หลี่เป่าน้องสาวคนเล็ก
บทที่ 6 เพื่อนบ้าน
เป่าเปาฟื้นขึ้นมาได้เกือบหนึ่งเดือนแล้ว ในทุกๆ วันนอกจากช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ ที่บ้าน และนำอาหารไปส่งคนในครอบครัวที่ไร่นา นางก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปไหนอีก เพราะเกรงว่านางจะไม่สบาย
นางได้แต่เอามือเท้าคางอย่างเบื่อหน่ายก่อนจะคุยกับหลี่ซื่อพี่ชายสี่ที่เป็คนรับผิดชอบเื่การตักน้ำผ่าฟืนอยู่ที่บ้านในวันนี้
"พี่สี่ ข้าอยากออกไปเล่นในหมู่บ้านบ้าง พี่พาข้าไปได้หรือไม่"
"ไม่ได้เด็ดขาด ครั้งที่แล้วพี่สามพาเ้าออกไปด้วยแล้วล้มป่วยกลับมา เขาถูกทำโทษให้นั่งคุกเข่าสำนึกผิดเกือบหนึ่งวันเต็มๆ จนหัวเข่าพี่สามช้ำไปหมด หากข้าพาเ้าไปแล้วเกิดปัญหาขึ้น ข้าทนแบบพี่สามไม่ไหวหรอก"
"โถ่ว ข้าไม่เป็อะไรเสียหน่อย ดูสิข้าแข็งแรงจะตาย"
กล่าวจบ เป่าเปาก็ทำท่าทางกำหมัดชกไปข้างหน้าแสดงให้พี่ชายสี่ของนางเห็นว่านางแข็งแรงดีแล้ว แต่หลี่ซื่อพี่ชายสี่กลับปฏิเสธอย่างหนักแน่นและรีบหนีไปผ่าฟืนที่หลังบ้านต่อ เพราะกลัวจะทนลูกอ้อนของน้องสาวไม่ไหว
เป่าเปาได้ใช้วิธีนี้กับทุกคนในบ้าน แต่ไม่มีใครยอมพานางออกไปเที่ยวด้านนอกบ้านเลยแม้แต่คนเดียว โดยเฉพาะหลี่หลิงผู้เป็มารดาที่ห้ามทุกคนในบ้านตามใจเป่าเปาอย่างเด็ดขาด ทำให้วันต่อมาเป่าเปาตัดสินใจหนีเที่ยวนอกบริเวณบ้านในขณะที่คนในครอบครัวของนางกำลังทำงานของตัวเองอยู่
เป่าเปามองไปรอบๆ ด้วยความตื่นเต้น แม้นางจะเคยออกไปนอกบริเวณบ้าน แต่นางก็ไม่ได้ไปที่ไหนไกลมากนัก เมื่อได้เดินสำรวจอยู่พักหนึ่ง นางก็กลับมาที่บริเวณบ้าน ไม่รู้ว่าเพราะโชคช่วยหรือความสามารถเฉพาะตัว ทำให้เป่าเปาสามารถแอบย่องออกจากบ้านและกลับเข้ามาโดยไม่มีใครเห็นหรือรู้สึกสงสัย ดังนั้นนางจึงแอบไปเที่ยวเล่นนอกบ้านและกลับมาเงียบๆ อยู่บ่อยๆ
หลี่หลิงผู้เป็แม่มีหน้าที่ทำอาหารให้ทุกคนทั้งครอบครัว นางจะอยู่ห้องครัวใน่เวลาเดิมของทุกวัน พ่อ อาและพี่ๆ เองก็มีเวลาการทำงานที่ชัดเจน ทำให้เป่าเปาสามารถกะเวลาที่จะแอบหนีเที่ยวโดยไม่ถูกจับได้
หมู่บ้านซินหัวเป็หมู่บ้านเล็กๆ ทางตอนใต้ของเมืองทังโจว มีผู้คนอาศัยอยู่ไม่ถึงห้าสิบครัวเรือน เพราะภูมิทัศน์ของหมู่บ้านติดกับป่ารกร้าง ทำให้ผู้คนไม่สามารถทำไร่นาได้มากนัก การจัดการกับป่ารกร้างต้องใช้แรงงานและเวลาไม่น้อย จึงไม่นิยมอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้
อย่างไรก็ตามแม้บริเวณหมู่บ้านจะเป็ป่า แต่ก็ยังมีที่ราบอยู่มาก ทางการจึงจัดการเื่การจัดสรรที่ดินอยู่อาศัยกับที่ดินทำกินให้คนในหมู่บ้านแห่งนี้ ได้พื้นที่ราบรวมกับพื้นที่รกร้างมากกว่าผู้คนหมู่บ้านอื่นที่ได้พื้นที่ราบทั้งหมด
บ้านแต่ละหลังของคนที่นี่ค่อนข้างมีระยะห่างกันพอสมควร จึงเป็เหตุผลที่ว่า เป่าเปาออกมาสำรวจนอกบริเวณบ้านแต่ยังไม่พบเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียง
เป่าเปายังคงสนุกกับการออกสำรวจนอกบริเวณบ้าน และสนุกกับการหลบหลีกคนในบ้านเพื่อมาเที่ยวเล่น นางไม่ค่อยมีเพื่อนเล่นในวัยเดียวกัน เพราะร่างกายของนางอ่อนแอมาตลอด จึงต้องอยู่แต่บ้านเป็ส่วนใหญ่
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ เป่าเปาที่สำรวจรอบนอกบริเวณบ้านเริ่มรู้สึกเบื่อและอยากออกสำรวจไปไกลมากขึ้น นางเลือกวันที่พี่ๆ ไม่เป็เวรผ่าฟืน และเลือกวันที่มารดาทำอาหารจากเนื้อ ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าอาหารที่ทำจากผัก แอบออกไปสำรวจไกลขึ้น จนได้เห็นชายคาของเพื่อนบ้าน ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก
"นั่นใครอยู่ตรงนั้น!!"
เป่าเปาสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งดังขึ้น นางมองซ้ายทีขวาทีและคิดจะหลบหนีออกจากตรงนี้ราวกับคนกระทำความผิด แต่ชายวัยกลางคนกลับเดินตรงมาทางที่นางอยู่ก่อนที่นางจะทันได้หนีออกไป
"อ้าว แม่หนูแซ่หลี่มิใช่หรือ"
"เอ๋ ท่านลุงรู้จักข้าด้วยหรือเ้าคะ"
ชายวัยกลางคนหรี่ตามองเป่าเปาด้วยความสงสัย เขาคือฮุ่ยซิ่ว เป็เพื่อนบ้านกับตระกูลหลี่มานานหลายปี จะเป็ไปได้อย่างไรที่จะไม่รู้จักกับคนในบ้านหลังนั้น
แม้จะบอกไม่ได้ว่าตนเองสนิทกับตระกูลหลี่ แต่ก็รู้จักมักคุ้นกันอยู่บ้าง และไปเยี่ยมเยียนที่ตระกูลหลี่เป็ครั้งคราว ที่เขารู้สึกแปลกใจเพราะเด็กหญิงตัวน้อยตรงหน้ามีท่าทางราวกับไม่รู้จักกับเขา ทั้งที่ทั้งสองได้เจอกันอยู่บ่อยครั้ง
เป่าเปาเหมือนจะรู้ถึงความแปลกใจของฮุ่ยซิ่ว นางจึงเอ่ยขึ้นว่า
"ท่านลุง เมื่อประมาณหนึ่งเดือนก่อน ข้าเป็ไข้ไม่สบาย หลังจากตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตัวเองจำอะไรไม่ได้เลยเ้าค่ะ"
ฮุ่ยซิ่วได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเป็บัณฑิตผู้หนึ่งที่ได้ศึกษาวิชาความรู้จากตำรา แต่ก็ไม่เคยได้ยินเลยว่าผลข้างเคียงจากการเป็ไข้จะทำให้ความทรงจำหายไปได้
"นอกจากความทรงจำหายไป มีผลข้างเคียงอื่นอีกหรือไม่?"
"ไม่มีเ้าค่ะ"
หลังจากได้ฟังคำตอบของเป่าเปา ฮุ่ยซิ่วก็เงียบลงครู่หนึ่ง เมื่อเห็นเด็กหญิงตัวน้อยมองมาที่เขาด้วยสายตาสงสัย เขาก็กระแอมออกมาทีหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนไปคุยเื่อื่นแทน
"แล้วเหตุใดวันนี้เ้าถึงมาที่บ้านข้าคนเดียวได้?"
"เอ่อ..."
เป่าเปาพยายามคิดหาคำตอบที่สมเหตุสมผลมากกว่าจะตอบไปว่า 'ข้าแอบหนีมาเที่ยวเล่น' แต่คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก ได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ
จังหวะที่นางไม่รู้จะตอบคำถามนี้อย่างไร เสียงะโตามหานางของหลี่หลิงผู้เป็มารดาก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"เป่าเปา ลูกมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ปล่อยให้แม่ร้อนใจแทบแย่!!"
เป่าเปาที่ได้ยินเช่นนั้นก็หดคอลง วิ่งไปแอบที่ด้านหลังชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้า หลับตาปี๋ราวกับว่าหากทำเช่นนี้ผู้อื่นจะมองไม่เห็นตัวเอง แต่การหลับตาไม่ได้ช่วยอะไร เพราะหลี่หลิงผู้เป็มารดาเดินเข้ามาโค้งคำนับชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"ขออภัยท่านอาจารย์ด้วยเ้าค่ะ ที่ลูกสาวของข้ามารบกวน"
"ข้าไม่ได้มารบกวนนะเ้าคะ ข้าแค่หลงทาง"
เป่าเปาอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา ทำให้หลี่หลิงผู้เป็มารดาอดโมโหไม่ได้
"หลงทาง?? หากไม่แอบหนีออกมาเที่ยวเล่นลูกจะหลงทางได้อย่างไร!! ออกมาจากหลังอาจารย์ฮุ่ยเดี๋ยวนี้เลยนะ"
เป่าเปาที่รู้ตัวว่าตัวเองมีความผิดก็หดคอลงไปตามเดิมก่อนจะค่อยๆ พาตัวเองออกมาจากหลังของผู้ถูกเรียกว่าอาจารย์ นางแอบก็แล้ว หลับตาลงซ่อนตัวก็แล้ว เหตุใดมารดาถึงยังเห็นนางได้อีกนะ ท่านแม่นี่เก่งจริงๆ
ฮุ่ยซิ่วหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"แม่หนูน้อยไม่ได้รบกวนข้าหรอก นางแค่อยู่คุยเป็เพื่อนข้าเท่านั้น"
"ใช่ๆ ข้าแค่อยู่คุยเป็เพื่อนท่านลุง ไม่ได้รบกวนอะไรเลย"
เมื่อเห็นสายตาเขียวๆ ของมารดามองมา เป่าเปาก็เงียบเสียงลงทันที เดินคอตกไปหยุดยืนอยู่ข้างมารดา ก่อนจะเอ่ยขออภัยชายวัยกลางคนตรงหน้า
"ลูกสาวข้ารบกวนท่านอาจารย์มานานแล้ว ขอตัวกลับก่อนนะเ้าคะ"
"ไม่เป็ไรหรอก ตัวข้าพอรู้วิชาแพทย์อยู่บ้าง กรณีความทรงจำขาดหายของเป่าเปาข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน หากท่านมีเวลาลองพาแม่หนูมาให้ข้าตรวจดูอาการได้นะ"
หลี่หลิงที่ได้ยินคำพูดของฮุ่ยซิ่วก็ดวงตาเป็ประกายขึ้นมาทีหนึ่ง นางอยากให้เขาช่วยตรวจดูบุตรสาวคนเล็กเสียั้แ่ตอนนี้ แต่ติดที่ว่านางออกจากบ้านเพื่อตามหาบุตรสาวกะทันหันโดยไม่มีใครในบ้านรู้ หากพวกเขากลับมาอาจเป็กังวลได้ ทำให้นางตัดสินใจพาเป่าเปากลับบ้านไปก่อน และจะกลับมาอีกครั้งในภายหลัง
เมื่อกลับมาถึงบ้าน เป่าเปาก็ถูกอบรมเสียยกใหญ่เื่ที่แอบหนีออกไปข้างนอกโดยไม่บอกผู้อื่น เสียงร้องไห้ของเด็กหญิงตัวน้อยดังเป็ระยะๆ จนหลี่ชุนผู้เป็พ่อกลับมาแล้วได้ยินเข้าจึงรีบวิ่งเข้าไปหาทันที
"เป่าเปา ลูกรักเป็อะไรหรือ?"
"ฮึกๆ คือ ฮือๆๆ.. ข้า..."
เสียงพูดทั้งน้ำตาของเป่าเปาทำให้หลี่ชุนไม่สามารถจับใจความได้จนต้องหันไปถามความจากภรรยาของเขาแทน
"หลิงเอ๋อร์ เกิดอะไรขึ้นกับเป่าเปา?"
"ก็ลูกสาวตัวดีของท่าน แอบหนีไปเที่ยวไกลถึงบ้านอาจารย์ฮุ่ยเลยน่ะสิ "
"เหตุใดลูกถึงแอบหนีไปเที่ยว?"
"ข้าเห็นท่านพ่อชอบแอบย่องออกไปข้างนอก ข้าเลยคิดว่าการแอบย่องออกไปข้างนอกน่าจะสนุกดี เลยลองทำบ้างเ้าค่ะ"
"..."
สองสามีภรรยาจ้องตากันครู่หนึ่ง ก่อนที่หลี่ชุนจะรู้สึกตัวก่อน ขาของเขาออกวิ่งโดยอัตโนมัติ ปากก็พยายามอธิบายในสิ่งที่ลูกสาวคนเล็กพูด แต่ไหนเลยหลี่หลิงผู้เป็ภรรยาจะสนใจฟัง ลงไม้ลงมือให้พอใจก่อน แล้วค่อยฟังที่หลังก็ยังไม่สาย
'ข้าแค่ชอบออกไปปลดทุกข์ ตอนผู้อื่นนอนหลับไปแล้ว จะได้สงบๆ เท่านั้นเอง เฮ้อ...'