ทั้งสองคนหันกลับมาก็พบกลับสาวงามนางหนึ่งใส่ชุดสีขาวเหมือนศิษย์ฝ่ายใน ดวงหน้าของนางงดงามราวกับเทพธิดา รูปร่างงดงามยากเกินอธิบาย
"ศิษย์พี่ พวกเราแค่ผ่านทางมาเท่านั้นขอรับ"ไทก้ารีบอธิบาย
"ศิษย์พี่? อืม...ดูเหมือนพวกเ้าจะไม่ใช่ศิษย์ฝ่ายใน เข้ามาที่นี่ได้ยังไงกัน"ศิษย์พี่หญิงกล่าว
"ข้าเพียงแค่มารับรางวัลพิเศษที่หอไตรภพเท่านั้นขอรับ"ไทก้าตอบกลับเบาๆ พร้อมกับยิ้มออกมา
"รับรางวัลพิเศษ? อืม..."หญิงสาวคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อ"ข้านึกออกแล้วเ้าคือศิษย์ที่ได้อันดับหนึ่งในการทดสอบเข้าเป็ศิษย์ชั้นกลาง โฟล์ก ไทก้า สินะ"
"ท่านรู้จักข้าด้วยยังงั้นหรือ?"ไทก้าถามกลับด้วยความใ
"แน่นอนสิ มีศิษย์ฝ่ายในหลายคนที่รู้จักชื่อของเ้าที่เป็อันดับหนึ่งในการสอบเข้าศิษย์ชั้นกลาง ว่าแต่ หอไตรภพที่รับรางวัลอยู่ทางฝั่งโน้นไม่ใช่รึ เหตุใดพวกเ้าถึงได้มาทางนี้กัน? และยังดูลับๆ ล่อๆ อีกต่างหาก"หญิงสาวถามกลับ
"...."
"พอดีพวกเราหลงทางหน่ะขอรับศิษย์พี่ ฮ่ะๆ"บีตอบกลับเบาๆ ด้วยท่าทางประหม่าเล็กน้อย
"หลงทาง? อืม.... ก็มีส่วนเป็ไปได้ เช่นนั้นพวกเ้าก็เดินไปตามทางนี้จะพบกับบันไดทางลงแล้ว"ศิษย์พี่หญิงกล่าวพร้อมกับชี้ไปยังทางลง
แต่ก่อนที่บีจะรีบเดินออกไป ไทก้าก็กล่าวกับศิษย์พี่หญิง"ขอบคุณศิษย์พี่หญิง แต่ท่านพอจะทราบรึไม่ว่าหากข้า้าเข้าไปในตำหนักวายุข้าต้องทำเช่นไร"
"เ้า้าเข้าไปตำหนักวายุด้วยเหตุใด?"ศิษย์พี่หญิงกล่าวถาม
"ข้าเพียงแค่้าพบคนๆ หนึ่ง"ไทก้าตอบกลับ
"อย่าบอกนะว่าเป็ จิน อารีน?"ศิษย์พี่หญิงถามขึ้น
"ใช่ขอรับ ท่านทราบได้อย่างไร?"ไทก้าถามกลับ
"เฮ้อ คนหนุ่มสาวนี่ล่ะก็นะ " หญิงสาวคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวไปว่า
"แน่นอนว่า ที่ตำหนักวายุนี้ มีศิษย์หลายคนต่างก็มาที่นี่เพื่อ้าพบกับ จิน อารีน มากมาย แต่สุดท้ายก็ถูกเ้าตำหนักไล่ไปอยู่ดี ไม่มีผู้ใดที่สามารถพบกับนางได้หรอกนะ แม้แต่ปรมาจารย์ทั้งแปด หาก้าเข้าไปในตำหนักแห่งวายุยังต้องขออนุญาตเ้าตำหนักก่อนที่จะได้เข้าไปด้านในได้ สำหรับเ้าแล้วยากยิ่งกว่าอีก ได้ยินแบบนี้แล้วเ้ายัง้าเข้าไปอยู่อีกรึไม่"
"ศิษย์พี่หญิงเข้าใจผิดแล้ว ข้ากับอารีนเป็เพื่อนกัน ข้าเพียงแค่จะพบนางก็เท่านั้น"ไทก้ารีบกล่าวออกไปลึกๆ แล้วก็กลัวว่าปรมาจารย์วายุจะได้ยินเข้าเหมือนกัน
"อืม... งั้นหรอกเหรอ"ศิษย์พี่หญิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น"แต่ก็นะ...แม้ว่าในตอนนี้แม้เ้าจะเข้าไปได้ เ้าก็ไม่ได้เจอนางอยู่ดี เพราะในตอนนี้ข้าได้ข่าวว่านางได้เข้าไปฝึกในมิติสนธยา จนกว่านางจะเลื่อนระดับหรือไม่ก็ครบกำหนดเวลานางถึงจะออกมาภายนอกได้"ศิษย์พี่หญิงกล่าวต่อ
"เห็นมั๊ย ข้าบอกเ้าไปแล้ว แถมปรมาจารย์ตำหนักวายุนั้นร้ายกาจเพียงใด ไม่เพียงแต่น่ากลัว ยังทำร้ายคนไม่เลือกหน้าอีกต่างหาก ดีนะที่นางยังไม่เห็น พวกเรารีบไปกันเถอะไทก้า"บีกล่าวกับไทก้าด้วยความร้อนใจ
"...."
"ขอบคุณศิษย์พี่หญิง เช่นนั้นพวกเราขอตัว"กล่าวจบไทก้าและบีก็เดินออกไปอย่างรวดเร็ว
"โฟล์ก ไทก้างั้นเหรอ ส่วนอีกคนเห็นเรียกชื่อบี คงจะเป็เฟนนิค บี อันดับแปดละสินะ หึๆ เป็คนที่น่าสนใจจริงๆ " หญิงสาวกล่าวออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเดินลับหายไป
ทั้งสองคนเดินลงมาเรื่อยๆ
"เ้าคิดว่านางเป็ใครกัน" บีถามขึ้นด้วยความสงสัย
"ข้าคิดว่านางน่าจะเป็ศิษย์ฝ่ายในไม่ก็เป็ศิษย์ของปรมาจารย์ที่ผ่านมาทำธุระทางนี้ ดูจากที่นางรู้ถึงอันดับการเปลี่ยนแปลงของการทดสอบน่าจะพอเดาได้"ไทก้าตอบกลับ
"อืม..น่าจะจริงนะเพราะชุดของนางก็เป็ศิษย์ฝ่ายในทั้งยังดูสาวและสวยมากๆ ด้วย"บีกล่าวพร้อมชมไปด้วย
"นี่อย่าบอกนะว่าเ้าชอบนาง?"ไทก้าถามบีพร้อมกับหัวเราะเบาๆ
"ใช่ที่ไหนกันล่ะข้าแค่คิดว่านางเป็ศิษย์พี่ที่สวยก็เท่านั้น"บีตอบกลับและเดินไปข้างหน้าต่อ
ไทก้าคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามบีออกไป"เ้าพอจะรู้รึไม่ว่าหอแพทย์ไปทางไหน?"
"เ้าจะไปทำอะไรที่หอแพทย์กันไทก้า?"
"ข้าพอจะรู้เื่การรักษาอยู่บ้างแต่ว่าข้าจะต้องไปทำการศึกษาการรักษาของที่นี่ก่อน"ไทก้าตอบกลับ
"อืม..เช่นนั้นพรุ่งนี้หลังเรียนเสร็จข้าคิดว่า เ้าไปขอให้ศิษย์พี่อัลวาพาเ้าไปน่าจะดีกว่านะ"บีคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะบอกกลับไทก้า
ไทก้าพยักหน้าตอบกลับเห็นด้วยกับคำพูดของบี
จากนั้นทั้งสองคนก็เดินลงมายังด้านล่าง เมื่อถึงที่พัก บีจึงขอตัวไปฝึกจิตที่บ้านพักของตนก่อน ส่วนไทก้าก็ได้เข้ามายังบ้านพักของตนเช่นกัน ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะและนำของบางอย่างออกมาตั้งไว้บนโต๊ะ
ไทก้าได้นำยาบำรุงจิตออกมาจากนั้นวางลงบนเครื่องมือชนิดหนึ่ง สิ่งนี้คือเครื่องวิเคราะห์องค์ประกอบของยาที่ไทก้ามักจะใช้ประจำและนำมันติดตัวไปเสมอ
ในตอนแรกที่ไทก้ามายังที่นี่ก็ไม่คิดว่าจะได้ใช้เครื่องนี้ จนกระทั่งเมื่อตอนกลางวันนี้เองที่ไทก้าคิดว่าหากวิเคราะห์องค์ประกอบได้ก็สามารถสร้างยานี้ขึ้นได้อย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าไทก้าต้องไปเรียนรู้ส่วนประกอบต่างๆ ก่อนว่ามีต้นกำเนิดมาจากไหน นั่นจึงเป็เหตุผลที่ไทก้าต้องไปศึกษายังหอแพทย์
ไทก้าตรวจดูอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเก็บของเข้ากระเป๋าไป
"ดูเหมือนว่าตัวยาของที่นี่กับโลกโน้นจะต่างกันที่กรรมวิธีในการผลิตและส่วนประกอบล่ะสินะ"
จากนั้นไทก้าจึงหยิบตำราขึ้นมาสองเล่ม เล่มแรกคือตำราธาตุแสง ไทก้าคิดว่าวันนี้จะทำการทบทวนตำราธาตุแสงและฝึกอีกกระบวนท่าของธาตุแสง แต่ไทก้ากลับไม่ได้นึกมาก่อนว่าตนจะได้ตำรามาเพิ่มอีกหนึ่ง จึงลังเลว่าจะฝึกต่อหรือดูอีกเล่มก่อนดี
นั่งมองดูได้สักพัก ไทก้าจึงตัดสินใจที่จะฝึกธาตุแสงต่อ และก่อนนอนค่อยทำการเปิดดูอีกเล่มก็คงจะไม่เป็ไร
ไทก้าเดินออกมาด้านนอกบ้านพักซึ่งเป็ลานโล่งๆ ที่พักของไทก้ากับบีนั้นจะเป็บ้านที่อยู่หลังสุดท้าย ในตอนนี้บีเข้าสู่สมาธิและคงไม่ได้ออกมาจนเช้าแน่ๆ ไทก้าเลือกต้นไม้เล็กๆต้นหนึ่งเพื่อทำการฝึกธาตุแสงกระบวนท่าแรกให้ชำนาญ
ไทก้าตั้งท่ายืน ยกมือขึ้นจากนั้นรวบนิ้วให้เหลือเพียงสองนิ้วก่อนรวมธาตุและฟันลงไป
ชิ้ง!
แสงสีเหลืองขนาดเล็กพุ่งออกไปด้านหน้าเป็รูปจันทร์เสี้ยวทันทีและกระทบกับผิวของต้นไม้เล็กๆ เป็รอยไหม้บาดลงไปเพียงน้อยนิดเท่านั้น
ไทก้ายังคงฝึกท่าเดิมอย่างต่อเนื่องจากรอยเพียงเล็กน้อยจนกระทั่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ฟิ้ว! ฉั๊วะ!
ในที่สุดต้นไม้ขนาดเล็กนั้นก็ขาดลงจนได้
ตุบ!
"แฮก ฮู้ว์..."
ไทก้านั่งลงเบาๆที่พื้นด้วยความเหนื่อยหอบ แม้นี่จะเป็ความสำเร็จเพียงเล็กน้อยแต่มันก็คือก้าวแรกสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ การใช้ธาตุแสงนั้นสิ้นเปลืองพลังจิตมากจนเกินไป จึงทำให้ไทก้ารู้สึกเหนื่อยอย่างมาก
"หากเราเพิ่มพลังเรื่อยๆ คงสามารถฟันลงไปฉับเดียวให้ขาดได้ คงต้องฝึกอีกสักพักถึงจะใช้ในการต่อสู้จริงๆได้"
พักอยู่ครู่หนึ่งไทก้าจึงหยิบกระบวนท่าที่สองขึ้นมาดู ก่อนจะเปิดไปยังด้านหลังเล่มโดยบังเอิญ
"หือ? คำแนะนำบอกว่า ให้ฝึกท่าที่สองก่อนทำการฝึกท่าแรกจะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วกว่า ปัดโธ่! แล้วใครมันจะพลิกมาอ่านด้านหลังก่อนด้านหน้ากันเล่า" ไทก้ารู้สึกโมโหเล็กน้อยกับตำราธาตุแสง ทั้งความยากในการฝึกและคำแนะนำที่ซับซ้อน
นั่งพักได้ครู่หนึ่งไทก้าจึงเปิดตำราแห่งแสงขึ้นอีกครั้ง และจดจำท่วงท่าที่สอง ก่อนจะเริ่มยืนขึ้นอีกครั้ง
"รวมแสงให้เป็หนึ่งอย่างนั้นเหรอ? ท่วงท่าเหมือนกัน เพียงแต่ท่านี้กลับไม่ใช่การฟันแต่เป็'ปล่อยอย่างรวดเร็ว'ไปด้านหน้า อืม...ต้องลองดูหน่อยล่ะ"
ไทก้าไม่รอช้า ยืนในท่วงท่าเดิม ยกสองนิ้วขึ้นจากนั้นรวมธาตุแสงมาที่ปลายนิ้ว
วืดดดดดดด!
แสงรวมเป็กลุ่มกลมๆ ขนาดเล็ก ไทก้าค่อยๆ ยื่นสองนิ้วไปด้านหน้าก่อนจะปล่อยออกไป
ฟูว์....!
กลุ่มแสงที่ควรจะพุ่งไปด้านหน้ากลับหายวับไปเฉยๆ
"...."
ไทก้าลองดูอีกหลายครั้งก็ยังคงเป็เช่นเดิม
"เฮ้อ ดูเหมือนกระบวนท่านี้จะไม่ใช่ง่ายๆ อย่างที่คำแนะนำบอกซะแล้ว ข้าควรจะฝึกท่าแรกให้ชำนาญก่อนน่าจะดีกว่า"
คิดได้ดังนั้น หลังจากนั่งพักได้ครู่หนึ่ง ไทก้าจึงลุกขึ้นมาตั้งท่าอีกครั้งและฟันท่าแรกออกไปยังต้นไม้ต้นใหม่ทันที
วืดดดด ฟุบ!
ฉั๊วะ!
"เอ๊ะ..."
แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไป ต้นไม้ขนาดเล็กกลับขาดในทันทีที่ฟันในครั้งแรก
"ที่แท้เป็แบบนี้นี่เอง"
ไทก้าลองดูอีกครั้งตามความเข้าใจของตนเองและฟันออกไปอย่างรวดเร็ว ติดต่อกัน
ฉึบ ฉึบ ฉึบ!
ฉั๊วะ!
ต้นไม้สามต้นขาดออกทันทีในทุกครั้งที่แสงสีเหลืองสาดผ่านไป
สีหน้าของไทก้าในตอนนี้บ่งบอกถึงความรู้สึกตื่นเต้นเป็อย่างมาก
ก่อนหน้านี้ทุกครั้งที่ไทก้าใช้กระบวนท่าแรกจะตั้งท่าและฟันออกไปในทันที จึงทำให้พลังของธาตุแสงนั้นน้อยจนเกินไป แต่เมื่อใช้ท่วงท่าที่สองก่อนซึ่งเป็การรวมแสงมาไว้ก่อนจากนั้นค่อยบีบอัดและฟันออกไป อานุภาพจึงต่างกันเป็อย่างมาก
ไทก้ายังคงฝึกต่อไปเรื่อยๆจนกระทั่งตะวันลับขอบฟ้า ในตอนนี้ไทก้าฝึกจนหมดพลังเลยก็ว่าได้ ชายหนุ่มนอนมองดูท้องฟ้ายามมืดมิดทั้งยังนึกถึงดาวโลกที่ตัวเองจากมา
"ในตอนนี้ข้าพอจะรู้แล้วว่า เหตุผลที่ข้ามาที่นี่เพื่ออะไร ท่านอา ข้าจะตามหาท่านพ่อให้เจอให้ได้ ข้ารู้ว่า เหตุผลที่ท่านส่งข้ามาที่นี่คงจะให้ข้าตามหาเขาใช่รึไม่ เพราะตัวข้ามีธาตุเดียวกันกับเขารึป่าวนะ แค่ข้าได้ยินข่าวว่าท่านพ่อยังมีชีวิตอยู่ก็เป็ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับข้าแล้ว"
แม้ว่าไทก้าจะไม่ค่อยแน่ใจในเื่นี้เท่าใดนัก แต่ไทก้าก็้าพิสูจน์ความจริงเช่นกัน ในตอนแรกเขาไม่ได้เชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น เพียงแค่นึกว่าตัวเองฝันไปเท่านั้น แต่ตอนนี้ที่เขาอยู่โลกนี้ ไม่ว่าสิ่งใดก็สามารถเกิดขึ้นได้
ไทก้าพึมพำอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพาร่างกายที่เหนื่อยจากการฝึกเข้าบ้านพักไป
หลังจากที่ไทก้าอาบน้ำชำระร่างกายเรียบร้อยเตรียมที่จะนอน ก็ได้นำคัมภีร์อาคมผกผันขึ้นมาอ่านดูเล็กน้อย
"เอ๊ะ...ตำราอาคมนี่มันช่างคล้ายกับกลไกของเตียงรักษาจริงๆ เป็ไปได้ยังไงกัน?"