ทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 54 จ้าวจือชิง

            บทสนทนาของคนสกุลโจวชีเหนียงไม่ได้รับรู้ วันนี้นางกำลังห่วงว่าจะจัดเทศกาลปีใหม่อย่างไรดี

            ตัวนางในอดีตไม่เคยร่วมเทศกาลปีใหม่ในสถานที่แห่งนี้จากความทรงจำของร่างเดิม วันปีใหม่ก็ไม่ได้ต่างจากวันธรรมดา นางจัดสรรชุดใหม่ให้คนในครอบครัวและส่งมอบชุดใหม่สำหรับคนสกุลโจวให้แก่จูซิ่วเจินเมื่อเห็นท่าทางซาบซึ้งของจูซิ่วเจิน ชีเหนียงก็รีบให้นางกลับไป

            “เจ้าเอาเสื้อผ้ากลับไปเก็บก่อนเรื่องเหล่านี้ข้ายังต้องขอคำชี้แนะจากเจ้า ปีใหม่เช่นนี้มีข้อห้ามอะไรบ้าง” ชีเหนียงยิ้มอย่างเก้อเขิน “ข้าไม่ปิดบังเจ้าสมัยก่อนที่บ้านยังฐานะไม่ดีเท่าตอนนี้ เวลาปีใหม่ก็ค่อนข้างจัดอย่างเรียบง่ายตอนนี้ชีวิตดีขึ้นแล้ว แน่นอนว่าคงจะให้ลูกๆ อดสูไม่ได้”

            จูซิ่วเจินรู้ดีถึงสถานะของเจ้านายอยู่บ้างจึงรีบเอ่ย “เช่นนั้นบ่าวจะรีบเก็บของและไปหาท่านที่เรือนหน้าเจ้าค่ะ”

            เมื่อได้ยินจูซิ่วเจินใช้สรรพนามที่ไม่ค่อยเป็นธรรมชาติรวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเช่นนี้ ชีเหนียงก็ได้แต่ปกปิดความตกใจและพยักหน้ารับ

            เมื่อมีการช่วยเหลือจากจูซิ่วเจินชีเหนียงจึงจัดการเรื่องราวงานปีใหม่ได้อย่างราบรื่นสมัยก่อนเวลาปีใหม่ก็แค่ต้องเตรียมอักษรมงคลคู่ เงินแต๊ะเอียต่างๆเนื่องจากการรักษาสภาพแวดล้อม ช่วงปีใหม่จึงไม่มีการจุดประทัด

            “นอกจากสิ่งของเหล่านี้ข้าวต้มล่าปากับการส่งต่อชุดใหม่ก็ขาดไม่ได้ คนที่พิถีพิถันหน่อยเวลาปีใหม่ต้องมีสุราดอกเหมย ข้าวต้มและกับเจ็ดอย่าง จานผักรับฤดูใบไม้ผลิการตัดผ้าไหมทำนกนางแอ่น ทำเครื่องประดับศีรษะมงคลต่างๆ ล้วนต้องจัดเตรียม”

            สิ่งที่จูซิ่วเจินกล่าวมาล้วนเป็นสิ่งที่บ้านของตนเคยทำมาก่อน “อ้อใช่แล้ว ของขวัญเทศกาลปีใหม่ก็ห้ามขาด ไม่ทราบว่านายหญิงจัดเตรียมครบหมดแล้วหรือไม่เจ้าคะ”

            ชีเหนียงเองก็ไม่รู้ว่าที่ตนเองจัดเตรียมไว้ถูกต้องหรือไม่ “ร้านของเราทำการค้าขายขนมเรื่องขนมไม่ขาดแคลนและเตรียมไว้นานแล้วเพียงแต่ไม่รู้ว่ายังขาดเหลือสิ่งอื่นหรือไม่?”

            “คือว่า…” จูซิ่วเจินลำบากใจแล้วสถานะของครอบครัวตนเองแตกต่างจากหมู่บ้านชนบทแห่งนี้หากอิงตามขั้นตอนเหล่านั้นเกรงว่าคงไม่เหมาะสม

            เมื่อไตร่ตรองนางจึงกล่าวอย่างอ้อมค้อม “นายหญิงจัดเตรียมได้ดียิ่งนักเพียงแต่หากมีญาติมิตรที่คุ้นเคยสนิทสนมและสูงศักดิ์หน่อยคงเลี่ยงไม่ได้ต้องเตรียมของขวัญล้ำค่าอีกสักหน่อย ส่วนอย่างอื่นก็เหมาะสมแล้วเจ้าค่ะ”

            ชีเหนียงเข้าใจความหมายของนางเห็นทีของขวัญตอบแทนนี้ยังต้องพินิจให้ละเอียดอีกที

            ......

            เมื่อเห็นว่าใกล้ปีใหม่เข้าไปทุกทีชีเหนียงก็ยิ่งยุ่งกว่าเดิม กลางวันยุ่งกับงานในร้าน กลางคืนกลับมายังต้องคิดเรื่องของวันรุ่งขึ้นดีที่มีคนช่วยงานในบ้านเพิ่มมา ตนจึงมีเวลาหายใจวันนี้ชีเหนียงกับตู้หมิงเจวียนหารือกันว่าจะปิดร้านช่วงปีใหม่และแจกซองแดงกับคนงานทุกคน

            รวมทั้งหวังชุนเฉ่ากับหม่าต้าฮัวในหมู่บ้านที่ช่วยเย็บตุ๊กตาพี่หลิวเองก็ได้รับเช่นกัน

            สำหรับข่าวดีที่มาโดยไม่คาดคิดทำให้พวกนางดีใจในใจก็ยิ่งคิดเตรียมพร้อมและเพิ่มความพยายามในปีหน้า

            แต่พี่หลิวที่ได้รับซองแดงกลับเกรงใจหลายวันมานี้ชีเหนียงให้นางช่วยงานในร้านไม่น้อย นางได้รับเงินสองตำลึงทุกเดือน ตอนนี้ยังรับซองแดงอีกนางจึงเกรงใจเล็กน้อย

            “พี่สาวแสนดีของข้านี่คือซองแดงเพื่อความมงคลในปีใหม่ ทุกคนในร้านก็ได้รับแล้วจะขาดส่วนของท่านได้เยี่ยงไร”

            ชีเหนียงโน้มน้าวให้นางรับซองแดงไว้ส่วนตนเองก็กลับไปเตรียมของปีใหม่ที่บ้าน พี่หลิวจึงไม่บอกปัดอีก ทั้งสองพากันไปจับจ่ายเตรียมของปีใหม่กลับบ้านอย่างคึกคัก

            เมื่อพวกนางลงกลอนร้านค้าและเตรียมตัวจากไปจู่ๆ ก็มีร่างที่คุ้นเคยผ่านเข้าไปในตรอกด้านข้าง

            ชีเหนียงพินิจชั่วครู่ก่อนจะหาข้ออ้างบอกว่ามีบางอย่างต้องทำจึงให้พี่หลิวกลับไปก่อน ส่วนตนเองก็เดินไปยังตรอกที่ร่างนั้นหายเข้าไป

            ในตรอกนั้นมีเพียงกองฟืนกระจัดกระจายเดินลึกเข้าไปอีกหน่อยก็คือทางตัน แต่นางเห็นจ้าวจือชิงเดินมาทางนี้ชัดๆเพียงไม่กี่ก้าวก็หายไปแล้ว

            ขณะที่นางกำลังลังเลว่าจะรอต่อไปหรือจากไปดีบ้านหลังที่ชิดกำแพงด้านในสุด ประตูก็ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบาจ้าวจือชิงโผล่พรวดออกมาจากด้านใน ชีเหนียงรีบหลบไปซ่อนหลังกองฟืน

            จ้าวจือชิงเดินออกมาและกวาดตามองรอบทิศก่อนสาวเท้าจากไปอย่างรวดเร็ว ถึงตอนนี้ชีเหนียงจึงกล้าโผล่ออกมาจากกองฟืน

            ตรอกนี้อยู่ไม่ห่างจากโรงชานมนักด้านข้างก็คือโรงเตี๊ยมที่ตาเฒ่าหลิงเคยถูกขับไล่ออกมาตลอดทางนางยังคงคิดว่าจ้าวจือชิงไปหาผู้ใด เหตุใดจึงมีท่าทีระแวดระวังยิ่งนัก

            เมื่อนึกถึงว่าจ้าวจือชิงมีเรื่องปิดบังตนเองนางก็หดหู่ใจ ขณะที่นางกำลังเหม่อลอย จู่ๆ จ้าวจือชิงก็เรียกนางจากด้านหลัง

            “เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”

            ชีเหนียงชะงักเล็กน้อยแต่ไม่ยอมหันกลับไป “ข้าเห็นเจ้าน่ะ แต่ไม่วางใจดังนั้นจึงตามมาดู”

            ในเมื่อถูกเห็นเข้าชีเหนียงก็ไม่คิดปิดบัง บางทีนางคงมีความหวังในใจว่าตนเองจะได้รับความเชื่อใจจากจ้าวจือชิงมากเพียงพอ

            จ้าวจือชิงรู้ถึงสาเหตุเมื่อครู่เขาพบว่าสัญลักษณ์ที่ตนทำทิ้งไว้ในตรอกถูกคนทำลายหากมิใช่เพราะได้กลิ่นหอมที่คุ้นเคยจางๆ ตนเองคงฆ่าปิดปากไปตั้งแต่แรกโชคดีที่ตนเองสงสัย

            เมื่อเห็นว่าจ้าวจือชิงไม่ได้มีท่าทีจะอธิบายอะไรชีเหนียงก็โมโหและเดินสาวเท้าจากไป จ้าวจือชิงไม่รู้ว่านางเป็นอะไรไป จึงรีบไล่ตาม

            ท้ายที่สุดเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะเอ่ยปากอย่างไรสุดท้ายชีเหนียงก็ทำลายความเงียบลง

            “ครั้งที่แล้วข้าลืมถามเจ้าโจรภูเขาเหล่านั้นมาได้เยี่ยงไร?” ชีเหนียงได้แต่หาหัวข้อก่อนหน้านี้มาคุยนางอยากรู้ว่าตกลงเขาปิดบังอะไรตนเองกันแน่

            จ้าวจือชิงไตร่ตรอง “อิงตามกฎหมายพวกเขาถือดาบปล้นชิง ต้องถูกจำคุกอย่างต่ำสามปี อย่างมากสิบปีและปรับเงิน”

            จากคำสารภาพของคนเหล่านั้นวันนี้เขากลับจากตรอกก็เพราะสัญลักษณ์ที่ทิ้งไว้ในตรอกมีการตอบกลับแล้วหลายวันมานี้เขายุ่งกับการจดจ่อกับเรื่องนี้ เมื่อถึงเวลาจึงมาพบคนเพื่อต้องการรู้ว่าใครคือผู้บงการเบื้องหลัง เพียงแต่คนเหล่านั้นทำงานอย่างระมัดระวังถึงขั้นถามคำถามกับเขาอย่างละเอียดหลายเรื่อง

            โจรภูเขาพวกนั้นไม่ได้สารภาพละเอียดมากมายนักเขาจึงโกหกว่าเป็นเพียงลูกน้อง ครั้งนี้ลูกพี่ใหญ่ส่งเขามารับหน้าที่เรื่องราวทั้งหมดยังต้องรอลูกพี่ใหญ่มาก่อน เดิมทีเขาคิดจะไปที่ว่าการอีกรอบใครจะรู้ว่าผู้ที่สะกดรอยตามเขากลับเป็นชีเหนียงเขาไม่อยากให้ชีเหนียงรู้เรื่องเหล่านี้ ด้วยเหตุว่ากลัวชีเหนียงจะถามดังนั้นเวลาตอบจึงยิ่งระมัดระวังคำพูด

            เหมือนชีเหนียงเองก็สังเกตจุดนี้ได้นางหันกลับไปจ้องตาเขา “เมื่อครู่เจ้าทำอะไรกันแน่!”

            “ข้ากำลังจะไปที่ว่าการเพื่อหา…” จ้าวจือชิงที่กำลังจะพูดความจริงตระหนักขึ้นมาได้เมื่อรู้ตัวก็รีบหุบปาก

            ชีเหนียงหรี่ตามองเขา “หืมเจ้าจะไปทำอะไรที่ว่าการ?”

            “รีบพูดมา! หรือว่าเจ้าไปก่อความผิดอะไรมา?”

            “เจ้าจะพูดหรือไม่?”

            ชีเหนียงตะบี้ตะบันไล่ถามเขาจ้าวจือชิงถูกดวงตาของนางจับจ้องจนเกร็งโดยเฉพาะเมื่อร่างบางของนางแทบจะโน้มเข้าหาอ้อมอกของเขาทำให้เขาถึงกับต้องรีบถอยหลัง

            แต่หารู้ไม่ว่าท่าทางประหม่าของเขายิ่งทำให้ชีเหนียงเกิดความสงสัย

            เมื่อเห็นเขาหลบตาชีเหนียงก็รู้ว่าเขาไม่ยอมพูดแน่ นางจึงเปลี่ยนจากวิธีบังคับถามเป็นตัดพ้อ “ช่างเถอะถึงอย่างไรเจ้าเองก็ไม่ได้เห็นพวกข้าคือคนกันเอง เจ้าคิดจะทำอะไรก็ทำแต่จงจำไว้ว่า หากเหนื่อยหรือง่วง ประตูสกุลลั่วก็ยังเปิดไว้ให้เจ้าเสมอ”

            -----

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นมารดาของหนูน้อยนำโชคทั้งสาม (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452