ความมืดและความเงียบสงัดคือสหายเพียงหนึ่งเดียวของเิเหยียน (孟言) ในยามนี้ หลังจากก้าวพ้นโถงถ้ำที่เคยเป็สมรภูมิ เขาก็เข้าสู่ทางเดินผลึกที่ทอดยาวและคดเคี้ยวเข้าไปในส่วนลึกของเทือกเขา แสงสีฟ้าเรืองรองจากผลึกน้อยใหญ่ยังคงสาดส่อง นำทางเขาไปข้างหน้าอย่างเงียบงัน อากาศเย็นสบายและบริสุทธิ์ยิ่งขึ้นจนเขาััได้ถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายบุปผาและพืชพันธุ์บางชนิดลอยมาตามลมเป็ระยะ
'พลังฟ้าดิน (天地之力 - เทียนตี้จือลี่) ณ ที่แห่งนี้ ช่างหนาแน่นและสงบอย่างน่าประหลาด ไม่มีความปั่นป่วนหรือกลิ่นอายอสูร (妖兽 - เยาโซ่ว) รุนแรงเหมือนด้านนอก หรือว่าอสูรผลึกคชสาร (晶化巨象 - จิงฮว่าจวี้เซี่ยง) ตัวนั้น คือผู้พิทักษ์เพียงหนึ่งเดียวของเส้นทางนี้?' เิเหยียน (เร็นไซ - 古岳蓮齋) ครุ่นคิดพลางก้าวเดินอย่างระมัดระวัง ประสาทััตามหลัก "ฟูริน" (風輪) เปิดกว้างเต็มที่
ทางเดินเริ่มกว้างขึ้นเล็กน้อย ผนังถ้ำสองข้างทางไม่ได้มีเพียงผลึกสีฟ้า แต่เริ่มมีผลึกสีอื่นๆ เช่น สีเขียวมรกต สีม่วงอเมทิสต์ ปะปนอยู่บ้าง เปล่งแสงผสมผสานกันอย่างงดงามแต่ก็ดูลึกลับ นอกจากนี้ เขายังเห็น "เถาวัลย์" ประหลาดที่เลื้อยพันไปตามผนัง เถาวัลย์เ่าั้มีใบเป็ผลึกใสเล็กๆ และดูเหมือนจะดูดซับแสงเรืองรองจากผนังถ้ำไว้ ทำให้ตัวมันเองส่องสว่างจางๆ
'พืชผลึก? โลกนี้ช่างมีสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวได้อย่างน่าทึ่งจริงๆ หรือว่านี่คือสมุนไพริญญา (灵草 - หลิงเฉ่า) อีกชนิดหนึ่ง? แต่กลิ่นอายพลังงานของมันดู 'สงบ' เกินไป ไม่เหมือนรากไม้ผลึกที่ข้าเก็บได้ก่อนหน้านี้' เขาสังเกตอย่างละเอียด แต่ไม่ได้เข้าไปแตะต้องมันโดยไม่จำเป็ 'ความไม่รู้ คือบ่อเกิดแห่งอันตรายเสมอ'
เมื่อเดินต่อไปอีกพักใหญ่ เขาก็พบกับบริเวณที่ดูเหมือนจะเป็แอ่งน้ำขนาดเล็ก น้ำในแอ่งนั้นใสสะอาดจนมองเห็นผลึกที่อยู่ก้นแอ่งได้อย่างชัดเจน และที่น่าแปลกคือ ผิวน้ำไม่ได้นิ่งเรียบ แต่กลับมีการกระเพื่อมเล็กน้อยเป็วง ราวกับมีพลังงานบางอย่างไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา
'พลังงานธาตุน้ำ (水輪 - ซุยริน) ที่เข้มข้นและบริสุทธิ์มาก...สถานที่แห่งนี้เหมาะสมอย่างยิ่งกับการบำเพ็ญเพียร' เิเหยียนตัดสินใจหยุดพัก เขา้าฟื้นฟูร่างกายให้สมบูรณ์ที่สุด และทำความเข้าใจกับพลังงานที่เพิ่งค้นพบจากการต่อสู้ครั้งก่อนให้มากขึ้น 'การรุดหน้าไปโดยไม่เตรียมพร้อม คือความประมาท'
เขานั่งลงขัดสมาธิริมแอ่งน้ำ วางกระบี่เหล็กที่บิดเบี้ยวไว้ข้างตัว และหยิบศิลาไร้ลักษณ์สีดำสนิทออกมาวางไว้บนตัก เขาลองเพ่งจิตััไปยังความเชื่อมโยงอันแ่เบาที่รู้สึกได้ระหว่างตนเองกับศิลา 'เ้าคือสิ่งใดกันแน่? เหตุใดจึงมาอยู่กับข้า? และพลังที่เ้ามอบให้...มันคืออะไร?'
เขาลองถ่ายทอด "เจตจำนง" (意志 - อิชิ) เข้าไปในศิลาเบาๆ แต่ก็ไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ ที่ชัดเจน มันยังคงเย็นสบายและดูดซับแสงรอบข้างเล็กน้อยเช่นเดิม 'หรือว่ามันจะตอบสนองต่อสถานการณ์คับขันเท่านั้น? หรือต้องใช้ 'เื' เป็สื่อกลาง? ช่างเป็ปริศนาที่น่าปวดหัว แต่ก็ท้าทายยิ่งนัก'
เขาละความสนใจจากศิลาชั่วคราว หันมามุ่งมั่นกับการฝึก "ลมหายใจแห่งห้าจักรวาล" ตามหลัก "โกะริน อิชชินโป" (五輪一心法) เขาเริ่มจากการผสานจิตเข้ากับหลัก "วารี" (水輪 - ซุยริน) ััถึงความเย็นสบายและความบริสุทธิ์ของพลังฟ้าดินธาตุน้ำจากแอ่งน้ำเบื้องหน้าและอากาศรอบตัว เขาเปิดรับพลังงานเ่าั้เข้ามาอย่างช้าๆ ให้มันไหลเวียนชำระล้างความาเ็ภายใน และเสริมสร้างเส้นชีพจรที่เคยเสียหายให้กลับมาแข็งแรง
จากนั้น เขาก็ผสานจิตกับหลัก "ปฐี" (地輪 - จิริน) ััถึงความมั่นคงของพื้นถ้ำผลึกใต้ร่าง ดึงดูดพลังงานธาตุดินอันสงบนิ่งเข้ามาเสริมสร้างความแข็งแกร่งของกระดูกและกล้ามเนื้อ
เมื่อฝึกสองธาตุนี้ไปได้ระยะหนึ่ง เขาก็ลองหันมาทำความเข้าใจกับหลัก "วายุ" (風輪 - ฟูริน) ััถึงกระแสลมที่พัดเอื่อยๆ ในถ้ำ การไหลเวียนของพลังงานที่มองไม่เห็น เขารู้สึกว่าประสาทััของตนเองเฉียบคมขึ้น สามารถรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ รอบตัวได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
และสุดท้าย...หลัก "อัคคี" (火輪 - คาริน)... เขายังคงลังเลที่จะดึงพลังงานธาตุไฟจากภายนอกเข้ามาโดยตรง แต่เขาลองใช้จิตเพ่งไปที่ "เจตจำนง" ของตนเอง ความมุ่งมั่นที่จะแข็งแกร่งขึ้น ความเด็ดเดี่ยวที่จะก้าวข้ามทุกอุปสรรค เขารู้สึกได้ถึง "ความร้อน" ที่ก่อตัวขึ้นจาก "ภายใน" จิตใจ เป็พลังที่เกิดจากความตั้งมั่น ไม่ใช่จากธาตุภายนอก
พลังงานจากธาตุทั้งสี่ค่อยๆ ไหลเวียนประสานกันภายในร่างที่เล็กแต่เริ่มจะแข็งแกร่งขึ้นของเิเหยียน มันไม่ใช่การสะสมพลังปราณ (灵气 - หลิงชี่) ในตันเถียนแบบที่ผู้ฝึกตนทั่วไปทำ แต่มันคือการ "หลอมรวม" ความเข้าใจในหลักการของธาตุต่างๆ เข้ากับพลังฟ้าดินรอบตัว และปรับเปลี่ยนร่างกายให้ "สอดคล้อง" กับพลังงานเ่าั้โดยตรง
เวลาผ่านไปหลายชั่วยาม เิเหยียนลืมตาขึ้น แววตาของเขาดูสงบนิ่งและลุ่มลึกยิ่งกว่าเดิม แม้ระดับพลังโดยรวมอาจจะยังไม่ก้าวข้ามขีดจำกัดสู่ระดับขั้นแรก แต่เขาก็รู้สึกได้ว่าตนเอง "แข็งแกร่ง" ขึ้นมาก ทั้งทางร่างกายและจิตใจ ความเข้าใจใน "วิถีห้าจักรวาล" ในบริบทของโลกใหม่นี้...กำลังเริ่มจะก่อตัวเป็รูปเป็ร่างขึ้นแล้ว
**ขณะที่กำลังสำรวจความเปลี่ยนแปลงภายในร่างกาย ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามาโดยไม่ตั้งใจ 'ป่านนี้...เ้าพวกศิษย์สำนักจันทรากระจ่าง (明月宗 - ิเยว่จง) จะเป็อย่างไรบ้างหนอ? จะหาทางรอดจากฝูงแมงป่องนั่นได้หรือไม่?' แต่เขาก็รีบปัดความคิดนั้นทิ้งไป 'ช่างเถิด...นั่นไม่ใช่เื่ที่ข้าต้องกังวล แต่ละคนมีเส้นทางของตนเอง การพะวงถึงผู้อื่นมีแต่จะทำให้ไขว้เขว' **
'ใกล้แล้ว...อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น ข้าััได้ถึง 'ประตู' บานนั้นแล้ว หากสามารถหลอมรวมความเข้าใจในธาตุทั้งสี่ให้สมบูรณ์ และเริ่มััถึงแก่นแท้ของ 'ความว่างเปล่า' (空 - คู) ในโลกนี้ได้ ข้าก็จะสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับพลังขั้นแรก และปลุก 'อาวุธ' ที่แท้จริงของข้าขึ้นมาได้'
เขาลุกขึ้นยืน บิดกายเล็กน้อย เสียงกระดูกลั่นเบาๆ บ่งบอกถึงความเปลี่ยนแปลงภายใน เขาเก็บศิลาไร้ลักษณ์และหยิบกระบี่เหล็กขึ้นมา เตรียมพร้อมจะออกเดินทางต่อ
แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวเท้าออกไป สายตาของเขาก็พลันจับจ้องไปยัง "ผนังถ้ำ" ด้านในสุด ที่อยู่ลึกเข้าไปตามทางเดินที่อสูรผลึกคชสารจากไป...
บนผนังผลึกที่เคยเรียบสนิทนั้น บัดนี้กลับปรากฏ "รอยขีดเขียน" ประหลาดขึ้น! มันไม่ใช่รอยขีดข่วนจากกรงเล็บอสูร แต่เป็ "ลายเส้น" ที่ดูคล้ายกับ...อักขระโบราณ? หรือแผนผังบางอย่าง? ลายเส้นเ่าั้ส่องแสงสีทองจางๆ ออกมา และดูเหมือนจะเพิ่งปรากฏขึ้นไม่นาน!
'นั่นมัน...อะไรกัน?' เิเหยียนขมวดคิ้ว ความรู้สึกถึงปริศนาและความท้าทายใหม่ถาโถมเข้ามาอีกครั้ง
(จบตอนที่ 18)