ไป๋เซียนยืนมองของที่อยู่ในมือเค้าด้วยความงุนงงเค้าไม่รู้ว่านี่คืออะไร เป็ลูกแก้วขนาดเท่าลูกมะนาว สีแดงใสด้านในเหมือนมีพลังงานบางอย่างวิ่งวนอยู่ และที่สงสัยมากไปกว่านั้นคือ ทำไมหลินเจาต้องให้ของสิ่งนี้แก่เค้าด้วย
“ว้าว ๆๆๆๆเทพไป๋เซียน เก่งเหมือนกันนะเนี้ยะเรา เห็นติ๋มๆ หงิ๋มๆไม่คิดว่าจะสู้เก่งขนาดนี้นะเนี้ยะ....” อาซือเอ่ยแซวเพื่อนของเค้า
“ดวงตาหงส์แดง” เฉินกังพูดถึงสิ่งที่อยู่ในมือของไป๋เซียน ทำให้ไป๋เซียน เงยหน้ามองเฉินกังแบบงง งง แล้วก็ถามว่าของสิ่งนี้คืออะไร
“ว่ากันว่าพาหนะประจำตัวผู้เล่นั้แ่ระดับ 3ขึ้นไป จะมีไอเทมพิเศษในตัวเอง เป็เสมือนที่เก็บพลังงานและท่าไม้ตายประจำตัวของตัวเองเอาไว้และการที่จะเอามันออกมาให้คนอื่นได้ แปลว่าเ้าของจะไม่กลับมาแล้ว” เฉินกังอธิบาย
ไป๋เซียนได้ฟังก็ยิ่งใ“แปลว่า หลินเจา กับเ้าหงส์แดงตายแล้วหรอ” ทำให้ไป๋เซียนยิ่งหน้าไม่ดีไปกันใหญ่ ทำไมเค้าต้องให้สิ่งนี้กับข้าด้วยละ
“เค้าคงไม่กลับมาเล่นเกมส์นี้แล้วกระมัง” เฉินกังตอบหน้าตาย และก็หันหลังเดินจากไป
“โอ๊ย....เ้าเฉินกังเ้าคนบ้า คนยิ่งใจไม่ดี ก็ยังจะมาทำให้เสียใจไปอีก” อาซือบ่นเฉินกังที่เดินไปแล้วแล้วก็หันไปปลอบใจไป๋เซียนว่ามันเป็เื่ธรรมดาของการประลอง ที่ต้องมีแพ้ มีชนะแล้วคนแพ้ก็มีสิทธิ์จะเลือกทางเดินของตัวเอง และการที่หลินเจาเลือกแบบนี้ก็แปลว่าเค้าได้ตัดสินใจแล้ว เพราะฉะนั้นเค้าเองก็ไม่ควรเสียใจแล้วต้องเคารพการตัดสินใจของผู้เล่นคนอื่นๆเช่นกัน
“จริงด้วยถ้าเป็ฉัน ฉันก็คงเลือกแบบนี้ล่ะมั้ง...ก็แพ้แล้วนี่ ก็ไม่รู้จะเล่นต่อทำไม แต่ถ้ามีพวกนายฉันก็อาจจะเข้ามาเล่นเพื่อความบันเทิงก็ได้อยู่” ฟางลี่พูดลอยๆแล้วก็เดินตามเฉินกังไป
“จริงด้วยนายเลิกคิดมากได้แล้ว ละก็ไปลงทะเบียนสำหรับรอบใหม่กันพวกเรายังต้องเดินทางอีกยาวไกลนะ กว่าจะถึงรอบชิง” แล้วอาซือก็ลากไป๋เซียนให้เดินไป
ณ จุดลงทะเบียน รอบ 16 คน
ทั้ง 4ลงทะเบียนรอบต่อไปเรียบร้อย และนัดเวลากับคู่ประลองแล้ว ทั้งหมดลงมติกันว่าจะพักก่อน 1คืน แล้วค่อยกลับมาต่อสู้ใหม่ในวันพรุ่งนี้ดังนั้นแล้ววันนี้ที่ยังพอมีเวลาเหลืออยู่ก่อนที่จะออกจากเกมส์ไปพักผ่อนกันทุกคนเลยจะไปเที่ยวเล่นเพื่อหาของแปลกมาขาย ที่ดินแดนวารีซึ่งคงไม่ต้องบอกว่าสิ่งนี้จะเป็ความคิดใครไปได้ นอกจากพ่อจอมงกประจำเกมส์นั่นก็คือ ไป๋เซียนนั่นเอง โดยเค้าให้เหตุผลว่าเผื่อจะเจอเบาะแสเื่ของดวงตาหงส์แดง ณ ที่นั้น โดยดินแดนวารี ก็ออกจากดินแดน 5 สายออกไปไม่ไกลมากแค่ออกจากสะพาน แล้วก็มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ ก็ถึงแล้ว
ดินแดนวารี瓦里土地
ทั้งสี่พากันมายังดินแดนแห่งธาตุน้ำ ต้นกำเนิดธาตุวารีของไป๋เซียนเ้าไป๋ซวงที่เหมือนได้กลับบ้าน ออกอาการดีใจ วิ่งไปทั่วะโลงน้ำดำพุดดำว่ายไปมาอย่างสนุกสนาน ทำให้ทั้งสามจำต้องปล่อยพาหนะของพวกเขาออกไปเล่นบ้างแต่ก็ไม่เห็นจะมีอาการดี้ด้าเท่าเ้าัน้ำของไป๋เซียนเลยสักตัว
ไป๋เซียนออกเดินสำรวจไปทั่วเกาะโดยบอกให้ไป๋ซวงเล่นอยู่ตรงนี้ ห้ามไปไหนแต่ดูเหมือนไป๋ซวงจะเล่นเพลินจนไม่สนใจเค้าแล้ว ไป๋เซียนจึงมองด้วยสายตาละห้อยแล้วก็เดินออกไปสำรวจรอบๆ โดยหวังว่าจะได้เบาะแสอะไรบ้าง
เค้าเดินมาถึงถ้ำใต้น้ำตกที่รูปร่างหน้าตาคล้ายกับที่เค้าเคยเจอ นั่นก็คือตอนที่เจอไข่เ้าไป๋ซวงนั่นเองเค้าคิดว่านี่คงเป็ถ้ำที่เป็ต้นกำเนิดของธาตุน้ำและแหล่งกำเนิดของพาหนะธาตุน้ำต่างๆแน่ๆ จึงจะเข้าไปสำรวจดูก่อน
โดยเค้าบอกเพื่อนทั้งสามว่าไม่ต้องตามเข้าไปมันไม่น่าจะมีอันตรายอะไร ทั้งสามจึงรออยู่ด้านนอก โดยฟางลี่ก็เล่นสนุกกับเ้าอันอันอยู่บริเวณหน้าน้ำตก ใกล้ๆไป๋ซวงนั้นเอง
อาซือกับเฉินกังต่างก็แยกย้ายกันไปโดยเฉินกังเลือกจะไปสำรวจรอบๆเกาะพร้อมพาเ้าลีเลี่ยนไปเดินเล่นส่วนอาซือก็ปล่อยเ้าเถ้าซี่ไปเล่นสนุกตัวเองก็นอนเล่นอยู่ตรงใต้ร่มไม้แถวๆนั้นไม่ไกล โดนในใจก็แอบเป็ห่วงเพื่อนแต่เค้าก็เชื่อว่าไป๋เซียนจะสามารถเอาตัวรอดได้ด้วยตัวเอง
ด้านในถ้ำน้ำตก
ไป๋เซียนเดินเข้าไปสำรวจด้านในเพียงลำพังโดยใช้ไอเทมเพื่อเพิ่มแสงสว่างระหว่างทางที่เดินไป เค้ามองไปรอบๆถ้ำด้านในเป็เหมือนถ้ำหินงอกหินย้อย สวยงาม บางจุดยังมีน้ำหยดอยู่ เสียงน้ำกระทบหินทำให้ไป๋เซียนรู้สึกว่าตัวเองยังมีเพื่อนอยู่ในถ้ำแห่งนี้ด้วย เค้าเดินไปเรื่อยๆโดยไม่เห็นมีอะไรที่ผิดปกติ และทางก็แคปลงเรื่อยๆ จนไปถึงทางโค้งที่เป็คอคอดสามารถผ่านไปได้แค่เพียง่ตัว ไป๋เซียนก็ตัดสินใจลอดผ่านช่องแคปนั้นไป
พอเข้าเดินลอดไปจนถึงอีกฝั่งนึงแสงสว่างก็ค่อยๆ เข้าสู่สายตาเค้า จนเค้าต้องยี้ตาเพื่อเปิดรับแสงใหม่ที่เข้ามา พอเขาลืมตาก็พบว่าเบื้องหน้าของเค้าเป็เหมือนบึงน้ำขนาดใหญ่รอบๆมีดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ขึ้นอยู่เรียงราย ผีเสื้อ แมลงปอ หมู่ผึ้งต่างๆต่างก็บินเล่นอยู่เต็มไปหมด ให้บรรยากาศผิดกับตรงทางเข้าตรงปากถ้ำยิ่งนัก
ไป๋เซียนจึงเข้าใจว่าถ้ำคือรอยต่อระหว่างดินแดนวารี และที่แห่งนี้ แล้วนอกจากนั้นเค้าก็ได้พบกับ ัวารี หงส์แดง กวางดาว มัจฉา 9 หาง และกระรอกสีรุ้ง ซึ่งจากที่เค้าเคยอ่านจากคู่มือเกมส์มา ทั้งหมดคือพาหนะในตระกูลวารี ทั้งหมด และสัตว์ทั้ง 5 ที่เค้าเห็นก็ไม่ได้มีเพียงตัวเดียวด้วยมีทั้งตัวเล็ก ตัวใหญ่ เต็มไปหมด ขณะที่เค้ากำลังตกตะลึงอยู่นั้น ก็มีผู้เฒ่าร่างเล็กถือไม้เท้าท่านนึงเดินเข้ามาหาเค้า
“ที่นี่คือ ต้นกำเนินของดินแดนวารี อยู่ตรงใจกลางเกาะพอดี ถ้ำน้ำตกคือประตูทางเข้า และที่นี้ก็คือแหล่งกำเนิดของพาหนะทั้ง 5 ของธาตุวารีและการที่พ่อจอมยุทธ์เดินทางมาถึงที่นี้ได้ แปลว่าต้องมีผู้นำทางมาสินะ” ท่านผู้เฒ่าเอ่ยถามไป๋เซียน
“ผู้นำทางหรือขอรับ....” ไป๋เซียนไม่เข้าใจคำที่ผู้เฒ่าพูดแต่เค้าก็หยิบเ้าลูกแก้วใสสีแดง “ดวงตาหงส์แดง” ออกมาแบมือยื่นไปตรงหน้าท่านผู้เฒ่า
“มีคนให้สิ่งนี้แกเ้ามาสินะ.....มันคือดวงตาหงส์แดง เกิดจากเมื่อหงส์แดงระดับ3 เมื่อสละชีวิตตัวเองแล้ว มันจะทิ้ง ดวงตาของไว้และนอกจากจะเป็แค่ดวงตาแล้ว สิ่งนี้ยังถือเป็ ไอเทมพิเศษที่มีคุณสมบัติในการผสานพลังและเพิ่มความรุนแรงให้กระบวนท่าวารีให้กับผู้ได้อีกด้วย” ท่านผู้เฒ่าอธิบายถึงความพิเศษของดวงตาหงส์แดงให้ไป๋เซียนฟัง
“ถ้าให้ข้าเดาคนที่มอบสิ่งนี้แกเ้า เค้าคงไม่อยู่ที่นี้แล้วสินะ” ผู้เฒ่าถามต่อ ไป๋เซียนพยักหน้าด้วยความรู้สึกผิด ที่ยังคงซ่อนอยู่ภายในใจ
“การต่อสู้ย่อมมีแพ้มีชนะ เป็เื่ธรรมดา เ้าอย่าได้รึสึกผิดไปเลย ให้ตั้งใจทำตามปณิธานต่อไปเพื่อไม่ให้คนที่เค้ามอบของสิ่งนี้ให้เ้าเค้าผิดหวังจะดีกว่า” ท่านผู้เฒ่าตอบแทนความในใจของไป๋เซียน
ไป๋เซียนยังคงยืนมองลูกแก้วสีแดงในมือนิ่งอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งมีเสียงของเหล่าสรรพสัตว์ดังขึ้นใกล้ๆ เค้าจึงหลุดออกจากภวังค์พอเงยหน้าขึ้นมา เค้าก็ไม่เจอท่านผู้เฒ่าเสียแล้ว เ้ากวางดาวตัวหนึ่งคาบบางสิ่งมายื่นให้เค้า ไป๋เซียนรับไว้ พร้อมกล่าวขอบคุณ เ้ากวางดาวและสัตว์ตัวอื่นๆก็ค่อยๆห่างจากไป๋เซียนไป จนบริเวณนั้นกลับสู่ความสงบอีกครั้ง ไป๋เซียนจึงเอ่ยกล่าวขอบคุณท่านผู้เฒ่าแล้วก็ขอตัวลา เพื่อกลับไปหาเพื่อนๆของพวกเขาที่รออยู่ด้านนอก
“ได้อะไรไหม...”อาซือที่เห็นไป๋เซียนออกจากถ้ำมาแล้ว รีบวิ่งไปถามเค้าเป็คนแรกฟางลี่และเฉินกังที่นั่งเล่นอยู่ไม่ไกล ก็เดินมาสมทบเพื่อฟังคำตอบไปพร้อมๆกัน ไป๋เซียนยื่นกระดาษม้วนนึงให้อาซือ อาซือรับไปเปิดอ่านอย่างงงงง ส่วนไป๋เซียนก็เดินไปเรียกไป๋ซวงที่ตอนนี้ไม่รู้ไปเล่นอยู่ที่ไหนแล้ว
“ขอบคุณนะ ิเจาเ้าหงส์แดง ฉันจะทำให้ดีที่สุด อย่างสุดความสามารถเลย” ไป๋เซียนพูดเบาเบากับตัวเอง ประกอบกับไป๋ซวงที่วิ่งมาหาเค้าพอดีทั้งสองทักทายกันพอให้หายคิดถึง แล้วไป๋เซียนกับไป๋ซวงก็กลับไปหาเพื่อนๆของพวกเขา
“แปลว่านายก็สามารถใช้ดวงตาหงส์แดงในการเพิ่มพลังการต่อสู้ได้งั้นสิแต่จำกัดว่าใช้ได้แค่เพียง 1ครั้งเท่านั้น และเลือกใช้ได้เฉพาะกับกระบวนทางวารีเท่านั้น ถูกต้องไหม” ฟางลี่ที่อ่านข้อความในสาสน์ลับแล้ว ถามกลับไป๋เซียน
“ก็คงเป็อย่างนั้นแหละมั้ง...ข้าก็เข้าใจแบบนั้นเหมือนกัน” ไป๋เซียนตอบ
“แปลว่าพวกเราก็ได้คำตอบที่เรา้าแล้วนี่ก็เวลาผ่านไปพอสมควรแล้ว ข้างนอกนั้นน่าจะตี1 แล้วละมั้ง ข้าว่าพวกเราออกไปพักผ่อนกันเถอะ” อาซือเสนอความเห็น
“ตกลงแล้วเจอกันพรุ่งนี้ที่เมืองหน้าด่านนะ ตอน 1ทุ่มเหมือนเดิม”ไป๋เซียนบอกเพื่อนๆ และทุกคนก็พากันออกจากเกมส์ไป
โลกแห่งความจริง
ไป๋เซียนนั่งนิ่งอยู่หน้าเครื่องเกมส์ อยู่ราว 5 นาที แม้จะออกมาจากเกมส์แล้ว นาฬิกาบอกเวลา 1.50เรย์รู้สึกตัว เค้าไม่หิว ไม่ง่วง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับเค้าตอนนี้คือ ความรู้สึกว่างเปล่ารู้สึกเหมือนชีวิตมันขาดอะไรไป เมื่อกี้ยังสนุก มีเพื่อน มีไป๋ซวง แค่เวลาเพียงเสี้ยววินาทีเค้าก็กลับมาโดดเดี่ยวเหมือนเดิมอีกแล้ว....
เรย์รีบสะบัดความคิดความเหงานี้ออกจากหัว เค้าไปเข้าห้องน้ำ จัดการตัวเองให้เรียบร้อยแล้วก็รีบเข้านอน
วันนี้เป็วันศุกร์เรย์ตื่นเช้าไปทำงานตามปกติ วันนี้เค้ารู้สึกกระตือรือร้นเป็พิเศษเพราะว่าพรุ่งนี้คือวันเสาร์แล้ว นั่นแปลว่าเค้าสามารถเข้าเกมส์ได้ั้แ่ตอนกลางวันวันนี้เค้าก็สามารถเล่นเกมส์ได้ดึกโดยที่ไม่ต้องห่วงว่าตอนเช้าจะไม่มีแรงตื่นมาทำงาน เมื่อเค้าคิดถึงอาซือ ฟางลี่ เฉินกัง ไป๋ซวงหรือแม้กระทั่งคู่กรณีอย่างเฟยลู่ เค้าก็รู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกเค้ารู้สึกว่านั่นแหละคือ ชีวิตเค้ามากกว่าโลกแห่งความจริงตรงหน้านี้เสียอีก
เรย์เดินกลับบ้านด้วยอาการเกือบหมดแรงเพราะวันนี้เป็วันศุกร์สุดท้ายก่อนสิ้นเดือนงานเลยเยอะเป็พิเศษเค้าซื้อต้มเืหมูและข้าวเปล่า พร้อมแวะร้านค้าตุนมาม่า น้ำเปล่า ขนมแห้งไว้สำหรับเสาร์ อาทิตย์ เพื่อที่เค้าจะได้อยู่ในเกมส์ยาวๆโดยที่ไม่ต้องออกไปหาของกินอีก โดยเค้าก็คิดถึงการประลองที่เค้ากำลังจะเจอในคืนนี้อีกด้วยเรย์รีบจ่ายเงินแล้วรีบกลับห้องไป