นั่งล้อมวงอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา บาสนั่งข้างพี่เมย์ หลังจากอาบน้ำเสร็จฝนก็หยุดตกพอดี โชคดีที่วันนี้พ่อกลับบ้านมาช้า ไม่อย่างนั้นทั้งสองคงถูกหวายลงแน่
หม้อต้มอึ่งตรงหน้ากำลังส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ บาสตาเป็นประกายเมื่อเห็นอึ่งตัวใหญ่ ในยุค 2028 นั้นไม่มีอึ่งตัวใหญ่แบบนี้อีกแล้ว มีเพียงอึ่งตัวเล็กแถมยังราคาแพงแต่ดูอึ่งตรงหน้าสิ ทั้งใหญ่ทั้งไข่เต็มท้อง มันน่ากินจนน้ำลายไหล
“ว้าว วันนี้เป็นอึ่งเหรอเนี่ย แถมยังมีแต่ตัวไข่ทั้งนั้นเลย” พ่อรุ้งเองก็แทบทนไม่ไหว ต้มอึ่งเป็นของโปรดของพ่อเลยแหละ
“ใช่จ้ะ แม่กับบาสเป็นคนจับมาเอง เป็นไงมีแต่ตัวเป้งๆใช่มั้ย” แม่หน่อยบอก
“อย่าลืมเมย์สิคะแม่!” พี่เมย์ทนไม่ได้ที่แม่ลืมตัวเองไป บาสหันไปถลึงตาคราหนึ่งก่อนจะหัวเราะ สร้างความหมั่นเขี้ยวให้กับพี่เมย์ไม่น้อยทั้งบ้านไม่มีใครแพ้อึ่ง เพราะงั้นอึ่งในชามจึงไม่เหลือแม้สักตัว แม้แต่หัวของมันก็ถูกดูดจนเกลี้ยง
“วันนี้กินเยอะจังนะลูก” เห็นลูกินข้าวหมดชามคนเป็นแม่ก็รู้สึกภูมิใจ
บาสเกาพุงก่อนจะยิ้ม “หลังจากนี้บาสจำเป็นต้องเพิ่มน้ำหนักครับ”
“เพิ่มน้ำหนัก? แกจะเพิ่มไปทำไมวะบาส ผอมๆก็ดีอยู่แล้ว พี่เองก็อยากผอมเหมือนกัน แต่ดูสิมันโคตรยากเลยกลับการลดน้ำหนัก!” พูดถึงตรงนี้พี่เมย์ก็ก้มมองพุงตัวเองแล้วถอนหายใจ
บาสถึงกับส่ายหน้า พี่เมย์หนักเพียง 46 กิโลกรัมเท่านั้น แต่ดูเหมือนนั่นจะทำให้เธอไม่พอใจ ทั้งๆที่ความจริงน้ำหนักตอนนี้ก็สมส่วนแล้ว หากผอมกว่านี้คงไม่น่ามองเหมือนไม้เสียบผี
“พี่เมย์ ผมไม่เหมือนกับพี่ที่เป็นผู้หญิงนะ ผู้หญิงน่ะถึงแม้จะตัวเล็กหรือมีรูปร่างยังไงแต่ก็ยังมีคนเข้ามาคุย ซึ่งต่างจากผมที่ตัวเล็ก” ว่าแล้วก็มองตัวเอง “ดูผมในตอนนี้สิ อายุ15สูงแค่150เซ็นติเมตร นี่มันไม่ต่างจากเด็กประถมเลย ผมจะถูกสาวๆ มองข้ามเพราะงั้นจึงต้องเพิ่มอาหารยังไงเล่า!”
นี่เองก็เป็นส่วนหนึ่งที่เขาอยากเปลี่ยนตัวเอง โดยหวังว่ามันจะดีกว่าอนาคตที่จากมา
“ฮิฮิ ไม่นึกเลยนะเนี่ยว่าน้องชายคนนี้จะสนใจสาวๆในชั้นแล้ว” พี่น้ำอดแซวไม่ได้
บาสรีบแก้ตัว “ไม่หรอก ผมยังไม่สนผู้หญิงตอนนี้หรอกครับ ตอนนี้สิ่งที่ผมสนใจคือรูปร่างและเงินในกระเป๋า!”
“เงินในกระเป๋า?” แม่หน่อยมองลูกชายแปลกๆ ร้อยวันพันปีไม่เคยพูดอะไรแบบนี้ มาเห็นวันนี้พูดจึงรู้สึกแปลกๆทุกคนเองก็เช่นกัน ต่างมองมาที่เขาด้วยสายตาแปลกๆ เหมือนกับว่าบาสคนนี้เป็นคนอื่น
“อะแฮ่ม!” เมื่อรู้ตัวว่าตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนจึงอธิบาย “ผมก็แค่อยากจะแบ่งเบาภาระให้พ่อแม่เท่านั้น เลยคิดว่าจะจับอึ่งไปขายที่ตลาด”
“จับอึ่งไปขายที่ตลาด!” พ่อรุ้งมองหน้าลูกอย่างไม่เชื่อสายตาตน “แล้วลูกจะไปยังไง รู้ใช่มั้ยว่าตลาดมีตอนเย็น”
“รู้ครับ คนจะไปตั้งตลาดกันเวลาบ่ายสามกว่าๆ สองทุ่มก็ทะยอยเก็บกันแล้ว บาสเลยคิดว่าน่าจะจับอึ่งไปขายสักหน่อย” บาสบอกความคิดของตัวเอง “ส่วนจะไปยังไงนั้น บาสคิดว่าจะปั่นจักรยานไป”
“จักรยานที่ซื้อจากยายนาอะนะ” พี่เมย์ถาม “มันเป็นจักรยานมือสองไม่ใช่เหรอ แล้วแบบนี้จะปั่นไปถึงเร้อ...”
“ถึงสิครับ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่จักรยานมือสองจากร้านของเก่า แต่ว่าเนี่ยฮาโล่เลยนะจะบอก” บาสยังจำจักรยานคันแรกได้ มันเป็นจักรยานที่ซื้อมาจากร้านขายของเก่าของยายนา คันสีเขียวซีดๆ มีเพียงโครงและล้อเขาเสียค่าซ่อมไปหลายบาททีเดียวกับค่าจักรยาน
“แล้วลูกจะขายโลละเท่าไหร่ละ แถวบ้านเราโลละประมาณ 40ถึง50 บาทนะลูก” แม่หน่อยบอก
บาสมีสีหน้าครุ่นคิด สักพักจึงตอบไปว่า “อึ่งเล็กขายโลละ80 ส่วนอึ่งไข่ขายโลละ100ครับ”
คำพูดของบาสทำให้คนในบ้านตกตะลึง อึ่งราคาแถวบ้าน 40-50 บาท แต่บาสกลับบอกว่าจะขายโลละ 80-100 นี่ใช่กินยาผิดขวดหรือไม่ หรือสมองกระทบกระเทือน คงไม่มีใครโง่พอที่จะซื้ออึ่งราคาแพงเท่ากับเนื้อหมูหรอก
“คิดจะค้าขายมันก็ดีนะ แต่ราคามันจะไม่แพงเกินไปเหรอลูก” แม่หน่อยเตือน
“นั่นสิ ราคาแพงแบบนี้คนคงหันไปกินเนื้อหมูกันหมด” พ่อรุ่งเองก็เห็นด้วย
แต่บาสไม่คิดอย่างนั้น ตอนนี้ปี 2008 ตลาดยังไม่มีของชาวบ้านไปขายเท่าไหร่นัก จะมีก็แต่ไก่ทอดหรือลูกชิ้น ฯลฯ ซึ่งเป็นอาหารที่แม่ค้าในตลาดนำไปขาย จนอีกห้าปีมีผู้หญิงคนหนึ่งนำของจากทุ่งนาไปขาย เพียงเวลาสองเดือนเธอมีเงินเก็บถึงหนึ่งแสนบาท! ช่างเป็นการทำเงินที่บ้าบิ่นซะจริง และทำไมบาสถึงรู้น่ะเหรอ ก็เพราะคนที่พูดถึงคือคนข้างบ้านนั่นเอง ชื่อว่าป้าบ้วย แต่หลังจากนั้นหนึ่งปี ก็มีคนทำตามเธอ รายได้ที่เคยได้รับเริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ จำเป็นต้องเปลี่ยนไปขายในตัวเมืองแทน
แต่ป้าบ้วยแกก็ได้เงินไปคุ้มทุนแล้วแหละ ส่งลูกสาวเรียนจบปริญญาตรีเป็นหมอได้สำเร็จ ชีวิตหลังจากนั้นก็อยู่บ้านที่ลูกสาวสร้างให้สบาย ถึงแม้จะไม่รวยถึงร้อยล้าน แต่น่าจะมีถึงสิบล้านได้
“ถึงแม้ว่าอึ่งของบาสจะมีราคาแพงหูฉี่ เเต่เชื่อเถอะว่ามันจะขายได้!” บาสเต็มไปด้วยความมั่นใจ ลุกขึ้นยืนแล้วเอาชามไปเก็บ ในมือหยิบฉวยถังเก่าๆ หนึ่งลูก “คืนนี้ขอสักสามโลก็แล้วกัน!”
ว่าแล้วก็ก้าวอาดๆ ออกไปนอกบ้าน แม่หน่อยและคนในครอบครัวได้แต่มองตาปริบๆ
“นี่ คุณจะไม่หยุดลูกหน่อยเหรอ” แม่หน่อยถามพ่อรุ้ง ปกติแกจะต้องดุด่าลูกชายสิ แต่วันนี้กลับนิ่งเงียบ สร้างความหงุดหงิดให้แม่หน่อยไม่น้อย
“ทำไมผมต้องหยุด บางทีช่วงเวลานี้นี่แหละคือช่วงเวลาที่เราควรปล่อยให้เขาได้เรียนรู้ ให้เขาได้รู้ซะบ้างว่าเงินน่ะหามาไม่ได้ง่ายๆ” พ่อรุ้งลุกขึ้นยืนจากนั้นออกจากห้องครัวด้วยรอยยิ้มแปลกๆ
“ปล่อยไปเถอะแม่ เดี๋ยวเริ่มเหนื่อยบาสก็เลิกเองแหละ” พี่น้ำบอก แม่หน่อยพยักหน้า
“นั่นสินะ ระยะทางจากบ้านไปตลาดคือ7กิโลเมตร ยังไงซะบาสก็คงปั่นจักรยานไปไม่ถึงหรอก”
บาสสวมเสื้อกันฝนตัวใหญ่ไล่จับอึ่ง ถึงแม้จะต้องกลับไปอาบน้ำหลังจากนี้อีกครั้งแต่เขาก็ไม่ได้สนใจ สิ่งที่สนใจตอนนี้คือเงิน
บาสจำเป็นต้องเปลี่ยนอึ่งที่จับได้ให้เป็นเงินจำนวนหนึ่ง ถือว่านี่เป็นก้าวแรกในธุรกิจก็ว่าได้
“หึหึ ดูสิว่าจะจับได้ถึงไหน” พี่เมย์ยืนอยู่ตรงชายคาบ้าน มองมายังน้องชายที่ดูเอาการเอางานคนนี้อย่างไม่เชื่อสายตา ปกติบาสเป็นคนขี้เกลียด และวันนี้เขาได้เริ่มเปลี่ยนตัวเองแล้ว
ใช้เวลาไปไม่นานกระถังก็เต็มไปด้วยอึ่งตัวใหญ่ บาสเห็นเป็นต้องยิ้ม “ไม่นึกเลยว่าจะได้อึ่งเยอะขนาดนี้ มันมากกว่าที่คิดไว้ซะอีก” เมื่อได้อึ่งเต็มถังก็ไม่ได้จับต่อ เพราะการปั่นจักรยานไปตลาด 7 กิโลเมตรไม่ใช่อะไรง่ายๆ ไหนยังต้องหิ้วอึ่งในถังไปอีก ไม่เหมือนกับใส่ตระกร้าหน้ารถมอเตอร์ไซค์ไปตลาด แต่ก็นั่นแหล่ะจะมาบ่นอิดออดไม่ได้ ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนเป็นเงินและบาสจำต้องเพิ่มเงินในกระเป๋า! ที่บ้านพอมีตาชั่งตัวเล็กเก่าๆ พี่เมย์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เฝ้ามองน้องชายที่กำลังชั่งอึ่ง อึ่งในถังประมาณ 4 กิโลกรัม นี่สร้างความสุขให้กับบาสไม่น้อย
“ได้มาเยอะเหมือนกันนี่” แม่หน่อยว่า “เอาล่ะ ไปเตรียมชุดอาบน้ำได้แล้ว ที่เหลือเดี๋ยวแม่จัดการเอง”
“เข้าใจแล้วครับ อ้อแต่ระวังอย่าให้พวกมันตายล่ะ”
“จ้าๆ” แม่หน่อยรับคำก่อนจะมองอึ่งในถัง “สงสัยพรุ่งนี้คงต้องไปซื้อถุงแบ่งจากร้านยายหวาดสักหน่อย”
แล้วเช้าวันรุ่งขึ้นก็มาถึง บาสมองอึ่งในกะละมังก่อนจะออกไปเรียน เขาไม่สามารถไปขายอึ่งในตอนเช้าได้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำแบบนั้น ด้วยระยะทางไหนจะเวลาเข้าโรงเรียน ตกเย็นนู่นถึงได้ไปขายที่ตลาด
เที่ยงของวันเขายืนอยู่ที่สนามเด็กเล็ก วันนี้ก็อีกเช่นเคย ออกกำลังกาย ดื่มนม พร้อมกับขนมปังแผ่นใส้สัปประรดราคาสองบาท ขนมปังขายแผ่นละบาท เราสั่งไปเท่าไหร่จำนวนแผ่นก็จะเพิ่มขึ้นเท่านั้น มันไม่ใช่ขนมปังฟาร์มเฮ้าส์ นี่เป็นแค่ขนมปังราคาถูกที่แม่ค้านำมาขาย แต่บาสกลับรู้สึกชอบยิ่งกว่าขนมปังเซเว่นในยุคอนาคต ไส้ที่เข้มข้นหอมหวานที่ทำสดๆทุกวัน ช่างต่างกับของที่ออกมาจากโรงงานอย่างเห็นได้ชัด
“วันนี้ก็มาอีกเหรอพี่” เสียงใสเล็กๆ เรียก บาสกันไปมองพบว่าเป็นน้องอร
“ใช่ พี่จำเป็นต้องออกกำลังกาย เพื่อที่จะปั่นจักรยานไปตลาด” เขาไม่ได้ปิดบังเด็กสาว สำหรับเด็กอายุแค่นี้คงไม่เข้าใจอะไรหรอก “ปั่นจักรยานไปตลาด! นั่นไม่ไกลไปหรอคะ” น้องอรมองชายหนุ่มตรงหน้าแปลกๆ บ้านของเธอฐานะก็ถือว่าดีกว่าบ้านบาส เพราะงั้นจึงมีมอเตอร์ไซค์ขับไปตลาดได้ ถึงแม้จะเป็นเด็กแต่เธอก็รู้ว่าตลาดน่ะไกลมาก
“ก็ไกลไง” เขาพยักหน้า “เพราะงั้นพี่ถึงต้องเตรียมตัว ฝึกฝนร่างกายให้แข็งแกร่งพอที่จะปั่นหลายสิบกีโล”
“ว้าว พี่ชายนี่สุดยอดจริงๆ” อรอดไม่ได้ที่จะชื่นชม “แล้วพี่ชายชื่ออะไรคะ เมื่อวานถามไม่ยอมตอบเลย”
“พี่ชื่อบาส อยู่ม.สาม” “จะจบแล้วนี่...”“ใช่ หลังจากนี้พี่คงไปต่อที่โนนเหล็ก” “เหมือนอรเลย อรก็คิดจะต่อที่นั่นเหมือนกัน”“จริงดิ แต่พี่คงไม่ทันได้เห็นน้องอรแต่งชุดนักเรียนม.ปลาย”“ทำไมคะ?” อรถาม“เรียนสามปีก็จบแล้ว กว่าน้องอรจะจบม.3 พี่คงต่อมหาลัย...” เขาบอก “เอาล่ะ ไปเรียนต่อเถอะ ตอนนี้หมดช่วงพักเที่ยงพอดี”