หลังจากขี่ลาป่าเตร็ดเตร่ไปมาในป่าวานรสักสอง-สามรอบ นาทีนี้ในหัวของผมล้วนขาวโพลนไปหมด แม้ว่าจะออกค้นหาต้นไม้เกือบทุกโพรง จนใช้เวลาไปกว่าสิบนาทีแล้วก็ตาม ทว่าก็ยังไม่พบสุราวานรที่ว่าเลยสักหยด เป็นไปได้ไหมว่ามันจะเป็นแค่เรื่องโกหก? ในทางกลับกันที่ป่าไผ่ด้านข้าง ก็มักจะมีพวกลิงส่งเสียง “เจี๊ยก เจี๊ยก “ เยาะเย้ยตลอดเวลา ซึ่งทำเอาของขึ้นเลยทีเดียว
รอเดี๋ยวก่อน ……เหตุผลที่ถูกเรียกว่าสุราวานร นั้นก็เพราะที่เหล่าลิงทั้งหลายจะสามารถผ่านฤดูอันเหน็บหนาวไปได้ จึงต้องซ่อนผลไม้ที่เก็บเกี่ยวได้ในฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงไว้ในโพรงต้นไม้แล้วปิดผนึกเอาไว้ ทว่าผลไม้เหล่านี้ถูกหมักจนกลายเป็นสุราธรรมชาติ ที่มีรสชาติกลมกล่อมและหอมหวน ดังนั้นจึงเรียกว่า สุราวานร นึกไม่ถึงเลยว่าผมจะพบมันแล้ว ฉะนั้นก็ต้องไปถามกับคนที่เอาไปซ่อน? ไม่ใช่สิ ลิงที่เอาไปซ่อน งั้นก็ต้องจับลิงมาสักตัว!
ผมขี่เจ้าลาป่า แล้วมุ่งหน้าเข้าไปในป่าไผ่!
เมื่อผมปรากฎตัวขึ้น พวกลิงต่างวงแตกทันที แต่ละตัวกระโดดโลดโผนไปทั่ว การเคลื่อนไหวของพวกมันว่องไวไม่ธรรมดา ทั้งยากที่จะจับอีกด้วย แต่การเคลื่อนไหวของผมก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน หลังจากเลี้ยวเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนไหวติดต่อกันหลายครั้ง ในที่สุดลิงตัวหนึ่งก็ถูกผมจับเข้าที่หางขณะอยู่กลางอากาศ “ปึก” ไม่รอช้าผมกดมันเข้ากับหินก้อนใหญ่บนพื้นอย่างรวดเร็ว!
“เจี๊ยก เจี๊ยก ~~~”
เจ้าลิงน้อยแสนซนพยายามดิ้นให้หลุดพ้นจากพันธนาการ โดยใช้กรงเล็บทั้งสี่ไล่ข่วน “เจ้าตัวเหม็นนี่กำลังขยี้ขนข้า...... เจ็บๆๆๆ!”
ผมแสร้งทำเป็นดุ “เจ้าลิงน้อย ยังมีสุราวานรอยู่ที่ไหนอีกบ้าง? รีบบอกมา ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ฉันจะขยี้ให้ขนแกจนไฟลุกเลย!”
“อย่ามาขยี้ขนสีทองเงางามของข้านะ!”
ลิงน้อยกรีดร้องเสียงดัง “สุราวานรก็อยู่ต้นไม้ตรงกลางด้านหลังเจ้านั้นไง เจ้ามีทักษะที่แข็งแกร่งและทรงพลัง ทว่ากลับโง่เง่าเสียจริง!”
“หือ?”
ผมรีบเอี้ยวตัวหันกลับไปมองข้างหลังทันที แน่นอนว่า ผมพบร่องรอยของใบไม้ที่ปิดโพรงต้นไม้ตรงกลางท่ามกลางเหล่าแมกไม้เก่าอยู่ข้างหลัง ดังนั้นจึงโยนเจ้าลิงทิ้งออกไป แล้วกระโจนปีนขึ้นต้นไม้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่เปิดใบไม้ที่ปิดโพรงต้นไม้ออก กลิ่นของสุราชั้นดีจึงโชยออกมาปะทะเข้ากับจมูกผมเต็มๆ ทำให้ผู้คนจิตใจเบิกบานผ่อนคลาย จากนั้นสุราก็ถูกเติมลงในจอกจนเต็ม ก่อนจะปิดโพรงต้นไม้อีกครั้งและกลับไปทางเดิม
……
“อ่า? สุราดี …… หอม ……หวาน…… “
ตาแก่ขี้เมาตื่นเต้นจนแทบจะเสียสติ หลังจากคว้าจอกกระดกดื่มอย่างเร็วจนแทบจะไม่หายใจ ใบหน้าแก่ของเขาจึงแดงก่ำพร้อมกับความโลภที่ไหลผ่านดวงตาคู่นั้น “พ่อหนุ่ม ถ้าเจ้าให้สุราวานรแก่ข้าอีกสักจอก ข้าก็จะ...”
“ชิ้ง!”
ผมชักดาบขึ้นเล็กน้อย แสงเย็นจากใบดาบที่อยู่ห่างจากฝักไม่กี่นิ้วสะท้อนแยงตาทันที
ตาแก่ขี้เมาตัวสั่นระริก “ก็ได้ๆ เจ้าไม่จำเป็นถึงขนาดที่ต้องรังแกคนแก่หรอก ข้าจะถ่ายทอดวิชาเกี่ยวกับสมุนไพรให้แก่เจ้า แต่ก่อนที่เจ้าจะได้รับสืบทอดนั้น อย่างน้อยเจ้าควรเรียกข้าว่าท่านอาจารย์สักครา เจ้าว่าไหม?”
“ได้!”
ผมรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย ก่อนเอ่ยว่า “ท่านอาจารย์!”
“อา... ศิษย์รัก เจ้าช่วยตาแก่ผู้นี้อีก...”
“ชิ้ง!”
“เอาล่ะๆ ศิษย์ข้า นี่คือวิชาเกี่ยวกับสมุนไพร ที่ข้าจะสืบทอดให้แก่เจ้า!”
……
“ดิ้ง!”
แจ้งเตือนจากระบบ:ขอแสดงความยินดี คุณได้รับ《ทักษะเกี่ยวกับสมุนไพร》,และได้รับอาชีพรอง【หมอยาฝึกหัด】และ【นักปรุงยาฝึกหัด】!
หลังจากนั้น ก็คุยกับตาแก่ขี้เมาอีกครั้ง และได้เรียนรู้สกิลคัดแยกสมุนไพรระดับ1 สกิลปรุงยา สกิลการรับรู้สมุนไพร สูตรยาและอื่นๆ ปรากฏขึ้นในแถบสกิลทันที ทุกอย่างเข้าที่แล้ว
ผมเปิดสูตรยาระดับ 1 อย่างไม่รีรอ จากนั้นหน้าต่างข้อความก็ค่อย ๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นมาตรงหน้า
【ยาเม็ดกระตุ้นโลหิต】:ยาออกฤทธิ์เร็วระดับ 1 ฟื้นฟูเลือด 300 แต้ม สูตร: รากบัว x 3, แปะจี้ x 1
【ยาเม็ดบำรุงลมปราณ】:ยาออกฤทธิ์เร็วระดับ 1 ฟื้นฟูพลังปราณ 50 แต้ม สูตร: ฮอลลี่× 3, แปะจี้ × 1
【ยาเม็ดวิญญาณหิมะ】:ยาออกฤทธิ์เร็วระดับ 1 ฟื้นฟูมานา 400 แต้ม สูตร: ฮอลลี่× 3, รากบัว× 3, แปะจี้ × 1
อาจพูดได้ว่า ภายใต้สถานการณ์ที่เรายังไม่มีนางฟ้าพเนจร ยาเม็ดกระตุ้นโลหิตเป็นสิ่งจำเป็นที่และเมื่อเลเวลสกิลที่เพิ่มมากขึ้น การบริโภคมานาก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลินเฉอ นักบวชเป็นอาชีพกินมานา จึงจำเป็นต้องมียาเม็ดวิญญาณหิมะที่ช่วยฟื้นฟูมานาได้ทันที ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถใช้พลังยันต์ได้เต็มที่
ในเวลานี้ผมเกิดเป้าหมายใหม่ขึ้นในใจแล้ว จะต้องตามหาสูตรยา จากนั้นรีบเพิ่มเลเวลสกิลคัดแยกสมุนไพรและสกิลปรุงยาให้ไปถึงเลเวล 3 โดยเร็วที่สุด เมื่อถึงเวลานั้นผมก็จะสามารถปรุงยาระดับ 3 ได้ แล้วรีบช่วงชิงความได้เปรียบในช่วงแรก นอกเหนือจากสามารถประหยัดค่ายาได้แล้ว ยังสามารถทำเงินได้อีกด้วย!
ช่วงเวลาต่อมาผมจึงกราบลาอาจารย์และลงเขาออกค้นหาสมุนไพรในทันที
หลังจากที่ลองค้นหาบนเว็บบอร์ด ก็ไม่พบเบาะแสอะไรเลย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่ ด้วยเพราะตอนนี้มีผู้เล่นเพียงหยิบมือที่ถึงเลเวล 20 และเข้าสู่เมืองหลัก ไม่ต้องพูดถึงสูตรยา ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำล่ะมั้งว่าสูตรยาต้องใช้สมุนไพรอะไรบ้าง ถ้าอย่างนั้นก็คงมีแค่เพียงต้องออกค้นหาด้วยตัวเองเท่านั้น
ก่อนอื่น หารากบัว สมุนไพรระดับ 1 ละกัน
ที่เรียกว่ารากบัว เพราะมันก็คือรากของบัว งั้นก็ต้องหาสระบัวหรือสถานที่ที่ดอกบัวสามารถเติบโตได้ ซึ่งบัวต้องการน้ำในการเจริญเติบโต ดังนั้นก็ต้องเริ่มจากมองหาแผนที่ที่มีแหล่งน้ำ เมื่อครู่นี้ที่ลำธารบนภูเขานั้นไม่มีดอกบัว เป็นเพราะกระแสน้ำไหลเชี่ยวเกินกว่าที่บัวจะสามารถเจริญเติบโตได้ ดังนั้น คงได้แต่ต้องลงเขาไปค้นหา
เมื่อพลิกดูแผนที่ โชคดีที่ผมได้สำรวจแผนที่รอบเมืองจิ่นโจวไว้หมดแล้ว เพียงกวาดสายตามองแวบเดียว สายตาของผมจึงสบเข้ากับสถานที่หนึ่งบนแผนที่ – สระสิบลี้ ใช่ มันต้องอยู่ที่นี่แน่ๆ ผมจำได้เลือนลางว่าสระสิบลี้นี้มีกลิ่นหอมของดอกบัว
เมื่อผมควบลาป่าข้ามแผนที่ห้าแมพ จากนั้นก็ได้มาถึงสระสิบลี้ พร้อมกับที่แอ่งโคลนปรากฏขึ้นในส่วนลึกของพุ่มไม้ตรงหน้าผม “สวบ” ลาป่าวิ่งเข้าไปในแอ่งโคลนทันที ขณะที่มันพยายามตะเกียกตะกายพาผมมุ่งไปข้างหน้า ก็ยิ่งจมลงไปในโคลนลึกขึ้นเรื่อย ๆ จนค่อยๆลามมาถึงช่วงเอว จากนั้นทั้งตัวก็ล้วนปกคลุมไปด้วยโคลน แต่เพื่อรวบรวมสมุนไพร ก็ไม่เป็นไร
ไม่นานหลังจากนั้น สกิลรับรู้สมุนไพรเปิดใช้งานและก็พบสมุนไพรในบริเวณใกล้เคียง!
ณ ขณะเดียวกันจุดสีเขียวสดใสสว่างขึ้นทีละจุดในส่วนลึกของโคลน ในที่สุดก็พบรากบัวแล้ว!
ผมดีใจมาก จึงรีบลงจากหลังลาป่าทันที จากนั้นเดินไปที่รากบัวด้วยเท้าข้างหนึ่งที่จมลึกและเท้าข้างหนึ่งที่ตื้นอย่างยากลำบาก พร้อมทั้งเริ่มใช้สกิลคัดแยกสมุนไพรทันที แต่กลับล้มเหลวในสองครั้งแรก จนกระทั่งครั้งที่สาม——
“ติ๊ง!”
แจ้งเตือนจากระบบ: ขอแสดงความยินดีคุณเก็บสมุนไพรได้สำเร็จ ได้รับ【รากบัว】× 2 และค่าความชำนาญในการคัดแยกสมุนไพร +3!
……
ในไม่ช้า รากบัวสองรากก็ตกลงในช่องเก็บของ และในขณะนั้นเองที่จุดสีแดงปรากฏขึ้นบนแผนที่ใกล้เคียง เสี้ยววินาทีโคลนด้านหน้าก็ปะทุพุ่งสูงขึ้น พร้อมกับมอนสเตอร์ตัวนุ่มที่กระโจนเข้ามาอย่างตั้งตัวไม่ติด
ปีศาจโคลน มอนสเตอร์ระดับเหล็กดำเลเวล 24
ผมพลิกตัวกระโดดขึ้นควบลาอย่างรวดเร็ว และในช่วงเวลาก่อนที่ปีศาจโคลนจะพุ่งเข้ามาถึง ผมได้เปิดใช้สกิลทหารม้าเหล็กพุ่งชน ชาร์จออกไป ทันใดนั้น “ฟิ้วว “ ซุ่มเสียงที่ดังขึ้นจึงดูเหมือนทั้งคนถูกเครื่องยนต์แฝดรุ่นที่ห้าเข้าผลักจากทางด้านหลัง ในขณะนั้นเองที่ผมพุ่งแหวกอากาศออกไปกระแทกเข้ากับร่างของปีศาจโคลนอย่างรุนแรง ทำให้มันติดสถานะมึนงงเป็นเวลา 1.5 วินาที จากนั้นสี่คอมโบ โจมตีพื้นฐาน+ เฮฟวี่สแลช+โจมตีพื้นฐาน+ดาบสองคม ก็ระเบิดตามออกไป ปีศาจโคลนกรีดร้องโหยหวนขึ้นมาทันที พร้อมกับตัวเลขความเสียหายจำนวนมากเด้งออกมา——
“442!”
“581!”
“448!”
“701!”
แน่นอนว่า สกิลดาบสองคมไม่เพียงเพิ่มพลังโจมตี ทว่ายังมีเอฟเฟกต์ไม่สนใจพลังป้องกันของมอนสเตอร์อีกด้วย นอกจากนี้ค่าความเสียหายที่เกิดจากดาบสองคมเลเวล 1 ก็ไม่ใช่สิ่งที่กับเฮฟวี่สแลชและโบลวสไตรค์เลเวล 2 สามารถเทียบได้
ทำแบบนี้สองถึงสามครั้ง ถึงโค่นปีศาจโคลนลงได้ นอกจากนี้มันยังสร้างความเสียหายให้ผมค่อนข้างมาก ในการจัดการปีศาจโคลนแต่ละตัว ลดเลือดผมถึงสามร้อยแต้ม และหากมีปีศาจโคลนมากกว่าสามตัวเข้าปิดล้อมรอบ ส่วนใหญ่ผมจะต้องวิ่งหนี ซึ่งสิ่งนี้ได้พิสูจน์แล้วว่านางฟ้าพเนจรสำคัญเพียงใด หากต้องการไปเก็บเลเวลในแผนที่ระดับสูง ถึงแม้จะมียาระดับสูงก็ไม่เพียงพอ ยังไงก็จำเป็นต้องมีนางฟ้าพเนจร นอกเหนือจากนี้ยาระดับสูงในช่วงแรกนี้ก็มีราคาแพงมาก แล้วใครมันจะเต็มใจใช้มันเพื่ออัพเลเวล
ถึงอย่างนั้นค่าประสบการณ์ที่ได้รับจากปีศาจโคลนนั้นน่าประทับใจมากทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เริ่มฆ่ามอนสเตอร์ด้วยตัวคนเดียว ผมก็สามารถเพลิดเพลินไปกับค่าประสบการณ์มอนสเตอร์เลเวล 24 แต่เพียงผู้เดียว อีกทั้งการฆ่าปีศาจโคลนสองตัวจะได้รับค่าประสบการณ์ 1% ซึ่งหมายความว่าหากตามค่าประสบการณ์ปัจจุบันแล้ว หากสามารถฆ่ามอนสเตอร์ได้อีก 100 ตัว ก็จะอัพเป็นเลเวล 21!
ในขณะที่]jkมอนสเตอร์นั้นผมก็เก็บรวบรวมสมุนไพรไปด้วย หลังจากไล่กวาดปีศาจโคลนไปทั่ว ค่าประสบการณ์ที่เลเวล 20 ของผมจึงเพิ่มขึ้นเป็น 57% ทั้งยังรวบรวมรากบัวมาได้มากกว่า 400 อัน ถือว่าเพียงพอที่จะเพิ่มสกิลปรุงยาให้ถึงเลเวล 2 ทันทีที่ออกจากสระสิบลี้ ผมก็มองหาเป้าหมายถัดไปทันที ——ฮอลลี่
ณ ขณะเดียวกันผมสังเกตเห็นว่า ในสูตรยานี้ ตัวอักษรของรากบัวและฮอลลี่เป็นสีดำทั้งหมด ทว่าแปะจี้เป็นสีฟ้า นี้แสดงว่าแปะจี้จะต้องเป็นสมุนไพรที่หายาก และเก็บรวบรวมได้ยากกว่า งั้นก็หาฮอลลี่ก่อน
เดี๋ยวก่อน …… ดูเหมือนว่าผมจะเคยเห็นฮอลลี่บนภูเขาไป่หยุนมาก่อน
สมุนไพรระดับ 1 สามารถพบเห็นได้ทั่วไป รวมทั้งบนภูเขาที่อยู่ใกล้เคียง
ดังนั้นผมจึงดึงบังเหียนหันหัวลาป่ามุ่งหน้าวิ่งไปยังภูเขาไป่หยุนที่อยู่ใกล้ ๆ ทันที แน่นอนว่า ทั่วทั้งภูเขาและที่ราบล้วนมีต้นฮอลลี่เติบโตอยู่ หลังจากกำจัดมอนสเตอร์แล้ว ผมก็สามารถรวบรวมฮอลลี่ได้เกือบ 800 ต้นในครั้งเดียว พร้อมกับทำให้ค่าประสบการณ์เพิ่มสูงขึ้นถึง 71% ประสิทธิภาพในการเก็บเลเวลด้วยคนเดียวนั้นสูงกว่า นั่นเพราะสิ่งที่เขาล่าคือมอนสเตอร์ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดีแล้ว
เป้าหมายในสูตรยาตัวสุดท้าย แปะจี้!
มันผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งแล้ว จึงส่งข้อความถึงหลินเฉอเพื่อลองถามไถ่ “เสี่ยวเฉอ ตอนนี้พวกนายเป็นอย่างไรกันบ้าง?”
หลินเฉอตอบกลับมาทันทีว่า “ยังโอเคดีพี่ พวกเราฆ่าผีเสื้อกันอยู่ในป่าผีเสื้อ…ฆ่าผีเสื้อเลเวล 24 โครตเจ๋งเลย ทำให้ค่าประสบการณ์เพิ่มเป็น 33% เลย แล้วพี่เฉินล่ะ?”
“ก็ทั้งรวบรวมสมุนไพรไปด้วย ฆ่ามอนสเตอร์ไปด้วย ตอนนี้ค่าประสบการณ์ก็เพิ่มขึ้นเป็น 71% แล้ว”
“บ้าเอ้ย ผมไม่อยากคุยกับพี่แล้ว ……”
“ฮ่าฮ่า เสี่ยวเฉอนายเคยเห็นสมุนไพรที่เรียกว่า แปะจี้ บ้างมั้ย?”
“ไม่นะ……แต่ผมเห็นสมุนไพรที่เรียกว่าฮอลลี่เต็มไปหมดเลย พี่เฉินอยากได้หรือเปล่า?”
“ไม่ละ ฉันเก็บฮอลลี่ได้เยอะแล้ว”
“แล้วพี่อยากให้ผมช่วยถามให้ไหม?”
“ไม่เป็นไร บนเว็บบอร์ดไม่มีใครพูดถึงทรัพยากรของเมืองจิ่นโจวเลย พวกนายเก็บเลเวลกันต่อไปเถอะ เดี๋ยวฉันลองหาเอง”
“โอเค”
หลินเฉอพูดต่อว่า “จริงสิ เมื่อกี้ผมเพิ่งเห็นผู้เล่นหลายคนของทีมหวังเฉาป้าเยว่ผ่านมาแถวป่าผีเสื้อด้วย แต่ก็ไม่ได้ลงมือสู้กับพวกเรานะ ดูเหมือนพูดว่าจะไปเก็บเลเวลที่ป่าผึ้งพิษกัน”
“ป่าผึ้งพิษ?” ผมขมวดคิ้วยุ่ง “เป้าหมายสตูดิโอของเราคือเพิ่มเลเวลให้เร็วที่สุด ไม่ต้องไปหมกมุ่นกับ PK และไม่ต้องไปสนใจพวกเขา พยายามไปถึงเลเวล 21 ให้ได้ในวันนี้ จากนั้นก็ออฟไลน์ พวกเรามาปรับนาฬิกาชีวิตกันหน่อย จะออนไลน์ถึงเที่ยงคืนทุกวันแบบนี้ไม่ได้ พยายามอย่างเต็มที่แล้วเข้านอนไม่เกินสามทุ่ม”
“โอเค เข้าใจแล้ว!”
……
ป่าผึ้งพิษนั้น เมื่อครั้งที่สำรวจแผนที่ ผมเคยผ่านป่าแห่งนี้มาแล้ว ซึ่งมีผึ้งพิษเลเวลสูงจำนวนมากมายบินไปบินมา เสียงหึ่งๆ อยู่รอบๆ ทันใดนั้นเอง จู่ๆก็มีความทรงจำบางอย่างแวบเข้ามาในหัว ดูเหมือนตอนที่ผ่านป่าผึ้งพิษ ผมเห็นดอกไม้สีขาวเล็ก ๆ จำนวนหนึ่งที่กระจุกตัวกันหนาแน่นเหมือนร่มชูชีพนะ นั้นมันจะใช่แปะจี้หรือเปล่า?
ว่าแล้วผมก็รีบเปิดเข้าอินเทอร์เน็ต ไปที่เว็บไป่ตู้แล้วดูรูปของแปะจี้ทันที แน่นอนว่า มันก็คือสมุนไพรชนิดนั้น!
นอกเหนือจากความดีใจ ในใจกลับรู้สึกกังวลเล็กน้อย แปะจี้เกิดอยู่ในป่าผึ้งพิษ ซึ่งคนของหวังเฉาป้าเยว่ก็ดันอยู่ในป่าผึ้งพิษเช่นกัน นี่คงจะไม่ทำให้เกิดการปะทะใช่ไหม?
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ผมจะไปสนใจทำไมว่าใครอยู่ในป่าผึ้งพิษ ผมมันก็แค่หมอยาตัวน้อยที่หลงทาง ใครก็ตามที่กล้าขัดขวางการเก็บรวบรวมสมุนไพร ก็แค่ชักดาบออกมาฆ่า ชีวิตคนเราที่มั่นคง จะมัวพะว้าพะวงคำพูดคนอื่นแม้แต่น้อยไม่ได้!!
***********************
โปรดติดตามตอนต่อไป...