ในที่สุดก็ถึงวันประมูล
โรงประมูลจันทร์เสี้ยวมีผู้คนมากมายมารวมตัวกัน ทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนทราบข่าวเื่ที่โรงประมูลจะเอาโอสถไร้ตำหนิออกมาประมูลขายสร้างเสียงฮือฮาไปทั่วเมือง
"คนจากตระกูลลู่มานั่นแล้ว" ใครไม่รู้โพล่งขึ้นมา
ทุกผู้คนหันมองไปทางเดียวกัน
ปรากฏชายวัยกลางคนร่างกำยำซึ่งเป็ผู้นำตระกูลลู่เดินนำกลุ่มคนมา ท่าทีองอาจน่าเกรงขาม เขามีนามว่า 'ลู่หานเหิน' ที่ด้านหลังยังตามมาด้วยเหล่าผู้าุโของตระกูลอีกสองสามคน
แม้ลู่หานเหินจะไม่ได้ปลดปล่อยพลังของตัวเองออกมาแต่เพียงแค่กลิ่นอายของเขาก็สามารถทำให้ผู้คนโดยรอบ ถึงกับพากันก้าวถอยหลังไปด้วยความหวั่นเกรง
"นี่หรือแรงกดดันของผู้ฝึกปราณระดับปราณปฐี ช่างเหนือชั้นยิ่งนัก"
เหล่าผู้คนล้วนสีหน้าแปรเปลี่ยนไป
แต่ไม่นานก็มีเสียงคนดังขึ้นอีกครั้ง "นั่นตระกูลชินมานั่นแล้ว"
สิ้นเสียงกล่าวของชายคนหนึ่ง วิหคั์สีแดงเพลิงบนฟากฟ้าก็โผบินลงมาท่ามกลางฝูงชนบนหลังของนกั์ตัวนั้นปรากฏบุรุษหนุ่มใบหน้าหล่อเหลายืนอยู่ รอยยิ้มมีเสน่ห์ประดับบนใบหน้า เขาสวมชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ตัดกับวิหคั์สีแดงเพลิงที่ใต้ฝ่าเท้าทำให้ชายหนุ่มยิ่งดู โดดเด่นสะดุดตา พลางกวาดตามองฝูงชนเบื้องล่างอย่างถือดี คล้ายไม่เห็นใครอยู่ในสายตาขณะเดียวกันก็โอบไหล่สตรีงดงามสองคนไว้ข้างกาย ดูไปคล้ายคุณชายเ้าสำราญ
ผู้คนที่มองดูต่างประหลาดใจ คิดไม่ถึงนายน้อย 'ชินหรูอี้'แห่งตระกูลชินจะมาปรากฏตัวที่นี่ แสดงว่าตระกูลชินเองก็ให้ความสนโอสถไร้ตำหนิด้วยเช่นกัน
ชินหรู้อี้ไม่สนใจสายตาผู้คนที่มองมาที่ตัวเองพอดียามนั้นเหลือบสายตาไปเห็นผู้นำตระกูลลู่ ลู่หานเหินจึงจงใจกล่าวเสียงดังให้อีกฝ่ายได้ยิน "โอ้ นั่นมันพ่อตาข้ามิใช่หรือ?"
ลู่หานเหินเดิมทีก็ไม่ได้ใส่ใจว่าใครหน้าไหนมันจะมา แต่เมื่อได้ยินคำว่า 'พ่อตา' ที่คุ้นหูจากปากของชินหรูอี้ เท้าซ้ายที่เกือบจะก้าวข้ามเข้าประตูโรงประมูลไปอยู่รอมร่อก็ต้องพลันหยุดชะงัก ในใจคับแค้นแน่นอกหันขวับถลึงตามองไปยังชายหนุ่มที่ยืนอยู่บนหลังของวิหคเพลิง ตวาดด้วยโทสะว่า "ใครเป็พ่อตาเ้า รนหาที่ตายสินะไอ้เด็กเมื่อวานซืน!"
ชินหรูอี้นายน้อยแห่งตระกูลชิน ยิ้มอย่างไม่ใส่ใจกับท่าทีของอีกฝ่าย"ท่านพ่อตาอย่าเพิ่งมีโทสะไป..ว่าแต่วันนี้ลู่เหยียนของข้าไม่มาด้วยงั้นรึน่าเสียดายจริง.. ข้าไม่ได้เจอหน้าว่าที่ภรรยาเสียนานเห็นทีคงต้องไปเยี่ยมเยือนบ้างเสียแล้ว"
ลู่หานเหินโกรธจนควันออกหู "ไปเยี่ยมในนรกเถอะไอ้เด็กสารเลว!"
ขณะจะพุ่งกายออกไป สั่งสอนเด็กสารเลวนั่นสักหมัดพลันมือชรามือหนึ่งก็เอื้อมมาจับไหล่ของเขาไว้ พลังอันแข็งแกร่งสามารถยับยั้งการเคลื่อนไหวของลู่หานเหินได้อย่างง่ายดายปรากฏเสียงชราที่แฝงพลังลมปราณว่า
"อย่าเพิ่งใจร้อนไปหานเหิน เ้าเป็ถึงผู้นำตระกูลลู่แต่กลับถูกยั่วยุเพียงเพราะเด็กน้อยไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเช่นนี้งั้นรึ? อย่าทำให้พวกข้าต้องขายหน้า"
ลู่หานเหินได้ยินดังนั้นจึงหันมองคนด้านข้าง เห็นว่าเป็ชายชราซึ่งเป็ผู้าุโของตระกูลจึงคลี่คลายอารมณ์โทสะของตนลง
ชินหรูอี้ฉีกยิ้มพลางยักไหล่ ไม่สนใจอีกฝ่ายอีก
แต่ทันใดนั้น ก็มีสุ้มเสียงหัวเราะแว่วดังมาแต่ไกล
"ฮ่าๆ คิดไม่ถึงจริงๆว่าข้าจะได้เจอกับคนระดับสูงของสี่ตระกูลใหญ่พร้อมกันเช่นนี้ช่างบังเอิญ..ช่างบังเอิญ"
มีกลุ่มคนกลุ่มใหม่เดินแหวกผ่านฝูงชนเข้ามานำหน้ามาด้วยชายชราและชายวัยกลางคนที่เหลือด้านหลังล้วนแต่เป็ผู้าุโอายุสูงวัย
"นั่นผู้าุโสูงสุดของตระกูลเหอ และผู้นำตระกูลเหอ!"
ผู้คนต่างมีสีหน้าใ สามในสี่ตัวแทนของตระกูลใหญ่ปรากฏตัวที่นี่แล้ว!
ชายชรานามว่า 'เหอเหลียง' ซึ่งก็คือผู้าุโสูงสุดของตระกูลเหอเดินนำกลุ่มคนเข้ามา ข้างหลังเป็ชายวัยกลางคนสีหน้าสุขุมราบเรียบซึ่งก็คือผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน 'เหอไห่หยุน' และผู้าุโอีกหลายคนที่ตามมาด้านหลัง ล้วนแต่เป็คนของตระกูลเหอทั้งสิ้น
"โอ้ ผู้าุโเหลียงก็มาด้วยงั้นรึ? ผู้น้อยขอคารวะ"
ชินหรูอี้โค้งกายคำนับอีกฝ่ายบนหลังของวิหค ดูไปไม่ได้เคารพอย่างที่ปากพูด
ชายชราเหอเหลียงแม้นไม่พอใจนัก แต่ก็ยังคงยิ้มแสดงความเป็มิตรเช่นเดิม "ไม่ต้องมากพิธีเด็กน้อย"ก่อนเขาจะเหลือบมองไปยังหญิงชราคนหนึ่งท่ามกลางฝูงชน แลดูก็ธรรมดาสามัญไม่โดดเด่นอะไรแต่ทว่าเหอเหลียงกลับมองอีกฝ่ายอย่างทะลุปรุโปร่ง เขายิ้มแล้วเอ่ยขึ้นว่า"ดูสิ นั่นมือขวาของนังหนูจื่อหลิงไม่ใช่รึ? ข้าก็นึกว่านางไม่สนใจโลกภายนอกแล้วเสียอีกลมอะไรหอบเ้ามาถึงที่นี่กัน"
หญิงชราคนนั้นตวัดสายตามองเหอเหลียงอย่างเ็า พริบตานั้น ภาพของหญิงชราก็พลันเปลี่ยนไปราวกับภาพลวงตา ไม่นานก็ค่อยๆปรากฏเป็ร่างของหญิงสาวผู้หนึ่ง แม้นสีหน้าจะเ็าไร้ความรู้สึกแต่ก็ไม่อาจบดบังความงดงามราวกับเทพธิดาน้ำแข็งของนางได้
หญิงสาวจ้องมองเหอเหลียงอย่างไม่ลดละ ก่อนจะแค่นเสียงอย่างเ็า "เหอะ นายของข้าเป็อย่างไร แล้วมันเกี่ยวอะไรกับตาแก่ใกล้ตายอย่างเ้ากัน?"
พอหญิงชราเผยร่างที่แท้จริง ทุกคนพลันตกตะลึง
"นั่นมันท่านซื่อเฟิง มือขวาของเทพธิดาจื่อหลิง!"
ผู้นำตระกูลหวังอย่างหวัง จื่อหลิง เรียกได้ว่านางเป็สตรีหนึ่งเดียวในเมืองที่มีสถานะเป็ผู้นำตระกูลซ้ำความงดงามของนางก็ขึ้นชื่อว่าเป็อันดับหนึ่งไม่มีใครในเมืองกุ้ยฮวาเทียบความงดงามกับนางได้จึงไม่แปลกหากว่าคนจากตระกูลหวังมายืนอยู่ที่นี่ ผู้คนจะให้ความสนใจมากเป็พิเศษ
"์ ทั้งสี่ตระกูลใหญ่มารวมตัวกันที่นี่หมดเลย!"
ขณะที่ผู้คนยังคงฮือฮาที่เห็นเหล่าคนระดับสูงของตระกูลใหญ่มารวมตัวกัน ไม่ทันไรก็พลันปรากฏบุคคลที่ต้องทำให้ผู้คนประหลาดใจยิ่งกว่า
"นะ..นั่นท่านจ้าวเมือง!"
"ท่านเ้าเมืองมานั่นแล้ว!"
"นะ..นั่น ดูข้างหลังนั่นสิ นั่นท่านเ้าสำนักโอสถทิพย์!"
"นางก็มาด้วยงั้นรึ!?"
"์! บ้าไปแล้ว!"
ฝูงชนส่งเสียงด้วยความตื่นเต้น
เมืองกุ้ยฮวามีท่านเ้าเมือง นามว่า 'ิเหริน'
เป็ชายชราหนวดเคราขาว สวมชุดคลุมสีทองลวดลายบุปผาอันประณีตที่ด้านหลังแสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ของผู้นำแห่งเมืองกุ้ยฮวา แต่ที่ทำให้ผู้คนเอ่ยนามนี้ทีไรก็ต้องเลื่อมใสเคารพนั่นเป็เพราะชายชราผู้นี้นับเป็ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดแล้วในเมืองกุ้ยฮวาเขาสามารถโบยบินบนท้องฟ้าได้โดยไม่ต้องพึ่งพาวิหคั์หรือกระบี่บิน
ซึ่งผู้ฝึกปราณที่สามารถโบยบินบนท้องฟ้าได้อย่างอิสระเช่นนี้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะต้องเป็ผู้ฝึกปราณระดับปราณล่องลอยอย่างแน่นอน!
ชายชราิเหรินเหาะเหินอยู่ท่ามกลางอากาศ ก่อนจะค่อยๆร่อนลงมาเบื้องล่างพร้อมกับรอยยิ้มเป็มิตร ยามเมื่อมองฝูงชนโดยรอบ
เซี่ยจินเย่ เ้าสำนักโอสถทิพย์ที่ตามมาก็ไม่ธรรมดาเช่นกันนางยืนอยู่บนศีรษะของงูั์สีเขียวซึ่งเป็สัตว์อสูรผู้พิทักษ์ของสำนักโอสถทิพย์มันสามารถเรียกความพรั่นพรึงและเลื่อมใสให้แก่ผู้คนได้ไม่น้อยทีเดียว
"นั่นงูผู้พิทักษ์งั้นรึ?"
"ดูจากที่ท่านเซี่ยจินเย่ยืนอยู่บนหัวของมันได้เช่นนี้นี้ ไม่ผิดแน่ นั่นก็คืออสรพิษผู้พิทักษ์แห่งสำนักโอสถทิพย์!"
"ช่างใหญ่โตแล้วก็น่ากลัวจริงๆ ข้าก็เพิ่งเคยเจอเป็ครั้งแรกนี่แหละ"
พอมาถึงด้านหน้าของโรงประมูลเซี่ยจินเย่ก็ผสานมือทำความเคารพชายชราิเหริน ผู้มีศักดิ์เป็เ้าผู้ปกครองเมืองอย่างนอบน้อม"คารวะท่านเ้าเมือง"
แม้นางจะเป็เ้าสำนักโอสถทิพย์แต่สถานะของนางก็ต่ำกว่าชายชราที่เป็เ้าเมือง อย่าว่าแต่ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายที่มีมากกว่านางไม่แปลกที่นางจะให้การเคารพต่ออีกฝ่าย
พอท่านเ้าเมืองปรากฏตัว ผู้คนที่อยู่โดยรอบเองก็ผสานมือคารวะพร้อมเพรียง แม้แต่เหล่าผู้นำตระกูลใหญ่ก็ไม่เว้น
เมื่ออยู่ต่อหน้าชายชราผู้นี้ พวกเขาไหนเลยจะกล้าไม่เกรงใจ
ท่านเ้าเมืองโบกมือพลางกล่าวด้วยรอยยิ้ม "พวกเ้าไม่ต้องมากพิธี เข้าไปข้างในก่อนเถอะ"
"ท่านเ้าเมืองก็สนใจโอสถไร้ตำหนิหรือขอรับ"เหอเหลียงกล่าวกลั้วหัวเราะ
ความจริงแล้วทั้งเหอเหลียงและเ้าเมืองิเหริน ทั้งสองเป็สหายกัน แม้สถานะและความแข็งแกร่งจะต่างกัน แต่ว่าความเป็สหายยังคงอยู่เหมือนเดิม
ท่าเ้าเมืองกล่าวตอบด้วยรอยยิ้มว่า "จะว่าอย่างนั้นก็ไม่ผิดข้าเองเกิดมาก็ยังไม่เคยเห็นโอสถไร้ตำหนิมาก่อน จึงอยากลองมาดูกับตาสักครั้งหวังว่าจะไม่ผิดหวัง"
จากนั้นเหลือบมองไปด้านหลัง กล่าวถามกับเซี่ยจินเย่ "แล้วท่านผู้าุโหยุนปิงเป็เล่า ข้าก็นึกว่าเขาจะมาด้วยกับเ้าเสียอีก"
เซี่ยจินเย่กล่าวตอบ "ตอนนี้ท่านอาจารย์ไม่ได้อยู่ที่สำนักเ้าค่ะท่านเดินทางไปยังเมืองจักรพรรดิ กว่าจะกลับก็อีกหลายวัน"
"เมืองหลวงงั้นรึ" ท่านเ้าเมืองพยักหน้าเข้าใจและไม่ได้ถามต่อ
จากนั้นคนทั้งหมดก็เดินเข้าสู่โรงประมูลนำโดยท่านเ้าเมืองและเ้าสำนักโอสถทิพย์เซี่ยจินเย่ตามมาด้วยเหล่าคนระดับสูงจากตระกูลใหญ่และคนมีฐานะมั่งคั่งมากมายที่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วม หลั่งไหลเข้าโรงประมูลไป