“ข้าก็บอกนางแล้วนี่ว่าจะแต่งงานกับนาง” ชายหนุ่มกัดพูดเบาๆ
“นั่นมันพูดต่อหน้าข้า อันที่จริงข้าเคยได้ยินมาว่าสตรี้าให้บุรุษสารภาพรักสองต่อสองอย่างหวานชื่นก่อนต่างหาก”
“ต้องสารภาพรักด้วยหรือ? ข้ากับนางหมั้นกันแล้ว จูบกันแล้ว แค่รอแต่งงานยังไม่พออีก”
ไห่ฮ่าวถึงกับส่ายหน้า “หัวหน้า ท่านกับนางเริ่มต้นด้วยการไม่ชอบหน้านะขอรับ ที่พวกท่านหมั้นกันก็เพราะผู้ใหญ่ และที่จูบกันก็เพราะท่านบังคับนาง”
“ไม่จริง นางเองก็เต็มใจ”
“นี่!....ถ้าท่านยังไม่ฟังที่ข้าบอกอีก ระวังนางจะไปชอบอาจารย์จงก็แล้วกัน ท่านดูสิ จงกว้านซีทั้งรูปงาม เล่นพิณเก่ง ความรู้สูง วรยุทธ์ก็ดี และยังเอาใจสตรีเป็เสียด้วย”
พูดทิ้งไว้แค่นั้น ไห่ฮ่าวก็เดินหนีไป ปล่อยให้หัวหน้าองครักษ์หนุ่มเกิดความกังวลขึ้นมาอย่างท่วมท้น
...คงต้องหาวิธีทำให้หว่านอิ๋งอิ๋งโอนอ่อนผ่อนตามเขาเสียแล้ว...
ระหว่างที่ไปต่อแถวเพื่อรอตรวจเอกสารออกจากเมือง หลิวเฉิงทนไม่ไหว เขารีบจูงม้าไปใกล้ไห่ฮ่าว
“ที่เ้าบอกข้า เ้าไปได้ยินได้ฟังมาจากที่ใดกัน? เชื่อถือได้หรือไม่?”
ไห่ฮ่าวอึ้งไปเล็กน้อย ระยะหลังเขาสนิทกับจ้งซูและจ้งหนิง สาวใช้ทั้งสองของชิงเว่ยเว่ยมีนิยายรักเก็บไว้ในห้องหลายสิบเล่ม พวกนางยัดเยียดให้เขาเอาไปอ่าน
‘องครักษ์ไห่ ชีวิตคนเราจะเอาแต่ทำหน้าเคร่งขรึมและต่อสู้อย่างเดียวไม่ได้ ท่านทำหน้าแบบนี้ต่อไปจะไร้รัก อายุมากขึ้นต้องอยู่ตัวคนเดียวเงียบเหงา เอานิยายของข้าไปอ่านคลายเครียดสักหน่อยเถิด’
ไห่ฮ่าวถูกสองพี่น้องบังคับจำต้องรับเอามาเื่หนึ่งแล้ววางทิ้งไว้บนโต๊ะ กระทั่งวันหนึ่งคุณหนูสี่ไม่ได้ออกไปข้างนอก เขารู้สึกเบื่อจึงหยิบขึ้นมาลองอ่านดู นั่นเป็นิยายที่เกี่ยวกับความรักของเซียนหนุ่มรูปงามกับจอมมารผู้หล่อเหลา ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกเหมือนเื่ราวของเขากับหลินเต๋อ
จากนั้นพออ่านจบเขาก็ไปยืมเล่มใหม่กับจ้งหนิงมาอ่านอีก นิยายรักเหลวไหลพวกนั้น...ไม่น่าเชื่อว่ายามนี้จะเหมือนกับเื่ราวของหัวหน้าองครักษ์หลิว
...บุรุษแข็งทื่อในเื่ความรักราวกับท่อนไม้ที่บรรยายในนิยายพวกนั้น ยามนี้กำลังยืนอยู่ต่อหน้าเขา...
องครักษ์หนุ่มกระพริบตาถี่ หากบอกออกไปว่าอ่านมาจากนิยาย ความน่าเชื่อถือของเขาต้องจบสิ้นแน่
“ข้าได้ยินพวกบัณฑิตพูดคุยกันน่ะ เห็นบอกกันว่าสตรีย่อม้าบุรุษเอาใส่ใจ ที่สำคัญหากท่านชอบพอรักใคร่ในตัวนางก็ต้องสารภาพกับนางเสียก่อน หากนางรับรักท่าน นางก็จะยินดีและเต็มใจแต่งงานกับท่าน”
“แล้วข้าต้องสารภาพรักอย่างไร?”
“ท่านก็ต้องหาโอกาสนัดพบกับนางสองต่อสอง เตรียมดอกไม้ไปมอบให้นางด้วยเล่า จากนั้นก็บอกความรู้สึกของท่านที่มีต่อนางไปตรงๆ”
“อืม...ง่ายเช่นนี้ เดี๋ยวข้าจะหาโอกาสสารภาพกับนางเอง”
“ง่าย ง่ายอย่างนั้นหรือ? หัวหน้าหลิว ข้าไม่คิดเลยว่าท่านเป็ผู้กล้าหาญถึงเพียงนี้” ไห่ฮ่าวรู้สึกนับถือหลิวเฉิงขึ้นมาทันที
ตัวเขาเองก็มีใจให้กับหลินเต๋อ ทุกครั้งที่บุรุษหน้าใสผู้นั้นเข้ามาใกล้ก็รู้สึกหวั่นไหวและอยากจะััเนื้อตัวบ้าง เขาพอจะดูออกว่าหลินเต๋อเองก็ชอบเขาอยู่ไม่น้อย แต่...เขาก็ยังไม่กล้า
พอพ้นออกจากประตูเมืองไป คนทั้งสี่ก็ควบม้าตามกันไปยังหมู่บ้านแรก หว่านอิ๋งอิ๋งเสนอว่าการสืบข่าวที่เร็วที่สุดก็คือการสอบถามจากสตรีที่กว้างขวาง
“สตรีที่กว้างขวางคือผู้ใดหรือ?”
“สตรีที่คอยสอดส่องสนใจเื่ของทุกครัวเรือนน่ะสิ นางเป็คนชอบพูดชอบคุย ไม่ว่าเราจะถามถึงเื่บ้านใดนางก็จะรู้ลึกรู้จริง บอกได้ละเอียดลออยิ่งกว่าคนในครอบครัวนั้นเสียอีก”
“อ้อ! สตรีปากมากนั่นเอง” จงกว้านซีอมยิ้ม “แม่นางหว่านคิดได้ดีนัก เช่นนั้น พวกเราก็รีบไปตามหานางกันเถอะ”
หลิวเฉิงเห็นหว่านอิ๋งอิ๋งยิ้มกว้างรับคำชมจากอาจารย์หนุ่มก็เม้มปากทำตาขวางเล็กน้อย ไห่ฮ่าวที่คอยสังเกตก็อดจะยกกำปั้นขึ้นอุดปากตนเองที่กำลังจะหลุดหัวเราะออกมา
...หัวหน้าหลิว บุรุษอย่างท่านก็มีวันที่ถูกสตรีเมินเหมือนกันนะ...
หลังจากสอบถามสตรีผู้กว้างขวางไปถึงสามหมู่บ้านแล้วก็พบว่าฝ่ามืออัคคีไม่ได้ซ่อนอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้
“มีคนเห็นคนขี่ม้าสี่ห้าตัวตามกันไปที่ถนนฟากโน้นแน่ะ นั่นเป็ถนนที่ไม่ผ่านกลางหมู่บ้านนะ สามารถอ้อมไปได้เลย ข้าได้ยินพวกเขาพูดคุยกันเมื่อวันก่อน ไม่แน่ว่าอาจจะเป็คนที่พวกท่านตามหา”
“มีคนที่ดูเหมือนท่านหมอวัยกลางคนหรือไม่เ้าคะ?”
“เห็นว่ามีผู้าุโอยู่คนหนึ่ง ไว้เคราสีขาวด้วย”
“ใช่แล้ว นั่นล่ะท่านหมอเหยาที่พวกเราตามหา” หลิวเฉิงร้องขึ้น เขารู้สึกที่ใจที่ตามมาถูกทาง
ระหว่างที่ควบม้าไปยังหมู่บ้านถัดไป หว่านอิ๋งอิ๋งได้ยินเสียงหวี้ดดังมาแต่ไกล นางเงยหน้าขึ้นบนฟ้า เหยี่ยวตัวหนึ่งโฉบผ่านไป จงกว้านซีขมวดคิ้ว สถานการณ์เช่นนี้ช่างคุ้นเคยนัก
“นั่นใช่เ้าสายฟ้าหรือไม่?”
“ใช่เ้าค่ะ คุณหนูเคยบอกว่าเ้าสายฟ้าจะบินต่ำเหมือนการลาดตระเวน อาจารย์จงท่านดูนั่น มันโฉบลงใกล้หลังคาเรือน คล้ายกำลังตรวจการณ์”
“เหตุใดมันจึงอยู่แถวนี้?”
“เมื่อเช้าคุณหนูบอกว่า หากเจอเ้าสายฟ้าอยู่ละแวกใดให้ตามไปดู หรือว่าอาจารย์ใหญ่หวังจะอยู่แถวนี้”
“ถ้าเช่นนั้นตามไปกัน มันบินตรงไปหมู่บ้านข้างหน้าแล้ว”
คนทั้งสี่รีบควบม้าตาม ครั้นไปถึงหมู่บ้านข้างหน้า เหยี่ยวตัวใหญ่ก็ยังคงบินวนกลับมาแล้วนำหน้าพวกเขาไปถนนออกนอกหมู่บ้าน คนทั้งสี่ไม่ลังเลที่จะตามมันไป...มันก็คือเ้าสายฟ้าอย่างแน่นอน
“มีเรือนใหญ่อยู่ข้างหน้า น่าจะเป็เรือนหลังนั้น” หัวหน้าองครักษ์หลิวที่ควบม้านำหน้าเร่งฝีเท้าม้าขึ้นอีกด้วยความร้อนใจ
“บุรุษชุดขาวอยู่บนหลังคาเรือนนั่น ใช่อาจารย์หวังหรือไม่?” หว่านอิ๋งอิ๋งมองเห็นจากระยะไกลก็พลันตื่นเต้น
จงกว้านซีที่มองตามก็รีบร้องรับว่าใช่ ครั้นพวกเขาไปถึงหน้ารั้วขนาดใหญ่ก็เห็นองครักษ์อีกสองคนที่ถูกแยกกลุ่มให้ไปติดตามอาจารย์ใหญ่หวังรออยู่หน้าประตู
“ยังเข้าไปไม่ได้นะขอรับ อาจารย์ใหญ่หวังสั่งว่าให้ท่านจัดการกับฝ่ามืออัคคีสองพ่อลูกเสียก่อน พวกเราจึงเข้าไปได้” องครักษ์ผู้หนึ่งรีบรายงานหลิวเฉิง
“แล้วผู้ติดตามของเอี้ยอี้หลงเล่า?”
“ข้างในดูเหมือนจะเหลือเพียงฝ่ามืออัคคีนรกเอี้ยอวี้เซวียนผู้เดียว?”
“มันคือผู้ใด?”
“บิดาของฝ่ามืออัคคีเอี้ยอี้หลงขอรับ ส่วนเอี้ยอี้หลงมีคนพาหนีไปแล้ว ข้าน้อยไม่กล้าทำเกินคำสั่งจึงได้เฝ้าหน้าประตู”
จงกว้านซีร้อนใจ เขาอยากเข้าไปช่วยสหายและอาจารย์ใหญ่หวัง
“อาจารย์จง หากว่านี่เป็คำสั่งของอาจารย์ใหญ่หวัง ท่านก็คงจะมีเหตุผล พวกเรารอข้างนอกก่อน รอให้พวกเขาร้องเรียกค่อยเข้าไปดีกว่า”
ทุกคนยืนรออยู่หน้าประตูต่างพากันกระสับกระส่าย พวกเขาอยากรู้ว่าข้างในเกิดเหตุการณ์ใดกันแน่?
“พวกเ้าที่อยู่ข้างนอก เข้ามาได้แล้ว!” เสียงร้องของคนผู้หนึ่งดังขึ้นแว่วๆ จากด้านใน
คนทั้งหกจึงรีบผลักประตูเข้าไปข้างใน ยามนั้นสิ่งที่พวกเขาได้เห็นก็คือ เปลวเพลิงจากฝ่ามือของอัคคีนรกกำลังถูกอาจารย์ใหญ่หวังใช้กระบี่เมฆาพิฆาตผลักเข้าใกล้
คุณหนูสี่สกุลชิงที่ยืนอยู่ด้านข้างการต่อสู้ ควักเอาอาวุธลับสี่แฉกจากสาบเสื้อของนางออกมาขว้างถูกต้นขาของฝ่ามืออัคคีนรกผู้พ่ออย่างแม่นยำ คนผู้นั้นจึงอาศัยจังหวะที่อาจารย์ใหญ่หวังเผลอผลักด้วยเปลวเพลิงอย่างแรงแล้วหลบหนีไป
จงกว้านซีรีบเข้าไปพยุงไต้เส้าจวินที่สกัดการไหลของเืด้วยพลังประหลาดแต่เมื่อการต่อสู้จบลง าแทั้งหลายในตัวเขาก็มีเืไหลจนน่ากลัว อาจารย์ใหญ่หวังก็แทบพยุงร่างเอาไว้ไม่ให้ หวังฮูหยินที่สวมชุดบุรุษมาช่วยต่อสู้ก็าเ็ภายใน แม้แต่ตัวชิงเว่ยเว่ยเองก็สิ้นเรี่ยวแรงจนหว่านอิ๋งอิ๋งต้องเข้าพยุงพาไปนั่งพักในห้อง
องครักษ์หญิงหว่านอิ๋งอิ๋งรีบวิ่งไปหากล่องยาออกมาให้คนทั้งสี่ ระหว่างนั้นนางได้ยินเสียงคนร้องออกมาจากเรือนเล็กคล้ายเสียงคนแก่
“แม่นาง! ช่วยข้าที ข้าถูกจับมาขัง”
ครั้นเข้าไปใกล้จึงเห็นว่าเป็ท่านหมอเฟิง หมอรักษากระดูกที่ถูกลักพาตัว นางจึงรีบพังประตูเข้าไปช่วย
“ดีจริงท่านหมอเหยา ตอนนี้คนที่บุกเข้ามาช่วยท่านทั้งสี่คนได้รับาเ็ โปรดไปช่วยรักษาพวกเขาด้วยเถิด แล้วข้าจะให้คนส่งท่านกลับ”
“ได้สิๆ นำทางข้าไปเลย” หมอวัยกลางคนดีใจยิ่งนัก “เ้าไม่รู้หรอกว่าข้าอกสั่นขวัญแขวนเพียงใด เมื่อเช้าได้ยินพวกมันพูดกันว่าหากนายท่านกับคุณชายของพวกมันหายดีแล้ว จะฆ่าข้าทิ้งเสีย”
“ท่านไม่ต้องห่วง ยามนี้พวกมันพ่ายแพ้หนีกระเจิงไปแล้ว” หว่านอิ๋งอิ๋งเดินนำท่านหมอเฟิงเข้าไปในเรือน
หวังฮูหยินเห็นหมอวัยกลางคนก็ดีใจ นางรีบขยับเก้าอี้ให้เขารีบนั่งลงตรวจอาการสามี ส่วนตนเองก็ถอยไปนั่งที่เก้าอี้ด้านหลัง
หว่านอิ๋งอิ๋งเริ่มคิดเื่อาหารเพราะคงต้องพักอยู่ในเรือนลับของสกุลเอี้ยนี้จนกว่าอาจารย์ใหญ่หวังกับอาจารย์ไต้จะดีขึ้น อาหารที่นางกับจงกว้านซีหาซื้อมาพอแค่สำหรับคนสี่คน ดีที่ชิงเว่ยเว่ยบอกว่าในครัวของเรือนนี้มีอาหารแห้งอยู่มาก
“ข้าขโมยอาหารมาส่วนหนึ่งซ่อนไว้กับสัมภาระของอาจารย์ไต้ที่พุ่มไม้โน่น ทีแรกคิดว่าอาจจะได้ซุ่มดูพวกเขาสักสองวัน ไม่คิดว่าพอเห็นตัวคนก็จะได้ต่อสู้จนแตกหัก”
“คุณหนู เดี๋ยวข้าไปดูที่ครัวก่อนเ้าค่ะ หากว่ามีข้าวสารและวัตถุดิบก็จะได้ทำอาหารให้พวกท่านรับประทาน”
***********************
ไรเตอร์แนะนำ...นิยายเซ็ท https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE3OTAxNyI7fQ 
