ในที่สุด ความพยายามและความขยันหมั่นเพียรอันมีความกระหายเงินเป็ตัวกระตุ้น ก็ทำให้สินค้าชุดแรกที่เธอเตรียมไปเสนอเถ้าแก่หลิวพร้อมใช้งานแล้ว ประจวบเหมาะกับเซี่ยงมู่หยางมีภารกิจเดินทางไปที่หัวเมืองเมืองหนึ่งทางทิศเหนือของเมืองหลวง คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับเื่าชายแดนเหนือที่กำลังจะเกิดด้วยกระมัง เห็นว่าแม่ทัพใหญ่ทิศอุดรพร้อมกับรองแม่ทัพผู้ซึ่งเป็บุตรชายก็ยกทัพขึ้นเหนือไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน จะว่าเป็่เวลาสะดวกทำการของเธอก็ว่าได้
อย่างไรก็ตาม เธอก็ยังเป็ห่วงเื่าอยู่บ้าง เพราะถ้าาลุกลามมาถึงเมืองหลวงขึ้นมา อย่าว่าแต่ค้าขายเลย ชีวิตจะเอารอดได้ก่อนหรือเปล่า ก็ได้แต่หวังว่าท่านแม่ทัพและรองแม่ทัพจะสามารถรบชนะพวกชนเผ่าทุ่งหญ้าที่คิดจะรุกรานแคว้นถังในรอบนี้นะ
เช้าวันนี้เหลียงซูถิงกับปิ่งจีลุกขึ้นมาแต่งตัวั้แ่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น เพราะพวกเธอตั้งใจว่าจะแต่งเป็ผู้ชายไปเจรจาการค้า แน่นอนว่าเธอไม่คิดจะติดหนวดปลอมหรือสวมหน้ากากหนังอะไรพวกนั้นหรอก แต่จะใช้สกิลการแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางจากห้างแต้มบุญมาใช้ให้เป็ประโยชน์และเป็การโฆษณาสินค้าไปในตัวด้วย ไหนจะชุดหรูหราสไตล์คนมีฐานะตัดเย็บจากผ้าเนื้อดีที่ยังไม่เคยปรากฏในแคว้นถังอีก ทุกอย่างในตัวเธอวันนี้จะต้องดึงดูดความสนใจของเถ้าแก่หลิวได้ั้แ่ที่เธอยังไม่อ้าปากพูดสักคำให้ได้!
“ข้าดูเป็ไงบ้างปิ่งจี” เหลียงซูถิงหมุนตัวสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองหน้ากระจกบานสูงที่เธอเพิ่งกดสั่งซื้อมาเมื่อวาน เพื่อจะได้เห็นตำหนิบนใบหน้าและร่างกายได้ชัด ๆ ... ถ้ามันจะมีน่ะนะ
“หล่อเหลาประดุจเทพเซียนจำแลงเลยเ้าค่ะ”
ไม่รู้ว่าสาวใช้แกล้งยอไปอย่างนั้นหรือเปล่า แต่เธอก็ยินดีรับไว้ ไม่ปฏิเสธ
“หล่อกว่าเซี่ยงมู่หยางมั้ย”
“เื่นี้......”
เห็นปิ่งจีไม่พูดต่อก็เป็คำตอบแล้ว
ใช่ซี๊ยยยย์ ใครมันจะไปหล่อสู้ท่านจอหงวนได้!
“จะไม่แกล้งโกหกสักหน่อยเหรอ”
“แหะ ๆ บ่าวไม่ชอบพูดปดเ้าค่ะ”
จ้ะ!!! แม่คนดี! แม่คนตั้งมั่นในศีลข้อสี่!!
หลังจากพระอาทิตย์ขึ้นได้ไม่ถึงเค่อ เหลียงซูถิงกับปิ่งจีในคราบของคุณชายรูปงามที่ดูร่ำรวยกับบ่าวชายผู้ติดตามก็เดินไปคลานออกจากช่องหมาลอดท้ายจวน
ชีวิตฉัน... จะหรูจะรวยทั้งทียังต้องคลานออกมาจากรูหรือนี่...
อาฮ่าว คนที่ท่านแม่หามาให้และได้ทำสัญญารักษาความลับเรียบร้อยแล้ว นำรถม้ามาจอดรออยู่ไม่ไกล แม้จะเห็นสภาพคุณหนูในร่างชายหนุ่มที่คลานออกมาจากจวนอย่างอเนจอนาถ แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เพียงแค่โค้งคำนับแล้วผายมือให้เธอกับปิ่งจีขึ้นรถม้า จากนั้นรถม้าก็แล่นออกจากตรอกตรงไปยังสถานที่เก็บสินค้าหรือโกดังชั่วคราวที่ท่านแม่หามาให้อีกนั่นแหละ
เหลียงซูถิงเงยหน้ามองจวนเล็ก ๆ หลังหนึ่งที่อยู่ห่างจากเขตการค้าพอประมาณ บริเวณนี้เป็ที่อยู่อาศัยของชาวเมืองที่เรียกง่าย ๆ ว่าชนชั้นกลางประเภทพอมีพอกิน ทำให้สภาพแวดล้อมค่อนข้างสงบสุขและปลอดภัย มีพื้นที่ว่าง ๆ รอบเรือนหลักนิดหน่อยพอให้รถม้าจอดได้สักคันสองคัน มีห้องเก็บของขนาดใหญ่ด้านหลังเรือนหลัก มีห้องครัวพร้อม และมีเรือนเล็กสำหรับบ่าวเรือนหนึ่ง เหมาะสำหรับอยู่อาศัยแค่ไม่กี่คน เธอพยักหน้าอย่างพึงพอใจที่เห็นจวนหลังนี้ นอกจากใช้เป็โกดังปลอมแล้ว ยังใช้อยู่อาศัยได้ด้วย เวลาย้ายออกจากจวนตระกูลเซี่ยงคาดว่าเธอกับปิ่งจีคงมาอยู่ที่นี่ชั่วคราวแหละ
เหลียงซูถิงกับปิ่งจีเดินเข้าไปในห้องเก็บของขนาดใหญ่แล้วปิดประตูไว้ ปล่อยให้อาฮ่าวยืนรออยู่ด้านนอก เมื่อเข้ามาด้านใน เธอก็จัดการดึงสินค้าทั้งหมดที่เตรียมไว้จากมิติออกมากองไว้ในห้อง ปิ่งจีเห็นหีบไม้ขนาดต่าง ๆ โผล่ออกมาจากอากาศที่ว่างเปล่าและวางเรียงกันอย่างเรียบร้อยยังอดตะลึงไม่ได้ แม้จะเคยเห็นเ้านายหยิบและเก็บของเข้ามิติบ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยเป็ข้าวของที่มากมายแทบจะท่วมหัวขนาดนี้
“เอาล่ะ ทีนี้ก็ให้อาฮ่าวมาขนของขึ้นรถม้า แล้วเราจะไปที่ร้านเครื่องเขียนของเถ้าแก่หลิวกัน”
เถ้าแก่หลิวมีตารางงานแต่ละวันของสัปดาห์อย่างชัดเจน มันไม่ใช่ความลับแต่อย่างใด เหล่าคู่ค้าของเขาจึงสามารถมาหาเขาได้ถูกร้านหรือถูกสถานที่จากตารางงานที่ค่อนข้างตายตัวของเขานี่เอง
ตามตารางแล้ว วันนี้เถ้าแก่หลิวจะอยู่ที่ร้านขายเครื่องเขียนที่ใหญ่ที่สุดของเมืองหลวงชื่อว่าร้าน อวี้ปี่
และตอนนี้รถม้าของเธอก็มาจอดลงหน้าร้านอวี้ปี่เรียบร้อยแล้ว ต้องยอมรับว่าเธอตื่นเต้นนิดหน่อย เพราะเธอเตรียมของมาเยอะมาก แถมยังมีของที่ยังไม่รู้ราคารวมอยู่ด้วย
เหลียงซูถิงเดินอาด ๆ นำเข้าไปในร้านก่อนตามด้วยปิ่งจี ส่วนอาฮ่าวนั่งเฝ้ารถม้าอยู่ จี๋เป่ย หลงจู๊ผู้ดูแลร้านเป็ชายวัยกลางคนร่างท้วมเมื่อเห็นชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา สวมเสื้อผ้าแปลกตาแต่เนื้อผ้านั้นไม่รู้ว่าเป็ผ้าอะไรเพราะเขาไม่เคยเห็นมาก่อน ดูจากลักษณะแล้วคงเป็บุตรหลานขุนนางชั้นสูงหรือไม่ก็มาจากตระกูลคหบดีที่ร่ำรวยอย่างแน่นอน ขนาดผู้ติดตามยังแต่งกายด้วยผ้าเนื้อดีเลย เขาจึงรีบเข้าไปรับรองด้วยความนอบน้อม
