เกิดใหม่ในยุค 80 พลิกชีวิตแสนตกอับของคุณหนูสกุลหลิน

    เล่มที่ 2 บทที่ 43 สองชู้รักในชาติก่อน (1)

            แม้จะเคยมีเรื่องบาดหมางกับจางชุ่ยหลานอยู่บ้างแต่โดยส่วนตัวแล้วซินเยวี่ยก็ไม่ค่อยอยากให้ยืมหนังสือเท่าไรนักเพราะเคยมีประสบการณ์ที่ไม่ดีในเรื่องนี้มาก่อนหนังสือที่เคยให้ยืมไปเมื่อหลายปีก่อนหายสาบสูญไปตลอดกาล

            หลังจากเสียรู้เรื่องการให้ยืมหนังสือซินเยวี่ยก็ไม่ค่อยอยากให้ใครยืมหนังสือของเธออีก

            ขณะที่ซินเยวี่ยกำลังคิดว่าจะปฏิเสธจางชุ่ยหลานอย่างไรดีจู่ๆ เธอก็คิดถึงเหตุการณ์ที่เจอหลินเต๋อเฉวียนพี่ชายลูกพี่ลูกน้องคนที่สามเมื่อคืน

            ทันใดนั้นซินเยวี่ยก็เกิดความคิดเธอพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ฉันเดาว่าชุ่ยหลานคงชอบอ่านนิยายรักหวานซึ้งประเภทรักๆใคร่ๆ เสียใจด้วยนะ ฉันไม่มีนิยายประเภทนี้เลยแต่ฉันบอกให้ได้ว่าเธอจะไปยืมนิยายรักที่สนุกเป็นพิเศษได้จากที่ไหน”

            เมื่อถึงตรงนี้ซินเยวี่ยจงใจหยุดพูดเพื่อดูท่าทีของจางชุ่ยหลาน

            “ยืมได้จากที่ไหนเหรอ?” จางชุ่ยหลานถามอย่างกระตือรือร้น

            ซินเยวี่ยค่อยๆ พูดว่า“ที่บ้านของพี่เต๋อเฉวียน พี่ชายคนที่สามของอาสะใภ้ฉันมีนิยายรักหลายเล่ม ทั้งของประเทศเราและของต่างประเทศในจำนวนนั้นมีสองเล่มที่มีภาพประกอบด้วยนะ ถ้าชุ่ยหลานอยากอ่านก็ให้เหม่ยอ้ายพาไปยืมกับพี่ชายฉันได้เลย”

            ซินเยวี่ยคิดว่าในเมื่อจางชุ่ยหลานกับหลินเต๋อเฉวียนเป็นชู้รักกันในชาติก่อนถ้าชาตินี้ทั้งสองได้เจอกันเร็วกว่าเดิมและมีความสัมพันธ์กันบางทีอาจจะรักกันได้เร็วขึ้น

            เมื่อเหม่ยอ้ายได้ยินว่าหลินเต๋อเฉวียนมีนิยายรักมากมายแถมยังมีภาพประกอบด้วย เธอก็สนใจขึ้นมาทันที เธอรีบพูดกับจางชุ่ยหลานว่า“ชุ่ยหลาน ในเมื่อพี่บอกว่าหลินเต๋อเฉวียนมีเดี๋ยวฉันจะพาเธอไปยืมนะ”

            “พวกเธอซักผ้ากันต่อไปนะฉันต้องกลับบ้านไปทำอาหารแล้ว” พูดจบซินเยวี่ยก็รีบเดินไปที่จักรยานของเธอจางชุ่ยหลานกับเหม่ยอ้ายซักผ้ากันต่อที่นั่น

            จางชุ่ยหลานใช้ไม้ทุบเสื้อผ้าที่แช่อยู่ในน้ำพลางพูดกับเหม่ยอ้ายว่า“ฉันว่าลูกพี่ลูกน้องเธอจงใจไม่อยากให้ฉันยืมหนังสือก็เลยยุให้เธอพาฉันไปยืมหนังสือจากคนอื่น”

            เหม่ยอ้ายไม่เห็นด้วย“ลูกพี่ลูกน้องฉันไม่มีนิยายรักจริงๆ นี่นาในเมื่อเธอบอกว่าหลินเต๋อเฉวียนมี ก็ต้องมีแน่ๆ เดี๋ยวฉันจะพาเธอไปยืมไม่ต้องห่วงหรอก หลินเต๋อเฉวียนเป็นคนคุยง่าย”

            จางชุ่ยหลานอ่านออกเขียนได้บ้างและเคยอ่านนิยายรักยุคสาธารณรัฐจีนจากญาติรุ่นราวคราวเดียวกันเล่มหนึ่งหลังจากนั้นเธอก็หลงใหลในนิยายที่เขียนถึงความรักอันแสนหวานเมื่อเธอได้ยินจากเหม่ยอ้ายว่าซินเยวี่ยอ่านหนังสือเยอะ และที่บ้านมีหนังสือมากมายเธอคิดว่าผู้หญิงทุกคนคงชอบอ่านนิยายรักที่เขียนถึงความรักๆ ใคร่ๆก็เลยอยากจะให้เหม่ยอ้ายช่วยยืมจากซินเยวี่ยกลับไปอ่าน

            ซินเยวี่ยไม่ค่อยแน่ใจว่าจางชุ่ยหลานจะไปยืมหนังสือจากหลินเต๋อเฉวียนจริงๆหรือเปล่าแต่สิ่งที่ไม่ได้คาดคิดก็คือเหม่ยอ้ายพาจางชุ่ยหลานไปที่บ้านของอาสะใภ้คนที่สองเพื่อยืมหนังสือจากหลินเต๋อเฉวียนจริงๆ

            เนื่องจากบ้านสองหลังอยู่ไม่ไกลกันแถมบ้านของอาสะใภ้คนที่สองยังมีสุนัขตัวใหญ่ เวลามีคนแปลกหน้ามาที่บ้านสุนัขก็จะเห่าไม่หยุดหย่อน

            เมื่อได้ยินเสียงสุนัขเห่าซินเยวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะออกไปฟัง พอได้ยินเสียงของเหม่ยอ้ายและจางชุ่ยหลานแล้วก็เสียงของหลินเต๋อเฉวียน ตามมาด้วยเสียงของอาสะใภ้คนที่สอง

            ดูเหมือนพวกเขากำลังคุยกันอย่างออกรสหลังจากนั้นประมาณสิบกว่านาที เหม่ยอ้ายและจางชุ่ยหลานก็จากไป

            แม่หลินเห็นซินเยวี่ยยืนอยู่หน้าประตูบ้านตลอดเวลาเพื่อฟังเสียงเมื่อเธอกลับเข้าไปในบ้านก็ถามว่า “ยืนอยู่ข้างนอกฟังอะไรเหรอ?”

            ซินเยวี่ยจึงเล่าเรื่องที่เหม่ยอ้ายพาจางชุ่ยหลานไปยืมหนังสือจากหลินเต๋อเฉวียนที่บ้านอาสะใภ้คนที่สอง

            เมื่อได้ยินชื่อจางชุ่ยหลานแม่หลินก็ชะงักไปเล็กน้อย “จางชุ่ยหลานเป็นลูกสาวบ้านไหนเหรอ?”

            ซินเยวี่ยรีบตอบ“จางชุ่ยหลานไม่ใช่คนในหมู่บ้านเรา เป็นคนจากหมู่บ้านจางเจียจวงพี่ชายของเธอชื่อจางเฉียงเมื่อหลายปีก่อนตอนที่เรียนช่างไม้ที่หมู่บ้านต้าไหวซู่ข่มขืนหญิงสาวปัญญาชนคนหนึ่งแล้วถูกจับตอนนี้สี่ห้าปีแล้ว ยังไม่ออกมาเลย”

            เมื่อได้ยินว่าจางชุ่ยหลานมีภูมิหลังแบบนี้แม่หลินก็ย่นจมูก “เหม่ยอ้ายไปยุ่งกับจางชุ่ยหลานได้ยังไง?”

            ซินเยวี่ยพูดอย่างเฉยเมย“หนูก็ไม่รู้ว่าพวกเขายุ่งกันได้ยังไงแต่หนูรู้ว่าเหม่ยอ้ายสนิทกับเธอมากกว่าหนูที่เป็นลูกพี่ลูกน้องแท้ๆ อีก”

            แม่หลินพูดอย่างรังเกียจ“ไม่สนิทกับแกก็ดีแล้ว คนเขาว่าปลาหาปลา กุ้งหากุ้งเต่าหากินกับตะพาบ เหม่ยอ้ายอยากจะไปยุ่งกับน้องสาวของไอ้พวกข่มขืนก็ช่างเขาเถอะ”

            นับตั้งแต่ที่ซินเยวี่ยยืนยันเรื่องชู้สาวของหลิวกุ้ยหรงกับหลี่กั๋วหมินแม่หลินก็เริ่มมีกำแพงในใจกับพี่สาวของเธอแล้วยิ่งได้ยินว่าเหม่ยอ้ายสนิทสนมกับลูกสาวของพวกข่มขืนเธอก็ยิ่งรังเกียจมากขึ้นไปอีก

            เมื่อเห็นแม่รังเกียจป้าใหญ่และเหม่ยอ้ายซินเยวี่ยก็พลอยดีใจไปด้วย แม้ภายนอกเธอจะไม่แสดงออกอะไรเลยก็ตาม

            เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงสุดสัปดาห์ซินเยวี่ยออกจากบ้านแต่เช้าตรู่

            เธอไปขายสมุนไพรในเมือง

            นับตั้งแต่รู้ว่าในภูเขาของตัวเองมีสมุนไพรป่ามากมายซินเยวี่ยก็จะเข้าป่าไปหาสมุนไพรเมื่อมีเวลาว่าง แล้วนำสมุนไพรไปตากให้แห้งพอถึงสุดสัปดาห์ก็จะไปขายที่เมืองประจำมณฑลทุกครั้งก็จะสามารถหารายได้ได้หนึ่งสองหยวน อย่างมากก็ไม่เกินห้าหยวนแต่นั่นก็ทำให้ซินเยวี่ยพอใจมากแล้ว

            ครั้งนี้ซินเยวี่ยขายได้สี่หยวนห้าสิบเฟินนับว่าเป็นครั้งที่ได้เงินเยอะพอสมควร เธอเก็บเงินสามหยวนที่เหลืออีกหนึ่งหยวนห้าสิบเฟินไปซื้อซีอิ๊วขาว น้ำส้มสายชู และสบู่สำหรับล้างหน้าจากนั้นก็ซื้อเต้าหู้แผ่นอีกห่อ

            ซินเยวี่ยกลับมาถึงหมู่บ้านก็เป็นเวลาโพล้เพล้แล้ว

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ในยุค 80 พลิกชีวิตแสนตกอับของคุณหนูสกุลหลิน ที่คุณอ่าน