วันรุ่งขึ้น ณ ลานคัดเลือก สำนักเทียนอวิ๋น
“วันนี้ศิษย์ใหม่ทุกคนจะต้องเข้าไปในแดนลับ เพื่อหาสัตว์ขี่ของตนเอง หากครั้งนี้ใครไม่ได้สัตว์ขี่ออกมา ก็ต้องเดินไปไหนมาไหน และรอเข้ามาอีกครั้งพร้อมศิษย์น้องของพวกเ้า ในครั้งต่อไป” หลี่เฉินหลงพูดขึ้น
คำกล่าวนี้ ทำให้เหล่าศิษย์ใหม่ต่างตื่นเต้น บางคนก็กังวล กลัวว่าจะหาสัตว์ขี่ไม่ได้ ทำให้เกิดเสียงพูดคุยดังขึ้น
“เงียบก่อน” หลี่เฉินหลงบอกให้ทุกคนอยู่ในความสงบ แล้วก็ยกบางสิ่งขึ้น “ส่วนนี่คือหยกเหมันต์ที่พวกเ้าจะต้องพกติดตัวเข้าไป หากพวกเ้า้าออกจากแดนลับหรือตกอยู่ในอันตรายให้หักหยกนี้ หลังจากนั้นพวกเ้าก็จะถูกส่งออกมา พวกเ้าจงรักษามันไว้ให้ดีเข้าใจหรือไม่ ? ”
สิ้นเสียงนี้ หยกเหมันต์ ก็ปรากฏขึ้นที่เอวของศิษย์ใหม่ทุกคน สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่พวกเขาเป็อย่างมาก
หลี่เฉินหลงยิ้มบาง ๆ มองไปยังเหล่าศิษย์ใหม่อย่างใจเย็น "ข้ารู้ว่าพวกเ้าอาจจะกังวล แต่จงมีสติภายในแดนลับแห่งนี้ มีอันตรายอยู่ทุกที่และมีสัตว์อสูรระดับสูงอยู่ไม่น้อย ดังนั้นพวกเ้าอย่าประมาท"
"สัตว์ขี่ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็ม้าเสมอไป พวกมันอาจจะเป็นกั์ แมลงปอ หรือแม้แต่สัตว์เลื้อยคลานก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกเ้า และข้าขออวยพรให้พวกเ้าโชคดี! "
สิ้นเสียงนั้น ทุกคนที่ลานคัดเลือกก็หายไป ปรากฏตัวอีกครั้งที่หน้าประตูขนาดใหญ่
“เข้าไปได้” เสียงของหลี่เฉินหลงดังขึ้น
พร้อมกับประตูมิติขนาดใหญ่เปิดออก เหล่าศิษย์ใหม่ต่างสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะก้าวเข้าไปสู่ดินแดนอันลี้ลับ เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์
ทันทีที่เหล่าศิษย์ใหม่ก้าวผ่านประตูมิติ พวกเขาแต่ถูกนำพาไปในที่ที่ต่างกันออกไป
ดินแดนลับแห่งนี้แตกต่างไปจากโลกภายนอกโดยสิ้นเชิง อากาศบริสุทธิ์ เย็นสบาย เต็มไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ป่า แสงแดดอ่อน ๆ ลอดผ่านป่าไม้เขียวขจี เสียงนกร้องเพลงขับขานดังก้องป่า
อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความสวยงามของแดนลับยังแฝงไว้ด้วยอันตราย
“แดนลับนี้ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แต่ดูเหมือนครั้งนี้ข้าจะถูกส่งมาในที่ที่ต่างไปจากเดิม” หลิวซินหลินพึมพำกับตัวเองเมื่อเข้ามาในแดนลับแล้ว ก่อนจะเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้า
“ว๊าวนั่น ตังเซียมพันปีนิ” หลิวซินหลินอุทานออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะเพลิดเพลินไปกันการเก็บสมุนไพรหายาก
ทันใดนั้นเอง เขาก็รับรู้ถึงไอพลังที่แข็งแกร่งแผ่ออกมาเป็ระลอก แต่อ่อนแอลงเรื่อยๆ “สัตว์อสูรระดับ 5! แต่ดูจากพลังที่ส่งออกมา เหมือนกับว่ามันกำลังาเ็หนัก”
สัตว์อสูรของแดนลับแห่งนี้ มีความแข็งแกร่งระดับ 1-7 เรียงความแข็งแกร่งจากน้อยไปมาก
นอกจากนี้แดนลับแห่งนี้ไม่ได้เป็ของสำนักเทียนอวิ๋น ผู้บำเพ็ญพเนจรและผู้แข็งแกร่งนิกายอื่น หากแข็งแกร่งมากพอก็สามารถเข้ามาในแดนลับนี้ได้
ผู้คนส่วนมากที่เข้ามาที่นี่ ก็จะมาตามล่าหาสมบัติ ล่าสัตว์อสูรได้ เก็บสมุนไพร เป็ต้น
หลิวซินหลินเดินมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่พลังแผ่ออกมา ระหว่างทางเขาต้องระวังอันตรายต่าง ๆ ทั้งสัตว์อสูร พืชพิษและอีกมากมาย เพราะในแดนลับแห่งนี้มีอันตรายอยู่รอบทิศ
ในที่สุดหลิวซินหลินก็มาถึงจุดหมาย เขาพบสัตว์อสูรร้ายขนาดมหึมานอนนิ่งอยู่บนพื้นดิน สัตว์อสูรตัวนี้มีรูปร่างคล้ายกวาง หัวเหมือนั มีเขาเดียว เกล็ดสีน้ำเงินคล้ายัปกคลุมลำตัว หางยาวเหมือนหางวัว มีเท้ากีบเหมือนม้า พลังของมันแผ่ออกมาอย่างน่าเกรงขาม
แต่สภาพของสัตว์อสูรตัวนี้น่าห่วง ร่างกายเต็มไปด้วยาแเืไหลอาบพื้น พลังของมันอ่อนแอลงเรื่อย ๆ อย่างเห็นได้ชัด ดูเหมือนว่ามันจะได้รับาเ็สาหัสจากการต่อสู้
หลิวซินหลินตัดสินใจเข้าช่วยเหลือสัตว์อสูรตัวนี้ แม้ว่ามันจะเป็สัตว์อสูรร้าย แต่เขารู้สึกสงสารและเห็นใจ เขาค่อย ๆ เข้าหาสัตว์อสูรอย่างระมัดระวัง
กรอ~~~~
มันคำรามขู่ออกมา
สัตว์อสูรตัวนั้นตื่นขึ้นมา มันจ้องมองหลิวซินหลินด้วยความโกรธแค้น แต่ทว่าพลังของมันอ่อนแอเกินกว่าจะต่อสู้ได้ เพียงคำรามขู่เท่านั้น
“เ้าใจเย็น ๆ ก่อนนะ ข้ามาดีข้าจะมาช่วยเ้า” หลิวซินหลินพูดขึ้น และดูเหมือนกับว่ามันจะฟังภาษามนุษย์ออก มันจะมีท่าทางสงบลง
หลิวซินหลินค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้มัน และต้านทานแรงกดดันจากพลังที่มันแผ่ออกมา จนลูบที่ตัวของมันได้
“เ้ารอแป๊บหนึ่งนะ ข้าของหาของดูก่อน”
หลิวซินหลินค้นหาของในถุงเฉียนคุนของเขา เพื่อหาสิ่งที่จะมารักษาสัตว์อสูรตรงหน้าได้
“เจอแล้ว โสมหมื่นปีข้าพึ่งเก็บได้เมื่อกี้นี้เอง” หลิวซินหลินพูดด้วยรอยยิ้มออกมา
หลังจากนั้น เขาก็รักษาาแให้กับสัตว์อสูรนั้นตามวิชาแพทย์ที่เคยเรียนมาจากผู้าุโสาม ิเจ๋อฉือ สัตว์อสูรตัวนั้นค่อย ๆ สงบลงพลังที่แผ่ออกมา แข็งแรงมากขึ้นแต่ไม่ได้กดดันหลิวซินหลินอีกต่อไป
ขณะที่หลิวซินหลินกำลังรักษาาแให้กับสัตว์อสูร เขาสังเกตเห็นลูกสัตว์ตัวเล็ก ๆ นอนขดอยู่ที่หน้าท้องของมัน ลูกสัตว์ตัวนั้นมีรูปร่างคล้ายแม่มัน แต่มีสองเขา เกล็ดสีทอง ลูกของมันตัวเล็กเทียบเท่ากระต่ายตัวหนึ่ง กำลังหลับสนิทขดอยู่ที่หน้าท้องของผู้เป็แม่ ดูเหมือนจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น
หลิวซินหลินรู้สึกว่าลูกสัตว์อสูรตัวนี้น่ารักมาก ‘อยากเลี้ยงจัง’ แต่เมื่อััได้ถึงสายตาแม่ของมันที่มามอง ทำให้เขาเก็บความคิดนั้นไป
หลิวซินหลินใช้เวลาหลายชั่วยามรักษาาแให้กับสัตว์อสูร ในที่สุดาแของมันก็เริ่มหาย สัตว์อสูรรู้สึกดีขึ้น มันลุกขึ้นยืนก้มหัวลงให้กับหลิวซินหลินเป็การขอบคุณ
หลิวซินหลินยิ้มกว้างให้มัน ก่อนจะเห็นลูกน้อยของมันตื่นสะลึมสะลือ ลุกตามผู้เป็แม่
“น่ารักจังเลย”
แต่เมื่อสายตาของสัตว์อสูรน้อยมองเห็นหลิวซินหลิน มันก็แยกเขี้ยวใส่เขา และวิ่งไปหลบอยู่ข้างหลังผู้เป็แม่
สัตว์อสูรแม่ส่งเสียงร้องอย่างอ่อนโยนเหมือนจะบอกให้ลูกของมันอย่ากลัว หลิวซินหลินยิ้มให้กับสัตว์อสูรตัวน้อย
“ขอบคุณผู้มีพระคุณที่ช่วยข้าเอาไว้”
หลิวซินหลินรู้สึกประหลาดใจมาก เขาไม่เคยได้ยินสัตว์อสูรพูดได้มาก่อน
“เ้าพูดได้” หลิวซินหลินเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง ด้วยความไม่อยากเชื่อ
"ใช่ ข้าเป็สัตว์อสูรระดับ 6 ย่อมพูดภาษาของพวกท่านได้" สัตว์อสูรอธิบายแต่หลิวซินหลิน
หลิวซินหลินพยักหน้า "เป็แบบนี้นี่เอง เยี่ยมไปเลย แล้วเ้าชื่ออะไร? "
“ข้ามีนามว่าหยุนหลิน ผู้มีพระคุณมีสิ่งใดบ้างที่ข้าจะตอบแทนท่านได้ ท่าน้าสมบัติหรือไม่ข้าจะพาท่านไป"
“ไม่ ๆ ข้าหลิวซินหลิน เป็ศิษย์สายในของสำนักเทียนอวิ๋น เข้ามาที่นี่เพียงเพื่อหาสัตว์ขี่ก็เท่านั้น! ส่วนสมบัติอย่างอื่นข้าไม่้าหลอก”
หลิวซินหลินหลังจากผ่านความตายมาแล้วครั้งหนึ่ง เขาก็ไม่ได้หลงในวัตถุอีก เพราะยามที่ตายไปแล้วก็เอาอะไรไปด้วยไม่ได้
“สำนักเทียนอวิ๋น ข้าก็ว่าแล้วเหตุใดถึงได้กลิ่นที่คุ้นเคยบนกายของท่าน”
“กลิ่นที่คุณเคย? ” หลิวซินหลินก้มลงดมตามเสื้อผ้าของเขา
“ใช่ บนตัวของท่านคล้ายกับมีกลิ่นของท่านประมุขเทียนมู่เฉิน ไม่มีผิด”
“หา จะเป็ไปได้อย่างไร ข้าและท่านประมุขไม่เคยพบเจอกันมาก่อน” หลิวซินหลินพูดออกมาด้วยความมึนงง ก่อนจะยิ้มออกมาแล้วถามกลับไป “เ้ารู้จักและเคยเ้าท่านประมุขด้วยหรือ? ”
“ใช่ ครั้งหนึ่งท่านประมุขเคยช่วยชีวิตข้าเอาไว้ กลิ่นกายบนตัวท่านคล้ายกับท่านประมุขมิมีผิด”
“เ้าคงาเ็จนเลอะเลือนไปแล้วมั้ง ข้าไม่เคยเจอท่านประมุขจะมีกลิ่นกายของเขาติดบนกายได้อย่างไร? ”
“มิผิดแน่ นี่คือกลิ่นอายของท่านประมุข” สัตว์อสูรตัวนั้นยืนยันอย่างหนักแน่น
“อือ” หลิวซินหลินคุ้นคิด “จริงสิ กลิ่นคงจะมาจากหยกเหมันต์ที่ท่านประมุขสร้างขึ้นล่ะมั้ง”
หยุนหลินเอ่ยเพียงสั้นๆ ทว่าแววตาของมันเป็ประกายออกมา "คงจะเป็เช่นที่ท่านเอ่ย"
"หยุนหลิน เ้าเล่าเื่ราวเกี่ยวกับท่านประมุขให้ข้าฟังหน่อยได้ไหม? "
หยุนหลินยิ้มบาง ๆ "ได้สิ ข้าจะเล่าให้ท่านฟัง..."
หยุนหลินเล่าเื่ราวเกี่ยวกับครั้งที่ท่านประมุขช่วยชีวิตมันเอาไว้ มันยังเล่าถึงความเมตตาและพลังอันยิ่งใหญ่ของท่านประมุข
เมื่อได้ฟังเช่นนั้นหลิวซินหลินก็ยิ้มกริ่มออกมา
‘สามีใครอนาคตของข้า ช่างน่าทึ่งจริง ๆ’
">