ยามบ่ายอีม่านออกสำรวจพื้นที่รอบๆถ้ำเสร็จ ก็กลับมากระซิบข้างหูอู๋ฮวน รายงานความผิดปกติที่เขาพบเห็นระหว่างเดินสำรวจ ในดวงตาอู๋ฮวนมีเงาอมหิตวาบขึ้น เขาลุกขึ้นยืนแล้วหันไปกล่าวกับจางหลินถงว่า
“ข้าจะไปปลดทุกข์ เซินสี่จัดคนติดตามข้าไปหกคน ที่เหลือให้ดูแลม้าและแม่นางเสี่ยวถงที่นี่ แม่นางคนของข้าล้วนไว้ใจได้ แม่นางไม่ต้องกังวลใจ”เขาบอกแล้วเดินออกไป พร้อมกับผู้คุ้มกันที่เซินสี่คัดเลือกด้วยตัวเอง
จางหลินถงมองร่างสูงในชุดเสื้อคลุมสีดำอย่างสงสัย นางอยากรู้ว่าเป็ใครถึงได้มีคนติดตามมากมายเพียงนั้น แค่ไปปลดทุกข์ก็ต้องมีคนตามอารักขาตามไปด้วย นางคิดว่าเขาต้องมีฐานะไม่ธรรมดาและต้องมีศัตรูอยู่รอบด้าน แต่ประสบการณ์ก่อนตายสอนนางว่า สิ่งเขาไม่บอกหมายถึงสิ่งที่ไม่ควรรู้ และนางก็ไม่ควรหาเื่ใส่ตัว เื่นี้นางต้องยกความดีความชอบให้อดีตสามีที่สั่งสอน จึงทำให้นางรู้จักวางตัวท่ามกลางคนแปลกหน้า
พอท้องอิ่ม หนังตาเริ่มหย่อน บวกกับมีเสื้อคลุมอบอุ่นไม่ต้องทนหนาวจนนอนไม่หลับ จางหลินถงมองผู้คุ้มกันที่อู๋ฮวนทิ้งไว้ที่ถ้ำห้าคน นางรู้สึกเบาใจที่มีพวกเขาอยู่ด้วย ไม่ต้องระแวงเื่จะมีคนมาพบและสงสัยฐานะนาง จึงหลับตาและเอนตัวพิงผนังถ้ำพักผ่อน
แท้จริงอู๋ฮวนไม่ได้มาปลดทุกข์ แต่เขามาสอดแนมบางอย่าง จึงนำคนขึ้นเหนือห่างจากถ้ำมาสิบจั้ง[1] จากนั้นส่งสัญญาณมือให้ผู้คุ้มกันทั้งหกคนระวังตัว เนื่องจากอีม่านกลับมารายงานว่าพบคนปริศนาผู้หนึ่งมาสังเกตการณ์แถวถ้ำ อู๋ฮวนเกรงว่าจะเป็คนของชินอ๋อง เขาไม่อยากให้จางหลินถงต้องโดนลูกหลงจึงนำกำลังมาจัดการเงียบๆ
แต่เมื่อมาถึงจุดที่อีม่านบอก ก็พบรถม้าติดป้ายตระกูลซ่งจอดอยู่ นอกรถม้าเป็ชายผู้หนึ่งยืนก้มหน้ารายงานรายละเอียดเกี่ยวกับพวกเขา อู๋ฮวนหันมองผู้คุ้มกันเป็สายตาตำหนิที่ประมาทปล่อยให้ยอดฝีมือตามสอดแนมได้ ก่อนจะหันไปจดจ่อกับบทสนทนาที่รถม้า
“เ้าว่ามีกลุ่มคนแปลกหน้าพักอาศัยร่วมกับนางงั้นหรือ” น้ำเสียงที่ดังมาจากรถม้าแสดงออกถึงความไม่พอใจมาก
“ขอรับ”
“มีกี่คน”
“สิบสองคนขอรับ ทั้งหมดล้วนเป็ยอดฝีมือ”
“พวกเขาทำให้นางลำบากใจหรือไม่”
“ไม่ขอรับ ทั้งยังล่าสัตว์มาทำอาหารแบ่งปันนายหญิง แต่ว่า...”
“แต่อะไร”
“แต่ว่า เอ่อ...”
“พูดมา!”น้ำเสียงของคนในรถม้าไม่น่าฟังอย่างยิ่ง
“ตอนที่นายหญิงลงอาบน้ำในทะเลสาบ ชายที่เป็หัวหน้ากลุ่มมาเห็นนายหญิงและแตะต้องนายหญิง”หลังจบคำรายงาน ชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาวก้าวลงมาจากรถม้า และยกเท้าถีบเข้าที่หน้าท้องชายผู้นั้นเต็มแรง
“บัดซบ! ข้าให้เ้าตามคุ้มครองนาง เ้าคุ้มครองเช่นนี้หรือ แม้แต่กันคนออกห่างจากนาง เ้าก็ทำไม่ได้ ข้ายังจะเลี้ยงเ้าไว้เพื่อประโยชน์อันใด”ชายหนุ่มในอาภรณ์ขาวะเิอารมณ์รุนแรง จนชายผู้นั้นต้องคุกเข่าก้มหน้าไม่กล้ามอง
“คุณชาย ข้าน้อยปล่อยข่าวลือไปแล้ว แต่แล้วหลายวันมานี้มีคนมากมายอยากเห็นผีสาวในป่ากับตา ใครเข้าใกล้นายหญิง ข้าน้อยสังหารตายทั้งหมด แต่ว่าคนกลุ่มนี้มีจำนวนมากเกินไป ข้าน้อยเกรงว่าจะทำให้นายหญิงพลอยเดือดร้อนไปด้วยจึงไม่ได้ออกมา”
เจิ้งจื่ออี้สูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อควบคุมอารมณ์ที่เพิ่งะเิออกไป ทั้งหมดล้วนเป็ความผิดของเขา แต่เขาควบคุมตัวเองไม่ได้จริงๆ เมื่อได้ยินว่าสตรีที่เขาไม่อาจแตะต้อง ได้ถูกชายอื่นล่วงเกิน เหตุการณ์ทั้งหมดนี้จะไม่เกิดขึ้นหากซ่งซือฉีไม่ไปเกี่ยวข้องกับการกบฎ
ในยามที่เขายืนสงบนิ่งปล่อยให้ลมเย็นพัดประทะหน้ากากเหล็ก แววตาที่ซ่อนภายใต้หน้ากากมีแต่ความเ็ปจนแทบทรงตัวยืนต่อไม่ได้ หากเลือกได้เขาก็ไม่ได้อยากสวมรอยเป็คุณชายใหญ่ตระกูลซ่ง หากรู้ว่าวันนี้ต้องพลัดพรากกับนาง เขาจะยอมเป็คนที่ถูกโยนทิ้งลงหน้าผาเองเสียยังดีกว่า
“คุณชายเป็ความผิดของข้าน้อยที่ไม่สามารถปกป้องนายหญิงได้ ข้าน้อยขอรับการลงโทษจากคุณชาย” ชายผู้นั้นกล่าวพลางยืดอกรอรับการลงทัณฑ์
“ช่างมันเถอะ ไม่ใช่ความผิดของเ้า เป็ข้าเองที่คิดไม่ให้รอบคอบ ข้าควรหาทางอื่นพานางออกไปให้พ้นจากเขตเมืองหลวง ซ่อนนางไว้ เลี้ยงให้ดี จะได้ไม่มีใครพบเห็นนางอีก แต่ข้าก็ไม่ได้ทำเพราะมัวแต่ลังเลว่าจะปกป้องนางไม่ได้ ถึงได้ปล่อยให้นางมีชีวิตของนาง”
“คุณชายให้ข้าน้อยหาโอกาสชิงตัวนายหญิงออกมาดีหรือไม่ขอรับ”
“ไม่ได้ ยามนี้นางอยู่กับคนพวกนั้น เ้าไม่มีทางเข้าถึงตัวนางได้ แต่ถึงเ้าเข้าถึงตัวนางได้ก็ไม่สามารถเปิดเผยความจริงได้อีกเช่นกันว่าเ้าเป็ใคร ดังนั้นระยะนี้ควรยืมมือพวกเขาคุ้มครองนางไปก่อน ส่วนเ้าแค่ดูอยู่ห่างๆ ยามนาง้าความช่วยเหลือก็รีบกลับมารายงานข้า”
“ระยะนี้คุณชายไม่ควรออกจากจวนมากเกินไป เื่ทางนี้ให้เป็หน้าที่ของข้าน้อยเถิดขอรับ”
“ไม่ได้ ฟังจากที่เ้าพูดมา คนพวกนั้นฝีมือสูงส่ง เ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเขา”ความหมายคือเขา้าเผชิญหน้ากับคนที่มันบังอาจแตะต้องยอดดวงใจของเขาด้วยตัวเอง มือข้างไหนที่กล้าแตะต้องนาง เขาจะตัดทิ้งให้หมด!
อู๋ฮวนที่ฟังอยู่ยกยิ้ม เขาได้รู้แล้วว่าเสี่ยวถงคือสตรีที่คุณชายผู้นั้นแอบช่วยเหลือเลี้ยงดู แต่ปริศนาของนางมีมากเหลือเกิน เขายังอยากรู้ว่าในเมื่อนางมีคนรักใคร่ห่วงใย เหตุใดนางจึงผ่ายผอมจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ดูไปแล้วคุณชายผู้นั้นก็ไม่ลำบากอะไร แค่เลี้ยงดูนางให้อิ่ม หาที่พักอบอุ่นให้อยู่ก็ไม่ใช่เื่เกินความสามารถเลยสักนิด หรือว่าคุณชายผู้นั้นมีเื่ขัดแย้งกับคนในครอบครัวตัวเอง จึงไม่สามารถเลี้ยงดูนางอย่างเปิดเผยได้ ข้อสันนิฐานนี้เป็ไปได้มาก การเยือนหุบเขาหวีฟานครั้งนี้มีแต่ได้ไม่มีเสียเลยจริงๆ
“ที่แท้ฐานะของนางไม่ธรรมดาจริงๆด้วย คนผู้นั้นช่างบังอาจยืมมือข้าคุ้มครองผู้หญิงของตนเอง ข้าก็อยากรู้ว่าเขาเป็ใคร มีความเกี่ยวข้องกับนางอย่างไร เซินสี่ข้ามอบหมายงานนี้ให้เ้าไปสืบ วรยุทธ์เ้าเป็รองข้าขั้นเดียว ย่อมต่อกรชายผู้นั้นได้อยู่แล้ว”
“ขอรับนายท่าน”
“ให้พวกข้าจัดการคนคุ้มกันของแม่นางเสี่ยวถงดีหรือไม่ นายท่าน”อีม่านกล่าว
“ไม่ได้ อย่างไรข้าต้องเข้าเมืองหลวงไปเยี่ยมท่านลุง พวกเ้าต้องติดตามข้าไปทั้งหมด เมื่อไม่มีข้า นางจะต้องมีคนคอยคุ้มครองแทน เสร็จธุระค่อยสังหารทิ้ง ไป กลับไปหาอาหารมาขุนลูกเสือน้อยให้อ้วนกันดีกว่า”
อู๋ฮวนกล่าวปนยิ้ม พอได้รู้ว่ามีคนที่อยู่เื้ันาง เขาจึงอารมณ์ดีขึ้นมาก อย่างน้อยก็ไม่ต้องคาดเดาแบบไร้ทิศทางอีก ผู้คุ้มกันทั้งหกต่างมองอู๋ฮวนด้วยสายตาคาดไม่ถึง
[1] จั้ง คือหน่วยวัดระยะของจีน 1จั้ง =10ฉื่อ (ประมาณ 3.3เมตร)