“พี่นิล... พี่ต้องเป็ของฉันตลอดไป...”
เสียงกระซิบแหบพร่าสั่นสะท้านไปด้วยแรงตัณหาและหวงแหนดังก้องในความมืด ก่อนที่ไรฟันคมกริบของ ‘เดือน’ จะฝังจมเขี้ยวลงบนลาดไหล่กว้างของ ‘นิล’
กลิ่นคาวเืจาง ๆ คละคลุ้งผสมกับกลิ่นเหงื่อและคาวสวาทที่ลอยอวลอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ชายหนุ่มสะดุ้งเฮือกด้วยความเจ็บแปลบแล่นพล่าน ผสมผสานกับความเสียวซ่านจากการถูกเมียรักปรนเปรออย่างหนักหน่วง
แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดส่องแสงสลัว เต้นเร่าไปตามแรงลมที่ลอดผ่านรอยแตกของฝาเรือน สะท้อนเงาของทั้งคู่ที่กำลังทาบทับกันลงบนผนัง เงานั้นบิดเบี้ยว และขยายใหญ่ ราวกับอสุรกายที่กำลังกลืนกินเหยื่อใต้ร่าง
เรือนร่างระหงผิวสีน้ำผึ้งที่อาบไล้ไปด้วยเม็ดเหงื่อ กำลังขยับโยกคลึงอยู่บนกายแกร่งอย่างตะกละตะกลาม มือเรียวจิกปลายเล็บลงบนแผงอกแน่นจนเืไหลซึมเป็ทางยาว ราวกับกำลังตีตราจองว่าชายผู้นี้มีเ้าของแล้ว
นิลส่งเสียงครางกระเส่าลึกในลำคอด้วยดวงตาพร่ามัว สองมือหนาบีบเค้นสะโพกกลมกลึงของเมียรักเพื่อรับแรงกระแทกที่โหมกระหน่ำลงมา แม้จะทรมานแต่ชายหนุ่มก็จำต้องตอบรับแรงปรารถนาอันมากล้นนั้นอย่างเต็มกลืน
ร่างกายเหนื่อยล้าเจียนขาดใจเพราะงานหนักมาทั้งวัน แต่พอเจอเมียอ้อนเข้าหน่อย มีหรือผัวอย่างตนจะขัดใจได้ สุดท้ายก็ต้องยอมทอดกายให้เมียสาวสูบกินเรี่ยวแรงและรีดเค้นหยาดน้ำสวาทจนพอใจ ร่างบางกระตุกเกร็ง ส่งเสียงร้องครวญครางออกมาด้วยความเสียวซ่าน ก่อนจะซบหน้าหอบหายใจอยู่กับอกแกร่ง ปากเล็ก ๆ ป้อนจูบดูดเม้มจนเนื้อขึ้นรอยแดง แล้วจึงยอมปล่อยให้ผัวรักได้นอนพักผ่อน
สามปีเต็มที่อยู่กินกันมา สำหรับชาวบ้านทั่วคุ้งน้ำ ชื่อของ ‘อีเดือน’ คือนิยามของความหึงโหดที่ไม่มีใครอยากจะเฉียดเข้าใกล้เลยแม้แต่น้อย
ย้อนกลับไป
เดือนตามตื๊อดึงดัน ใช้เล่ห์เหลี่ยมทุกวิถีทางเพื่อผูกมัดนิล ราวกับิญญาร้ายที่ตามติดไม่ยอมปล่อย แม้ครอบครัวของนิลจะพยายามขัดขวาง แต่สุดท้ายชายหนุ่มผู้ใจเย็นและโอนอ่อนก็ตกหลุมพราง ยอมรับหญิงสาวเข้ามาในชีวิต
่แรกความรักของทั้งคู่หวานชื่นจนน่าอิจฉา ตัวติดกันไม่ยอมห่าง ค่ำคืนก็บรรเลงบทรักั้แ่่ค่ำจนย่ำรุ่ง นิลคอยตอบสนองความ้าของเมียรักที่มีมากล้นจนเกินพอดี แม้ร่างกายของตัวเองจะสู้แทบไม่ไหว แต่เพราะความรักจึงยอมตามใจทุกอย่าง
ครั้นเมื่อฤดูทำนาเวียนมาถึง ชีวิตคู่ที่เคยหอมหวานก็เริ่มสั่นคลอน
นิลต้องตรากตรำหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ย่ำโคลนไถคราดั้แ่ฟ้าสางจวบจนมืดค่ำ ร่างกายที่เคยกำยำแข็งแรงเริ่มซูบผอมและเหนื่อยล้าเกินกว่าจะตอบสนองความหื่นกระหายของเมียรักได้ทุกค่ำคืน เพียงแค่หัวถึงหมอนชายหนุ่มก็หลับใหลเป็ตาย ทิ้งให้เดือนนั่งจ้องมองร่างของผัวรักอยู่ท่ามกลางความมืด ยามนั้นเสียงกระซิบในหัวก็ดังขึ้น ทำให้หญิงสาวเริ่มคิดฟุ้งซ่านและหวาดระแวง ว่านิลกำลังแอบปันใจให้หญิงอื่นจนคิดเหินห่างตน
จนกระทั่งบ่ายวันหนึ่ง...
ขณะที่ชาวบ้านนับสิบชีวิตกำลังลงแขกดำนาท่ามกลางเสียงหัวเราะและหยอกล้อ เดือนที่แอบซุ่มดูอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ก็เห็นผัวรักกำลังยื่นปลาช่อนตัวโตและส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับ ‘อีหวาน’
หวาน คือลูกสาวบ้านใกล้เรือนเคียงที่นิลเอ็นดูเหมือนน้องสาวแท้ ๆ รอยยิ้มของหวานที่ส่งกลับมาให้นิลนั้น กลายเป็ภาพบาดตาบาดใจทำให้สติของเดือนขาดสะบั้น
“อีหน้าด้าน!”
เสียงะโดังขึ้น ทำเอาชาวบ้านที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ พากันสะดุ้งสุดตัว เดือนถกผ้าถุงกระโจนลงลุยโคลนด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวถมึงทึง สองตาแดงก่ำจ้องเขม็งไปที่หวานราวจะกินเืกินเนื้อ
“พวกมึงออกไปให้พ้นผัวกูเดี๋ยวนี้! ใครหน้าไหนคิดจะมาอ่อยผัวกู กูจะเอาเคียวเกี่ยวไส้มันออกมาลากเล่นให้หมด”
หญิงสาวพุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว สองมือตะปบเข้าที่กลุ่มผมของหวานแล้วกระชากสุดแรง จนสาวน้อยหงายหลังล้มตึงลงไปในท้องนา เดือนขึ้นคร่อม แล้วใช้มือข้างหนึ่งจิกผม ส่วนมืออีกข้างก็เงื้อขึ้นตบฉาดลงบนหน้าขาวจนเืสีสดพุ่งกลบปาก หวานกรีดร้องลั่นด้วยความหวาดกลัว สองมือเล็ก ๆ พยายามปัดป้อง พร้อมน้ำตาที่ไหลพรากอาบแก้มเปื้อนโคลน
“หยุดนะเดือน! เอ็งบ้าไปแล้วรึไง!”
นิลใหน้าซีดเผือด รีบเข้ามาคว้าเอวเมียจอมคลั่ง ชายหนุ่มใช้แรงทั้งหมดดึงร่างที่ดิ้นเร่าและกรีดร้องโหยหวนของเดือนออกไป ท่ามกลางสายตาหวาดผวาของชาวบ้านที่ถอยกรูด แล้วพากันรีบโกยของหนีกลับบ้านอย่างไว ทิ้งไว้เพียงเสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจของหวาน และเสียงขู่ของเดือนที่ดังก้องทุ่งนาอันเวิ้งว้าง
นับั้แ่นั้นเป็ต้นมา ท้องนาของนิลก็กลายเป็เขตต้องห้าม ไม่มีผู้หญิงคนไหนกล้าเฉียดกรายเข้ามาใกล้ โดยเฉพาะหวานที่ไม่กล้าแม้แต่จะชายตามองพี่ชายข้างบ้าน เพราะกลัวฤทธิ์เดชของพี่สะใภ้ที่อารมณ์รุนแรงและคาดเดายาก
แม้แต่แม่ค้าขายข้าวแกงที่เผลอตักหมูเพิ่มให้นิล ก็ยังถูกเดือนบุกไปจิกหัวตบจนเือาบและพังร้านยับ ความคลั่งของเดือนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนบ้านใกล้เรือนเคียงต่างหวาดผวา ปิดประตูลงกลอนแ่ายามที่เดือนเดินผ่าน
“ไอ้นิล!... ข้าทนเมียเอ็งไม่ไหวแล้วนะ”
ยายจันผู้เป็แม่เอ่ยขึ้นด้วยความโมโห “เอ็งพามันออกไปอยู่ที่เรือนท้ายไร่โน่นเลยไป๊! ก่อนที่มันจะฆ่าใครตายเข้าสักวัน”
นิลถอนหายใจยาว แล้วทรุดตัวนั่งลงด้วยความเหนื่อยใจ รู้สึกเหมือนตัวเองถูกบีบอยู่ตรงกลาง แต่จะทำเช่นไรได้ ในเมื่อใจหนึ่งก็ยังรักและผูกพัน แต่อีกใจก็อ่อนล้าเต็มทน จะเอ่ยปากเลิกราก็ทิ้งไม่ลง จะเอ่ยปากห้ามปรามก็ยิ่งชวนทะเลาะให้เื่บานปลาย การพาเดือนย้ายไปอยู่ที่เรือนกลางทุ่งนาอาจเป็ทางออกเดียวในตอนนี้ เผื่อว่าระยะห่างจากผู้คนจะช่วยดับไฟหึงหวงในใจของเมียรักลงได้บ้าง
วันถัดมา นิลจัดการพาเดือนย้ายข้าวของออกจากหมู่บ้าน มุ่งหน้าสู่เรือนไม้หลังเก่าท้ายหมู่บ้านซึ่งเป็สมบัติตกทอดมาั้แ่รุ่นพ่อแม่ สมัยก่อนชายหนุ่มมักมาใช้นอนค้างอ้างแรมที่นี่เวลาเฝ้านา แต่พอแต่งงานก็แวะมาดูไร่นาแค่่กลางวันเท่านั้น
ตัวเรือนปลูกสร้างขึ้นอย่างเรียบง่าย บริเวณหน้าบ้านมีลานดินกว้าง ตั้งอยู่ใต้มะม่วงต้นใหญ่ รอบเรือนโอบล้อมไปด้วยกอกล้วย และกอไผ่สูงชะลูดเอนลู่ไปตามลม ทางเข้าออกมีเพียงสะพานไม้เล็ก ๆ สำหรับใช้ข้ามคูน้ำ
ตกกลางคืน... บรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดใบกล้วยและยอดไผ่เสียดสีกัน ฟังดูวังเวงและชวนขนลุกอยู่ไม่น้อย
แต่สำหรับเดือนแล้ว ที่นี่ไม่ต่างอะไรกับ์บนดิน
ณ เรือนร้างที่ห่างไกลผู้คน ไม่มีสายตาคอยจับผิด ไม่มีเสียงชาวบ้านซุบซิบนินทา เดือนจึงปลดปล่อยความกระหายออกมาได้อย่างเต็มที่ ไม่จำเป็ต้องกลั้นเสียงคราง หรือหลบซ่อนอยู่แค่ในห้องนอนสี่เหลี่ยมแคบ ๆ อีกต่อไป
แสงจันทร์สลัวทอดผ่านร่มไม้ใหญ่ กระทบลงบนเรือนร่างเปลือยเปล่าสองร่างที่กำลังกอดรัดร่ายบทสวาทใส่กันอยู่บนชานเรือนที่เปิดโล่ง นิลถูกผลักให้นอนราบลงกับพื้นกระดานไม้ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดตามจังหวะการขยับโยก
เดือนขึ้นคร่อมทาบทับอยู่เบื้องบน เรือนผมยาวสยายปรกกรอบหน้าขณะที่บดเบียดสะโพกเข้าหาความแข็งแกร่งอย่างดุดัน เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องแข่งกับเสียงจิ้งหรีดเรไร มือหนาของชายหนุ่มบีบเฟ้นเอวคอดจนเป็รอยแดง ขณะที่เล็บแหลมของหญิงสาวก็จิกทึ้งลงบนขาแกร่งเพื่อระบายความเสียวซ่าน
สัมพันธ์สวาทของนิลและเดือนไม่เคยมีความอ่อนหวานละมุนละไมเหมือนผัวเมียคู่อื่น มันเต็มไปด้วยความเร่าร้อน ดิบเถื่อน และความกระสันอยากอันไร้ขีดจำกัด
สำหรับเดือนแล้ว นิลไม่ใช่แค่ผัว แต่คือทาสสวาทที่หญิงสาวพร้อมจะสู
บกลืนทั้งแรงกายและจิติญญา เก็บกักตุนไว้บำเรอความสุขแต่เพียงผู้เดียว