อ๋าวหลวนตงได้พักเหนื่อยไปชั่วครู่ก็เรียกความมั่นใจของตนกลับมาเต็มที่ เขากำหมัดสองข้างเอาไว้แน่น ออกท่าทางวิชายุทธ์ที่ร่ำเรียนมาอย่างยากเย็นอยู่สองสามกระบวนท่าแล้วพุ่งตรงมาที่อ๋าวหลวนหลงด้วยความเร็วและพละกำลังทั้งหมด
อ๋าวหลวนเซี่ยยืนอยู่ใกล้คนทั้งสองและเห็นการเคลื่อนไหวทั้งหมดของทั้งสองฝ่าย อ๋าวหลวนหลงเพียงแค่หายใจเข้าออกตามปกติแล้วยืนอยู่กับที่ ในขณะที่น้องรองพุ่งตัวเข้ามาด้วยความรวดเร็ว
ภายในใจของคุณชายใหญ่รู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อยเป็ห่วงความปลอดภัยของอ๋าวหลวนหลงที่มีรูปร่างเล็กกว่าอ๋าวหลวนตง
แต่นั่นอะไร?
อ๋าวหลวนหลงยกขาแล้วก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เหยียดแขนสองข้างออกไปพร้อมกัน ใช้ฝ่ามือตั้งรับแรงกระแทกจากอ๋าวหลวนตงไว้ที่บริเวณหน้าอกของอีกฝ่าย
"โครม!! ร่างสูงใหญ่กว่าของอ๋าวหลวนตงชายหนุ่มวัย 19 ปี กระเด็นออกไปไกลราว 20 ก้าว
“-”
เป็อีกครั้งที่ผู้คนสกุลอ๋าวต้องเงียบเสียงลืมหายใจกันโดยพร้อมเพรียง
คุณชายใหญ่อ๋าวหลวนเซี่ยเบิกตาโพลงอย่างไม่อยากจะเชื่อ น้องสี่แทบจะไม่ได้ขยับร่างกายสักนิด แต่กลับกลายเป็ว่าแรงของน้องรองที่โจมตีเข้าหาเขา ย้อนกลับมากระแทกร่างของอ๋าวหลวนตงให้กระเด็นออกไปชัดๆ
“เ้า..เ้าทำได้อย่างไรกัน”
อีกด้าน ฮูหยินผู้เฒ่ากัวรวมทั้งผู้าุโสี่คนลุกขึ้นยืนจ้องมองไปที่ร่างของอ๋าวหลวนหลงโดยไม่ต้องนัดหมาย พวกเขาฝึกฝนวิชายุทธ์มาเนิ่นนาน แต่การต่อสู้โดยวิธีตั้งรับแล้วย้อนเป็การโจมตีของอ๋าวหลวนหลงนั้นแทบจะเป็ไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
“นั่นมันวิชายุทธ์อันใดกัน” ผู้าุโทั้งสี่คนซุบซิบกันไปมาพลางชำเลืองมาที่ผู้นำตระกูลสตรี พวกเขาเข้าใจว่ากระบวนท่าที่อ๋าวหลวนหลงแสดงออกมาเมื่อครู่อาจเป็วิชาลับจากตระกูลกัว ที่ฮูหยินผู้เฒ่ากัวลอบสอนให้กับอ๋าวหลวนหลงหลานชายคนโปรดเพียงคนเดียวเป็แน่
“หลวนเซี่ย เ้าลองทดสอบเขาดู!” อ๋าวซีเค่อทำใจรับไม่ได้ที่อ๋าวหลวนตงบุตรชายของตนเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ เขาเข้าไปประคองร่างของบุตรชายขึ้นมาพร้อมกับส่งสัญญาณบอกกับหลานชายคนโต
“พี่ใหญ่โปรดยั้งมือ” อ๋าวหลวนหลงยังคงยืดอกรับคำท้าไม่สนใจความแตกตื่นของคนร่วมสกุล
แต่กลับเป็ว่าอ๋าวหลวนเซี่ยยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขาเห็นกับตาว่าพลังปราณของน้องสี่เคลื่อนย้ายมาอยู่ที่ฝ่ามือทั้งสองข้างและเป็เหตุให้อ๋าวหลวนตงน้องชายคนรองเป็ฝ่ายพ่ายแพ้
ไม่เคยมีผู้ใดในตระกูลอ๋าวที่บอกว่าพลังปราณย้ายตำแหน่งได้!
“ท่านผู้นำตระกูลชัยชนะครั้งนี้เป็ของอ๋าวหลวงหลงขอรับ” ร่างสูงของอ๋าวหลวนเซี่ยหมุนตัวกลับไปยังอีกด้านหนึ่งของลานประลอง เอ่ยออกมาด้วยเสียงดังฟังชัด
อ๋าวหลวนหลงก้าวออกมายืนอยู่เคียงข้างพี่ชายใหญ่แล้วโค้งตัวคำนับให้อีกฝ่าย เมื่อครู่เขาเห็นแววตาภาคภูมิใจลึกๆ ฉายออกมาจากดวงตาที่เอ่อคลอด้วยม่านน้ำตาบางๆ ของอ๋าวหลวนเซี่ยชัดแจ้ง
ดูแล้วคุณชายใหญ่สมควรเป็พี่ใหญ่ที่ควรได้รับความเคารพอย่างสูงสุดโดยแท้ ที่เคยกลั่นแกล้งรังแกตนอาจหาใช่จุดประสงค์เพื่อสร้างความอับอายให้เพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็การกระตุ้นให้อ๋าวหลวนหลงคนเก่ามีความเพียรพยายามเพิ่มขึ้นก็เป็ได้
แต่คุณธรรมน้ำมิตรในสายเืเช่นนี้ ไม่ได้มีในตัวคนสกุลอ๋าวทุกคน
“หลวนเซี่ย!! เ้าไม่เห็นที่เขาทำกับหลวนตงหรืออย่างไร! เ้าไม่คิดจะแก้แค้นให้น้องชายเ้าสักนิดเลยหรือ?” นายท่านรองอ๋าวซีเค่อยังคงกล่าวคำสบถหยาบคายไม่หยุด
“ท่านอารอง ท่านควรพาหลวนตงกลับไปให้ท่านหมอดูอาการเสียก่อนจึงจะถูก การประลองย่อมต้องมีแพ้มีชนะ น้องสี่ก็น้อง น้องรองก็น้อง จะให้ข้าคิดแก้แค้นเพื่อผู้ใดกัน”
อ๋าวซีเค่อหน้าบัดเดี๋ยวดำบัดเดี๋ยวแดง วันนี้รู้สึกว่าครอบครัวตนจะถูกดูิ่กลายเป็ตัวตลกของผู้คนหลายครั้งหลายหนเกินไป
ท่ามกลางความเงียบและสายตาของผู้คนจำนวนมากเขาจำต้องแบกร่างบุตรชายที่ไม่ได้สติออกจากลานประลองไปโดยมีบุตรีและภรรยาเดินตามไปด้วยความเป็ห่วง
“หลวนหลงเป็ผู้ชนะในวันนี้ และเขาจะเป็ผู้ทดสอบเปิดศาลเทพั มีผู้ใดจะท้าประลองกับเขาอีกหรือไม่” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวเก็บซ่อนคำถามเอาไว้ในใจ ประกาศชัยชนะของหลานรักด้วยหัวใจที่เปี่ยมสุข
ในเมื่อหลายคนก็ประลองไปกันยังจะมีผู้ใดกล้าออกมาประลองอีก แม้ว่าผู้าุโหลายคนจากบ้านสายรองจะยังค้างคาใจ แต่พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการประลองด้วยข้อกำหนดลำดับรุ่น
ร่างเล็กของเด็กหนุ่มวัย 15 ปี เดินขึ้นไปบันไดศาลเทพัไปทีละก้าว แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใดทุกสายตาที่จับจ้องไปยังร่างนั้นกลับรู้สึกได้ถึงพลังอำนาจบางอย่างที่ทำให้พวกเขาถึงกับขนลุกซู่
อ๋าวหลวนหลงเริ่มขับเคลื่อนพลังปราณไปทั่วร่างแล้วให้มันมาหยุดที่ฝ่ามือ แสงสีเหลืองอำพันเรืองแสงขึ้นมาอีกครั้งที่ฝ่ามือทั้งสองข้างของอ๋าวหลวนหลง กระแสปราณที่แ่เบาค่อยๆ คืบคลานไปปกคลุมลูกแก้วขนาดเท่ากำปั้นเอาไว้โดยรอบ พร้อมกับทำให้ลูกแก้วลอยตัวขึ้นมา
เด็กหนุ่มทำความเข้าใจกับลูกแก้วและกลไกที่เกี่ยวข้องกับประตูศาลเทพัเงียบๆ
อ๋าวหลงเซี่ย รวมทั้งคนอื่นๆ ยืนมองทุกการกระทำของเด็กหนุ่มอย่างไม่ยอมคลาดสายตา และอ๋าวหลวนหลงก็ไม่ทำให้ผู้ใดผิดหวัง
เสียงหอบหายใจถี่กระชั้นดังขึ้นมาจากรอบทิศ หากมีผู้ที่ประสาทหูดีสักหน่อยรวมอยู่ในกลุ่มคนสกุลอ๋าว คนผู้นั้นคงได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่กระหน่ำรุนแรงราวกับกลองศึกที่ดังขึ้นมาพร้อมกันจากคนสกุลอ๋าวทั้งหมดเป็แน่
อ๋าวหลวนหลงยกลูกแก้วขึ้นสูงเหนือพื้นขึ้นมาได้เล็กน้อย เสียงประตูที่ลั่นดาลเอาไว้แ่ามีการขยับเขยื้อนอยู่ภายใน แต่แล้วอยู่ๆ ทุกอย่างก็กลับหยุดอยู่กับที่ดังเดิม แสงสีเหลืองจางหายไปพร้อมกับลูกแก้วก็กลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมของมัน
“ขออภัยขอรับท่านย่า พลังของหลานยังอ่อนด้อยเกินไปไม่สามารถทำได้ขอรับ”
“หลวนหลง ไม่เคยมีผู้ใดสามารถขยับลูกแก้วได้มาก่อนเลยสักคน แต่เป็เ้าที่สามารถทำให้มันลอยขึ้นมาได้ นี่มันดีมากเกินกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก ไม่คิดเลยว่า์จะเมตตา เทพัยอมรับเครื่องเซ่นไหว้จากสกุลอ๋าวของเราแล้ว!!” ฮูหยินผู้เฒ่ากัวดีใจจนมือสั่น
แม้จะเปิดประตูไม่ได้แต่นี่ก็เป็ครั้งแรกที่ลูกแก้วและบานประตูมีความเคลื่อนไหว ความหวังที่จะเปิดประตูศาลเทพัอาจไม่ไกลเกินเอื้อม
“ข้าคิดว่าหากมีเวลาให้ข้าได้ฝึกฝนอีกสักระยะ ข้าอาจจะทำมันสำเร็จ” เด็กหนุ่มกล่าวออกมาด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม บานประตูศาลเทพัไม่ได้มีค่ายกลลึกลับอันใด แต่เป็เพราะการฝึกฝนผิดๆ ของมนุษย์ รวมกับอ๋าวหลวนหลงก็เพิ่งฟื้นฟูร่างกายขึ้นมา เขาจึงเปิดมันไม่ได้ก็เท่านั้น
“หลานชายสี่ เมื่อครู่ท่านทำสิ่งใด แสงนั่นพลังปราณที่พวกเราเห็นนั่น” ผู้าุโทั้งสี่ไม่ยอมอยู่นิ่งกับที่พากันมารุมล้อมเด็กหนุ่มเอาไว้เพื่อสอบถามการขับเคลื่อนปราณของอีกฝ่ายซึ่งพวกเขาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน
“อย่างที่ข้ากล่าวไปแล้วขอรับ พวกท่านมีพลังปราณไว้เพื่อโอ้อวดแต่กลับไม่ได้ใช้มันให้ถูกวิธี พี่ใหญ่ พี่สาม น้องหก หากพวกท่าน้าข้าจะบอกวิธีกับพวกท่าน" พี่น้องสามคนนี้หยิบยื่นไมตรีให้กับตนก่อนใคร อ๋าวหลวนหลงย่อมวางพวกเขาไว้ในใจเป็กลุ่มแรก
สี่ผู้าุโชราหน้าเสียไปเล็กน้อย คิดว่าเด็กหนุ่มยังคงเ้าคิดเ้าแค้นและแบ่งแยกบ้านสายหลักสายรอง ลอบส่งสายตาตำหนิไปยังทายาทเยาว์วัยที่เคยเข้าร่วมการกลั่นแกล้งรังแกอีกฝ่ายด้วยความไม่พอใจ
อ๋าวซีห่าวนายท่านใหญ่คิดอยากจะอ้าปากติติงถึงความไม่เป็ธรรม อ๋าวหลวนหลงเอ่ยชื่อพี่น้องมาเพียงแค่สามคน คล้ายว่าจะไม่ยินยอมเปิดเผยความลับนี้แก่ผู้อื่น แต่หนึ่งในนั้นก็ยังมีบุตรชายคนโตของตนอยู่เขาจึงได้แต่หุบปากลงตามเดิม
คนสกุลอ๋าวเริ่มส่งเสียงตำหนิกันไปมา หลายคนถึงกับรีบประจานพี่น้องของตนว่าเคยทำร้ายอ๋าวหลวนหลงอย่างไรบ้าง และแน่นอนว่าทุกคนล้วนแล้วแต่พูดว่าไม่มีเจตนา
พวกเขาล้วนเห็นด้วยตาตนเองกันแล้วทั้งสิ้นว่าอ๋าวหลวนหลงเคลื่อนย้ายพลังปราณไปทั่วร่างได้ ทั้งยังเอาชนะอ๋าวหลวนตงที่มีขอบเขตพลังปราณขนาดใหญ่กว่าได้สบายๆ จะไม่ให้รีบเกาะขาทองคำนี้ไว้ได้อย่างไรกัน!!