ทั้งสองคนใช้เวลาสามวันสามคืนในการแลกเปลี่ยนวิชากันอย่างเข้มข้นภายในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่ถูกจัดขึ้นเพื่อใช้ในการปรุงโอสถมากมาย สามวันสามคืนผ่านไป การแลกเปลี่ยนโอสถเสริมความงามและโอสถชนิดเสริมสร้างพลังยุทธก็ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็การทบทวนความรู้และระลึกความทรงจำของตี้เฉิน ฝ่ายร่างเด็กน้อบน้อมผู้ใหญ่ถึงแม้เขาจะเป็ถึงระดับนักปรุงยาจอมราชันย์แห่งการปรุงโอสถแล้วก็ตาม บนโลกใบนี้ยังมีความรู้อีกมากมาย ที่ตัวเขาเองยังไม่ได้พบเจอ
“ ถ้าหากเ้าควบคุมปราณเยือกแข็งใส่รากบัวหิมะไว้ที่มือซ้าย…และปล่อยผ่านปราณร้อนใส่หญ้าหิมะไว้ทางมือขวา อย่างต่อเนื่อง โอสถจะบีบตัวหลอมรวมเข้าหากันอย่างสมบูรณ์แบบ และโอสถที่หลอมรวมออกมาจะมีคุณภาพที่เพิ่มมากขึ้น ” หลินฟงกล่าวด้วยสีหน้าภาคภูมิใจในความสามารถมัน แต่แท้จริงแล้วเทคนิคนี้ตี้เฉินก็สามารถใช้ออกมาได้อย่างง่ายดายเช่นกัน
“ เช่นนี้หรือท่านอา ” ตี้เฉินกล่าวพลางบังคมลมปราณด้วยเทคนิคดังกล่าวอย่างง่ายดายเสียจน…หลินฟงตาค้าง
“ นะ…นี่เ้า.. !!! ”
เทคนิคนี้จะต้องใช้เวลาฝึกฝน อย่างน้อยสามปีที่จะทำให้ปราณทั้งสองข้างเกิดความสมดุลอย่างมากที่สุด เป็เทคนิคประจำสำนักหุบเขาโอสถโดยแท้ดั้งเดิม ดังนั้นจึงเป็เื่ธรรมดาที่ตี้เฉินจะทำได้อย่างง่ายดาย
ถึงกระนั้น หลินฟงก็ยังไม่หายตกตลึง กับความอัศจรรย์นี้
“ ความอิจฉริยะของเ้า ไม่ถือว่าเป็รองใครเลยจริง ๆ สมคำร่ำลือ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ” หลินฟง กล่าวชมเชยตี้เฉินด้วยสีหน้าจริงใจ
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่หรอกท่านอา ข้าคงบังเอิญทำได้เอง ” ตี้เฉินน้อมรับคำติชมแต่ใจของมันก็รู้ดีว่ามันง่ายเสียอย่างกับปลอกกล้วย
.
.
.
ครู่หนึ่งที่เขากำลังพูดคุยกับหลิงฟงอย่างสนุกสนานเขาััได้ถึงไอจิตสังหารที่เข้มข้นมากเสียจนพวกเขาทั้งสองหยุดหัวเราะเริงร่าไปครู่หนึ่ง
“ จิตสังหารนี้มัน ” พูดขึ้นได้จิตสังหารนั้นก็ได้หายไปเสียแล้ว
‘ กรี้ดดดดดดด ! ’
เพล้ง !!!
เสียงกรีดร้องตามมาด้วยเสียงจานหล่นดังสนั่นมาจากทางห้องครัว ราวกับเกิดเื่ร้ายแรงขึ้นที่สมาคมแห่งนี้อีกแล้ว !
สองร่างชายหนุ่มและชายแก่รีบวิ่งไปที่ห้องครัวโดยเร็วพลัน พบเป็ร่างของชายเฒ่าตี้เทียนที่นอนตาเบิกโพลงใหญ่ ตัวแข็งเกร็งไม่ได้สติข้าง ๆ ก็เป็หญิงสาวรับใช้เ้าของเสียงกรีดร้องลั่นด้วยอาการใ ในขณะที่มือของตี้เทียนเริ่มเปลี่ยนเป็สีม่วงจนผิดสังเกต ใบหน้าที่เริ่มออกเป็สีเหลือง ราวกับขาดเื เหงื่อที่เริ่มออกท่วมตัวในขณะที่ร่างกายของเขาเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง
“ยาพิษ !”
ตี้เฉินรีบใช้สองนิ้วนาบลงบริเวณจุดชีพจรพลางปล่อยกระแสลมปราณเข้าไปปรับกระแสลมปราณภายในตัวตี้เทียนให้กลับมาเข้าที่ก่อนที่ธาตุไฟจะแตกซ่านไปเสียหมด
“ กำลังภายในกำลังถูกพิษบางอย่างเข้ามาแทรกทำให้เกิดอาการเช่นนี้ ” ตี้เฉินพูดพลางถอนลมปราณของตนออกก่อนที่ลมปราณของเขาจะถูกดูดไปเสียหมด พลันนึกคิดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม คิ้วขมวดใหญ่
นี่หาใช่ยาพิษธรรมดาที่มีฤทธ์ทำลายระบบภายในทั่วไป แต่มันกำลังทำลายทั้งระบบไหลเวียนลมปราณและร่างกายภายในไปด้วยพร้อม ๆ กัน ผู้ที่ทำยาพิษชนิดนี้ออกมาได้ต้องมีวรยุทธ์ในการปรุงโอสถชนิดนี้สูงพอตัว ว่าแต่ว่าเราต้องรู้เสียก่อนว่าพิษนั้นเข้าไปทางไหน…
เขาใช้สายตากวาดมองไปทั่วทั้งห้องครัว พลางพบแก้วน้ำชาประจำตัวตี้เทียนที่เขากินไม่หมด เขารีบหยิบแก้วนั้นขึ้นมา พลางใช้จมูกสูดดมกลิ่นของชา…กลิ่นของชากลับเป็ไอเย็นที่ให้ความรู้สึกเย็นวาบไปทั่วโพรงจมูก พลันใเสียจนถ้วยน้ำชาที่เหลือหกลงบนพื้นครัวเสียหมด
เกร้งงงงง
ฉ่าาาาาาา
จากพื้นไม้ห้องครัวธรรมดากำลังกลายเป็พื้นที่ถูกจับตัวกลายเป็น้ำแข็งอย่างเหลือเชื่อ ไม่ว่าน้ำจะไหลไปทางใดก็พลันเกิดเป็เยือกน้ำแข็งเกิดขึ้นในทันทีนี่มันยาพิษชนิดใดกัน
“ ยาพิษกลืนอัสดง " หลินฟงกล่าวขึ้นอย่างไม่ลังเล
“ นี่เป็…ยาพิษประจำตระกูลหนึ่งมันมีฤทธิ์ทำลายระบบภายในทุกอย่างพิษนี้ทำมาจากใบของบัวหิมะหลอมรวมเข้ากับพิษของแมงป่องหิมะหากไม่ได้รับยาถอนพิษภายในสามไก่โห่ผู้นั้นจะธาตุไฟแตกซ่านจนเสียชีวิตและข้าคงเดาไม่ผิดว่าตระกูลนั้นกำลังประกาศาเป็ศตรูกับตระกูลหลินของข้า ”
“ เหตุใด…พวกมันถึงลงมือกับพ่อของข้า !”
ในขณะนั้นกล้ามเนื้อของตี้เฉินทุกตารางนิ้วได้อัดแน่นไปด้วยโทสะ เพลิงโทสะเจิดจ้าในแววตาคู่นั้นพลางหันหน้าไปทางหลินฟงด้วยอาการฉุนเฉียว
“ พวกมันคงตัดสินใจลงมือกับข้า…แต่คงพลาดท่าที่ยาพิษนั้นไม่ได้มาถึงข้าเสียก่อน… ”
เขากล่าวพลางชี้นิ้วมาที่กาน้ำชาที่ถูกจัดเตรียมลงถาดเพื่อน้ำมาเสริฟให้เขาทั้งสองคนอย่างดี
“ เ้าลองตรวจสอบกาน้ำชานั้นดู ”
ตี้เฉินรีบวิ่งเข้าไปเปิดกาน้ำชาพลันพบกับกลิ่นของน้ำชาที่แปลกประหลาดผิดปกติ มันเป็กลิ่นของชาที่รู้สึกเย็นเสียจนลึกเข้าไปถึงขั้วปอดเป็กลิ่นเดียวกันกับถ้วยน้ำชานั้น ไม่ผิดแน่นี่เป็การลอบสังหาร ! แถมคนที่ตั้งใจทำเช่นนี้คงอยู่ไม่ไกล ไม่ผิดแน่จิตสังหารนั้นต้องเป็ของผู้ที่ลงมือ
แต่ถ้าหาก้ารู้ว่าผู้ใดเป็คนทำเราจะต้องถอนพิษให้กับเฒ่าแก่ตี้เทียนเสียก่อน
“ ข้าจะถอนพิษนี้ได้อย่างไร ! ”
“ ภายในสามไก่โห่ เ้าจะต้องรีบหาสมุนไพรทั้งสามชนิดที่เกิดอยู่บนยอดเขาสูงแสนหนาวเหน็บนั่นก็คือรากบัวหิมะ ข้ายังมีเหลือพออยู่ สมุนไพรที่อยู่ใต้น้ำลึกอย่างสาหร่ายมรกต และสมุนไพรหายากที่เกิดบนพื้นดินอย่างหญ้าทองคำ นำทั้งสามอย่างมาหลอมรวมกันด้วยเทคนิคการหลอมรวมโอสถขั้นสูงที่ข้าได้สอนเ้าไปจะได้ยาถอนพิษนั้นออกมาหากแต่จะต้องใช้เวลาหลอมอย่างน้อยหนึ่งวันเต็ม ๆ ” หลินฟงกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดจริงจัง
“ ข้าเข้าใจแล้ว แค่สาหร่ายมรกต กับหญ้าทองคำสินะ คงไม่ยากแน่นอน ” ตี้เฉินกล่าวอย่างมั่นใจก่อนที่จะเริ่มเดินไปเตรียมต่างหูมิติเซียน และสัมภาระโอสถเสริมพลังขนานต่าง ๆ ก่อนออกเดินทาง
“ จงรีบกลับมาข้าจะเฝ้าอาการตี้เทียนให้เอง " เขากล่าวด้วยสายตาละอายแก่ใจที่ชักศึกเข้าสู่บ้านของเพื่อนรักอย่างตี้เทียนก่อนที่จะหันไปเรียกลูกสาวของเขา
“ หลินเซียว ! ”
“ คะ ท่านพ่อ !” น้ำเสียงกังวานใสดังขึ้นพลางเปิดประตูครัวออกมา
“ เ้าจงตามตี้เฉินไปเผื่อเ้าจะช่วยเหลืออะไรได้บ้าง !”
“ คะ ท่านพ่อ ! "
ตี้เฉินหันมาตามเสียงอันใสแก้วชวนหันไปมองพลันสายตาสองคู่จับจ้องกันอย่างแปลกประหลาดราวกับโลกทั้งใบกำลังหยุดหมุน…นี่หาใช่เวลาชื่นชมความงามของนางไม่ หากแต่พ่อของข้ากำลังสิ้นใจลงทุกนาที !!!
“ หลินเซียว…เ้าใช้วิชาตัวเบาได้หรือไม่ ! ” เขากล่าวด้วยอาการประหม่าเล็กน้อย
“ ได้เ้าคะ นายท่าน ”
“ ดี งั้นตามข้ามาข้าจะออกไปหุบเขาโอสถ ”
ทั้งสองคนรีบมุ่งหน้าออกไปทางหุบเขาโอสถโดยเร็วพลันเพื่อออกตามหาหญ้าทองคำที่ชาวหมู่บ้านที่เขาเจอใช้ผลิตเป็โอสถ… (ตอนที่6) อย่างรีบเร่ง
หลินเซียวนั้นมีระดับลมปราณอยู่ที่ระดับปราณนำวิถีระดับสูง ซึ่งสูงกว่าคนในสมาคมของนางเป็ไหน ๆ เหตุนี้นางจึงสามารถใช้วิทยายุทธตัวเบาขั้นสูงได้อย่างคล่องแคล่ว ทำให้การเดินทางนั้นถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็ว
.
.
.
.
.
“ ทางเข้าหมู่บ้านประกายเงิน ?!? ” ตี้เฉินกล่าวด้วยสีหน้าใพร้อม ๆ กับยืนทำสีหน้าประหลาดใจกับป้ายบอกทางนั้น
“ นายท่าน !!! ” เสียงะโกู่ร้องก้องดัง แต่ก็ช่างเป็น้ำเสียงที่ฟังแล้วคุ้นหูเสียมาก
“ เสียงนี้มัน ! ” ตี้เฉินพลางหันไปตามเสียงพลันปรากฏชาวบ้านจำนวนมากเดินออกมาจากเส้นทางที่มุ่งหน้าไปสู่หมู่บ้านนั้น
ชายร่างหนาดูทรงพลัง กล้ามเนื้อที่เป็มัดชนิดบดขยี้ก้อนหินให้แหลกได้ภายในพริบตา พร้อม ๆ กับชาวบ้านที่แต่งตัวเสื้อผ้าแพรไหมสวยงามผิวเนื้อพวกเขาดูมีน้ำมีเนื้อแตกต่างจากตอนที่ตี้เฉินมาครั้งแรกยิ่งนัก พวกเขากำลังเดินเข้ามาหาตี้เฉินด้วยแววตาประกายใสซื่อ ตี้เฉินสามารถััได้ถึงระดับลมปราณของชายคนที่อยู่ด้านหน้าพวกชาวบ้านซึ่งมีลมปราณถึงขั้น ปราณวิถีเซียนขั้นต่ำ ด้วยสีผิวและลักษณะร่างกายของเขาท่วงท่าการเดินเช่นนี้ไม่ผิดแน่ !!
“ ตู้ชิง ! เป็เ้าเองหรือ ! ” ตี้เฉินทำแววตาประกายเบิกโพรงถึงความเหลือเชื่ออัศจรรย์ใจ
“ เป็ข้าเองนายท่าน หมู่บ้านของพวกเราเจริญรุ่งเรืองมีกินมีเก็บได้ก็เพราะท่านได้มอบโอกาสให้แก่พวกเรา โอสถที่พวกเราทำส่งขาย ทำกำไรให้กับพวกเราในหมู่บ้านทุกคนขอรับ ท่านคือผู้…(ตอนที่ 6 จ้า)ที่แท้จริง !!! ” มันกล่าวพลางชาวบ้านทุกคนก้มหัวลมแนบพื้นราวกับตี้เฉินคือเ้าชีวิตของพวกมัน
“ เอาล่ะ ๆ ลุกขึ้นเถิดพวกท่าน ว่าแต่พ่อของเ้าไปไหนล่ะ ตู้ ชิง ”
“ พ่อข้าได้ออกเดินทางไปคุยเื่ราวธุรกิจที่เมืองซือเหนียงเมื่อวานนี้ขอรับ พอข้าได้รับข่าวว่าท่านกำลังเดินทางมาจึงได้รีบเตรียมการต้อนรับท่านอย่างดี…เอ่ออ…ว่าแต่ผู้หญิงนางนี้เป็ใครกันหรือขอรับ ” ตู้ชิงกล่าวพลางหันไปมองหลินเซียวด้วยความประหลาดใจ ซึ่งในตอนนั้นเองที่หลินเซียวก็ยังตกตะลึงกับการกระทำของชาวบ้านเช่นกัน
“ นางคือผู้ช่วยของข้าเองวางใจเถิด…” ตี้เฉินกล่าวพลางเริ่มทำสีหน้าวิตกกังวลจนตู้ชิงเห็นได้ชัด
“ ว่าแต่ท่านมาที่นี่…มีสิ่งใดให้พวกเราช่วยเหลืออย่างนั้นหรือ ”
“ พ่อของข้า…ถูกวางยาพิษ…ข้า้าหญ้าทองคำที่พวกเ้าเอาไว้ใช้ผลิตโอสถนั้น เ้าพอจะมีเหลือไหม ” เขาเน้นเสียงเข้ม
“ เมื่อสองวันก่อนมีคนจากในเมืองมากว้านซื้อไปเสียหมดเลยขอรับ "
“ บัดซบ ! ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงกระแทกกระทั้น
" ในตอนนี้ที่เราพอจะเหลืออยู่ก็คงไม่อาจพอที่จะทำโอสถได้หรอกนายท่าน…เว้นเสียแต่ว่า ” แววตาของตู้ชิงดูกระวนกระวายจนเห็นได้ชัด
“ ว่าอย่างไรงั้นรึ ” ตี้เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนใจ
“ เข้าไปในป่าลึกกว่านี้จะมีพื้นที่ที่เต็มไปด้วย หญ้าทองคำ เราเรียกกันว่าทุ่งหญ้าแห่งความตาย มันคือทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย เดิมที…พวกมันอาศัยอยู่บนเขาโอสถ แต่ด้วยจำนวนพวกมันที่เพิ่มมากขึ้นทุกปี บางส่วนของพวกมันจึงต้องอพยพลงมาหากินที่ทุ่งหญ้าแห่งนั้น ว่ากันว่าน้อยคนนักที่…ได้กลับออกมาจากป่านั่นแบบครบ 32 หากเป็ท่าน…ข้าคิดว่าคงจะกลับออกมาได้อย่างง่ายดาย ” ตู้ชิงเล่าด้วยอาการหวาดกลัวเสียจนแผ่นหลังมีเหงื่อซึมออกมาบาง ๆ
“ สัตว์ร้ายอย่างนั้นหรือ ” เขากล่าวพลางแสยะยิ้มขึ้นที่มุมปากอย่างมีเลศนัย
“ เอาล่ะขอบใจพวกเ้ามาก ต่อไปนี้เป็หน้าที่ของข้าเอง หลินเซียวเ้าคอยข้าอยู่ที่นี่แหละ ”
“ เหหหห นายท่านจะไปจริง ๆ อย่างนั้นหรือ !” ตู้ชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงงุนงงปนใเล็กน้อย
“ หากข้าไม่ไปใครเล่าจะไป ” ตี้เฉินกล่าวยืนยันด้วยความมั่นใจ
"แต่ว่า…" ร่างบางกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เ้าไม่ต้องตามข้ามาหรอกเดี๋ยวข้าก็กลับมาแล้ว” ตี้เฉินพลันหันไปหาหลินเซียว
"คะ นายท่าน" นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดูโล่งอก
ตี้เฉินพลันหยิบโอสถปลุกพลังระดับ 9 ออกมาจากกระเป๋าเสื้อเพื่อเตรียมการพร้อมสำหรับเหตุการณ์เบื้องหน้าและกลืนลงคอไป
.
.
.
โอสถระดับ 9 ก่อให้เกิดประกายสีทองรอบตัว ก่อนที่ก้อนพลังปราณได้อัดควบแน่นไปทั่วทั้งตัวเสียจนผู้คนรอบข้างสามารถััได้
“ โฮวววววว ”
หลินเซียวก็ได้แต่ทำตาเบิกค้างในความอัศจรรย์ใจของตี้เฉิน พลังลมปราณตี้เฉินก่อนหน้าอยู่ที่ปราณวิถีเซียนขั้นสูง ตอนนี้ มันถูกดันให้กลายเป็ปราณระดับฝ่ามือเทวะขั้นต่ำเรียบร้อยแล้ว !!!
พลางพุ่งทยานออกไปด้วยวิชาตัวเบาขั้นสูง มุ่งเข้าสู่ป่าที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย !!!
จะมีสิ่งใดรอคอยเขาอยู่กันนะ สัตว์ร้ายที่ว่านั้นถึงขนาดที่ชาวบ้านต่างเกรงกลัวจนไม่กล้าเข้าไปย่ำกราย โปรดติดตามตอนต่อไป
ปล.ขอโทษด้วยครับพึ่งกลับจากเที่ยวหยุดยาวมา อาทิตย์นี้ชดเชยให้เต็ม ๆ เลยนะครับ
ถ้าหากอ่านแล้วถูกใจอย่าลืมกดติดตามและคอมเมนต์เพื่อให้กำลังใจหรือติชมกันได้นะครับ