10,000 ปี หลังจากเหตุการณ์การล่มสลายของราชวงศ์ไคเซอร์
ณ ดาวเคราะห์อาณานิคมมนุษย์ที่ 476 หรือดาวเคราะห์วิหคคราม
บนท้องฟ้าปรากฏวัตถุที่ลุกไหม้เพราะกำลังผ่านชั้นบรรยากาศร่วงหล่นลงยังผืนป่ากว้างใหญ่ หลังตกลงสู่พื้นดาวทำให้เกิดหลุมขนาดไม่ใหญ่มากนักเสียงที่เกิดขึ้นจึงเหมือนกับหินก้อนใหญ่ตกลงพื้นเท่านั้นราวกับความเร็วที่ตกลงมาถูกควบคุมให้เกิดการชะลอตัวก่อนการกระแทก
วัตถุรูปทรงกระบอกนี้เป็แคปซูลขนาดใหญ่กว่ามนุษย์ไม่มากนักผ่านไปสักครู่หนึ่ง แคปซูลนี้ก็เปิดฝาออก เด็กหนุ่มมนุษย์ผู้หนึ่ง อายุราว ๆ 18 -19 ปี ดวงตาสีดำ ผมสีดำยาวปกคลุมทั่วทั้งใบหน้า ยาวลงไปจนถึง่ขา สูงราว ๆ 180ซม. รูปร่างสมส่วนพอให้เห็นกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆได้ชัดเจน ที่คอสวมใส่สร้อยสีเงินที่มีจี้สีเงินส่องแสงรางๆ ส่วนเครื่องแต่งกายอื่น ๆกลับไม่พบเห็น จะเห็นก็เพียงผ้าไหมนุ่มลื่นสีฟ้าเงินผืนหนึ่งอยู่ข้าง ๆ
เวลาผ่านไปประมาณชั่วโมงเศษเด็กหนุ่มก็ลืมตาขึ้น พยายามขยับร่างกายที่รู้สึกหนักไร้เรี่ยวแรงหลังพยายามอยู่พักใหญ่ เด็กหนุ่มก็สามารถลุกขึ้นได้
“อะอาาาาา” เด็กหนุ่มลองเปล่งเสียงดู แต่ก็ทำได้แค่เพียงส่งเสียงออกมา แต่ไม่สามารถพูดออกมาได้เป็คำ
เด็กหนุ่มสำรวจสิ่งรอบกายก็พบว่าที่คอสวมใส่จี้สีเงินอยู่ เด็กหนุ่มหยิบจี้ที่คอขึ้นมามองความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่สามารถอธิบายได้อัดแน่นอยู่ในอกซึ่งในเวลานี้เด็กหนุ่มยังไม่เข้าใจ ว่าความรู้สึกนี้คืออะไรเพียงแต่รู้ได้แค่ว่ามันทำให้ทรมานมากอย่างบอกไม่ถูก
เด็กหนุ่มหยิบผ้าไหมและนำมันมาพันไว้ที่รอบคอและออกจากจุดที่แคปซูลตกลงมา ในขณะเดียวกัน แคปซูลที่เด็กหนุ่มโดยสารมา ก็ค่อยๆสลายไปอย่างช้า ๆ โดยที่เด็กหนุ่มไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่าแคปซูลที่สลายไปนั้นกลายเป็อนุภาคเล็กๆ ลอยเข้าไปยังจี้ที่เขาส่วมใส่อยู่ และเดินไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย
หลังจากเดินไปได้สักระยะหนึ่งเด็กหนุ่มััได้ถึงจิตสังหารที่กำลังแผ่มาหาเขาทางด้านหลังทันใดนั้นก็ปรากฏสิ่งมีชีวิตคล้ายเสือโคร่งสีดำพาดลายขาวขนาดใหญ่กว่าตัวเด็กหนุ่มถึง 4-5 เท่า เดินเข้ามาหาเด็กหนุ่มอย่างช้า ๆราวกับว่าเหยื่อตรงหน้า เป็อาหารอันโอชะอ่อนแอไร้เขี้ยวเล็บ ที่ไม่มีทางสู้มันได้
“โฮกกก”สิ่งมีชีวิตนี้กระโจนเข้าโจมตีเด็กหนุ่ม หวังปลิดชีพเด็กหนุ่มในทันที
“วือออวูบบบบ ตูมมมมม โพล๊ะ” เด็กหนุ่มกางมือออกในทิศทางที่สิ่งมีชีวิตนี้กระโจนเข้ามาทันใดนั้นมวลอากาศรอบกายเด็กหนุ่มพลันหมุนวน ปรากฏเป็พลังงานไร้รูปหมุนเวียนอยู่รอบกายจากนั้นจึงไหลเข้าสู่ร่างกายของเด็กหนุ่มและควบแน่นอยู่ที่ฝ่ามือจากนั้นก็ปรากฏมือขนาดใหญ่กว่าส่วนหัวของสิ่งมีชีวิตดุร้ายนี้จับเข้าที่หัวของมันอย่างรุนแรง และบีบจนหัวของมันะเิออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยทุกอย่างที่เกิดขึ้นั้แ่เด็กหนุ่มกางมือออกผ่านไปเพียงเสี้ยวพริบตาจนทำให้สิ่งมีชีวิตดุร้ายก่อนตายเห็นเพียงแค่ฝ่ามือขนาดใหญ่ที่อยู่ ๆก็ปรากฏออกมา
เืเนื้อส่วนหัวของมันที่ะเิออกกลับไม่เปรอะเปื้อนร่างกายของเด็กหนุ่มเลยแม้แต่น้อยทั้งทีจุดะเิอยู่ห่างจากเขาเพียงสองถึงสาม่คนเท่านั้นส่วนซากส่วนร่างของมันตกลงบนพื้นจนทำให้เกิดกองเืแผ่ออกไปเป็วงกว้าง
เด็กหนุ่มหันหลังกลับและเดินจากไปในทิศทางเดิมเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ขณะเดียวกันณ บริเวณใกล้เคียงไม่ไกลจากจุดที่เด็กหนุ่มสังหารสัตว์ร้ายนั้นมากนักมีกลุ่มหนุ่มสาวอยู่ 3 คน เป็ชายสองและหญิงหนึ่ง ดูแล้วอายุราว 17 – 25 ปี
“นั่นเสียงอะไรน่ะ”หญิงสาว อายุราว ๆ 18 - 19 ปี ส่วมใส่เครื่องแต่งกายกระชับเข้ารูปรอบตัวเต็มไปด้วยเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ผมยาวถูกรวบไว้ด้านหลังอย่างง่าย ๆหน้าตาเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นควัน แต่ยังคงไว้ซึ่งรูปหน้าที่เรียวงามเมื่อได้ยินเสียงคล้ายะเิก็เอ่ยออกมา
“เสียงเหมือนจะมาจากทิศที่อุกบาตที่เราเห็นเมื่อไม่นานมานี้ตกรีบไปดูกันเถอะ” ชายหนุ่มที่ดูเหมือนเป็ผู้นำกลุ่มบอกกับสองคนที่เหลือ
“นี่มัน สัตว์อสูรระดับกลางขั้น3 หรือ 4 ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมจะสังหารได้เลย ใครกันที่เป็คนลงมือ แถมดูจากสภาพซากศพแล้วยังลงมือเพียงครั้งเดียวอีก ซีเอ่อเ้ารีบไปรายงานกับผู้าุโ ว่าเราอาจมีผู้บุกรุก ส่วนเซียนอิน เ้ามากับข้า”
คนสามคนแบ่งเป็สองกลุ่มหนึ่งกลับไปยังเมือง อีกสองคนเริ่มทำการสำรวจบริเวณรอบ ๆที่เกิดเหตุเวลาผ่านไปประมาณชั่วโมงเศษ
“นี่น่าจะเป็จุดที่อุกบาตนั่นตกลงมาแต่เหตุใดถึงไม่เห็นจะมีอะไรที่ก้นหลุมนี่เลย” หญิงสาว เซียนอิน เอ่ยถามผู้เป็ศิษย์พี่อย่างสงสัย
“ข้าก็ไม่มั่นใจเช่นกันอาจเป็ไปได้ว่า มีคนมาที่นี่ก่อนพวกเรา และนำเอาหินอุกบาตไปแล้ว เพราะหินอุกบาตก็ถือว่าเป็ของมีค่าอยู่ไม่น้อยสำหรับคนที่ฝึกฝนการใช้พลังงานมืดเช่นพวกเราและดูจากขนาดหลุมแล้วหินนี่ก็คงไม่ใหญ่มากนัก ผู้ฝึกพลังระดับกลางขั้น 7 อย่างเ้าก็สามารถนำมันไปได้ และเป็ไปได้ว่าระหว่างทางคงจะเจอกับสัตว์อสูรนั่น เซียนอินเ้ากลับไปที่เมืองเถอะ ข้าจะสำรวจที่นี่อีกสักพัก แล้วจะตามไป”
“รับทราบศิษย์พี่” เซียนอิน รับคำของผู้เป็ศิษย์พี่และมุ่งหน้ากลับไปยังเมืองเพื่อไปสบทบกับ ซีเอ่อ ที่จากไปก่อนหน้า
ระหว่างทางที่กลับไปยังเมืองเซียนอิน พบว่าตลอดเส้นทาง มีสัตว์อสูรสายพันธุ์ที่ต่างกันจำนวนมากกำลังเดินทางมายังที่แห่งนี้คล้ายกับโดนอะไรบางอย่างดึงดูด และส่วนใหญ่มีพลังอยู่ในระดับกลาง ขั้นกลางถึงสูง
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นเหตุใดสัตว์อสูรเหล่านี้ ถึงได้มาที่นี่ปกติแล้วสัตว์อสูรต่างสายพันธุ์จะแบ่งอาณาเขตกันอย่างชัดเจนและในพื้นที่นี้ก็เป็เขตของสายพันธุ์เสือเพลิงทมิฬซึ่งเป็สายพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในระแวกนี้ จึงไม่น่าเป็ไปได้ที่สัตว์อสูรสายพันธุ์อื่นๆจะข้ามเขตเข้ามา โดยไร้ซึ่งสาเหตุ ข้าคงต้องสำรวจแถว ๆนี้สักหน่อยแล้ว”
ว่าแล้วเซียนอิน ก็มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่สัตว์อสูรต่าง ๆมุ่งหน้าไป จากนั้นไม่นานเซียนอิน ก็รู้สึกถึงพลังงานบางอย่างข้างหน้า และพบว่าบรรยากาศรอบตัว คล้ายกับกำลังบิดเบี้ยวยิ่งเข้าไปใกล้เป้าหมายข้างหน้า ยิ่งรู้สึกได้ถึงแรงกดดันทำให้หายใจลำบากอย่างยิ่ง
“โฮกกกกแฮ่”
“วือออวูบบบ ตูมๆๆ” เสียงคำรามของสัตว์อสูร และเสียงของการต่อสู้ดังไม่หยุด
ในที่สุดเซียนอิน ก็มาถึงต้นตอของเหตุการณ์ชุลมุน เบื้องหน้าเห็นเป็เด็กหนุ่มผมดำยาวปกปิดใบหน้า ไม่สวมใส่เครื่องแต่งกายอยู่ท่ามกลางการโจมตีของสัตว์อสูรจำนวนมาก
เมื่อสังเกตุได้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้า สายตาของ เซียนอินกวาดไปเห็นยังส่วนล่างของเด็กหนุ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ ใบหน้างามพลันแดงระเรื่อขึ้นมาทันที
“อ๊ากรี๊ดดด... เ้า เ้าโรคจิต วิตถารรรรร....”