เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ขบวนรถสีดำสนิทสามคันแล่นเข้ามาจอดในซอยแคบๆ หน้าบ้านไม้เก่าร่มรื่นอย่างเงียบเชียบ คุณท่านมู่ ก้าวลงจากรถด้วยชุดผ้าไหมสีเข้มภูมิฐาน ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ในใจวาดภาพถึงการจะได้พบหน้าหลานสาวตัวน้อยและ "แม่ของเด็ก" ที่เธอเตรียมจะยื่นข้อเสนอให้แต่งงานกับมู่เฉิงเพื่อรับผิดชอบสายเืตระกูล
"เลขาหาง... เตรียมเอกสารให้พร้อม ถ้าผู้หญิงคนนั้นเรียกเงินเท่าไหร่ก็ให้ไป แต่เด็กต้องอยู่ในความดูแลของฉัน" หญิงชราสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
บ้านที่ไร้ร่องรอยอาศัย
บอดี้การ์ดเดินไปเคาะประตูไม้ตามคำสั่ง แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับใดๆ เมื่อเห็นประตูไม่ได้ล็อกกลอนไว้ คุณท่านมู่จึงถือวิสาสะก้าวเข้าไปด้านใน ทว่า... สิ่งที่รอเธออยู่มีเพียงความเงียบงัน
ห้องโถงเล็กๆ ที่เคยดูอบอุ่น บัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า อุปกรณ์ทำขนมหายไปหมดสิ้น แม้แต่กลิ่นหอมของกะทิและน้ำตาลที่เคยอบอวลก็จางหายไปราวกับบ้านหลังนี้ร้างมานานหลายเดือน
"คุณท่านครับ... พวกเขาหายไปแล้วครับ ไม่เหลือร่องรอยการย้ายออกเลยแม้แต่นิดเดียว" เลขาหางรายงานหลังจากตรวจดูตู้เสื้อผ้าที่ว่างเปล่า
"เป็ไปได้ยังไง! ฉันเพิ่งส่งคนมาดูเมื่อวานเย็น" คุณท่านมู่กำไม้เท้าแน่นด้วยความโมโห "ไปเช็กกล้องวงจรปิดในซอยนี้มาให้หมด! ใครหน้าไหนมันกล้ามาตัดหน้าพาตัวหลานสาวฉันไป!"
กำแพงหมอกและความทรงจำที่เลือนลาง
สายสืบมือดีของตระกูลมู่รีบกระจายกำลังทำหน้าที่ ทว่าเื่ประหลาดที่เกิดจาก "พรของเสี่ยวเป่า" ก็เริ่มแผลงฤทธิ์
เมื่อเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านฝั่งตรงข้าม ภาพที่ปรากฏกลับมีเพียงหมอกสีขาวจางๆ บดบังบ้านไม้หลังนั้นไว้ตลอดทั้งคืน ราวกับมีม่านลึกลับกั้นโลกภายนอกไว้ เมื่อไปสอบถามเพื่อนบ้าน ทุกคนต่างทำหน้ามึนงงและตอบเป็เสียงเดียวกันว่า...
"บ้านหลังนี้เหรอจ๊ะ? เห็นปิดเงียบมาั้แ่เมื่อวานแล้วนะ ไม่เห็นรถคันไหนมารับใครเลย... อ้าว ย้ายไปแล้วเหรอ? มิน่าล่ะถึงไม่เห็นคนออกมาเลย"
คุณท่านมู่ยืนนิ่งอยู่กลางบ้านที่ว่างเปล่า เธอไม่รู้เลยว่า "ใคร" คือคนที่ตัดหน้าเธอไป และที่สำคัญที่สุด... เธอไม่ได้สงสัย มู่เฉิง เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะเมื่อวานเขายังยืนยันหนักแน่นกับเธอว่า "มีคนในใจแล้ว" และ "ไม่ยอมรับเด็กที่ไหนมาอ้างเป็ลูก" 'หรือว่าจะเป็พวกตระกูลหลินที่รู้ความลับแล้วพาหนีไป?' หญิงชราคิดไปอีกทางด้วยความกังวล
มู่เฉิงกับความลับในบ้านพักส่วนตัว
ในเวลาเดียวกัน ณ บ้านพักส่วนตัวบนเชิงเขาที่ตัดขาดจากโลกภายนอก มู่เฉิง กำลังยืนกอดอกมองสองแม่ลูกจากระเบียงชั้นบน เขาจิบกาแฟด้วยท่าทางผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เขารู้สึกผู้ชนะ... แต่เป็ผู้ชนะที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองกำลัง "ซ่อน" ทายาทตระกูลมู่จากย่าของตัวเอง
"เลขาฉิน... เื่คนแปลกหน้าที่มาป้วนเปี้ยนแถวร้านเมื่อวาน ได้ความหรือยังว่าเป็คนของใคร?" มู่เฉิงถามเสียงเรียบ
"ยังไม่แน่ชัดครับท่านประธาน รถพวกนั้นไม่ได้จดทะเบียนในชื่อตระกูลหลิน เหมือนจะเป็พวกนักสืบเอกชนครับ"
มู่เฉิงขมวดคิ้ว 'ถ้าไม่ใช่ตระกูลหลิน แล้วใครอีกล่ะที่ตามหาพวกเธอ?' เขาหันไปมองซูหว่านที่กำลังจัดของอย่างขะมักเขม้น และเสี่ยวเป่าที่วิ่งเล่นอยู่ในสวน "ไม่ว่าจะเป็ใคร... ตราบใดที่พวกเธออยู่ในบ้านของฉัน ไม่มีใครหน้าไหนจะพรากพวกเธอไปได้"
มู่เฉิงยังคงเก๊กท่าประธานผู้เคร่งขรึม เขาเดินลงไปข้างล่างพร้อมกับส่งเสียงกระแอมเบาๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ
"บ้านพักหลังนี้ระบบล็อกเป็แบบนิรภัย... อย่าริอาจแอบหนีออกไปข้างนอกล่ะ ผมไม่อยากไปตามหาในที่ลำบากๆ อีก"
ซูหว่านเงยหน้ามองเขาแล้วส่ายหน้าเบาๆ 'คนใจดีที่ปากร้ายที่สุดในโลก' โดยที่ต่างฝ่ายต่างไม่รู้เลยว่า... ตอนนี้คุณท่านมู่กำลังพลิกแผ่นดินหา "สองแม่ลูก" อย่างเอาเป็เอาตาย ขณะที่มู่เฉิงก็กำลัง "ซ่อน" พวกเธอไว้อย่างสุดชีวิต โดยที่ทั้งคู่ยังไม่เฉลียวใจเลยว่าพวกเขากำลังเล่นเกมซ่อนหาในบ้านหลังเดียวกัน!