ทางด้านฝั่งของหนิงฮวานางกำลังพาท่านแม่และพี่สาวเข้าไปยังร้านขายผ้าที่มีลวดลายแปลกตาที่นำมาจากท่าเรือที่อยู่ห่างจากเมืองเป่ยซานไปเพียงสี่หัวเมืองเท่านั้นซึ่งภายในร้านนั้นมีผ้าให้เลือกเยอะแยะมากมายนางจึงเอ่ยกับมารดาและพี่สาวของตนว่า
“ท่านแม่ พี่ใหญ่เ้าคะพวกท่านก็ลองเลือกผ้าคนละพับสองพับตามที่พวกท่านชอบได้เลยนะเ้าคะ เอาไปไว้ตัดชุดใส่เ้าค่ะ”
เอ่ยจบนางก็เดินไปยังมุมที่มีผ้าลายต้นไผ่สีเขียวแต่ตัวผ้าเป็สีฟ้าน้ำทะเลและอีกผืนเป็ลายต้นไผ่เช่นกันแต่ตัวผ้าเป็สีดำ ซึ่งนางชอบทั้งสองผืนนี้นางไม่รอช้ารีบเอ่ยถามราคากับคนดูแลรานทันที
“ขอโทษนะเ้าคะ ไม่ทราบว่าผ้าสองพับนี้ราคาเท่าไหร่หรือเ้าคะ”
“โอ้ ผ้าสองพับนี้ราคาพับละสองตำลึงเงิน ท่านจะรับหรือไม่ขอรับ”
“อ่า เอาทั้งสองพับนี้เ้าค่ะและก็คิดรวมกับผ้าที่คุณผู้หญิงสองท่านนั้นเอาด้วยเลยเ้าคะ”
หนิงฮวาเอ่ยกับพนักงานดูแลร้านก่อนที่จะเดินไปหสมารดาและพี่สาวตนว่าเลือกผ้าได้หรือยัง สำหรับหนิงเซียนนั้นนางเลือกผ้าสีชมพูเข้มลายดอกอิงฮวาหนึ่งพับราคาสองตำลึงเงิน ส่วนหนิงลี่ได้เลือกผ้าสีเขียวเข้มลายดอกเหลียนฮวาหนึ่งพับราคาสองตำลึงเงินห้าร้อยอีแปะ เมื่อพนักงานนำผ้าที่พวกนางซื้อกลับมาให้นางจึงได้จ่ายเงินไปแปดตำลึงเงินห้าร้อยอีแปะและให้พนักงานอีกสิบอีแปะเป็ค่าบริการพนักงานคนนั้นก้มหน้าขอบคุณนางอย่างยินดีหลังจากนั้นพวกนางก็เดินออกมาจากร้านขายผ้า
“ท่านแม่เ้าค่ะเราลองเดินไปดูทางนั้นกันหน่อยดีหรือไม่เ้าคะ”
“ได้สิ”
เอ่ยจบพวกนางทั้งสามคนก็เดินไปยังตรอกที่มีร้านขายพวกเสื้อผ้า เครื่องประดับแต่มีอยู่ร้านนึงที่ขายพวกขวดโหล แก้วที่นำเข้ามาจากท่าเรือนางสนใจมากจึงรีบเดินเข้าไปภายในร้ายโดยไม่ได้สังเกตสีหน้าของมารดาและพี่สาวที่ยืนอยู่หน้าร้าน นางเดินดูของไปเรื่อยๆจนเจอเข้ากับขวดโหลแก้วที่มีฝาปิดขนาดเล็ก กลาง และใหญ่
นางจึงหันไปถามราคากับเ้าของร้านก่อนจะใเพราะเ้าของร้านดันเป็ชาวต่างชาติหรือที่นี้เรียกพวกเขาว่าพวกชาวหัวแดง เมื่อหนิงฮวามอง ออกไปหน้าร้านก็พบกับมารดาและพี่สาวกำลังยืนทำสีหน้าหวานกลัวเ้าของร้านส่งมาให้นาง ก็ไม่แปลกที่ทั้งสองคนจะกลัวเพราะพวกชาวหัวแดงนั้นมีรูปร่างที่สูงใหญ่เกินพวกเขาไหนจะผมหลากสีแถมดวงตายังเป็สีฟ้าบ้างสีอื่นบ้างแถมภาษายังฟังไม่รู้เื่พวกคนจีนจึงหวาดกลัวพวกเขา
แต่ไม่ใช่สำหรับหนิงฮวาที่มาจากยุค2022เพราะแค่เดินออกจากหอพักก็เจอแล้วนางจึงส่งยิ้มกลับไปให้มารดาและพี่สาวทำปากขมุบขมิบแปลได้ว่า ไม่เป็ไร ไปให้กับทั้งสองคนก่อนจะหันไปถามราคาของสินค้าทันที
“อันนี้ราคาเท่าไหร่หรือเ้าคะ”
เ้าของร้านกำลังตั้งใจฟังในสิ่งที่นางพูดก่อนจะจับใจความได้
“โอ้วว อันนี้ขนาด เล็ก ราคายี่สิบอีแปะ ขนาดกลางยี่สิบห้าอีแปะและขนาดใหญ่สามสิบอีแปะ แม่นางน้อยจะรับไซส์ เอ่อขนาดใดหรือ”
“งั้นข้าเอา ทั้งสามขนาดอย่างละสิบชิ้น แล้วที่นี้มีกระจกหรือไม่เ้าคะ”
“กระจ๊ก เอ่อ อ้อแม่นางน้องหมายถึงกระจกใช่หรือไม่”
“ใช่เ้าค่ะ ข้าขอขนาดใหญ่นะเ้าคะ”
“มีแต่ว่าไอจะต้องสั่งให้ลูกน้องนำมาให้จากท่าเรือใช้ ทาม คือเวลานะ ใช้เวลาประมาณห้าวัน แม่นางน้อยจะรับหรือไม่”
“รับเ้าค่ะ ราคาเท่าไหร่หรือเ้าคะ”
“กระจกชิ้นละห้าสิบอีแปะ ยูจะเอากี่อัน”
“ข้าเอาสองอันเ้าค่ะ”
“โอเค เอ่อ ตกลงทั้งหมด”
“ราคาทั้งหมดเท่าไหร่เ้าคะ”
“ขวดโหลแก้ว ขนาดเล็กสองร้อยอีแปะ ขนาดกลางสองร้อยห้าสิบอีแปพ ขนาดใหญ่สามร้อยอีแปะและกระจกสองอันหนึ่งร้อยอีแปะ ทั้งหมดก็แปดร้อยห้าสิบอีแปะพอดี”
“นี้เ้าค่ะเงินแปดร้อยห้าสิบอีแปะ”
“โอเค ขอบคุณมาก”
เอ่ยจบเ้าของร้านก็นำสินค้าไปห่อใส่กระดาษก่อนจะนำใส่ตะกร้าแล้วนำมาให้หนิงฮวา นางจึงยื่นมือไปรับก่อนจะเอ่ย
“ด้วยความยินดีเ้าค่ะ กู๊ดบายนะเ้าคะ”
เอ่ยจบหนิงฮวาก็ส่งยิ้มให้เ้าของร้านก่อนจะเดินกลับออกไปหามารดารและพี่สาวข้างนอกปล่อยให้เ้าของร้านยืนอึ้งที่นางพูดภาษาของเขาได้อยู่ภายในร้าน แล้วทั้งสามคนก็เดินไปยังร้านอื่นต่อ
“ท่านแม่เ้าคะ ข้าอยากกินบะหมี่เราไปทานกันเถิดเ้าค่ะ”
“ได้ๆแม่ก็ลืมนึกไปว่าพวกเราเดินกันมานานแล้วพวกเ้าคงจะหิวกันแล้วงั้นเราเดินไปทางนั้นกันเถอะแม่จำได้ว่าครั้งนึงเคยเดินผ่านร้านบะหมี่แถวนั้นอยู่”
เอ่ยจบทั้งสามคนก็เดินออกจากตรอกขายของแล้วตรงไปยังถนนที่ผู้คนเดินสวนกันไปกันมาอย่างพลุ้งพล่าน ถนนเส้นนี้เป็ถนนที่ให้พวกชาวบ้านมาเช่าที่ตั้งแผงขายของได้มันจึงไม่แปลกที่คนจะเยอะแยะขนาดนี้เพราะมีทั้งพวกผักเอย ของทานเล่นเอย ผลไม้ก็มี ไหนจะพวกของเล่นและอื่นๆอีกมากมาย
พอหนิงฮวาเดินมาได้ซักพักนางก็เจอเข้ากับร้านบะหมี่ที่ตั้งอยู่แถวๆริมถนนใต้ต้นไม้ห่างจากสะพานข้ามคลองน้ำไปไม่ไกล เป็ร้านขนาดกลางๆไม่ใหญ่มากแต่คนค่อนข้างจะเยอะสงสัยน่าจะอร่อยแหละก่อนที่นางจะเห็นโต๊ะว่างที่ตั้งอยู่ข้างๆคลองน้ำสามารถนั่งชมบรรยากาศของตลาดฝั่งนั้นได้อีกด้วยไม่รอช้านางรีบดึงมือพี่สาวเดินไปนั่งตรงโต๊ะว่างนั้นทันที