
ดาวโหลด Ebook ได้ที่เว็บ MEB นะคะ
“ตามใจแล้วกัน...” ธนภูมิบอกอย่างอ่อนใจ เดินถอยหลังก้าวหนึ่งและหมุนตัวจะเดินไปติดต่อเ้าหน้าที่ แต่เขาก็ชนเข้ากับใครบางคน “ขอโทษครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะ” หญิงสาวบอกพลางเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กับคนที่ชน แล้วตาก็สบตา รอยยิ้มที่มีก่อนหน้านี้ค่อย ๆ เลือนหายไป “คุณนี่เอง”
ธนภูมิขมวดคิ้วมองสาวสวยตรงหน้าอย่างสงสัย ว่าทำไมเธอคนนี้ทักราวกับว่ารู้จักเขามาก่อน และทำไมหน้าตาเธอคุ้น ๆ เหมือนเคยเจอที่ไหนสักแห่ง แล้วความสงสัยของเขาก็มลายหายไปเมื่อพี่สาวเอ่ยทักผู้หญิงคนนั้น
“อ้าว กะทิ พี่นึกว่าใคร วันนี้แต่งตัวน่ารักเชียว” นิพาดาทักสาวสวยที่แม้จะเปลี่ยนการแต่งตัว เธอก็ยังจำได้จากเค้าโครงหน้าและดวงตากลมโตที่โดดเด่น
“ยายป้ากะทิเหรอเนี่ย” ธนภูมิครางออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ มิน่าเขาถึงได้รู้สึกคุ้น ๆ แค่ถอดแว่นปล่อยผมและแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าธรรมดา ๆ ทำให้สาวเฉิ่มเชยเปลี่ยนแปลงไปได้ขนาดนี้เลยหรือ
“ไทนี่ !” นิพาดาปรามน้องชายพร้อมกับดึงร่างสูงให้ออกห่างจากธิษณามดี แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่สังวอนยังคงมาตรฐานผู้ชายปากหมาเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม
“ลงทุนปลอมตัวมาขนาดนี้ กลัวเ้าของเขารู้หรือไง” ธนภูมิยิ้มเยาะ ก่อนจะทำหน้านิ่วเมื่อโดนพี่สาวบิดที่เนื้อท้องแขนเต็มแรง
“ขอโทษแทนน้องชายด้วยนะจ๊ะ”
“ไม่เป็ไรค่ะ กะทิถือคติไม่ถือคนบ้าอยู่แล้ว” ธิษณามดีลอยหน้าลอยตาบอก ก่อนจะกดยิ้มมุมปากอย่างคนถือชัยชนะ เมื่อเห็นธนภูมิทำท่าเขม่นใส่แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรเพราะเกรงใจพี่สาว “กะทิกำลังจะไปเยี่ยมพี่ราม พี่รีน่าไปด้วยกันนะคะ”
“ก็ได้จ้ะ” นิพาดาตอบรับอย่างไม่ลังเล ถึงไม่มีธนภูมิไปเป็เพื่อน แต่มีธิษณามดีเธอคิดว่าหญิงสาวน่าจะเป็ตัวช่วยได้ เพื่อไม่ให้เธอกับรามิลได้อยู่กันตามลำพัง “ไทนี่ถ้าพบหมอเสร็จแล้วตามพี่ขึ้นไปนะ” สั่งน้องชายเสร็จ หญิงสาวก็หันมาพยักหน้าเรียกธิษณามดีแล้วเดินนำออกไป
“ไม่สบายเหรอ...อย่าลืมบอกให้หมอตรวจปากให้ด้วยนะ เผื่อเขาจะช่วยผ่าเอาหมาเน่า ๆ ออกจากปากของคุณเสียที” ธิษณามดีบบอกก่อนจะเดินผละหนีออกไป
“ฝากไว้ก่อนเถอะยายตัวแสบ” ธนภูมิมองตามร่างบางนั้นไปอย่างหงุดหงิด ก่อนจะรีบไปติดต่อเ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเพื่อตรวจร่างกายตามคำขอของพี่สาวและมารดา เสร็จแล้วจะได้ไปจัดการผู้หญิงปากดีอย่างธิษณามดีต่อ
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” ธิษณามดีถามอย่างสงสัยเมื่ออีกฝ่ายมองเธอไม่วางตา
“เปล่าหรอก พี่แค่คิดว่ากะทิแต่งตัวอย่างนี้แล้วดูสวยดี ที่สำคัญหน้าเด็กมาก ๆ ด้วย เลยคิดว่ากะทิเหมาะกับการแต่งตัวแบบนี้มากกว่าแบบที่เราเจอกันเมื่อคราวที่แล้วอีก” นิพาดาบอกอย่างเสียดายที่อีกฝ่ายแต่งตัวเฉิ่มเชยบดบังความสวยความน่ารักที่มีอยู่เต็มเปี่ยมเอาไว้
ได้ยินคำชมแบบนั้นธิษณามดีก็หัวเราะน้อย ๆ ก่อนจะตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มว่า“ปกติกะทิก็แต่งตัวแบบนี้นะคะ แต่พอดีคราวก่อนที่เราพบกัน กะทิเพิ่งกลับมาจากทำงานค่ะ”
“กะทิทำงานที่ไหนเหรอจ๊ะ คือพี่สงสัยว่าทำไมต้องแต่งตัวเรียบร้อยขนาดนั้นด้วย” เื่นี้นิพาดาสงสัยอย่างจริงจัง คิดว่าการทำงานจำเป็ด้วยเหรอ ที่จะต้องบังคับให้แต่งตัวแนวนั้น เธอไม่เคยเห็น อย่างมาการบังคับก็เป็การบังคับให้แต่งยูนิฟอร์มมากกว่า
“โรงเรียนเตรียมอนุบาลค่ะ”