“หนิงเอ๋อ...ข้า...ข้ามีเื่อยากพูดกับเ้า” หยุนไป๋เรียกน้องสาว
“พี่ใหญ่มีอะไรจะพูดกับข้าหรือเ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อวางมือจากงานในไร่แล้วมองหน้าพี่ชาย แต่อีกฝ่ายก็ยังยืนนิ่ง “ถ้าท่านไม่มีอะไรจะพูด ข้าจะไปทำงานต่อแล้วนะเ้าคะ”
“เดี๋ยว!” หยุนไป๋สูดลมหายใจเข้าลึกๆ “เ้ารู้ใช่ไหมว่าท่านพ่อกับท่านแม่้าให้เ้าแต่งงานกับตาเฒ่าหม่า”
“ไม่ใช่แค่ท่านพ่อกับท่านแม่ แต่ข้ายังรู้ว่าท่านกับพี่สะใภ้ก็อยากให้ข้าแต่งกับตาเฒ่าคนนั้นเหมือนกันใช่ไหมเ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อยิ้มเยาะพี่ชาย “ทำไมหรือเ้าคะ ตาเฒ่าหม่าเสนอเงินให้พวกท่านเท่าไหร่ สามตำลึง ห้าตำลึง หรือว่าสิบตำลึง ตอนนี้พวกท่านคงรอไม่ไหวจนอยากมาเร่งให้ข้าแต่งออกไปแล้วกระมัง”
“ความจริงแล้วตาเฒ่าหม่าเสนอเงินสินสอดเพื่อที่จะแต่งกับเ้าเป็เงินถึงห้าตำลึง และเขายังเสนอให้ข้า เอ่อ...วางยาแล้วพาเ้าไปส่งที่บ้านของเขา โดยที่เขาจะไม่จัดงานแต่งให้เ้า จากนั้นเขาจะเอาเงินเพิ่มให้ข้าอีกสี่ตำลึง เดิมทีข้าคิดจะเอาเงินจำนวนนี้แบ่งกันคนละครึ่งกับท่านแม่ แต่ข้ารู้ว่าเ้าไม่อยากแต่งกับตาเฒ่าหม่า ข้าสามารถช่วยเ้าให้พ้นจากการแต่งงานครั้งนี้ได้ แต่ข้าขอค่าตอบแทนเป็เงินยี่สิบตำลึงได้ไหม”
“ข้าจะเอาเงินมาจากไหนตั้งยี่สิบตำลึง ตอนนี้ทั้งตัวข้ายี่สิบอีแปะยังไม่มีเลยเ้าค่ะ”
“เ้าอย่ามาโกหก ข้ารู้ว่าที่เ้าไปที่ร้านขายผ้าแห่งนั้นเพราะเ้าเอาของไปขาย ไม่อย่างนั้นเ้าคงไม่ไปที่ร้านนั้นบ่อยๆ หรอก”
“ท่านแอบติดตามข้าอยู่หรือเ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อหุบยิ้ม
“ข้าแค่อยากรู้ว่าเ้าเข้าเมืองไปกับพี่เปียวทำไมแค่นั้นเอง แต่ไม่นึกว่าจะเห็นเ้าไปที่ร้านผ้า และเถ้าแก่เนี้ยร้านนั้นก็ต้อนรับเ้าเป็อย่างดี ถ้าเ้าไม่ได้เข้าไปซื้อของก็หมายความว่าเ้าต้องเอาของเข้าไปขาย ข้าพูดไม่ถูกหรือไง”
“ข้าแค่เข้าไปดูผ้าสวยๆ ตามประสาผู้หญิงเท่านั้น” หยุนหนิงเอ๋อยังปฏิเสธ
“หนิงเอ๋อ เ้าคงไม่รู้ว่าตัวเ้าเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหนสินะ ข้าเชื่อว่าที่เ้าไปร้านผ้าแห่งนั้นเ้าต้องเอาของบางอย่างไปขายแน่นอน เพราะไม่อย่างนั้นร่างกายเ้าจะเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดนี้หรือ ทั้งๆ ที่ท่านแม่ให้เ้ากินแค่น้ำข้าวต้ม หรือบางวันยังให้เ้าอดข้าวด้วยซ้ำ แต่ตัวเ้ากลับไม่ได้ผอมเหมือนเมื่อก่อน กลับกันเ้ายังดูสุขภาพดีขึ้นมาก ที่เป็อย่างนี้เพราะอะไร ถ้าไม่เพราะเ้าเอาเงินจากการค้าของเ้ามาซื้ออาหารบำรุงตัวเอง”
หยุนหนิงเอ๋ออดที่จะทึ่งกับการช่างสังเกตของพี่ชายไม่ได้ แต่จะให้นางยอมรับง่ายๆ ก็ไม่ได้เหมือนกัน “ข้าได้กินของดีๆ ก็เพราะครอบครัวของลุงใหญ่ถังให้ข้ามาต่างหาก”
หยุนไป๋พูดอย่างจริงจังอีกครั้ง “หนิงเอ๋อ เ้าดีกับครอบครัวลุงใหญ่ถังถึงกับสอนสูตรทำอาหารให้พี่เปียวไปเปิดแผงขายของในเมือง แต่ทำไมเ้าไม่ดีกับครอบครัวของเราบ้าง”
“ครอบครัวที่ใช้แรงงานข้าอย่างกับทาสและคิดจะขายข้าอยู่ตลอดเวลาน่ะหรือเ้าคะที่ท่านอยากให้ข้าช่วย”
“แต่เมื่อก่อนเราก็ดีกับเ้ามากนะ จนกระทั่ง...” หยุนไป๋กัดริมฝีปากตัวเอง การที่น้องสาวถูกปฏิบัติไม่ดี ส่วนหนึ่งก็มาจากบิดา มารดา และตัวเขาเอง แต่สาเหตุสำคัญมาจากครอบครัวของลุงใหญ่ต่างหาก แล้วถ้าเขาพูดออกไปน้องสาวจะเชื่อคำพูดของเขาไหม
“จนกระทั่งอะไร ท่านอยากพูดอะไรกันแน่” หยุนหนิงเอ๋อเริ่มสนใจคำพูดของพี่ชาย นางกำลังอยากรู้ที่มาที่ไปของตัวละครแต่ละคนและเื่ราวก่อนที่นางจะเข้ามาอยู่ในนิยายเื่นี้อยู่พอดี ตอนนี้นางเป็นางเอกของเื่ไม่ใช่แค่ตัวประกอบอีกแล้ว เพราะฉะนั้นภูมิหลังจึงเป็สิ่งที่นางควรรู้และให้ความสำคัญมากที่สุด
หยุนไป๋รู้สึกสับสนกับความคิดของตัวเองมาก แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเล่าความจริงทั้งหมด “ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเ้าจะเชื่อในสิ่งที่ข้ากำลังจะเล่าให้ฟังไหม แต่ข้าก็อยากให้เ้ารู้เื่ราวทุกอย่าง”
“ท่านเล่ามาเถิดเ้าค่ะ ที่เหลือข้าจะเป็คนตัดสินใจเอง” หยุนหนิงเอ๋อเห็นท่าทางของพี่ชายจึงคิดว่าเื่นี้ต้องมีบางอย่างไม่ถูกต้อง และก็น่าแปลกที่แค่เห็นท่าทางของพี่ชาย นางก็เชื่อเขาไปส่วนหนึ่งแล้ว บางทีความรู้สึกนี้อาจจะเป็สายสัมพันธ์พี่น้องก็ได้
หยุนไป๋เริ่มเล่าย้อนไปเมื่อตอนที่หยุนหนิงเอ๋ออายุได้สิบขวบ ตอนนั้นครอบครัวของพวกเขายังเป็เพียงครอบครัวอ่อนแอและมักถูกคนเอาเปรียบอยู่เสมอ ในปีนั้นท่านปู่เสียชีวิตเพราะเป็ไข้ป่า พ่อหยุนที่เป็ลูกคนเดียวของท่านปู่จึงได้รับมรดกเป็ที่ดินสิบหมู่มา
แต่ไม่รู้ว่าลุงใหญ่ถังไปเอาหนังสือส่งมอบมรดกของท่านปู่จากที่ไหนมาอ่านให้ผู้นำตระกูลฟังว่าที่ดินทั้งสิบหมู่นั้นจะยกให้หยุนซาน (พ่อหยุน) แค่ห้าหมู่ และอีกห้าหมู่จะยกให้หยุนถัง (ลุงใหญ่ถัง) เพื่อให้หยุนถังช่วยดูแลครอบครัวของหยุนซานต่อไป และในหนังสือนั้นมีลายนิ้วมือของท่านปู่ประทับไว้อย่างชัดเจน
พ่อหยุนที่อ่านหนังสือไม่ออกก็ไม่นึกติดใจ แต่ความลับไม่มีในโลก ลุงใหญ่ถังพลั้งปากพูดเื่นี้ให้สหายของเขาที่เดินทางมาจากต่างอำเภอฟัง แต่เพราะสหายคนนี้ชอบดื่มเหล้าเป็ชีวิตจิตใจ เมื่อเขาเผลอดื่มเหล้าเข้าไปมากๆ เขาจึงเล่าความลับนี้ออกมาจนหมด พ่อหยุนเริ่มโวยวายอยากจะได้ที่นาของตัวเองคืน แต่สุดท้ายก็สู้ลุงใหญ่ถังที่มีบุคลิกเที่ยงตรงไม่ได้ อีกทั้งลุงใหญ่ถังเพิ่งได้รับเลือกให้เป็หัวหน้าหมู่บ้าน ดังนั้นจะมีใครกล้าไปต่อกรกับหัวหน้าหมู่บ้านคนใหม่กัน
พ่อหยุนกับครอบครัวจึงได้แต่เก็บความแค้นเอาไว้ แต่เื่ไม่จบเท่านั้น เพราะสหายของลุงใหญ่ถังคนนั้นแม้จะดูเป็คนไม่เอาการเอางานและชอบดื่มเหล้ามาก แต่ความสามารถด้านการดูดวงของเขาก็ถือว่าเป็เลิศที่สุด สหายท่านนั้นดูดวงให้ว่าครอบครัวของลุงใหญ่ถังกำลังจะมีเคราะห์ หากได้อุปการะเด็กหญิงสักคนก็จะทำให้ครอบครัวของเขาแคล้วคลาดมีแต่ความรุ่งเรือง
และบังเอิญที่ตอนนั้นหยุนหนิงเอ๋อล้มป่วยพอดี ลุงใหญ่ถังกับสหายจึงวางแผนร้ายขึ้นมา โดยบอกว่าหากครอบครัวของพ่อหยุนยังเลี้ยงดูหยุนหนิงเอ๋อต่อ อาจจะมีคนในครอบครัวตายตามท่านปู่ไป จะเรียกหยุนหนิงเอ๋อเป็ตัวซวยของครอบครัวก็ว่าได้
พ่อหยุนที่เพิ่งสูญเสียบิดา ทั้งยังถูกโกงที่ดินไปอีกก็เชื่อคำพูดของหมอดูทันที เขาจึงเริ่มทุบตีลูกสาวและทารุณลูกสาวั้แ่วันนั้น เป็ผลให้ลุงใหญ่ถังมาขอรับหยุนหนิงเอ๋อไปอุปการะเพื่อเสริมดวงให้ครอบครัวของตนเองได้อย่างแเีโดยที่ไม่มีใครนึกสงสัย อีกทั้งผู้คนในหมู่บ้านยังชื่นชมกับความมีน้ำใจของลุงใหญ่ถังอีกต่างหาก
แต่ความลับนี้กลับถูก ‘หยุนเฮ่า’ ลูกชายคนรองของลุงใหญ่ถังนำไปบอกให้หยุนไป๋รู้ เป็เพราะหยุนเฮ่ากับหยุนไป๋อายุเท่ากันและเป็เพื่อนเล่นด้วยกันมาั้แ่เด็ก อีกทั้งนิสัยของหยุนเฮ่าก็เป็คนซื่อตรงและรักความยุติธรรมมาก ในเมื่อเขารู้ว่าเื่ที่หยุนหนิงเอ๋อถูกใส่ร้ายว่าเป็ตัวซวยล้วนเป็เื่โกหก เขาจะปล่อยให้ญาติผู้น้องถูกคนเข้าใจผิดแบบนั้นไม่ได้
เมื่อเขานำเื่นี้ไปบอกหยุนไป๋ เด็กชายทั้งสองคนก็ไปเล่าให้พ่อหยุนฟัง พ่อหยุนยังคงเชื่อคำทำนายของหมอดู แต่เพราะเขายังโกรธลุงใหญ่ถังที่มาโกงที่ดินของเขาไป ในเมื่อลูกสาวจะเป็ตัวนำโชคเพื่อส่งเสริมให้ครอบครัวนั้นร่ำรวย เขาก็จะไม่ยกลูกสาวให้ไปอยู่บ้านหลังนั้นหรอก พ่อหยุนจึงปฏิเสธที่จะให้ลูกสาวย้ายไปอยู่ที่บ้านลุงใหญ่ถังอย่างไม่สนใจอาการป่วยของนาง พอลุงใหญ่ถังรู้ว่าหยุนเฮ่าก่อเื่เข้าแล้ว เขาจึงจับหยุนเฮ่ามาขังและทุบตีเพื่อให้ลูกชายรับปากว่าจะไม่เอาเื่นี้ไปพูดที่ไหนอีก
หยุนเฮ่าแทบไม่อยากจะเชื่อว่าบิดาที่ดูซื่อสัตย์และเป็คนดีของเขาจะมีนิสัยแท้จริงสุดเลวร้ายเช่นนี้ เขารู้สึกผิดหวังกับบิดาเป็อย่างมาก แต่เด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีที่ไม่เคยเห็นโลกภายนอกและใช้ชีวิตอยู่ภายใต้กรอบของบิดามารดามาตลอดจะคิดอะไรได้เมื่อบิดาอ้างเหตุผลเื่บุญคุณและความกตัญญูขึ้นมา
หยุนเฮ่ายอมรับปากว่าเขาจะไม่นำเื่นี้ไปบอกใครเพื่อถือว่าเป็การทดแทนบุญคุณที่บิดาเลี้ยงดูเขามาตลอดสิบห้าปี แต่เขาก็มีคำขอสุดท้ายที่อยากจะขอกับบิดาเหมือนกัน คือเขาอยากให้บิดาทำหนังสือตัดสัมพันธ์ให้เขา เพราะเขาคงนับถือบิดาที่เป็คนเลวเช่นนี้ไม่ได้
ลุงใหญ่ถังได้ฟังเหตุผลก็โกรธหยุนเฮ่าเป็อย่างมาก เขาจึงทำหนังสือตัดสัมพันธ์กับลูกชายทันที โดยเขาให้เหตุผลกับคนอื่นว่าเป็เพราะลูกชายทำตัวเป็อันธพาลจนไม่อาจเลี้ยงดูต่อไปได้ เขาที่เป็หัวหน้าหมู่บ้านจะเข้าข้างลูกชายไม่ได้ จำเป็ต้องตัดสัมพันธ์กับลูกชายเพื่อให้ชาวบ้านเห็นถึงความจริงใจ หยุนเฮ่าหอบหนังสือตัดสัมพันธ์ออกจากบ้านไปด้วยความผิดหวัง
แต่ลุงใหญ่ถังกลับได้รับการยอมรับจากชาวบ้านมากกว่าเดิม ทำให้ชื่อเสียงเื่ความซื่อสัตย์และยุติธรรมของเขาโด่งดังไปทั่วรัศมีสิบลี้เลยทีเดียว
ส่วนหยุนไป๋ก็เริ่มถูกอันธพาลในหมู่บ้านรังแกและทุบตีอย่างไม่มีสาเหตุ โดยเื้ัก็เป็ฝีมือของลุงใหญ่ถังและหยุนเปียวที่คอยส่งสัญญาณให้อันธพาลเ่าั้นั่นเอง เมื่อหยุนไป๋ถูกทุบตีมากเข้าก็กลายเป็คนเก็บตัวและไม่กล้าพูดจาส่งเดชอีก แม้แต่เื่ที่น้องสาวถูกใส่ร้ายว่าเป็ตัวซวยเขาก็ไม่คิดที่จะบอกใครแล้ว กลับกันบางครั้งเขายังเผลอคิดไปจริงๆ ว่าน้องสาวอาจเป็ตัวซวยเหมือนอย่างที่หมอดูบอกก็ได้ ไม่เช่นนั้นตัวเขาคงไม่ถูกคนมารุมทำร้ายอย่างไม่มีสาเหตุ และหยุนเฮ่าคงไม่ถูกตัดสัมพันธ์และต้องออกไปจากหมู่บ้านตัวคนเดียวแบบนั้น
หยุนหนิงเอ๋อนั่งฟังเื่ที่พี่ชายเล่ามาอย่างไม่อยากเชื่อ เวลานี้นางพูดไม่ออกแล้ว เื่ราวในนิยายที่นางได้อ่านไม่มีเื่ของหยุนหนิงเอ๋อคนนี้อย่างละเอียดเลยจริงๆ มีเพียงบางฉากที่ให้ได้รู้ว่านางมีตัวตนอยู่ในหมู่บ้านสกุลหยุนนี้เท่านั้น และความทรงจำของเ้าของร่างเดิมก็ไม่มีส่งต่อมาให้นางเหมือนกัน
หยุนไป๋ที่เห็นน้องสาวเงียบไปก็ไม่นึกแปลกใจ “เ้าคงไม่เชื่อที่ข้าพูดสินะ แต่ก็ไม่น่าแปลกหรอก เพราะั้แ่ที่เกิดเื่กับครอบครัวเราและอาเฮ่าคราวนั้น ท่านลุงใหญ่กับพี่เปียวก็สร้างภาพเป็คนดีต่อหน้าคนอื่นมาตลอด อย่าว่าแต่เ้าที่มองพวกเขาว่าเป็คนดี คนในหมู่บ้านก็มองพวกเขาว่าเป็คนดีกันทั้งนั้น”
“ท่านพูดถึงพี่เปียวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ยังมีเื่อะไรที่ข้าไม่รู้อีกไหมเ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อเลือกที่จะฟังเื่ราวอื่นต่อ