บทที่ 3 แม่โดนรังแก
เย่จู๋กำลังหัวเสีย เห็นเย่เสี่ยวจิ่นถือไข่ไก่
ทำไมไก่บ้านเธอยังแข็งแรงดีอยู่อีกล่ะ?!
“ฉันได้ยินว่าไก่ที่บ้านแกใกล้ตายแล้ว ทำไมมันยังออกไข่ได้อีก”
“ต้องเป็แม่แกแน่ ๆ ที่แอบเปลี่ยนไก่ของเรา!”
“เอาไก่ของฉันคืนมา!”
เย่เสี่ยวจิ่นมองเย่จู่ราวกับคนโง่ ในความทรงจำของเด็กน้อย ผู้หญิงคนนี้เป็ลูกสาวคนโตของลุงใหญ่
เป็พี่ลูกพี่ลูกน้องของเธอ
เย่จู่คิดในใจว่า เย่เสี่ยวจิ่นเป็แค่เด็กโง่คนหนึ่ง
ถ้าแอบเปลี่ยนไปจริง ๆ คงไม่มีใครรู้แน่
แบบนี้แม่ก็จะไม่ด่าเธอแล้ว
เด็กสาวกลอกตา จงใจขู่ว่า “ส่งไข่ไก่มานี่ซะ นี่ไม่ใช่ของแก”
“ไก่บ้านแกอกไข่ไม่ได้ ใคร ๆ ก็รู้ดี”
“แกเป็ขโมย แม่แกก็เป็ขโมย!”
เย่เสี่ยวจิ่นเห็นว่าเธอกำลังจะเข้ามาแย่ง จึงอดถอนหายใจไม่ได้กับความก้าวร้าวนี้
เย่เสี่ยวจิ่นพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า “หลักฐานล่ะ? มีแต่ปากหรือไง?”
“ถ้าพี่บอกว่าพวกเราขโมย ฉันก็จะไปบอกคนอื่นว่าพี่เป็ขโมย!”
เย่เสี่ยวจิ่นขาดสารอาหาร ร่างกายจึงผอมแห้ง
ทว่าดวงตากลมโตของเด็กน้อยนั้นกลับดูน่ารัก
เย่จู่ถึงกับอึ้ง ไม่คิดว่าเด็กน้อยคนนี้จะหายโง่แล้ว
เธอพูดตะกุกตะกัก “แก… แกพูดได้แล้ว? แกหายโง่แล้วเหรอ”
“พี่ต่างหากที่โง่”
เย่เสี่ยวจิ่นถือไข่ไก่เข้าบ้าน วางไข่สองฟองลงในหม้อ แล้วเติมน้ำลงไป
กำลังรอให้หลี่ชุ่ยชุ่ยกลับมาในตอนเที่ยง จะได้กินไข่ทันที
เย่จู่เดินตามเย่เสี่ยวจิ่นเข้ามาเพราะความสงสัย
มองดูเด็กน้อยอุ้มฟืนมาเตรียมก่อไฟ
พี่ชายของเย่จู่เป็นักเรียน ไม่เคยทำงานหนัก ขนาดเย่เสี่ยวจิ่นอายุเพียงสามขวบยังขยันกว่า
แม้เด็กน้อยจะทำอะไรไม่เป็หลายอย่าง แต่ก็สามารถเรียนรู้ได้ทุกอย่าง
เธอค่อนข้างสนุกกับการเรียนรู้แบบนี้
เยจู่มองดูอยู่นานก็รู้สึกเบื่อ จึงตัดสินใจกลับไปบอกแม่
เย่เสี่ยวจิ่นไม่รู้วิธีใช้ไม้ขีดไฟ พยายามอยู่นานกว่าจะก่อไฟติด
เด็กน้อยเดินกลับไปดูแม่ไก่ตัวเดิม ปรากฏว่าบนพื้นมีไข่ไก่สองฟอง
ครั้งนี้ไม่ได้เอาไปกิน แต่ตั้งใจจะเก็บไว้รอมันฟักไข่
ที่ทุ่งนา
ฝ่ายหลี่ชุ่ยชุ่ยกำลังกำจัดวัชพืชอยู่กับคนอื่น ๆ หญิงสาวทำงานในสวนผลไม้มาโดยตลอด
พอถึง่เก็บเกี่ยวผลไม้ ก็จะได้ผลไม้กลับบ้านไปให้ลูก ๆ กินมากขึ้น
อากาศใน่กุมภาพันธ์มักจะหนาวในตอนเช้า แต่พอทำงานก็เริ่มรู้สึกร้อน
เธอเหนื่อยมาก จนเกือบหน้ามืด จึงเดินไปนั่งพักที่คันนาสักครู่
แต่ใครจะรู้ พอเธอนั่งลง ก็มีคนเดินเข้ามา
“หลี่ชุ่ยชุ่ย เธอแอบอู้งานอีกแล้วเหรอ?” วัยรุ่นผู้มีการศึกษาที่ถูกส่งมาที่ชนบทแบบเซี่ยวเยว่ ชี้นิ้วไปที่หลี่ชุ่ยชุ่ย พร้อมกับพูดจาดูถูกเหยียดหยาม “สามวันดีสี่วันไข้ ไม่มาทำงาน พอมาถึงก็แอบอู้งานอยู่คนเดียว”
“คนี้เีแบบเธอ สมควรจะถูกไล่ออกจากหมู่บ้านจริง ๆ!”
เมื่อวานหลี่ชุ่ยชุ่ยไม่ได้กินอะไรเลย เมื่อคืนเธอก็ดูแลเย่เสี่ยวจิ่น จนไม่ได้นอน
เช้านี้ก็เพียงกินโจ๊กจืดชืดไปครึ่งถ้วย ตอนนี้ท้องก็เริ่มประท้วง ร่างกายอ่อนแรง
หญิงสาวรู้สึกน้อยใจ แต่ด้วยนิสัยไม่สู้คน จึงได้แต่ยืนนิ่งให้คนอื่นด่าทอ
หยางเจี้ยนรีบเข้ามาอธิบาย “ลูกสาวของชุ่ยชุ่ยไม่สบาย เธอต้องคอยดูแลลูกเลยไม่ได้พักผ่อน”
“หัวหน้า อย่าตำหนิเธอเลยนะ”
“ฉันไม่สนว่าเพราะอะไร” เซี่ยวเยว่เยาะเย้ยอย่างดูถูก “คนอื่นเขาก็มีลูกกันทั้งนั้น ทำไมไม่เห็นเป็แบบหลี่ชุ่ยชุ่ย”
“สุดท้ายก็เป็เพราะี้เีนั่นแหละ!”
“วันนี้เธอไม่ต้องทำแล้ว ไม่นับคะแนนงาน ในเมื่อง่วงนักก็กลับบ้านไปนอนให้เต็มอิ่มก่อนค่อยกลับมา!”
หลี่ชุ่ยชุ่ยรู้สึกอัดอั้นตันใจ จนน้ำตาคลอเบ้า
ทำได้เพียงถือจอบ แล้วเดินกลับบ้าน
แต่พอกลับถึงบ้าน ก็ไม่เหลืออะไรให้กินแล้ว...
หลี่ชุ่ยชุ่ยยืนอยู่หน้าบ้าน ไม่รู้ว่าจะเผชิญหน้ากับลูกสาวยังไง
หญิงวัย 45 ปี ในตอนนี้รู้สึกผิดอย่างมาก
“แม่ ทำไมแม่ยืนอยู่หน้าประตู ไม่เข้ามาล่ะคะ” เย่เสี่ยวจิ่นเดินไปเก็บไข่ไก่
วันนี้เก็บไข่ไก่ได้ครบสิบฟองแล้ว
เด็กน้อยคิดว่าต้องเลี้ยงไก่เพิ่มอีกสองสามตัว จะได้เก็บไข่ไก่ได้มากขึ้น
“จิ่นเป่า หิวแล้วใช่ไหมลูก? แม่จะรีบไปหาอะไรให้กินนะ”
“แม่จ๋า ทำไมแม่ตาแดง ร้องไห้มาเหรอ?”
“ไม่มี ไม่มี” หลี่ชุ่ยชุ่ยจูงมือเย่เสี่ยวจิ่นเข้าบ้าน ก่อนจะเห็นว่าในหม้อมีน้ำร้อนกำลังเดือดอยู่ บนโต๊ะมีไข่ไก่ต้มสุกขาวจั๊วะวางอยู่ 6 ฟอง
หลี่ชุ่ยชุ่ยขยี้ตา “จิ่นเป่า พ่อกับคนอื่น ๆ กลับมาแล้วเหรอ?”
เย่เสี่ยวจิ่นส่ายหัว “ยังจ้ะ แม่ไก่ที่บ้านออกไข่สิบฟอง หนูต้มไป 6 ฟอง”
“เหลืออีก 4 ฟอง เก็บไว้ฟักเป็ลูกเจี๊ยบ”
ในใจของหลี่ชุ่ยชุ่ยใมาก จากนั้นก็รู้สึกกลัวขึ้นมา “จิ่นเป่า ลูกไปเก็บไข่ไก่บ้านอื่นมารึเปล่า”
หล่อนรู้ดีว่าไก่ที่บ้านเป็ยังไง
มันไม่เคยออกไข่เลยสักฟอง
ยิ่งตอนที่ออกจากบ้าน ไก่ก็ใกล้ตายแล้ว แล้วตอนนี้จะออกไข่ทีเดียวสิบฟองได้ยังไง?
เธอไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
เย่เสี่ยวจิ่นรู้สถานการณ์แบบนี้ดี จึงพูดอย่างไม่อายว่า “แม่จ๊ะ หนูฝันเห็นคุณปู่แก่ ๆ บอกว่าหนูคือเทพเหวินฉวี่ซิง*[1]ลงมาเกิดบนโลก”
“คุณปู่สอนเื่น่าใมากมายให้หนู ตอนนี้หนูเลี้ยงไก่ได้แล้ว”
“แม่วางใจได้ พรุ่งนี้ก็จะมีไข่อีกสิบฟอง ไม่งั้นพรุ่งนี้แม่รอดูได้เลย”
หลี่ชุ่ยชุ่ยยังไม่ค่อยเชื่อนัก
เเค่นั่งลงบนเก้าอี้ จิบน้ำร้อนหนึ่งถ้วย จากนั้นก็ค่อย ๆ เอื้อมมือไปหยิบไข่ไก่บนโต๊ะขึ้นมาอย่างระมัดระวัง
ไข่ใบนี้ค่อนข้างใหญ่ พอแกะเปลือกออก เนื้อไข่ข้างในขาวเนียนน่าทาน
ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง
ท้องของหลี่ชุ่ยชุ่ยร้องโครกคราก เมื่อปอกเปลือกไข่เสร็จก็ยื่นให้เย่เสี่ยวจิ่น
“จิ่นเป่า กินไข่เร็ว ลูกจะได้หายป่วย”
เย่เสี่ยวจิ่นกัดกินคำหนึ่ง “อร่อยมาก แม่ก็กินด้วย”
ลี่ชุ่ยชุ่ยยิ้มอย่างอ่อนโยน เมื่อเห็นลูกสาวมีความสุข ความคับข้องใจทั้งหมดก็ถูกกลืนลงท้อง
เธอกินไข่ไก่ไปหนึ่งฟอง อาการวิงเวียนจากความหิวก็บรรเทาลง
ส่วนที่เหลือไม่ยอมแตะต้อง เพราะจะเก็บไว้ให้ลูกสาวกินทีหลัง
เย่เสี่ยวจิ่นทำอะไรไม่ได้ จึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย
ลี่ชุ่ยชุ่ยเก็บกวาดบ้าน จากนั้นก็ออกไปดูแม่ไก่
หล่อนพบว่าแม่ไก่ทั้งสองกลับมามีชีวิตชีวา ะโโลดเต้น เธอประหลาดใจมาก “หรือว่าที่จิ่นเป่าพูดจะเป็เื่จริง?”
“จิ่นเป่าได้พบกับเทพเซียนจริง ๆ อย่างงั้นหรือ?”
หญิงวัยกลางคนสวดภาวนาขอให้พระโพธิสัตว์คุ้มครอง แล้วก็เอาผักป่าโยนให้แม่ไก่กิน
แต่ตอนนี้แม่ไก่ได้กินของดีเข้าไปแล้ว ผักป่านี้เป็เพียงของกินเล่นเท่านั้น
หลี่กุ้ยฮวาได้ยินว่าไก่บ้านหลี่ชุ่ยชุ่ยยังไม่ตาย แถมยังออกไข่ได้แล้ว เธอโกรธจนหน้าเบี้ยว ตบโต๊ะเสียงดัง คว้าไก่ป่วยใกล้ตายสองตัว เดินดุ่ม ๆ ไปที่บ้านหลี่ชุ่ยชุ่ยทันที
ฝ่ายเย่จื้อเฉียงคิดว่าไก่ของตัวเองถูกสลับ ก็โกรธจนแทบคลั่ง
ตอนนั้นหลี่ชุ่ยชุ่ยกำลังปะเสื้อให้เย่เสี่ยวจิ่น จู่ ๆ ประตูบ้านก็ถูกถีบเปิดออกอย่างแรง เธอใจนเข็มทิ่มนิ้วมือ ปูดเป็ตุ่มเืขึ้นมาทันที ไก่ป่วยสองตัวถูกโยนเข้ามาในบ้าน
“หลี่ชุ่ยชุ่ย แกมันคนใจดำ!” หลี่กุ้ยฮวายืนเท้าสะเอวเหมือนั์ “หน้าไม่อายจริง ๆ กล้าดียังไงมาขโมยไก่ฉัน!”
*[1] เทพเหวินฉวี่ซิง คือ เทพแห่งการศึกษาอักษรศาสตร์ ทั้งด้านการประพันธ์ ด้านศิลปะ และการสอบเข้ารับราชการ อีกทั้งยังส่งผลในด้านโชคลาภอีกด้วย