จิงจ้านอธิบายว่า“ข้าค้นบันทึกของเมืองซินหยางทั้งหมดแล้ว มีแค่ม้วนนี้ม้วนเดียวที่ตรงกับเ้าเด็กเฉินมู่อิ๋งคนนั้นข้าเดาว่าหลังจากเด็กคนนี้ตายไปแล้วเฉินจงกุ้ยคนนั้นคงนำเด็กทารกคนใหม่มาเลี้ยงดูแทนเพื่อหลอกฮูหยินของเขาว่าลูกยังไม่ตายกระมัง”
“หากเป็เช่นที่เ้าว่าจริงๆเช่นนั้นการจะหาตัวเ้าเด็กเฉินมู่อิ๋งคนนั้นก็ยากยิ่งนักพวกเราไม่รู้ชื่อแซ่แท้จริงของมัน ซ้ำไม่รู้ด้วยว่าใครเป็บิดามารดาของมันมันใช้ชีวิตในฐานะตัวปลอมมาตลอดทั้งชีวิต ฮึ่ม!”หยางเจียงหยุนคำรามอย่างขัดใจ กลิ่นอายกดดันแผ่ออกไป ทำให้จิงจ้านสั่นสะท้านเฮือกๆหยางเจียงหยุนครุ่นคิดอยู่สักพักจึงเอ่ยออกมา “เช่นนั้นเื่ตามหาเ้าเด็กมนุษย์นี่ก็พักไว้ก่อนเ้าจงไปตามหาเ้าเด็กเซียนคนนั้นให้เจอ มันเป็เทพแล้วย่อมอยู่ในแดนเทพแห่งนี้แน่นอน”
“อ่า...ขอรับ”จิงจ้านรับคำแล้วถอยออกไป เขาคิดๆ จะตามหาอย่างไร ได้ยินว่าเทพใหม่ที่บรรลุขึ้นมาจะผ่านประตู์แล้วก็เข้าร่วมกับกองกำลังของแดนเทพแดนใดแดนหนึ่งเช่นนั้นเขาก็ควรไปสืบข่าวที่ประตู์เพื่อหาว่ามันเข้าร่วมกับแดนเทพแดนใดจากนั้นกรอบในการหาตัวมันก็จะแคบลง เขาคิดแล้วก็รีบไปทันที
หยางเจียงหยุนคิดถึงเ้าเด็กมนุษย์หน้าตาหล่อเหลานั่นหัวใจพลันเต้นตึกๆ ทั้งคิดถึง ทั้งอาวรณ์ ทั้งรักใคร่ ทั้งชิงชัง ทั้งแค้นเคืองจูบนั้นบนหลังม้าก่อนที่จะตกตาย เขายังจำสีหน้าของมันได้ดี มันเบิกตาโตใที่ถูกร่างแยกของเขาจูบรสจูบนั้นยังตราตรึงอยู่ในหัวใจมิลืมเลือน
ใช่ยากจะลืมเลือนจริงๆ มันพุ่งมาขวางกระบี่เอาไว้อย่างไม่คิดชีวิต เขาก็คิดไม่ถึงว่ามันจะทำเช่นนั้นยอมสละชีวิตของมันปกป้องเขาเขาตกตายไปพร้อมกับภาพดวงตาเบิกโตราวกับนกฮูกใของมันดวงตาที่งดงามสุกสกาวราวดวงจันทร์ ดวงตาคู่นั้นยากจะลืมเลือนแต่แล้วเขาก็พบเจอดวงตาที่เหมือนกันกับดวงตาคู่นั้นอีกคราเพียงแต่ว่าเ้าเซียนคนนั้นนอกจากดวงตาที่งดงามคู่นั้นแล้ว หน้าตามันสามัญยิ่งหาความหล่อเหลาไม่เจอเอาเสียเลยเขาก็ไม่คิดว่าจะรักใคร่มันถึงขนาดนั้น ถึงขนาดเอาตัวเข้าปกป้องมันจนตกตายซ้ำยังหลอมรวมกับจิตาเพราะอยากมีพลังที่แข็งแกร่งเพียงเพื่อปกป้องมัน “หึ! เฉินมู่อิ๋ง เฉินมู่อิ๋ง ไม่ว่าเ้าจะอยู่ที่ไหนข้าก็จะตามหาเ้าให้เจอบดขยี้ิญญาเ้าให้ดับสลายไปตลอดกาล!”
เฉินมู่อิ๋งที่กำลังอ่านตำราอยู่จู่ๆ ก็จามออกมา 2 ที “ฮัดชิ้ว!ฮัดชิ้ว!”
เขายกมือขึ้นขยี้จมูกแล้วอ่านตำราต่อหลังจากอ่านตำราจบแล้วเขาก็ลุกขึ้นบิดี้เี เดินกลับเรือนตัวเองไปเขาขลุกอยู่ในหอตำรามาเสียนาน จนอ่านตำราสมุนไพรจบหมดสิ้น จดจำสมุนไพรนับล้านๆชนิดเอาไว้ในหัว หยกปราณ์ที่อาจารย์เฟยเทียนให้มาก็เหลืออยู่เล็กน้อยแล้วเห็นทีเขาต้องหาวิธีทำให้มี ‘เงินทอง’ เสียแล้วต้องหลอมโอสถขาย!
แต่ตอนที่อ่านตำราหลอมโอสถเขาพบว่ามีแต่วิธีหลอมที่ใช้หม้อหลอมทั้งสิ้นวิธีการที่ไม่ใช้หม้อหลอมนั้นไม่มีตำราเล่มไหนเขียนไว้เลย เท่าที่ถามศิษย์พี่คนอื่นทุกคนล้วนบอกว่าวิธีการหลอมโดยไม่ใช้หม้อมีเพียงผู้าุโสิบหกจนถึงยี่สิบสามเท่านั้นที่ทำได้ เท่าที่ฟังๆ มาผู้าุโสิบหกกับผู้าุโสิบเจ็ดเป็บิดามารดาของผู้าุโสิบแปดส่วนผู้าุโสิบเก้าจนถึงยี่สิบสามก็เป็พวกพ้องเดียวกันกับผู้าุโสิบแปดเช่นนั้นเขาควรจะกราบใครเป็อาจารย์ดีล่ะ?
เขาคิดๆขณะแช่น้ำร้อนอยู่ในอ่าง คิดไปคิดมาลองไปดูท่าทีของผู้าุโสิบแปดดูก่อนดีกว่าหากว่าผู้าุโสิบแปดจริงใจที่จะสอนเขาจริงๆเขาก็จะกราบผู้าุโสิบแปดเป็อาจารย์ก็ได้
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จแล้วเขาจึงออกจากเรือนไปกินข้าวที่โรงครัวซึ่งมีอาหารให้ศิษย์ในสำนักกินตลอดเวลาเพียงแต่ว่าอาหารของโรงครัวนี้รสชาติไม่ได้ล้ำเลิศอะไร เขาจำใจกินอาหารที่นี่ก็เพราะว่าไม่ต้องจ่ายหยกอย่างไรล่ะหยกปราณ์ของเขาเหลือน้อยเต็มที ไม่อาจใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายได้อีก เฮ้อ...
เมื่อกินอิ่มแล้วเขาก็ยกจานไปเก็บจากนั้นก็เดินไปทางเรือนของผู้าุโสิบแปด เขาสอบถามกับศิษย์พี่มาแล้วว่าเรือนของผู้าุโสิบแปดอยู่ที่ไหนเพียงแต่พวกศิษย์พี่บอกว่าส่วนใหญ่แล้วผู้าุโสิบแปดมักจะไม่ค่อยอยู่ในสำนักนานๆ ทีเขาถึงจะมาที่สำนักเสียหนหนึ่ง
เขาจึงได้แต่ลองไปเสี่ยงดวงดูเท่านั้นหากโชคดีก็ได้พบ หากว่าโชคไม่ดีไม่ได้เจอ คงต้องคิดๆว่าจะกราบอาจารย์ท่านอื่นฝากตัวเป็ศิษย์ไปก่อนกระมังเขาเดินเรื่อยไปจนกระทั่งถึงเรือนของผู้าุโสิบแปดเขาเห็นผนึกอาคมล้อมรอบเรือนหลังนั้น เขาไม่ได้เดินเข้าไปทำเพียงยืนมองอยู่นอกผนึกอาคม ขณะที่กำลังยืนมองอยู่นั้นบุรุษคนหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่เดินมามองเขา เขามองบุรุษคนนั้น
“เ้าคือคนที่ผู้าุโสิบแปดคิดจะรับเป็ศิษย์กระมัง?”บุรุษรูปร่างสูงใหญ่ถาม เฉินมู่อิ๋งมองบุรุษคนนั้นแล้วถามว่า “ท่านเป็ใคร?”
“อ่อ ข้าถางห้าวิ(唐浩铭)”ถางห้าวิบอกชื่อแซ่แล้วพูดต่อว่า “ผู้าุโสิบแปดให้ข้ามารอเ้าอยู่นานแล้ว หากว่าเ้ามาหาก็ให้พาเ้าไปพบ”
“ไปพบที่ไหน?แล้วข้าจะเชื่อท่านได้อย่างไร?” เฉินมู่อิ๋งบอกอย่างไม่ไว้ใจ ถางห้าวิจึงบอกว่า“เ้าตามข้าไปตำหนักไป๋หยุนเถอะ ไปถึงที่นั่นก็เจอผู้าุโสิบแปดเองนั่นแหละ”
“ตำหนักไป๋หยุน?ตำหนักของตี้จวินน่ะหรือ!?” เฉินมู่อิ๋งเบิกตาโต“หรือว่าผู้าุโสิบแปดเป็หมออยู่ที่นั่น?”
“อืม”ถางห้าวิพยักหน้าเฉินมู่อิ๋งมองแววตาของคนตรงหน้าที่ไม่มีแววหลุกหลิกแม้แต่น้อยอีกทั้งไปตำหนักไป๋หยุน นี่เป็โอกาสที่คนอื่นอยากมีวาสนาก็ยากจะมีได้ตำหนักไป๋หยุนเป็สถานที่เช่นไร คนส่วนมากล้วนอยากไปสักครั้งกลับไม่มีวาสนาในเมื่อวาสนามาอยู่ตรงหน้าแล้ว เขาก็อยากไปชมตำหนักไป๋หยุนสักครา ฮี่ๆๆๆ...
“เช่นนั้นเชิญท่านนำทาง”เขาบอกกับถางห้าวิคนนั้น ถางห้าวิพยักหน้า “อืม”
เขาบอกแล้วเอาหยกเคลื่อนย้ายออกมาชิ้นหนึ่งจากนั้นก็ดึงแขนเสื้อเฉินมู่อิ๋ง “เ้าเข้ามาใกล้ๆ ซิ”
เฉินมู่อิ๋งจึงขยับไปใกล้ถางห้าวิก้าวหนึ่งถางห้าวิบอก “ใกล้อีก”
เฉินมู่อิ๋งจึงขยับไปอีกก้าวถางห้าวิจึงบีบหยกเคลื่อนย้ายให้แตกออกใต้เท้าพลันปรากฏวงอาคมเคลื่อนย้ายขึ้นมา แสงส่องขึ้นมาจากวงอาคม แล้วถางห้าวิก็หายไปเหลือเพียงเฉินมู่อิ๋งที่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นจนกระทั่งแสงของอาคมเคลื่อนย้ายจางหายไปเขามองไปไม่เห็นถางห้าวิคนนั้นแล้ว ส่วนตัวเองยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขาทำหน้าฉงน“หือ?”
ณ ตำหนักไป๋หยุน ถางห้าวิปรากฏตัวขึ้นกลางอาคมเคลื่อนย้าย เขามองไปไม่เห็นเด็กหนุ่มคนนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างประหลาดใจ“หือ?”
“คนล่ะ?” เขามองๆอย่างงุนงง ทำไมถึงมีแต่เขาที่มาล่ะ แล้วเ้าเด็กนั่นล่ะ? ไม่ใช่ว่าตกหล่นกลางทางหรอกนะ! หากเป็เช่นนั้นก็แย่ล่ะ!
เขาคิดแล้วสีหน้าก็ตื่นใตกหล่นอยู่กลางทาง คือตกหล่นอยู่ในห้วงมิติ นั่นไม่ใช่เื่ดีเลย! เขาจึงรีบวิ่งไปรายงานเ้านายทันทีจนกระทั่งเจอตี้โฮ่วนั่งอยู่ที่ศาลากับตี้จวินและองค์รัชทายาท เขาจึงค่อยๆก้าวไปหาสีหน้าไม่สู้ดี ตี้โฮ่วเห็นถางห้าวิค่อยๆ เข้ามาหาอย่างเกรงๆ กลัวๆจึงถาม “มีอะไรรึ? คนล่ะ?”
“อ่า...เกรงว่าคงจะตกหล่นกลางทางตอนใช้อาคมขอรับ”ถางห้าวิบอก ตี้โฮ่วผุดลุกขึ้นมาทันที เธอรีบเดินไปหาถางห้าวิ“ตกหล่นได้อย่างไร?”
“ไม่ทราบขอรับข้าออกมาแต่ไม่เห็นเขา จึงคาดว่าน่าจะตกหล่นกลางทางขอรับ” ถางห้าวิบอกตี้โฮ่วสั่ง “ไป”
ถางห้าวิจึงรีบเดินนำไปยังจุดที่เขาปรากฏตัวออกมาทันทีตี้โฮ่วเดินตามไปอย่างร้อนใจ ตี้จวินมองฮูหยินแล้วหันไปพูดกับลูกชายว่า “เอ้าอ่านต่อซิ”
“ขอรับ”องค์รัชทายาทหานปิงเซียน(韩兵仙)จึงอ่านตำราให้ท่านพ่อฟังต่อ
เมื่อไปถึงจุดที่อาคมเคลื่อนย้ายปรากฎ ถางห้าวิก็รีบบอก “ตรงนี้ขอรับ”
ตี้โฮ่วก็ตรวจร่องรอยของอาคมเคลื่อนย้ายทันทีเธอย้อนรอยอาคมกลับไป ถางห้าวิมองตี้โฮ่วที่หายไปท่ามกลางแสงอาคมเคลื่อนย้ายเขาหวังว่าเ้าเด็กคนนั้นคงจะไม่เป็อะไรนะ
ระหว่างเส้นทางในห้วงมิติตี้โฮ่วก็มองตามช่องว่างระหว่างมิติไปด้วย เผื่อว่าเด็กคนนั้นจะตกหล่นอยู่ตรงไหนเธอใช้พลังจิตแผ่ออกไปตรวจหาคน จนกระทั่งปรากฏตัวขึ้น ณจุดเริ่มต้นของอาคมเคลื่อนย้าย ก็พบเด็กคนนั้นยืนอยู่
“หือ?”เฉินมู่อิ๋งมองสตรีนางหนึ่งที่จู่ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นมาตี้โฮ่วมองเด็กคนนั้นแล้วโล่งใจ “ที่แท้ก็อยู่นี่เอง”
เฉินมู่อิ๋งมองสตรีนางนั้นที่งดงามยิ่งนักขนาดเขาเป็สตรีเขายังอดหลงใหลไม่ได้ ช่างงามจริงๆ “ท่านคือ?”
“ผู้าุโสิบแปด”ตี้โฮ่วใช้น้ำเสียงของผู้าุโสิบแปดตอบออกไป แล้วอธิบายด้วยน้ำเสียงแท้จริงว่า“จริงๆ แล้วข้าก็เป็สตรี เื่นี้เ้ารู้แล้วก็ปิดเป็ความลับด้วย”
“อ่า...”เฉินมู่อิ๋งตกตะลึงจนอึ้งงันไป น้ำเสียงเมื่อครู่ฟังอย่างไรก็เป็เสียงบุรุษประโยคต่อมาก็กลายเป็เสียงสตรีที่หวานไพเราะยิ่งแน่นอนว่าสตรีนางนี้มีความสามารถในการเลียนเสียงก็เหมือนเช่นเดียวกันกับเขาที่สามารถเลียนเสียงบุรุษได้หลากหลายแบบ และเลียนเสียงสตรีได้แตกต่างกันมากมาย
“เอาล่ะอย่ามัวแต่ตะลึงอยู่เลย ไปคุยกันที่ตำหนักไป๋หยุนดีกว่า”ตี้โฮ่วบอกแล้วก็จับมือเฉินมู่อิ๋งเอาไว้พลางใช้อาคมเคลื่อนย้ายแต่เมื่ออาคมเริ่มทำงานกลับเป็เธอคนเดียวที่เข้ามาในห้วงมิติ ทำให้เธอประหลาดใจ“หือ?”
เธอจึงย้อนกลับไปใหม่ปรากฏตัวขึ้นกลางวงอาคมที่เพิ่งจะสิ้นแสงไป เห็นเฉินมู่อิ๋งยังคงยืนอยู่ที่เดิมเธอจึงเอาหยกอาคมเคลื่อนย้ายยื่นให้ “เอ้า เ้าบีบหยกอาคมเคลื่อนย้ายนี้ซิ”
เฉินมู่อิ๋งรับหยกชิ้นนั้นมาแล้วบีบหยกให้แตกออก หยกอาคมแตกออกแล้วปรากฏวงอาคมขึ้นใต้ฝ่าเท้าของเขาแสงอาคมส่องขึ้นมาโอบล้อมตัวเขาเอาไว้ เมื่อแสงหายไป เขาก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมตี้โฮ่วมองแล้วครุ่นคิด “เพราะอะไรจึงเป็แบบนี้นะ?”
เธอยื่นมือไปจับชีพจรหมับเฉินมู่อิ๋งไม่ได้สะบัดมือออกเพราะเห็นว่าเป็สตรีเหมือนกันแต่หากเป็บุรุษล่ะก็เขาคงสะบัดมือออกทันที ตี้โฮ่วส่งพลังจิตเข้าไปตรวจเฉินมู่อิ๋งก็ใช้มือทารกเล็กๆ คู่นั้นต้านเอาไว้โดยไม่รู้ตัว ตี้โฮ่วจึงบอกว่า“เ้าอย่าใช้พลังจิตต้าน ข้าแค่จะตรวจดูสักหน่อยเท่านั้นไม่เช่นนั้นจิตเ้าอาจจะาเ็ได้”
เฉินมู่อิ๋งจึงไม่ต่อต้านมือทารกเล็กๆ คู่นั้นก็หายไป ตี้โฮ่วใช้พลังจิตตรวจอยู่ครู่หนึ่งก็เจอสาเหตุ“ที่แท้เป็เพราะเืัในร่างเ้านี่เอง เ้าได้ของดีมานี่นา”
เธอดึงพลังจิตกลับแล้ววาดอาคมเคลื่อนย้ายใหม่จากนั้นก็จับข้อมือเฉินมู่อิ๋งเอาไว้แสงจากวงอาคมสว่างขึ้นโอบล้อมรอบตัวเขาและตัวตี้โฮ่ว ทั้งสองเคลื่อนย้ายผ่านช่องมิติเวิ้งว้างไปด้วยกันเฉินมู่อิ๋งเห็นอากาศรอบๆ ตัวหมุนวนราวกับกระแสน้ำวนจึงมองอย่างสนอกสนใจจนกระทั่งอากาศรอบๆ ตัวหยุดหมุนแล้ว เขาจึงพบว่าตัวเองไม่ได้อยู่ที่เดิมทิวทัศน์รอบด้านเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เมื่อมองไปก็เห็นถางห้าวิยืนอยู่ไม่ไกลนักตี้โฮ่วมองถางห้าวิแล้วสั่งว่า “ไม่มีอะไรแล้ว เ้าไปเถอะ”
“ขอรับ”ถางห้าวิรับคำแล้วเดินจากไปทันที ตี้โฮ่วจูงมือเฉินมู่อิ๋ง “ตามมาซิ”
“ไปไหน?”เฉินมู่อิ๋งถาม ตี้โฮ่วตอบ “ไปเข้าเฝ้าตี้จวินก่อน”
“เข้าเฝ้าตี้จวิน!?” เฉินมู่อิ๋งเบิกตาโต ตี้โฮ่วจูงเฉินมู่อิ๋งเดินไปทางศาลาที่สามีกับลูกนั่งกันอยู่เฉินมู่อิ๋งเดินตามไปอย่างอึ้งๆ งงๆ ปนตื่นเต้น ตี้จวินที่ใครๆก็อยากมีโอกาสสักครั้งได้เจอ แต่ก็ยากเย็นยิ่งกว่าปีน์เสียอีกบัดนี้เขากำลังจะได้เข้าเฝ้าตี้จวิน!
นี่ต้องเรียกว่าเป็วาสนาแบบไหนกันนะ!
เมื่อไปถึงศาลา 8เหลี่ยมหลังหนึ่งเขาก็เห็นบุรุษคนหนึ่งหน้าตาหล่อเหลายิ่งนักนั่งอยู่กับเด็กชายคนหนึ่งที่หน้าตาหล่อเหลามากดูเด็กชายคนนั้นก็รู้ว่าเป็ลูกของบุรุษคนนั้น แต่เค้าหน้า 6ส่วนกลับละม้ายคล้ายคลึงกับสตรีข้างๆ เขา
“คารวะตี้จวินซิ”ตี้โฮ่วบอก เฉินมู่อิ๋งตั้งสติ กุมมือคารวะตี้จวินอย่างตื่นเต้น “ตี้จวิน ถวาย...”
“ไม่ต้องพูดให้มันยืดยาว”ตี้จวินเอ่ยออกมา แล้วมองฮูหยินพลางถามว่า “เด็กคนนี้น่ะหรือที่เ้าบอกว่าจะรับเป็ศิษย์?”
“ใช่ต้นกล้าที่ดีใช่ไหมล่ะ” ตี้โฮ่วยิ้มจนตาหยี ตี้จวินมองแล้วพยักหน้า “อืม”
“งั้นข้าพานางไปคุยกันก่อนนะ”ตี้โฮ่วบอกแล้วจูงมือเฉินมู่อิ๋งเดินจากไป ตี้จวินร้องบอก “เซียนเซียนอย่าคุยเพลินจนลืมมากินข้าวล่ะ”
“อืมๆ ไม่ลืมๆ”ตี้โฮ่วหันหน้าไปบอกแล้วเดินไป เฉินมู่อิ๋งที่สงสัยอยู่ในใจตะหงิดๆั้แ่เมื่อกี้จึงถาม “เขาเป็สามีของท่านหรือ?”
“อื้ม”ตี้โฮ่วพยักหน้ารับ เฉินมู่อิ๋งเบิกตาโต “ท่านคือตี้โฮ่ว!”
“อื้ม”ตี้โฮ่วพยักหน้ารับอีก เฉินมู่อิ๋งตกตะลึงเสียจนสมองคล้ายถูกแช่แข็งไปแล้ว จู่ๆก็ได้เข้าเฝ้าตี้จวินกับตี้โฮ่วแล้วก็องค์รัชทายาทแห่งตำหนักไป๋หยุน! นี่มันช่างเหนือความคาดหมายจริงๆ!!!
ตี้โฮ่วพาเฉินมู่อิ๋งไปที่ตำหนักหลังหนึ่งเธอปล่อยมือเฉินมู่อิ๋งแล้วบอกว่า “เืันั่นถ้าเ้าหลอมรวมได้จะดีมากเอาล่ะเ้าลองหลอมรวมดูซิ”
เฉินมู่อิ๋งที่ยังคงตกตะลึงอยู่สติสตังยังไม่กลับคืนมานั่งลงอย่างมึนงง ตี้โฮ่วบอกอย่างปรานีว่า “นั่งขัดสมาธิซิ”
เฉินมู่อิ๋งทำตามเขายังคงมึนงงไม่หาย ตี้โฮ่วยื่นมือไปวางอยู่บนศีรษะของเฉินมู่อิ๋งเฉินมู่อิ๋งรู้สึกว่ามีพลังที่เหมือนกับมือทารกของเขาแล่นเข้ามาในร่าง
“หายใจเข้าหายใจออก” ตี้โฮ่วบอกเฉินมู่อิ๋งก็ทำตามเขารู้สึกว่าพลังในร่างของเขาถูกเหนี่ยวนำให้หมุนวนรอบๆเืัหยดนั้น
“อย่าฝืนปล่อยตัวปล่อยจิตตามการชักนำของข้า” ตี้โฮ่วบอก เฉินมู่อิ๋งทำตามอย่างเชื่อฟังแน่นอนว่าได้ผู้มีพลังแข็งแกร่งระดับตี้โฮ่วชี้แนะย่อมเป็โอกาสที่หาไม่ได้อีกแล้วเขาเห็นเืัหยดนั้นค่อยๆ ละลายรวมกับพลังของเขาทีละนิด...ทีละนิด
เวลาผ่านไปราวๆ 3ชั่วโมง เืัหยดนั้นก็ละลายหลอมรวมกับร่างของเฉินมู่อิ๋งจนหมดสิ้นตี้โฮ่วก็ดึงมือกลับเฉินมู่อิ๋งรู้สึกว่าร่างกายเปลี่ยนแปลงไปมากทีเดียวคล้ายกับว่าแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเมื่อก่อนเขาจึงกุมมือคารวะ “ขอบพระทัยตี้โฮ่วพะย่ะค่ะ”
“เรียกข้าว่าพี่ใหญ่เถอะ”ตี้โฮ่วบอก เฉินมู่อิ๋งเรียกตาม “พี่ใหญ่”
“ดีๆ”ตี้โฮ่วพยักหน้า “ไหนเ้าแกะหน้ากากออกให้ข้าดูหน้าจริงๆ หน่อยซิ”
เฉินมู่อิ๋งจึงแกะหน้ากากออกอย่างไม่ลังเลเลยใบหน้าแท้จริงเผยโฉมออกมา ตี้โฮ่วมองแล้วเอ่ยว่า “มิน่า เ้าถึงต้องปลอมตัว สวยมากจริงๆว่าแต่วิชานี้เ้าเรียนมาจากใครรึ?”
“เอ่ออาจารย์เฟยขอรับ นี่เรียกว่าวิชาร้อยหน้าขอรับ” เฉินมู่อิ๋งบอก ตี้โฮ่วพยักหน้า“อ่อ งั้นรึ ข้าก็หลงคิดว่าเ้าอาจจะมาจากโลกเดียวกันกับข้าเสียอีก”
เธอยื่นมือไปจับหน้ากากผืนนั้นที่คล้ายกับหน้ากากที่เธอทำมากเพียงแต่ว่าวัสดุที่ใช้ทำหน้ากากนี้ยังไม่นุ่มเท่ากับของเธอแต่โดยรวมแล้วฝีมือการทำก็จัดว่าเข้าขั้นมืออาชีพทีเดียวเธอมองเฉินมู่อิ๋งแล้วบอกว่า “ตอนอยู่ที่นี่เ้าไม่ต้องปลอมตัวก็ได้คนที่นี่ล้วนไว้ใจได้”
“เอ่อ...ขอรับ”เฉินมู่อิ๋งรับคำ ตี้โฮ่วจึงบอกอีกว่า “มายาลวงตาก็ไม่ต้องใช้หรอกถึงอย่างไรก็ปิดบังหลายๆ คนที่นี่ไม่ได้หรอก”
เธอพูดแล้วก็ยื่นหน้ากากคืนให้เฉินมู่อิ๋งรับมาถือเอาไว้ แล้วบอกว่า “เอ่อ...คือข้าชินแบบนี้แล้วน่ะขอรับ”
ใช่เขาชินกับการปลอมตัวเป็บุรุษมาตลอด ตี้โฮ่วก็ไม่พูดอะไรมาก“งั้นก็ตามใจเ้าล่ะกัน”
“เอ่อ...พี่ใหญ่”เฉินมู่อิ๋งเรียกแล้วถามว่า “เหตุใดท่านจึงปกปิดฐานะเอาไว้ล่ะขอรับ?”
“ง่ายๆ เลยนะเ้าลองคิดดูหากคนอื่นรู้ว่าตี้โฮ่วหลอมโอสถระดับ์ได้คนส่วนใหญ่คงจะพุ่งมาหาข้าไม่หยุดไม่หย่อนนะซิ มาขอให้ข้าหลอมโอสถให้ ถึงจะเก็บตามราคาของสำนักโอสถก็จริงแต่คงมีคนอีกมากที่เดียวที่อยากเอาไปคุยอวดชาวบ้านว่าเขามีโอสถที่ตี้โฮ่วหลอมเื่นี้แค่คิดก็น่าจะมีคนเกินครึ่งแดนเทพแล้วกระมังที่อยากได้โอสถที่ข้าหลอมออกมาน่ะเื่อะไรข้าต้องทำเื่ที่เหนื่อยตายพรรค์นั้นด้วยล่ะ” ตี้โฮ่วบอก เฉินมู่อิ่งคิดๆตามแล้วเห็นภาพขึ้นมาเลย ก็จริงอย่างที่นางพูดนั่นแหละ
“เอาล่ะนี่ก็ใกล้จะได้เวลากินข้าวแล้ว เ้าก็ไปกินข้าวด้วยกันกับข้าเถอะจะได้รู้จักคนอื่นๆ ด้วย” ตี้โฮ่วบอก เฉินมู่อิ๋งพยักหน้ารับ “ขอรับ”
ตี้โฮ่วเดินนำออกไปเฉินมู่อิ๋งรีบลุกตามไป เขาเก็บหน้ากากใส่แหวนคุนเฉียนเอาไว้
ตี้โฮ่วเดินนำไปที่ห้องกินข้าวซึ่งอยู่ข้างห้องครัว แน่นอนว่าห้องครัวของที่นี่ย่อมใหญ่โตสมกับที่อยู่กันหลายคนห้องกินข้าวก็ใหญ่โตไม่แพ้กัน โต๊ะสี่เหลี่ยมผืนผ้าตัวใหญ่ยาวตั้งอยู่กลางห้องมีเก้าอี้วางเรียงสองข้างด้านละ 20 ตัว รวมหัวโต๊ะกับท้ายโต๊ะก็เป็ 42 ตัวบนโต๊ะมีอาหารมากมายวางเรียงั้แ่หัวโต๊ะยันท้ายโต๊ะมีคนหลายคนกำลังเดินขวักไขว่ไปมาพวกเขาหันไปมองตี้โฮ่วแวบหนึ่งแล้วก็มองเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่เดินอยู่ข้างหลังตี้โฮ่วอย่างสนอกสนใจ
“ทุกคนนี่คือศิษย์ของข้า” ตี้โฮ่วบอก องค์รัชทายาทหลงจิ่งเทียนมองใบหน้าที่หล่อเหลาออกไปทางหวาดหยดอย่างตะลึงงันถึงใบหน้าจะไม่เหมือนกับที่เห็นในวันนั้นแต่กลิ่นอายเช่นนี้ไม่ผิดแน่เป็เด็กสาวคนนั้นที่เขาเจอในวันนั้นนั่นเอง
เฉินมู่อิ๋งมองทุกคนที่อยู่ที่นั่นอย่างละลานตาแต่ละคนล้วนงดงามและหล่อเหลามากขนาดคนที่หล่อน้อยที่สุดก็ยังหล่อกว่าคนทั่วไปมากนัก ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าตำหนักไป๋หยุนเป็ที่รวมของคนงามงั้นหรือ!?
“อะแฮ่มๆ”องค์รัชทายาทเสี่ยวเฟิ่งตบๆ ไหล่สหายรักทีหนึ่งที่ดูเหมือนสหายของเขาจะมัวแต่ตะลึงในความงามของเด็กหนุ่ม เอ้ย เด็กสาวคนนั้นหลงจิ่งเทียนตั้งสติ วางจานกับข้าวลงบนโต๊ะ
“นั่นหลงจิ่งเทียนเ้าเคยเจอเขาแล้ว” ตี้โฮ่วแนะนำตัว “ส่วนนั่นเสี่ยวเฟิ่ง(晓凤) แล้วนั่นก็จินเย่(金叶)ส่วนนกนั่นคือจ้าวซีหง(赵西红) นางเป็ลูกของเฟิ่งรั่วเฟย(凤若飞) กับอาจารย์จ้าวมู่(赵牧)ส่วนนี่ท่านพ่อกับท่านแม่ของข้า นั่นท่านย่าข้า นั่นอาจารย์เฉินรุ่ยฟาง(陈瑞芳) นั่นจางจงเหนียน(张宗年)ถางห้าวิ(唐浩铭) ถางเส้าเจ๋อ(唐少泽)ถางเชาหราน(唐超然) ถางลี่เฟิง(唐立锋) ส่วนคนนั้นคืออาจารย์เหลียงถิงเวย(梁庭威) เป็สามีของจินเย่ส่วนนั่นหานิห้าว(韩明昊)หานห้าวเฟิง(韩昊锋)หานเสียนห้าว(韩贤浩) หานห้าวตง(韩浩冬) หานรั่วเฟย(韩若飞)แล้วนั่นเหอเทียนเหิง(何天恒) สามีของอาจารย์เฉิน”
เฉินมู่อิ๋งกุมมือคารวะทุกคนพยายามจดจำชื่อแต่ละคนเอาไว้ แต่ก็จำได้บ้างไม่ได้บ้าง เพราะคนเยอะเกินไป
“นอกจากสามีกับลูกชายข้าคนอื่นๆ ที่เห็นพวกนั้นเป็สาวใช้หุ่นเชิด พวกนางมีสติปัญญานิดหน่อยแต่ก็ไม่มากนักทำตามคำสั่งเพียงอย่างเดียว” ตี้โฮ่วชี้นิ้วไปทางสาวใช้ทั้งหลาย
“ท่านแม่”เสียงเรียกดังขึ้น ตี้โฮ่วหันไปมองเห็นลูกชายเดินมากับสามีองค์รัชทายาทหานปิงเซียนรีบพุ่งไปกอดท่านแม่ทันที
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet :098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ