หลังจากเรย์พยักหน้ารับคำขอของมิจัง
สมาชิกใหม่คนที่ 3 ก็ได้เข้าร่วมอย่างเป็ทางการในกิลด์ “Accidental Heroes” กลุ่มของเรย์เดินกลับเข้าสู่หมู่บ้านมิโรห์อย่างช้า ๆ
โมกะเกาะไหล่อยู่กับเอลร่าอย่างเคยดวงตากลมโตใสแป๋วมองซ้ายมองขวาอย่างตื่นเต้น ชาวบ้านที่เคยหวาดกลัวโมกะตอนนี้กลับพากันยิ้มทักทาย
มีเด็ก ๆ หลายคนะโออกมา
“เ้าโมกะ! ตัวนุ่มนิ่มน่ารักจังเลย!”
“นั่นใช่เ้าตัวที่ปิดฉากหมาป่าั์ใช่มั้ย?”
“เย้~ วีรบุรุษกลับมาแล้ว!”
กลุ่มเรย์เดินผ่านถนนหลักเสียงเชียร์ เสียงขอบคุณ และเสียงหัวเราะดังตลอดทางบางคนมอบขนม บางคนยื่นพืชผัก
แม้จะไม่มีของล้ำค่า แต่ทุกการแสดงออกนั้นเต็มไปด้วยน้ำใจ เมื่อถึงจตุรัสกลางหมู่บ้านผู้ใหญ่บ้านรออยู่ที่นั่นแล้วเขายืนตรงกลางลาน พร้อมรอยยิ้มอบอุ่น
“พวกเ้าทั้งสาม... ไม่สิ ทั้งสี่ รวมถึงเ้าตัวน้อยโมกะด้วย... ขอบคุณจริง ๆ ที่ช่วยหมู่บ้านแห่งนี้เอาไว้”
เขาก้มหัวอย่างจริงจัง
“เราคงไม่มีของล้ำค่าอะไรจะมอบให้แต่ข้าขอแนะนำพวกเ้าว่า หากเดินทางไปหมู่บ้านคาโนริทางตะวันออกที่นั่นมีโรงตีเหล็กของเพื่อนเก่าข้า—บอกเขาว่าข้าส่งไปแล้วเขาจะให้พวกเ้าเข้าถึงแหล่งสมบัติบางอย่างที่คนธรรมดาไม่มีวันรู้”
เรย์พยักหน้ารับอย่างเคารพ
“พวกเราจะไป ขอบคุณสำหรับทุกอย่างครับ”
แสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำกลุ่มของเรย์มาถึงพื้นที่ป่าโปร่งระหว่างหมู่บ้านพวกเขาหยุดพัก และเริ่มก่อไฟใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเสียงฟืนแตกเปรี๊ยะดังขึ้นเบา ๆ เปลวไฟสว่างสีส้มสะท้อนบนใบหน้าของทุกคน โมกะนั่งบนตักเอลร่า มิจังนั่งขัดสมาธิอยู่ใกล้กองไฟเธอก้มมองเปลวเพลิงนิ่งเงียบ
เรย์หันไปถามเบา ๆ
“มิจัง... เื่หมู่บ้านเธอ... อยากเล่าให้พวกเราฟังมั้ย?”
มิจังพยักหน้าเสียงเธอสั่นนิด ๆ
“หมู่บ้านอิซุนะ... เป็หมู่บ้านนักธนู
เรามีคนเก่งหลายคน… เด็ก ๆ ที่อยากเป็ฮันเตอร์พ่อของฉันเป็หัวหน้าหมู่บ้าน...”
เธอหยุดเงียบไปครู่หนึ่งดวงตาสั่นไหว
“แต่วันหนึ่ง... พวกฟันดำก็มา พวกเขาเอาทุกอย่างไป
ไม่ใช่แค่ทรัพย์สินนะ... พวกเขาเอา 'ศักดิ์ศรี' ของหมู่บ้านไปด้วย”
“ฉัน...ยอมแลกตัวเองเพื่อให้คนอื่นอยู่รอดฉันไปกับพวกเขาเพื่อให้หมู่บ้านไม่ถูกทำลายแต่ทุกคืน...ฉันนอนฝันร้าย เหมือนเสียงร้องของคนที่ฉันรักยังดังอยู่ในหัวตลอดเวลา”
เธอยิ้มฝืน
“ฉันบอกตัวเองว่าอย่าร้องไห้แต่... พอได้เจอพวกเธอ พอได้เห็นความกล้าหาญของเอลร่า และ... ความไม่รู้เหนือรู้ใต้ของเรย์...”
เรย์ที่นั่งฟังอยู่ ปาดน้ำตาแรงจนมือเกือบสะบัดไปโดนหน้าโมกะ
“อะฮึก... มิจัง... พี่มันใจบางเกินไปใช่มั้ยเนี่ย...!”
เอลร่าเอามือแตะไหล่เรย์
“ใจบางจนเหมือนเยลลี่แล้วล่ะค่ะพี่...”
โมกะมองเรย์ด้วยสายตาอ่อนล้าก่อนจะถอนหายใจแรง
“เห้อออออ…”
ทุกคนเงียบไปพักหนึ่งก่อนเรย์จะสูดลมหายใจลึกแล้วลุกขึ้นยืน กำมือแน่น
“ั้แ่วันนี้... สมาชิกของกิลด์ Accidental Heroes จะดูแลและปกป้องเธอเองมิจัง!!”
มิจังหน้าแดงดวงตาเบิกกว้างเธอยิ้ม เขินอาย
“ขอบคุณนะ... ทุกคน...”
อาหารเย็นจบลงทุกคนแยกย้ายหามุมของตัวเองเรย์ยืนกอดอกมองกองไฟ
“พวกเธอไปนอนเถอะ เดี๋ยวฉันเฝ้ายามเองคืนนี้”
เอลร่าหันขวับ
“เมื่อคืนก่อนพี่ก็ยังไม่ได้นอนเลยไม่ใช่เหรอ?”
เรย์โบกมือ
“ไม่เป็ไร! พี่ยังไหว! กาแฟในใจพี่ยังเข้มอยู่!”
เอลร่าขมวดคิ้ว
“งั้นถ้าพี่เฝ้า... ฉันก็เฝ้าด้วยค่ะ”
“ไม่เป็ไรจริง ๆ นะ”
“ถ้าพี่จะฝืนขนาดนั้น... หนูก็จะฝืนไปด้วย!”
แสงดาวพร่างเต็มท้องฟ้าเสียงจิ้งหรีดดังแ่ ๆ เรย์กับเอลร่ามองท้องฟ้าเงียบ ๆ ข้างกองไฟเอลร่าพึมพำ
“คืนนี้... ท้องฟ้าสวยจังเลยนะคะ”
เรย์เงยหน้าขึ้น
“อือ... จริงด้วย แปลกแฮะ เหมือนดาวเยอะกว่าปกติ...”
แสงจากดวงดาวสาดส่องลงมาสะท้อนบนผิวของเอลร่าผิวเธอเปล่งประกายระยิบระยับ ราวกับเทพธิดาเรย์หันไปมองหัวใจเต้นแรงโดยไม่รู้ตัว เขาค่อย ๆ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้...
เสียงลมหายใจของเขาใกล้ใบหูของเอลร่าทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย
“พี่เรย์... ทำอะไรคะ?”
เรย์ชะงัก
“ขะ...ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจ...!”
ยังไม่ทันจบประโยคเอลร่าก็ยื่นตัวเข้าไป—แล้วจูบเรย์เบา ๆ บนริมฝีปากเรย์ใจนลืมขยับหน้าแดงเหมือนโดนไฟลวก
“มะ...มันเกิดอะไรขึ้น...!?”
ปัง!
เสียงจากพุ่มไม้ดังขึ้น
ทั้งคู่ใ รีบถอยออกจากกัน
“หะ...เสียงอะไรน่ะ?”
ไม่มีใครตอบทุกอย่างกลับมาเงียบอีกครั้งเรย์นั่งนิ่ง หน้าแดงไม่กล้าพูดเอลร่าก็ก้มหน้าไม่สบตาแต่แล้ว...
เสียงลมหายใจเบา ๆ ของเรย์ดังขึ้นเรย์เผลอหลับคาที่...
เอลร่ามองหน้าเขาส่ายหัวเบา ๆดึงผ้าคลุมขึ้นห่มให้ แล้วพึมพำ
“ทำไมถึงเป็คนแบบนี้นะ...”
จากนั้น
เธอก็เฝ้ายามต่อคนเดียวในความเงียบ
