ตอนที่ 4 เวลาที่ใกล้จะหมด เอาหมดเลยค่ะ
สินค้าล็อตใหญ่ที่สุดที่ทางห้างเคยส่งมายังเทียบไม่ได้กับการสั่งของแบบง่ายๆ ของเดหลี เอาทั้งหมดค่ะ ประโยคง่าย ๆ ที่ทำให้พนักงานที่ทำหน้าที่เซลล์ถึงกับใทำอะไรไม่ถูก ความตื้นตันเริ่มดันเอาน้ำตาลูกผู้ชายเอ่อจนเดหลีสังเกตได้
“เป็อะไรไปหรือเปล่าคะ”เธอสังเกตพนักงานตรงหน้าเธอเหมือนกำลังจะร้องไห้ สั่งงานเขาหนักไปหรือเปล่านะก็ไม่นี่นา ไม่ได้สั่งให้ต้องไปหาเพิ่ม
“เปล่าครับคุณเป็เหมือนผู้มีพระคุณของผมเลยครับ ที่บ้านผมมีปัญหาใหญ่ที่นี่ก็กำลังจะไล่ผมออกเพราะผมลางานพาลูกสาวไปหาหมอบ่อยๆ” ชายอกสามศอกใช้หลังมือปาดน้ำตาลวก ๆ ก่อนส่งยิ้มให้ “ผมพูดเพ้อไปงั้นแหละครับรอซักครู่นะครับผมไปเอาใบสั่งสินค้ามาให้คุณผู้หญิงก่อน”
คล้อยหลังเดหลีที่ยืนอึ้งกับคำพูดที่จุกอกของชายหนุ่มก็แอบลอบถอนหายใจเบาๆ ในขณะที่เธอกำลังจะตายจากโลกใบนี้แล้วแท้ ๆ ยังมีโอกาสรออยู่ในอีกที่ต่างกับคนที่เธอเพิ่งเจออย่างสิ้นเชิงเดหลีลอบกดปุ่มบนแหวนค้างไว้ระหว่างรอพนักงาน ทดสอบอีกฟังก์ชันหนึ่งที่เธอยังไม่ได้ลอง
[สวัสดีครับโฮสต์ผมเ้าดีนี่เอไอประจำตัวโฮสต์ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ]
เดหลีทำใจไว้แล้วว่าทั้งหมดมันไม่ใช่เื่ตลกหรือเกมปาหี่แต่ถึงยังไงเธอก็ยังคงใอยู่แม้ไม่มากนักแต่เธอก็เหนื่อยมากพอแล้วกับความล้ำยุคของเทคโนโลยีนี้
[เ้าดีนี่ตรวจพบความผิดปกติเล็กน้อยของอัตราการเต้นของหัวใจโฮสต์ขอแนะนำให้โฮสต์ตั้งใจให้มั่น ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ครับ]
เสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นในหัวของเดหลีแม้เธอจะไม่เห็นตัวตนแต่ก็รู้ได้ทันทีว่านี่ต้องเป็เื่น่าปวดหัวอีกเื่ที่เธอต้องทำใจ
“ดีนี่ อันนี้คือชื่อเอไอสมัยไหนเนี่ยแล้วไอ้พระทั้งหลายเอามาทำไมก่อน” เดหลีบ่นกระปอดกระแปดชื่อเอไอก็ขัดใจไหนจะหลักธรรมคำสอนพวกนั้นอีก
[ผมชื่อเ้าดีนี่ต่างหากส่วนคำสอนเ้าดีนี่ไปโหลดของคนอื่นมาครับ เ้าดีนี่ว่ามันคูลดีครับ]
“อืม พอ ๆ ฉันปวดหัวว่าแต่เปลี่ยนชื่อได้ป่ะ ไหน ๆ ก็ต้องตัวติดกันแล้วมันเรียกยากน่ะ”เธอลองยื่นข้อเสนอ ดูจากการที่เ้าเสียงแบ้วในหัวมันโต้แย้งได้แล้วมันคงมีเทคโนโลยีที่สูงพอที่จะเข้าใจในสิ่งที่เธอพูดได้
[โฮสต์ตั้งให้ได้เลยครับถ้ามันคูลเ้าดีนี่ก็จะใช้]
เดหลีสีหน้าครุ่นคิดซักพักก่อนที่จะโดนขัดด้วยแฟ้มแคตตาล็อคขนาดใหญ่กว่าเดิมที่เซลล์คนเดิมนำมาให้
“นี่เป็สินค้าทั้งหมดที่เรามีและสามารถจัดส่งให้คุณผู้หญิงได้เลยครับคุณผู้หญิงเลือกแล้วบอกผมเราจะจัดส่งให้ภายในวันนี้เลยครับ”เขาหยิบเอากระดาษที่เหน็บไว้ตั้งท่าเตรียมจด
“หืม เอาอะไรมาเยอะแยะคะเนี่ยฉันหมายถึงเอาหมดเลยจริง ๆ ทั้งสต็อคมีเท่าไหร่เอาทั้งหมดค่ะ”
“เอ่อ อะ..อ..โอเคครับได้เลยฉันขอให้คุณไปส่งให้ถึงที่นะบอกคุณผู้จัดการว่าลูกค้าสั่งให้คุณนั่งรถไปส่งด้วยตัวเองนะคะ”เดหลีเองก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เธอพูดไปอย่างนั้นรู้เพียงว่าสัญชาตญาณบอกเธอว่าเขาเป็คนดีจนน่าสงสาร
แม้ไม่ได้เข้าใจสิ่งที่เดหลีลูกค้าคนสำคัญพูดมากนักเขาก็ไม่ได้อิดออดหรือปฏิเสธแต่อย่างใดลำพังค่าคอมมิชชั่นที่ได้ก็น่าจะช่วยเหลือครอบครัวของเขาให้เป็อิสระได้แล้ว
เดหลีมองดูยอดคร่าว ๆก่อนโอนจนเต็มวงเงินโชคดีที่ธนาคารเอาบัตรเครดิตวงเงินสูงพิเศษไว้ให้ไม่งั้นงานนี้เธอต้องล้มแผนใหม่แน่เพราะเดหลีลืมคิดว่าเธอไม่ได้เพิ่มวงเงินการใช้เงินของบัญชีตัวเองไว้
ห้างค้าส่งชั้นวางถูกเหมามูลค่ารวมกว่าห้าล้านบาทต้องหยุดชะงักเพราะไม่มีสินค้าที่จะวางขายนอกจากนั้นคนงานทั้งห้างยังต้องช่วยกันเร่งส่งของเนื่องจากเดหลีกำชับไว้ว่าของทั้งหมดต้องส่งถึงให้หมดก่อนพรุ่งนี้เช้า
เสร็จจากการช็อปชั้นวางแล้วเดหลีวางแผนจะไปกวาดของหนักให้หมดก่อนพระอาทิตย์จะลับท้องฟ้าเนื่องจากอาชีพของเธอทำให้รู้ว่าที่ไหนบ้างมีของที่อยากได้ ขับรถออกห่างจากเดิมไม่นานก็ถึงโรงงานที่มีโกดังค้าส่งปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างเธอเข้าไปเจรจาซื้อขายอยู่พักหนึ่งเป็อันตกลงกันได้เดหลีไม่ได้เน้นของคุณภาพสูงขนาดต้องมีกรรมวิธีซับซ้อนเลือกเฉพาะสิ่งที่เธอสามารถนำไปต่อยอดได้เท่านั้น
พระอาทิตย์เริ่มจะลาลับขอบฟ้าห้างร้านค้าส่งที่เธอรู้จักเริ่มจะปิดไปบ้างแล้วเดหลีตั้งเป้าหมายว่าจะไปอีกห้างหนึ่งเพื่อซื้อของสดแช่แข็งและของใช้ในครัวเรือนให้เรียบร้อยกะประมาณให้ใช้ได้ซักสามปีถ้าขาดเหลือยังไงก็ยกยอดไว้วันพรุ่งนี้เพราะคืนนี้เธอจะต้องไปจัดแจงของที่เธอสั่งไว้ก่อนไม่งั้นโกดังที่เธอให้ไปส่งของจะต้องไม่มีพื้นที่เหลือแน่นอน
เที่ยงคืนวันนั้นเดหลีตรงเข้าไปที่โกดังซึ่งค่อนข้างห่างจากบ้านผู้คนพอสมควรรถพ่วงคันใหญ่ทะยอยขนของที่เดหลีสั่งมาไม่ขาดสายเซลล์คนสำคัญทำหน้าที่ควบคุมการลำเลียงจัดวางของจนตอนนี้งานคืบหน้าไปมากกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ไม่นานนักเดหลีก็มาถึงมองดูการจัดการอย่างชำนาญของเซลล์คนนี้แล้วถูกใจเธอมากเธอผ่านงานและมีธุรกิจในมือมากมายก็ไม่เคยเห็นคนที่วางแผนพร้อมสรรพจัดการรถที่วิ่งเข้าออกได้รวดเร็วขนาดนี้
พื้นที่โกดังถูกใช้กว่าครึ่งเมื่อวางชั้นวางที่เธอเหมามาทั้งหมดเธอให้เซลล์กลับไปพักผ่อนพร้อมทั้งให้เขามาใหม่ตอนเก้าโมงเช้า เดหลีขอให้เขาช่วยมาจัดการของให้อีกล็อตหนึ่งเธอเอ่ยปากให้ค่าจ้างพิเศษเนื่องจากวันนั้นเป็วันหยุดพิเศษแต่เขาก็ไม่ได้รับไว้ให้เหตุผลว่าที่เขาได้รับนั้นมากพออยู่แล้ว
คืนนั้นเดหลีจัดการให้ของที่เพิ่งลงเข้าไปอยู่ในมิติทั้งหมดเพียงเธอััของเ่าั้ก็คล้ายสลายหายไปอยู่ในอีกที่หนึ่งทันที
เดหลีขอให้เขาช่วยมาจัดการของให้อีกล็อตหนึ่งเธอเอ่ยปากให้ค่าจ้างพิเศษเนื่องจากวันนั้นเป็วันหยุดพิเศษแต่เขาก็ไม่ได้รับไว้ให้เหตุผลว่าที่เขาได้รับนั้นมากพออยู่แล้ว
“เวรละนี่ต้องซื้อโฟล์คลิฟท์จริง ๆ ซินะไม่งั้นจะเอาของไปจัดวางได้ไง”เธอพูดกับตัวเองขณะขับรถไปยังเอทีเอ็มใกล้ ๆ เพื่อกดเงินสดไปซื้อของที่ตลาดเช้าต่อถ้านับเวลาตอนนี้เดหลีเหลือเวลาเพียงสองวันก่อนที่จะไม่สามารถจัดการอะไรได้อีกเธอเลือกที่จะอดนอนไว้เพื่อจัดการของที่ต้องซื้อเช้านี้ก่อน
[เ้าดีนี่มีทางเลือกที่ง่ายกว่านั้นโฮสต์จะได้ไม่ต้องซื้อโฟล์คลิฟต์สนใจมั้ยครับ]
สิ่งที่เอไอพูดเป็ดั่ง์ประทานพรให้เดหลียังคิดเื่นี้ไม่ตกเพราะการจะซื้อรถพวกนี้บ่อยครั้งที่จำเป็ต้องสั่งจองล่วงหน้า
“ยังไงว่ามาเลย”เธอพูดพลางขับรถทะยานด้วยความเร็วสูงมุ่งไปยังตลาดของสดที่ใหญ่ที่สุดในจังหวัด
[เ้าดีนี่ขอข้อแลกเปลี่ยนเป็ชื่อที่โฮสต์บอกว่าจะตั้งให้คูลๆครับ]
“โฟล์คลิฟต์ เรียกสั้น ๆ ว่าโฟล์ค คูลพอมั้ย”เดหลีกระแทกปลายหางเสียงใส่เอไอกวนโอ้ยอย่างประชดประชันจะว่าไปเธอก็ลืมเื่นี้เสียสนิท ดีที่เ้าดีนี่เตือนไม่งั้นพอเลิกยุ่งเธอก็จะต้องมารู้สึกค้างคาอีกแน่นอน
[โครตคูล งั้นโฟล์คใช่ชื่อนี้เลยครับมิติที่โฮสต์มีเป็ชนิดช่องว่างเวลา ไร้มวล ไร้แก่นสารถ้าโฮสต์จะเก็บหรือเอาอะไรก็แค่คิดครับแล้วระบบจะลำเลียงมาให้ ในที่ที่ปลอดภัย]
“ เอิ่ม นี่เอาจริงดิทำไมไม่บอกกันก่อนเล่าจะได้ไม่ต้องคิดอะไรให้วุ่นวาย ”แม้จะเป็คำตอบที่ได้มาโดยบังเอิญแต่ก็เป็คำตอบที่ทำให้เดหลีพึงพอใจอย่างมาก
แต่จะว่าไปก็ควรซื้อไว้เหมือนกันนะเ้าโฟล์คลิฟต์เนี่ย
ท้องฟ้าที่เริ่มทอแสงสีเหลืองอร่ามพ่อค้าแม่ขายต่างเริ่มจัดแจงเก็บข้าวของกลับบ้านบ้างก็หุบร่มเก็บแผงแต่ก็ยังมีชาวบ้านที่ยังคงเลือกเดินซื้อผักปลาอยู่ไม่น้อยภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้เดหลีที่เพิ่งขับรถมาจอดถึงกับเหงื่อตกเธอลืมไปว่าตลาดที่นี่เริ่มขายั้แ่ฟ้ายังไม่สางด้วยหน้าที่การงานของเธอทำให้น้อยครั้งที่เธอจะทำอาหารกินเองเลยไม่มีโอกาสมาซื้อวัตถุดิบที่นี่
เดหลีตัดสินใจเปลี่ยนแผนการที่จะเดินเลือกกลายเป็เหมาไปก่อนค่อยเลือกทีหลัง การทำแบบนี้อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดีพ่อค้าแม่ขายบางคนอาจจะใส่ของไม่ดีปะปนมาด้วยเหมือนเสียเงินเปล่าแต่ตอนนี้เวลาเหลือน้อยเต็มทีเธอจึงต้องยอมรับความเสี่ยงนั้น
“แม่ค้าคะผักพวกนี้หนูเอาหมดเลยช่วยแพ็คแล้วคิดเงินแล้วเอาไปไว้หน้าตลาดให้หน่อยนะจ๊ะ เดี๋ยวหนูมาจ่ายเงิน”
“พี่คะ ไข่ไก่ไข่เป็ดพวกนี้เหมาหมดเลยพี่เอาไปส่งหน้าตลาดแล้วมาคิดเงินกับหนูนะ”
“อาแปะข้าวสารทั้งหมดนี้ช่วยให้คนยกไปวางหน้าตลาดแล้วคิดเงินให้หนูทีนะคะ”
.
.
.
.
.
“น้องคะอาหารทะเลพวกนี้พี่ซื้อหมดเลยช่วยดองน้ำแข็งแล้วเอาไปวางหน้าตลาดมาคิดเงินกับพี่นะ”
เหตุการณ์ดำเนินไปซ้ำเดิมร้านแล้วร้านเล่าเรียกว่า เดหลีตกเป็เป้าสายตาของคนทั้งตลาดไปแล้วตอนนี้เธอไม่ว่างที่จะสนใจสั่งของเสร็จเธอก็โทรหารถบรรทุกมาช่วยขนของไปยังโกดังที่เดิมจัดการค่าใช้จ่ายเสร็จแล้วก็โทรหาเพื่อนที่ทำหน้าที่นำเข้ายาและเครื่องมือทางการแพทย์ที่จำเป็เพื่อซื้อขายเร่งด่วนงานนี้เดหลีจำเป็ต้องใช้ช่องทางที่ไม่สะอาดนักแต่เธอเองก็จำเป็ต้องทำ
ตกเย็นเธอกลับมาที่โกดังอีกครั้งก่อนจะพบว่าโกดังแห่งนี้เต็มทั้งบริเวณเรียกว่าล้นก็อาจได้มีเพียงทางเดินเล็ก ๆ ที่เซลล์หนุ่มจัดไว้ด้านหน้าโกดังมีรถบรรทุกปรับอากาศที่ขนส่งผักให้เธอจอดเรียงกันอยู่กว่า 5 คันเธอตั้งใจจะซื้อทีเดียวทั้งคันรถไปเลยจะได้ไม่ต้องจัดการอะไรมากนัก
การกวาดสินค้าที่มีอยู่ในท้องตลาดตลอดเกือบสองวันนี้ต้องใช้เงินมูลค่ารวมกว่า50 ล้านบาท รถที่ขนของเข้ามายังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดอาการเหนื่อยล้าของเซลล์หนุ่มเริ่มปรากฎให้เห็นจนเดหลีต้องให้เขาไปพักแล้วเธอก็นัดให้เขามาอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ครั้งนี้เธอไม่ได้ว่าจ้างแต่เธอเอ่ยปากขอร้องแทน
“พรุ่งนี้แปดโมงเช้ามาหาฉันอีกครั้งนะคะวันสุดท้ายแล้วมันสำคัญกับฉันมากจริง ๆ” เดหลีเอื้อมมือแตะบ่าเขาเบา ๆ คนโดนขอร้องก็ไม่ได้ปฎิเสธอะไร เพียงแต่นึกสงสัยอย่างมากในสิ่งที่เธอทำเพียงเท่านั้น“มานะคะ สัญญาว่าคุณจะไม่เหนื่อยเปล่า”