“ฝีมือพอใช้ได้นี่เพียงแต่เ้าบรรลุฌานเบิกนภาเพียงขั้นััพลังลี้ลับทว่าข้าบรรลุถึงขั้นถึงฟากฝั่งแล้วเ้ายังไม่มีความสามารถพอที่จะมาสู้สูสีกับข้าได้”
ความรวดเร็วของจูเสวี่ยทำให้ลวี่คุนเองก็ตกตะลึงมาก ทว่าสีหน้าใของเขาแสดงออกมาเพียงครู่เดียวเขาเร่งฝีเท้าเคลื่อนไหวไปทางด้านข้างพร้อมกับปล่อยพลังหมัดที่มีพลังปราณห่อหุ้มอยู่ไปปะทะกับพลังดัชนีที่โจมตีมาจอมยุทธทั้งสองโจมตีปะทะกัน พลังปราณของสองฝ่ายค่อยๆ จางลงพร้อมกันอย่างไรก็ตามพอดูออกได้ว่า การโจมตีของลวี่คุนทำได้เหนือกว่า
“พวกเ้าเองก็ต่อสู้กันได้แล้ว”
บุรุษร่างั์ในมือถือดาบั์อยู่ข้างหนึ่งขณะนั้นเองเขาก็เริ่มขยับ เห็นเป็เงาคนพุ่งกระโจนออกไปหาเป้าหมายเขาง้างดาบฟันไปทางวัยรุ่นชายคนนั้น ดาบั์มีพลังปราณแผ่ออกมาทำให้บริเวณนั้นเกิดพลังคลื่นไหวอยู่รอบในอากาศ นึกไม่ถึงเลยว่าเขาเองก็เป็ผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาเช่นกัน
“เ้าสารเลว พวกเ้าเป็แค่นักล่าอสูรกระจอกงอกง่อย ยังบังอาจมาล่วงเกินกับพวกเราสำนักยันต์ปราณต้องมีสักวันที่ข้าจะทำให้พวกเ้าเสียใจ” หนุ่มน้อยด่าทออย่างรุนแรงแต่ว่าก็ไม่กล้าประมาท ดาบยาวในมือของเขาถูกเปลี่ยนเป็ลำแสงะเืเขารีบยกดาบขึ้นไปรับการฟาดโจมตีของบุรุษร่างั์คนนั้น
ทั้งสองคนก็เริ่มประมือต่อสู้กันอย่างดุเดือดระดับขั้นการฝึกฌานของเด็กหนุ่มกับบุรุษร่างั์เท่ากันหากมองตามกำลังและความสามารถ เปรียบเทียบด้านวิทยายุทธวิชากระบี่ของขั้นเบิกนภาและกำลังกายหนุ่มน้อยคนนั้นก็ไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าบุรุษร่างั์คนนั้นเลย
ยิ่งไปกว่านั้นเด็กหนุ่มคนนี้อายุเพียงสิบหกสิบเจ็ดปีเท่านั้นแต่บุรุษร่างั์อายุราวๆ สามสิบใกล้สี่สิบปีแล้วพลังและความสามารถของทั้งสองคนสามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจน คิดว่าหากได้รับการฝึกฝนต่อไปอีกไม่นานชายหนุ่มคนนี้ก็น่าจะสามารถต่อกรบุรุษร่างั์ได้แน่
ห่างจากตรงนั้นไม่ไกลการประมือระหว่างจูเสวี่ยและลวี่คุนก็ยากที่จะแยกแพ้ชนะ แม้ลวี่คุนจะดูเหนือกว่าทว่าดูแล้วคงไม่สามารถเอาชนะจูเสวี่ยได้อย่างง่ายในเวลาอันสั้นนี้
“ลุยเข้าไปพร้อมกัน จัดการเ้าหนุ่มคนนั้นก่อน”
ต่อสู้ไปสักพักบุรุษร่างั์ก็เริ่มรู้สึกหวั่นๆพบว่าตนเริ่มเสียเปรียบขึ้นเรื่อยๆจึงเริ่มเกรงกลัวสถานะของชายหนุ่มคนนั้นแล้วลึกๆ ในใจ เขาเริ่มร้อนใจดังนั้นก็เลยะโเรียกพรรคพวกประมาณสิบคนที่อยู่ใกล้ๆ
“ลงมือด้วยกัน”
ชายร่างั์รอบๆสิบกว่าคนเมื่อได้ยิน ต่างก็คว้าอาวุธที่ตนถนัดแล้วก็พุ่งตามเข้าไปพละกำลังความสามารถของแต่ละคนสู้บุรุษร่างั์ไม่ได้ ไม่มีใครบรรลุถึงขั้นเบิกนภาแต่ที่สำคัญคือคนจำนวนมาก จึงทำให้ชายหนุ่มคนนั้นรับมือได้อย่างไม่สะดวก
วัยรุ่นหลายคนที่น่าจะติดตามลวี่คุนมาล้วนจ้องมองไปที่ลวี่คุนกับจูเสวี่ย เด็กๆพวกนั้นแทบไม่ได้สนใจอะไรพวกบุรุษร่างั์สักเท่าไรสายตาที่เหลือบมองพวกกลุ่มนักล่าอสูร แสดงเพียงความรู้สึกดูถูกและรังเกียจราวกับว่าไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา ไม่ยอมรับพวกเขาเป็พรรคพวกอย่างแท้จริงขณะนี้ยอมร่วมมือเพียงแค่หลอกใช้ประโยชน์เท่านั้น
“ฉึกๆๆ”
ชายหนุ่มคนนั้นแม้ถูกรุมโจมตีทว่ายังพอหาโอกาสใช้ดาบของเขาโต้กลับโจมตีจนได้รับาเ็สาหัสและสังหารกลุ่มชายร่างั์ไปได้หลายคน ผู้ที่ยังไม่บรรลุขั้นเบิกนภาต่อกรกับผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาได้ยากมากจริงๆ
“ฉึก!”
แต่ในขณะเดียวกันบุรุษร่างั์ที่เป็หัวโจกในที่สุดก็หาโอกาสได้เขาใช้ดาบั์ที่ห่อหุ้มด้วยพลังแสงฟาดฟันไปยังเด็กหนุ่มคนนั้น
“วิชาดาบดูดิญญา”
เด็กหนุ่มคนนั้นสีหน้าเปลี่ยนรีบแกว่งดาบยาวในมือร่ายพลัง เกิดเป็เงาดาบจำนวนมากพุ่งออกไปทางดาบพลังแสงนั้นสุดท้ายก็สามารถรับวิชาดาบอันแกร่งกล้านี้ไว้ได้
“ปึง!”
เพียงแต่บุรุษร่างั์คนนั้นผ่านสมรภูมิรบมาเยอะมีประสบการณ์การต่อสู้ที่มากกว่าเด็กหนุ่มคนนั้นเขาถือโอกาสใช้พลังหมัดเหวี่ยงใส่บริเวณหน้าอกของหนุ่มน้อยคนนั้นเมื่อหมัดนั้นกระแทกโดนร่างกายของเขา ทำให้เด็กหนุ่มคนนั้นโซเซถอยหลังไปเป็สิบก้าวดาบในมือของเขาร่วงหล่นบนพื้น เขาาเ็ภายในจนสำลักเืออกมา
“เ้าหนูอย่าคิดว่าชื่อของสำนักยันต์ปราณจะใช้อวดเบ่งที่เทือกเขาอสุรกายได้หรืออย่าคิดว่าพวกข้าจะกลัวพวกเ้า ต่อให้พวกเ้าตายไปแล้วใครจะรู้ว่าการตายของพวกเ้าเกี่ยวอะไรกับข้า”
บุรุษวัยกลางคนคนนั้นยิ้มด้วยมุมปากท่าทางดูชั่วร้ายพลังอาฆาตของเขาคุกรุ่นออกมา เพื่อการดำรงชีวิตรอดและเป็ใหญ่ในเทือกเขาอสุรกายพวกเขาไม่สนใจว่าจะต้องฆ่าคนไปกี่คน ผลประโยชน์คือสิ่งที่สำคัญที่สุดของที่ติดตัวศิษย์ของสำนักยันต์ปราณต้องทำให้พวกเขาพึงพอใจมากได้แน่พวกเขาจึงไม่คิดจะหยุดเลย ต่างวิ่งกระทืบพื้นรุนแรงเสียงดังง้างดาบฟาดฟันใส่หนุ่มน้อยคนนั้นไม่หยุด
เด็กหนุ่มคนนั้นกำลังโซเซอยู่บวกกับกำลังาเ็อย่างหนัก จึงไม่สามารถรับการโจมตีของบุรุษร่างั์คนนั้นได้เมื่อดาบั์นั้นฟาดใส่ รูม่านตาของเขาก็หดเล็กลงจากอาการใเลยทำได้แต่มองดูตาปริบๆ
“หมาหมู่ คนเยอะรุมรังแกคนน้อย แบบนี้ไม่ค่อยมีศีลธรรมเท่าไรนะ”
ขณะที่เด็กหนุ่มคนนั้นกำลังรู้สึกสิ้นหวังจู่ๆ ก็มีเสียงพลังปราณลอยมาจากข้างๆ เขา เขาตาพร่ามัว มองเห็นเป็แค่เงาแว็บๆเคลื่อนตัวอย่างพลิ้วไหวมาปรากฏอยู่ข้างกายเขา
“ปึง!”
เกิดเสียงกระแทกทุ้มต่ำดังขึ้นมาบริเวณรอบๆ สั่นไหวอย่างรุนแรงจากนั้นทุกคนก็เห็นบุรุษกำยำร่างั์คนนั้นกระเด็นไปด้านหลัง เมื่อพอทรงตัวได้สีหน้าก็ซีดเผือดขึ้นมา ั์ตาแลดูตกตะลึง เขารีบหันหน้าไปมองทันที
ขณะนี้สายตาของแต่ละคนจับจ้องไปที่บุคคลปริศนาที่จู่ๆปรากฏกายขึ้นมา เมื่อเห็นบุคคลคนนั้นทุกคนต่างสีหน้าดูประหลาดใจกันยกใหญ่
บุคคลปริศนาที่จู่ๆก็ปรากฏตัวขึ้นมาคือวัยรุ่นชายคนหนึ่งลำตัวของเขาถูกปกคลุมด้วยกองใบไม้ที่ซ้อนกันหนาๆซึ่งใบไม้ถูกเรียงติดกันได้โดยใช้ก้านเถาวัลย์ ดูแล้วเหมือนคนป่าทว่าแววตาของเขาดูคมคายและสดใส ใบหน้าหล่อเหลาบุคลิกดูผู้ดีไม่เหมาะกับคนป่าสักเท่าไร
บุคคลปริศนาที่ปรากฏตัวคือตู้เซ่าฝู่! เขาปีนขึ้นมาจากหลุมลึกลับกลางเขาหลังจากตู้เซ่าฝู่ปีนขึ้นมาได้ก็เพิ่งพบว่าตนเองอยู่ตีนหน้าผาและพบว่าเสื้อผ้าที่เคยสวมถูกเผาเป็จุณหมดแล้ว
ตู้เซ่าฝู่ไม่ได้เตรียมเสื้อผ้าติดตัวมาสำหรับการเดินทางครั้งนี้เขาจึงไม่มีหนทางอื่นแล้ว ทำได้เพียงนำก้านเถาวัลย์กับใบไม้มาพันตัวเป็ชุดไปก่อนเพิ่งปีนขึ้นจากหน้าผาไม่นาน ก็พบกลุ่มคนกำลังต่อสู้กันอยู่และสังเกตเห็นว่าคนเยอะรังแกคนน้อย พอดีที่ตอนนี้เขาก็บรรลุถึงขั้นเบิกนภาแล้วจึงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปช่วยสักหน่อย
“นั่นมันชายคนนั้น...”
กลุ่มวัยรุ่นที่ติดตามลวี่คุนมาพวกนั้นเมื่อเห็นหน้าบุคคลที่ปรากฏตัวก็นึกออกได้ทันใดว่าคือตู้เซ่าฝู่เด็กหนุ่มคนนั้นใช้เพียงกระบวนท่าเดียวก็อัดจนศิษย์น้องของพวกเขากระเด็นลอยไปได้นึกไม่ถึงว่าจะพบกับเขาอีกที่นี่
“เป็เ้านี่เอง...”
พวกเด็กวัยรุ่นที่ก่อนหน้าหนีเอาชีวิตรอดกันเมื่อเห็นตู้เซ่าฝู่ปรากฏตัวออกมาก็ตะลึงและประหลาดใจกันอย่างมากเหตุการณ์ตอนนั้นพวกเขาก็อยู่ไม่ไกลจึงเคยเห็นฝีมือตู้เซ่าฝู่มาก่อนแล้ว
“เ้าหนุ่มน้อยคนป่าโผล่มาจากไหนหรือเนี่ยข้าเตือนว่าเื่ของกลุ่มนักล่าอสูรเสือดาวขาวของข้ายุ่งให้มันน้อยๆหน่อยจะดีกว่า”
เมื่อบุรุษกำยำร่างั์ถูกอัดกระเด็นสีหน้าก็เปี่ยมไปด้วยความใจากนั้นเมื่อเห็นว่าเป็เพราะเ้าหนุ่มน้อยคนป่าคนหนึ่ง ก็เริ่มรวบรวมลมปราณส่งพลังปราณไหลเวียนทั่วร่างกายมีพลังปราณจำนวนมากไหลเอ่อไปรวมกันที่ลำแขนทั้งสองข้างเขากำด้ามจับดาบั์ไว้แน่น กางขาเหยียบตั้งหลักไว้อย่างมั่นคงจากนั้นก็พุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว แรงกดดันอากาศที่เกิดขึ้นจากการเคลื่อนไหวโดยฉับพลันทำให้ใบไม้ที่อยู่โดยรอบปลิวว่อน และทันใดนั้นเขาก็ง้างดาบฟันไปทางตู้เซ่าฝู่
“วิชาดาบแรงโน้มถ่วง!”
วิชาดาบท่านี้คือท่าไม้ตายของบุรุษั์หัวโจกคนนั้นอสูรขั้นเบิกนภาเคยถูกวิทยายุทธกระบวนท่านี้ฟาดฟันจนตายคาดาบเพียงดาบเดียวมาแล้วพลังปราณกดอัดอยู่ที่คมดาบรุนแรงและคมกริบ ราวกับสามารถฟันให้ทุกอย่างให้แตกสลายเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยได้
ตู้เซ่าฝู่หยีตาเล็กน้อยแต่ยังคงยืนตั้งรับการโจมตีอย่างรุนแรงของบุรุษั์คนนั้นด้วยสีหน้าที่ยังสงบนิ่งขณะที่คมดาบกำลังฟันมาหา เขาขยับตัวอย่างพลิ้วไหวเพียงเล็กน้อยไปทางด้านข้างวิชาดาบนั้นก็ฟันเฉียดหูไป
“ฟึ่บๆ!”
เมื่อคมดาบฟาดฟันถูกต้นไม้ใหญ่ที่ลำต้นตั้งตรงหนาขนาดราวๆโอ่งใส่น้ำ ลำต้นต้นไม้ทั้งต้นก็หักออกครึ่งตามรอยที่ถูกฟันผืนดินในรัศมีโดยรอบถูกพลังปราณอันร้อนแรงกระแทกจนะเืเกิดเป็รอยร้าวที่พื้นเป็บริเวณกว้างและรอยแยกก็แตกออกขึ้นเรื่อยๆ
ตู้เซ่าฝู่กำหมัดแน่นขณะที่เบนตัวหลบการโจมตีโดยใช้เวลาเพียงชั่วพริบตาเดียวปลายเท้ากวาดที่พื้นดินเป็วงเบาๆเพื่อการทรงตัวและวนหลบไปอยู่ด้านหลังของบุรุษร่างั์คนนั้นการเคลื่อนไหวของเขาพลิ้วไหวราวกับิญญาที่ไร้น้ำหนักเขารวบรวมพลังปราณไว้ที่หมัดเป็พลังพิเศษที่ทำให้เกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวถึงสามครั้งพลังนี้ราวกับว่าสามารถสร้างะเิในอากาศที่อยู่โดยรอบได้สุดท้ายเขาก็เหวี่ยงหมัดนี้ไปที่กลางหลังจากบุรุษร่างั์คนนั้น
“ปึง!”
เสียงกระแทกอย่างรุนแรงดังขึ้นสีหน้าเคร่งขรึมและเ็าของบุรุษร่างั์กลายเป็สีหน้าที่ตกตะลึงและะเืใจจากนั้นไม่นานเขาก็พ่นโลหิตออกทางปากจำนวนมากโลหิตทั้งหลายนี้เกิดจากการที่อวัยวะภายในถูกทำลายจนเละ
“ฌานของเ้าก็แค่ขั้นเบิกนภาถึงแค่ระดับขั้นสร้างรากฐานนี่เป็ไปได้อย่างไร เป็ไปได้อย่างไรกัน...”