เมื่อเขาออกจากบ้านไปแล้วเธอจึงได้หยิบเงินจำนวนนั้นขึ้นมานับ พบว่ามันเกือบ 1,000 เหรียญทีเดียว เขาช่างเป็ชายสูงอายุที่ใจดีมีเมตตาอะไรเช่นนี้ความจริงแล้ว...ความตายอาจจะเป็สิ่งยอดเยี่ยมสำหรับชีวิตที่ต้องผจญแต่ความทุกข์ยากแต่กระนั้น บางครั้งการที่เรายังมีชีวิตอยู่มันก็ไม่เลวเกินไปนักหรอก
เธอบอกกับตัวเองว่าควรจะรีบเอาเงินลงไปให้มิสซิสเพิลซิงสกี้เสียก่อนจะดีกว่าไม่เช่นนั้นอาจจะพบตัวเองลงไปนอนอยู่กลางถนนได้ บางทีเธออาจจะจ่ายล่วงหน้าไว้สัก 2เดือนเพื่อให้มิสซิสเพิลซิงสกี้ สบายใจด้วยก็ได้
เธอมองดูกระดานศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าบังเกิดความรู้สึกยุ่งยากใจขึ้นมาอีก ใครกันหนอที่บุกรุกเข้ามาถึงที่นี่ เธอเคยพบกับดวงิญญาเร่ร่อนเช่นนี้มาบ้างมันจึงไม่ใช่เื่ผิดปกติแต่อย่างใดแต่ก็ไม่ใช่เื่ที่จะเมินเฉยได้เช่นกันกับความสงสัยที่ข้องอยู่ในใจมาริลีนหันหลังเพื่อที่จะลงบันไดไปชั้นล่างแต่แล้วก็ต้องหยุดชะงักราวถูกตรึงอยู่กับที่
มันมีรอยเืเป็รูปฝ่ามือประทับอยู่บนบานประตูและเืจากฝ่ามือนั้นกำลังหยาดหยดลง...
ทันทีที่เทย์เลอร์ก้าวเข้าไปในสำนักงานตอนเช้าวันอังคารก็ต้องเผชิญหน้ากับพอลเมอร์ที่รออยู่ก่อนแล้วแต่หลังจากที่ะเิอารมณ์เข้าใส่กันอย่างรุนแรงในตอนแรกแล้ว ทุกอย่างก็จบลงด้วยดีเทย์เลอร์ใช้เวลาตลอดวันสะสางงานที่คงค้างอยู่จนเสร็จสิ้น
ก่อนหน้าที่เขาจะออกจากบริษัทเขาบอกกับคล็อดกาโดซ์ ว่าจะไม่มาทำงาน2-3วันซึ่งกาโดซ์ก็รับทราบข่าวใจเย็น
“แล้วเื่นี้เกี่ยวกับเื่ที่ทำให้คุณปึงปังออกจากบริษัทไปเมื่อวานด้วยหรือเปล่าล่ะ?”
“ผมจะต้องพักงาน 2-3วันตามคำสั่งหมอ เมื่อกลับมาก็จะจัดการเื่สแตนแมนเอง”
“สำหรับผมน่ะสบายอยู่แล้วละอย่าเพิ่งบอกให้จอห์นรู้ก็แล้วกัน พรุ่งนี้ผมจะพูดกับเขาเอง”
“ขอบใจมากคล็อด”
เมื่อถึงเช้าวันพุธเขาก็จัดเก็บเสื้อผ้ากับของใช้ที่จำเป็ลงกระเป๋าเดินทางเล็กๆ 2ใบ โยนใส่หลังรถเชพโรเล็ตและหลังจากกินอาหารเช้าเบาๆ แล้วจึงได้ขับรถขึ้นไปทางตอนเหนือของทวิน ซิตี้ ก่อนหน้าจะถึงชั่วโมงเร่งด่วน
ท้องฟ้าเป็สีครามกระจ่างแจ่มใสเทือกเขาที่โอบล้อมอยู่รอบตัวเมืองอาบไล้อยู่ด้วยแสงสีทองใบไม้ที่เริ่มเปลี่ยนสีสันไปตามฤดูกาลเพิ่มความเฉิดฉันขึ้นเมื่อฤดูใบไม้ร่วงคืบคลานเข้ามา
ในยามนี้ที่เขามีความรู้สึกว่าอาการหนักอึ้งในสมองกับสองไหล่ผ่อนคลายลงอย่างมากเขาไม่ได้เดินทางแบบนี้มาเป็เวลานานทีเดียว
การเดินทางเป็ไปด้วยความปลอดโปร่งไม่มีเหตุบังเอิญใดๆ เกิดขึ้นอีก ถ้าจะพูดกันตามความจริงแล้วภายหลังจากที่ได้พบปะกับนายแพทย์อาร์โนลด์เมื่อวาน เขาก็ยังไม่ได้เจอรอนด้าอีกเลย
มันออกจะเป็เื่น่าขันอยู่เหมือนกันที่เขาพบตัวเองกำลังครุ่นคิดอยู่ ว่าเขาจะดีใจหรือไม่ถ้าได้พบเธออีกสักครั้งเพราะเธอก็ตายจากไปตั้ง 3 ปีแล้วแต่เมื่อใดที่ความคิดดังกล่าวผ่านเข้ามาในสมอง เขาจะรีบปัดมันให้พ้นไปเสียภาพของรอนด้าที่เขาได้เห็นครั้งล่าสุดนั้นมันจำหลักแน่นอยู่ในใจจนทำให้เขากลายเป็โรคจิตอย่างอ่อนก็เป็ได้เขาคิดว่ามันเป็การถูกต้องแล้วที่ได้ไปพบและสนทนากับนายแพทย์อาร์โนลด์เพราะไม่เช่นนั้นแล้วมันอาจจะก่อให้เกิดปัญหารุนแรงเกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้ได้
เขาเดินทางมาถึงเฟอร์กัสฟอลล์ ก่อนเที่ยงเล็กน้อย และพอถึงเที่ยงครึ่งก็ไปถึงเมืองแบตเติลเลค
เขาชะลอความเร็วของรถลงล้อรถบดอยู่กับเส้นทางโรยกรวดที่มีใบไม้แห้งตกลงปกคลุมไว้อีกชั้นเอารถเข้าไปจอดข้างระเบียงบ้าน สายตาเหม่อมองไปทางทะเลสาบ
“ขอต้อนรับกลับบ้าน”เขาเอ่ยออกมาเบาๆ
เคบินริมทะเลสาบหลังนี้ยังอยู่ในสภาพดีกว่าที่เขาคิดไว้มากแผ่นกระดานเหนือกรอบประตูหน้าต่างก็ยังมั่นคงแข็งแรงเพื่อนบ้านอย่างเช่นสามีภรรยาวิลสันได้ช่วยดูแลสภาพภายนอกไว้ให้อย่างดียิ่งพรมใบไม้แห้งเกลื่อนกระจายลงไปจนจรดชายน้ำ
เขาทิ้งกระเป๋าเดินทางไว้ตรงหน้าประตูที่ต้องใช้ไม้ค้ำยันขึ้นแบบเพิงหมาแหงนก่อนจะเดินลงไปที่ทะเลสาบในท่ามกลางสายลมอ่อน พื้นน้ำสีเทาเงินเป็ระลอกน้อยๆทยอยเข้ากระทบฝั่ง ดูเยือกเย็นหม่นหมองอย่างไรบอกไม่ถูก มีเรือบตลำเล็กๆ 2ลำออกไปลอยอยู่เกือบกึ่งกลางทะเลสาบ
เขาเปิดบ้านทั้งหลังในอีก 2ชั่วโทงต่อมา หลังจากนั้นก็จัดการต่อท่อน้ำเข้าครัว ยกสวิทช์ไฟขึ้นขณะที่รอให้ตู้เย็นเดินเครื่องอยู่เขาก็จัดการบรรจุเครื่องกระป๋องที่เอาติดตัวมาเข้าไว้ในอดีตเขากับรอนด้าจะช่วยกันทำงานเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้คนละไม้ละมือโดยที่จิลล์จะลงไปวิ่งเล่นอยู่ริมทะเลสาบ
ทั้งเขาและเธอรักบ้านหลังนี้มากรวมทั้งจิลล์ลูกสาวคนเดียวด้วยบ้านหลังนี้แต่เดิมเป็สมบัติของพ่อแม่รอนด้าที่ยกให้เธอเป็มรดกภายหลังจากที่ตัดสินใจย้ายกลับไปอยู่ฟลอริด้า
เดือนพฤษภาคมของทุกปีเขา รอนด้าและจิลล์จะขับรถมาที่นี่เพื่อเปิดบ้านและพักผ่อนใน่วันหยุดสุดสัปดาห์มันเป็สถานที่ปลอดพ้นจากความแออัดยัดเยียดของบรรยากาศในตัวเมืองและจากทุกส่วนของโลกด้วย
ตอนที่เขาชะโงกหน้าเข้าไปในห้องนอนใหญ่เทย์เลอร์ก็ชะงักราวถูกตรึงอยู่กับที่ เพราะบนโต๊ะเครื่องแป้งยังเต็มไปด้วยเครื่องสำอางอันเป็สมบัติส่วนตัวของรอนด้าเสื้อชั้นในแขวนอยู่ตรงมุมหน้าต่างรูปถ่ายของสามคนพ่อแม่ลูกจ้องมองเขามาจากผนังห้อง
เขาหยุดยืนมองรูปนั้นอยู่เป็ครู่แล้วก็เบือนหน้าหนีอันที่จริงเขาควรจะส่งใครสักคนให้เข้ามาเก็บกวาดทำความสะอาดให้เรียบร้อยเสียก่อนแต่ก็ไม่ได้ทำแม้ภายหลังจากที่พิธีฝังศพได้ผ่านพ้นไปแล้วอาจจะเป็เพราะเขาไม่คาดคิดว่าจะต้องมาพบเห็นภาพเช่นนี้อีกก็เป็ได้
ตอนที่เข้าไปสำรวจห้องนอนของลูกสาวนั้นเขาได้เตรียมตัวเตรียมใจไว้เต็มที่แล้ว ในห้องยังเกลื่อนอยู่ด้วยตุ๊กตา ของเล่นบนผนังเป็ภาพวาดฝีมือลูกสาวกับข้อความที่เขียนไว้ว่า
“หนูโตขึ้นจะต้องเหมือนพ่อค่ะ”
เขารีบปิดประตูห้องลงเดินกลับไปที่ตู้เย็นหยิบเบียร์ออกมา
บ้านหลังนี้อาจจะไม่มีผีก็จริงแต่ความทรงจำของลูกเมียแทบจะเป็สิ่งที่จับต้องได้...
เขาเดินออกไปที่ระเบียงทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะ นั่งจิบเบียร์ไปเรื่อยๆ แรงลมทำให้ผมยุ่งกระจายไกลออกไปตรงขอบฟ้ากลุ่มเมฆสีดำเริ่มก่อตัวขึ้นบางทีวันนี้อาจจะไม่ใช่วันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งแจ่มใสอย่างที่คิดไว้ก็ได้
นายแพทย์อาร์โนลด์บอกว่าเขาควรจะระบายความเศร้าเสียใจออกมาให้ถึงที่สุด เขาจะต้องทำใจให้ยอมรับว่ารอนด้ากับจิลล์ถูกฆ่าตายแล้ว แต่เขาจะทำอย่างไรน้ำตาจึงจะหลั่งไหลออกมาเล่า...เหตุการณ์มันเกิดมานานเต็มทีแล้ว...
เขาไม่ได้นึกถึงรอนด้ามาเป็ปีแล้วทั้งเธอและจิลล์...จนกระทั่งเมื่อ 2 วันก่อน...
“ผมเสียใจเหลือเกินที่ผมไม่ได้ร้องไห้วันที่ผมสูญเสียคุณไปแต่ว่านั่นมันเป็นิสัยของผมที่คุณเองก็รู้ดีผมต้องหาอะไรต่อมิอะไรใส่มืออยู่ตลอดเวลาแล้วก็ยังต้องวางแผนไว้ล่วงหน้าอีกด้วยซึ่งเื่นี้คุณก็รู้ดีอีกนั่นแหละผมเคยคิดว่าสักวันหนึ่งผมคงจะอธิบายความรู้สึกทั้งหมดที่ผมมีอยู่ข้างในออกมาได้แต่ดูเหมือนมันจะไม่เคยถึงเวลานั้นเลยสักที”
การพูดคนเดียวของเขาไม่มีคำตอบ...ขอบคุณพระเ้า...
เทย์เลอร์จิบเบียร์ขณะเดียวกันก็ทอดสายตาเหม่อมองออกไปยังทะเลสาบ...
เขาคิดถึงลูกเมียคิดถึงเหตุการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับชีวิตของตนเอง...
แต่มันกลับไม่ได้ทำให้เขาเกิดความรู้สึกอะไรขึ้นมาเลย...
บ่ายวันพุธ มาริลีนนั่งรถประจำทางเข้าไปในเมืองเพื่อจะไปที่ร้านขายหนังสือชื่อ”มูน ซอง บุ๊คส์” ซึ่งตั้งอยู่บนถนนเฮนเนพินมันเป็วันในฤดูใบไม้ร่วงที่อากาศดีมากแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างรถอาบใบหน้าเต็มที่มันเป็วันที่สดใสเช่นเดียวกับอารมณ์ของเธอ
เงินที่มิสเตอร์การ์ริสันมอบให้วันนั้นได้ช่วยรักษาเธอให้รอดปลอดภัยมาจนทุกวันนี้ในความเมตตากรุณาที่เขาได้หยิบยื่นให้มานั้นมันช่วยให้เธอสามารถปลดเปลื้องหนี้สินอันเป็ภาระหนักหน่วงลงได้ขณะเดียวกันมันก็สร้างผลที่กระทบใจอยู่ ว่าผู้หญิงที่ไม่เคยหลงในวัตถุอย่างเธอปฏิเสธที่จะตกเป็ทาสของเงินกลับต้องมาได้รับความะเืใจอย่างรุนแรงจากปัญหาเื่เงิน
มันทำให้เธอบังเกิดความอยากรู้ขึ้นมาว่าคนรวยทั้งหลายจะใช้เวลาทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกนี้คิดถึงแต่เื่เงินหรือเปล่า...แต่ก็ไม่แน่นัก ตราบใดที่เขายังมีเงินมากมายอยู่ในมือเขาจะต้องคิดเื่เงินทำไมเล่า...?