย
“วันนี้ข้าเลี้ยงเองเว้ยถือว่าค่าครูที่เอ็งช่วยชี้ช่องทาง์ให้”
อรรณพหัวเราะลั่น
“ฮ่า ๆ ๆ ดี ๆ ขอบใจเอ็งมากเว้ยที่เลี้ยงข้าวเอ็งไปเหอะ ข้ารับรองเลยว่าเอ็งได้กลับบ้านพร้อมความเบาสบายตัวแน่ ๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
สมชายยื่นแบงก์จ่ายเงินท่าทางร้อนรนจนพนักงานยังแอบหัวเราะในใจ เขารีบคว้ากุญแจรถแล้วลุกขึ้นยืน
“งั้นข้าไปก่อนนะเว้ยอรรณพ เดี๋ยวไม่ทันคิว”
“โชคดีเว้ยเพื่อนรัก!”
อรรณพะโตามหลังด้วยเสียงเมา ๆ แต่แอบลุ้นไปกับเพื่อนของเขาว่าหลังจากไปเจอหมอสาวแล้วเหตุการณ์จะเป็ยังไงต่อไป
สมชายเดินก้าวยาว ๆ ออกไปจากร้านอากาศยามเย็นภายนอกยังไม่มืดสนิทดีนัก ไฟถนนเริ่มสว่างขึ้นเป็แถวยาวเขารีบก้าวขึ้นรถ สตาร์ทเครื่องเสียงดัง ครืน แล้วเหยียบคันเร่งออกไปทันที
ใจเขาเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็มาก่อนทั้งตื่นเต้น ทั้งสงสัย ทั้งอยากรู้ว่า... การรักษาที่หมอแพรวจะมอบให้เขาจะเป็เช่นเดียวกับที่อรรณพเล่าไว้หรือไม่
แต่รสนิยมของเขามันแตกต่างจากเพื่อนสนิทโดยสิ้นเชิงนี่สิ… หวังว่าเธอจะตอบสนองเขาได้มากกว่านั้น
….
่เย็นวันนั้น เสียงกริ่งประตูหน้าคลินิกดังขึ้น
“สวัสดีครับคุณหมอแพรว”
เสียงทุ้มๆ ของชายหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของ สมชาย ก้าวเข้ามาในห้องตรวจ
พยาบาลผู้ช่วยแจ้งให้หล่อนทราบว่า สมชายเป็เพื่อนสนิทของอรรณพทำให้หมอแพรวรู้สึกคุ้นเคยเป็พิเศษ ใบหน้าของเขามีแววประหม่าเล็กน้อย
“สวัสดีค่ะคุณสมชาย เพื่อนของคุณอรรณพใช่ไหมคะมีอาการเป็อย่างไรมาคะ เชิญเล่าให้หมอฟังได้เลยค่ะ”
หมอแพรวเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มหวานหยดมองสำรวจคนไข้หนุ่มตรงหน้าจากหัวจรดเท้า
สมชายทำท่าอ้ำ ๆ อึ้งๆใบหน้าแดงก่ำขึ้นมาเล็กน้อย
“คือ ผมมีเื่อยากจะปรึกษาคุณหมอครับ เื่บนเตียงของผมกับภรรยาน่ะครับ”
เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
หมอแพรวขมวดคิ้วเล็กน้อยเธอพยายามซักถามอาการคนไข้อย่างใจเย็น
“มีปัญหาอะไรคะ?เล่าให้หมอฟังได้เลยค่ะ ไม่ต้องอายหมอถือว่านี่คือเคสทางการแพทย์ค่ะ”
เธอจ้องมองเข้าไปในดวงตาของสมชายอย่างเชื้อเชิญ
สมชายถอนหายใจเฮือกใหญ่เหมือนรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี
“คือ ผมทำแบบธรรมดากับเมียไม่ได้น่ะครับคุณหมอผมชอบแบบแปลก ๆ แต่เมียผมรังเกียจ ไม่ยอมทำให้เลย”
เขาพูดเสียงอ่อยลงตอนท้ายประโยคราวกับกลัวว่าหมอจะรังเกียจ
หมอแพรวสนใจทันที ดวงตาของเธอเป็ประกาย
‘แปลก ๆ เหรอ? น่าสนใจดีนี่กำลังมองหาความท้าทายใหม่อยู่เลย’
“แปลก ๆ นี่แปลกขนาดไหนคะ?ลองเล่าให้หมอฟังเป็รูปธรรมได้ไหมคะ หมอจะได้วินิจฉัยถูกถ้าไม่เห็นภาพ หมอก็ให้คำแนะนำที่ถูกต้องไม่ได้นะคะ”
เธอจงใจเน้นคำว่า เห็นภาพเพื่อให้สมชายเล่าออกมาให้ละเอียดยิ่งกว่านี้
สมชายก้มหน้างุด ๆ อย่างอาย ๆแต่ความ้าที่จะได้รับการบำบัดก็เอาชนะความเขินอาย
“คือว่า เอ่อ น้องชายผมมันจะไม่ค่อยแข็งน่ะครับคุณหมอถ้าหากไม่โดนเมียเอานิ้วแหย่ 'รูจีบ' ด้านหลังของผมก่อนน่ะครับ”
เขาพูดเสียงแ่ลงจนแทบจะไม่ได้ยิน
หมอแพรวถึงกับหลุดยิ้มหวานจับใจ
‘อ้อ เื่นี้เอง นึกว่าเื่อะไรนี่มันของถนัดของหมอเลยนะเนี่ย’
เธอเพิ่งได้บทเรียนสำคัญมาจากประสบการณ์อันเร่าร้อนจากยามที่คอนโดมาเมื่อคืนนี้
‘นี่แหละ วิชาใหม่ที่เพิ่งเรียนมาสด ๆ ร้อน ๆจะได้เอามาใช้กับคนไข้จริงซะที’
“โอ๊ย เื่ธรรมดามากเลยค่ะคุณสมชายไม่ต้องกังวลนะคะ”
หมอแพรวกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจทำให้สมชายรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเปราะหนึ่ง
“จริง…จริงหรือครับคุณหมอ ผมคิดว่าผมไม่ปกติแล้วซะอีกแบบที่เมียผมชอบด่าว่าผมเป็พวกโรคจิต”
“จริงสิคะคุณสมชายคุณไม่ได้เป็โรคจิตอะไรหรอกค่ะ เป็แค่รสนิยมทางเพศแบบหนึ่งเท่านั้นเองค่ะ”
“ว่าแต่ว่า…แล้วคนไข้ชอบให้แหย่แบบไหนคะ?เอานิ้วแหย่เฉย ๆ หรือว่าอยากให้ทำอย่างอื่นร่วมด้วยคะ แล้วมีท่าทางพิเศษอะไรเป็พิเศษไหมคะ”
เธอจงใจยื่นหน้าเข้าไปใกล้สมชายมากขึ้น
สมชายเงยหน้าขึ้นมองหมอแพรว ด้วยความใระคนดีใจราวกับเจอทางสว่าง
“จริงเหรอครับหมอ ผมนึกว่าผมเป็โรคจิตซะอีกคือว่า… ผมชอบให้ฝ่ายหญิงช่วยเอาลิ้นเลียแบบว่า…ล้างตู้เย็น ให้ผมก่อนน่ะครับ แล้วค่อยเอานิ้วแหย่ตามเข้าไป ผมถึงจะแข็งตัวมาก ๆถึงจะทำต่อกับเมียได้ครับ”
หลังจากเล่าความ้าเบื้องลึกในจิตใจของตนจนหมดเกลี้ยงแล้วดวงตาของสมชายเริ่มมีประกายแวววาวด้วยความหวัง
‘หึหึ ล้างตู้เย็นเหรอ งานถนัดหมอเลยนะเนี่ย’
หมอแพรวคิดในใจ เธอไม่ได้ยิ้มแค่ที่มุมปากแต่รอยยิ้มของเธอแผ่ไปทั่วใบหน้าดุจนางมารร้ายแสนสวย
“คุณสมชายคะพูดแค่นี้หมอยังไม่เห็นภาพเท่าไหร่ค่ะ หมอจะวินิจฉัยถูกต้องได้อย่างไรถ้าไม่ได้เห็นอาการจริงจัง”
เธอเว้นวรรคเล็กน้อยอย่างมีนัยยะ
“ลองให้หมอทำดูก่อนดีไหมคะจะได้วินิจฉัยได้ถูกต้อง และคุณจะได้จัดการกับอาการนี้โดยเร็ว”
สมชายถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ
‘อะไรนะ หมอจะทำให้เหรอ นี่มันเกินคาดจริง ๆไม่เคยคิดเลยว่า กูจะโชคดีขนาดนี้’