“วาว นี่มันสุดยอดไปเลยว่ะตงฟาง”
ลู่จิวอ้าปากกว้างกับบ้านเมืองในเมืองหลงไห่ มองไปด้านซ้ายเห็นตึกสูงใหญ่ดูทนทานหลายร้อยหลังตั้งตระหง่าน มองไปทางขวาทุกอย่างล้วนแล้วคล้ายกัน บนถนนทอดยาวเข้าสู่ใจกลางเมืองนั้น ถูกปูด้วยอิฐคุณภาพดีจนรถม้าแทบไม่ได้รับแรงะเื
ขณะรถม้าค่อยๆวิ่งไปเรื่อยๆนี้ พวกเขาทั้งสองล้วนมองจ้องทุกๆอย่างที่เดินทางผ่าน กระถางต้นไม้ เสาไฟ ทุกๆอย่างล้วนดูแปลกตาต่างจากหมู่บ้านไม้เขียวของพวกเขามาก หนำซ้ำพลังงานที่ใช้ยังได้จากแกนพลังิญญา ไม่ได้ใช้งานเชื้อเพลิงจากยางไม้เหมือนพวกเขา
“ดูนั่นสิตงฟาง”
สายตาของตงฟางมองจ้องไปยังใจกลางเมือง สิ่งที่เขาพบเจอคือโบสถ์ทรงกลมหลังใหญ่ มันเป็สิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่สุดภายในเมือง ตึกที่เขามองเห็นล้วนเล็กไปในทันทีเมื่อเทียบกับโบสถ์สีขาวตรงหน้าพวกเขา
“เราจะเริ่มจากตรงไหนก่อน” ลู่จิวถามด้วยความสงสัย การเข้ามาในเมืองหลงไห่พวกเขาไม่มีข้อมูลอะไรเลย สำหรับตงฟางเขางุนงงไม่ต่างกัน
“เราต้องหาข้อมูลก่อนเป็อันดับแรก”
“แล้วจะหาจากไหนล่ะ”
“มันต้องมีสถานที่รวบรวมผู้คนเอาไว้ด้วยกัน ทางที่ดีเราขับรถม้าไปเรื่อยๆก่อน การเดินรอบๆเมืองหลงไห่ไม่น่าจะเป็ทางออกที่ดี”
ตงฟางค่อยๆควบรถม้าวิ่งไปช้าๆ หากเขาวิ่งเร็วเกินไปมันจะต้องมีอุบัติเหตุแล้วจะต้องมีปัญหาตามมา
ระหว่างขับรถม้าไปเรื่อยๆ พวกเขาพบเจอเข้ากับผู้คนมากมายเดินอยู่สองข้างทาง ทุกคนล้วนแล้วเป็ผู้ใช้จิติญญากันทั้งนั้น
“เฮ่ยตงฟาง ดูนั่น ไอ้เด็กคนนั้นมันดูเด็กกว่าเรา ทำไมมันถึงเป็ระดับััิญญาขั้น 1 ได้วะ”
ตงฟางมองจ้องไปยังตำแหน่งที่ลู่จิวชี้ ไม่ใช่เพียงเท่านั้นเขายังพบเด็กอีกหลายคนดูแข็งแกร่งกว่าเด็กในหมู่บ้านเป็อย่างมาก จากการสังเกตเขาพบว่าเด็กเหล่านี้ล้วนถูกชำระล้างกันทั้งหมด จึงย่นคิ้ววิเคราะห์สิ่งที่เห็น
“ดูเหมือนเมืองหลงไห่จะชำระล้างให้เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี หมู่บ้านเราชำระล้างตอน 15 ปีน่าจะเป็เพราะไม่มีเงินและทรัพยากรเหมือนผู้คนในเมืองหลงไห่”
“แต่ก็แปลกนะ ทำไมผู้คนเหมือนจะมากเกินไป จนดูอึดอัดยังไงไม่รู้”
“น่าจะเพราะมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น นี่ลู่จิวไปดูป้ายประกาศตรงนั้นให้หน่อย”
รถม้าจอดข้างถนนให้ลู่จิวได้วิ่งไปดูป้ายประกาศ สำหรับการอ่านเขียนเด็กทุกคนในหมู่บ้านถูกสอนมาเช่นกัน ทำให้พวกเขาไม่มีปัญหาในการสื่อสาร
ตงฟางที่ส่งลู่จิวไปอ่านใบประกาศต่างๆที่ติดเต็มไปด้วยกระดาษ เขาได้ใช้หูทิพย์กวาดผ่านไปรอบๆจนคลุมระยะ 1 กิโลเมตรแล้วค่อยๆแยกบทสนทนาที่เขาได้ยินออกจากกัน ตอนนี้สิ่งที่เขา้าคือข้อมูล
เขาอยากรู้ว่า่นี้เมืองหลงไห่เกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ทำไมผู้คนถึงดูเยอะเป็พิเศษ หากวัดขนาดบ้านเรือนและผู้คนแล้ว ดูเหมือนว่าผู้คนจะมีเยอะกว่าบ้านเรือนที่สามารถรองรับได้ มันจะต้องมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
“ตงฟาง ตงฟาง ได้ข้อมูลมาแล้ว”
“ได้อะไรมา”
“คืองี้ ในใบประกาศส่วนมากเป็ใบประกาศจับ แต่มันก็มีการประกาศที่น่าสนใจอยู่หนึ่งอย่างและกำลังจะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ด้วย เป็โชคดีของเราจริงๆที่มาทัน”
“ประกาศอะไรอย่างนั้นเหรอ” ตงฟางพอจะรู้แล้วแต่เพื่อการยืนยันเขาจึงถามลู่จิว
“อีก 3 วันจะมีการเปิดทดสอบเข้าเรียนสถาบันทั้ง 4 ตอนนี้ล่ะได้เวลาแล้วที่เราจะเดินตามความฝัน”
“อีก 3วัน งั้นเราก็หาสถานที่พักกัน”
ตงฟางขับรถม้าไปช้าๆเช่นเดิม ตอนนี้เขาพอจะรู้ทิศทางบ้างแล้วจากหูทิพย์ที่แอบฟังผู้คนคุยกัน แล้วบทสนทนาส่วนมาก ล้วนเล่าเกี่ยวกับบททดสอบของสถาบันทั้ง 4 ที่จะเกิดขึ้นในอีก 3 วันต่อจากนี้
ไม่เพียงแค่แอบฟังผู้คนคุยกันเท่านั้น ตงฟางยังแอบสำรวจผู้คนที่ถือดาบและกระบี่ รวมไปถึงอาวุธต่างๆ บางคนถือพัด บางคนพกแผ่นกระดาษ เขาจำเป็ต้องตรวจสอบเพื่อหาค่าเฉลี่ยของพลังว่ากลุ่มคนที่คิดจะเข้าสถาบันล้วนแล้วอยู่ระดับใด
“วาว ใหญ่มากๆ ขนาดสวนสาธารณะยังมีพื้นที่เท่าหมู่บ้านเราเลย”
ลู่จิวกวาดตามองรอบๆใจกลางเมืองที่ถูกสร้างให้เป็สวนสาธารณะเต็มไปด้วยดอกไม้และทางเดินวกไปวนมาให้ได้เดินเที่ยวเล่น ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยผู้คนอัดแน่นไม่เหมาะแก่การพักผ่อน
“ไปกันเถอะ เรายังมีสิ่งที่ต้องทำ”
ตงฟางมองจ้องพระอาทิตย์ที่ใกล้จะตกดิน เขาจำเป็ต้องหาห้องพักก่อน การนอนในรถม้าไม่ใช่เื่ดี เขาไม่อยากคุยกับทหารของเมือง จึงจำเป็ต้องเข้าพักในตึก แล้วเขาก็ไม่คิดจะนอนบนรถม้าด้วย เนื่องจากรถม้าเขาปล้นมา หากลุงต้วนอี้ตามมาเจออาจก่อให้เกิดปัญหา ตงฟางจึงต้องขายมัน แล้วสถานที่เขา้าขายก็ดักฟังได้แล้ว
“ที่นี่ที่ไหน เราจะทำอะไร มันไม่น่าจะมีห้องพักให้เรานะ”
ลู่จิวมองตึกหลังใหญ่ด้านหน้ามีแสงสีแดงติดเอาไว้ชัดเจน
“โรงรับจำนำ ตอนนี้มันเป็สถานที่ดีสุดแล้วหากเราจะขายสิ่งที่ได้มา”
ตงฟางเดินเข้าไปในโรงรับจำนำ ทันใดนั้นพนักงานสวมชุดสีขาวได้เดินเข้ามาต้อนรับเขาเป็อย่างดี สำหรับลู่จิวที่ไม่เคยเข้าไปในสถานที่หรูหรามาก่อนนี้ จึงทำได้เพียงยืนสั่นพยายามก้าวเท้าตามหลังตงฟาง กลัวจะทำอะไรพังเสียหาย ทุกอย่างที่เขาเห็นไม่ว่าจะเป็แจกัน หม้อ ไหที่นำมาประดับตกแต่ง ทุกอย่างล้วนแล้วดูแพงจนเขาไม่มีปัญญาจ่าย
“ไม่ทราบว่าคุณชาย้าทำสิ่งใด” เสื้อผ้าที่สวมใส่ล้วนไม่ต่างจากคนในหมู่บ้านยากจน เป็ดั่งที่ตงฟางรู้มา ในโลกก่อนของเขาการเดินทางเข้าไปในโรงรับจำนำหรือสถานที่ใดก็ตาม หากเขามีจุดประสงค์เข้าไปทำการค้าขาย พนักงานจะต้อนรับเขาเป็อย่างดี แต่หลังจากการค้าขายเสร็จสิ้น หากเขาแต่งตัวดีพนักงานจะส่งเขาไปถึงหน้าประตูทางออก หากเสื้อผ้าหน้าผมของเขาหม่นหมองดูยากจน พนักงานจะไม่มองเขาแม้แต่หางตาหากทำการค้าเสร็จ
“เรามาขายรถม้าและของที่อยู่บนรถม้าทั้งหมด”
“คุณชาย้าขายทั้งหมดเลยเหรอ” พนักงานทำหน้าสงสัย
“ใช่ รีบหน่อยก็ดีเรายังต้องไปทำธุระอย่างอื่นต่อ”
พนักงานรีบเดินออกไปนอกโรงรับจำนำเพื่อเข้าตรวจสอบรถม้า พลางตรวจสอบสินค้าว่ามีอะไรบ้างที่ตงฟางอยากขาย ส่วนมากบนรถม้าที่เขาขโมยมาล้วนเป็อาวุธ มันน่าจะทำให้เขาอาศัยอยู่ในเมืองได้อีกหลายวันถ้าแลกเป็เงิน
“ทุกอย่างเป็เพียงแค่ของธรรมดา ให้ราคาชิ้นละ 1 หินิญญาเท่านั้น คุณชายคิดยังไง”
“เอาตามนั้น” ตงฟางตอบตกลงไปอย่างไม่ลังเล เงินที่เขาขโมยมาจากกลุ่มพ่อค้ามีราวๆ 2 พันหินิญญา หากรวมกับรถม้าพ่วงสัตว์อสูรรวมกับอาวุธบนรถ เขาคิดว่าคงจะอยู่ในเมืองหลงไห่ได้สบายๆสักระยะหนึ่ง
“รถม้าเราคิดที่ 50 หินิญญา ทั้งหมดคิดเป็เงิน 560 หินิญญา”
ตงฟางพยักหน้าด้วยความพอใจ พลางรับเงินจากพนักงานที่บรรจุใส่ถุงมาให้อย่างดี หลังจากได้เงินเขาจึงพาลู่จิวรีบหนีจากสถานที่แห่งนี้ กลัวจะมีปัญหาตามมา แม้ของที่ได้จะถูกกดราคาเขากลับไม่สน เพราะเขาขโมยมาอีกทอดหนึ่ง
“ตอนนี้มีเงินราว 2,560 หินิญญา”
“ฮะ เยอะขนาดนั้นเลยเหรอตงฟาง” ลู่จิวเบิกตากว้าง เขาไม่คิดว่าเพื่อนจะมีเงินมากมายขนาดนี้
“ใช่ มันคงจะมากพอให้เราพักในเมืองได้จนถึงวันทดสอบเข้าสถาบัน เอาล่ะ เดินตามมาเราต้องรีบหาห้องก่อน ตอนนี้มืดแล้วหากไม่รีบเราจะได้นอนข้างถนนแน่นอน”
ตงฟางรีบพาลู่จิวเดินด้วยความเร็วพลางใช้หูทิพย์ฟังเสียงต่างๆ ภายใต้เท้ากำลังก้าวเดินไปเรื่อยๆนั้น ลู่จิวก็ทำหน้าดีใจกับแสงสว่างภายในเมืองจากเสาไฟที่ปลดปล่อยแสงออกมา ภายในหมู่บ้านพวกเขาต้องใช้ตะเกียงน้ำมัน แสงสว่างที่ให้นั้นน้อยมากๆ
แต่เสาไฟในเมืองหลงไห่กลับให้แสงสีขาวสว่าง จนทำให้ความมืดในตอนกลางคืนไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป ผู้คนมากมายที่ต้องกลับเข้าไปในบ้าน่เย็นล้วนแล้วเดินขวักไขว่ไปมาตามท้องถนน เป็บรรยากาศที่ต่างจากหมู่บ้านของพวกเขาไม่น้อย
[หอแสงโรม]
“เราจะพักที่นี่กันเหรอ”
“ใช่ แต่อย่าพึ่งดีใจเข้าไปถามก่อน” ตงฟางพาลู่จิวเดินเข้าไปในตึกหลังใหญ่ติดป้ายบอกชื่อเอาไว้ว่าหอแสงโรม ทันใดนั้นพนักงานก็รีบวิ่งหน้าตั้งมาหาพวกเขาพร้อมกับกล่าวคำพูดที่ทำให้ลู่จิวใ
“คุณชาย ต้องขออภัย หอแสงโรมของเราเต็มทุกห้อง ไม่มีห้องว่างเลยสักห้องเดียว”
“มีที่อื่นแนะนำไหม” จากประสบการณ์ตงฟางจึงถาม หากหอแสงโรมมีเครือข่ายพวกเขาจะต้องแนะนำแน่นอน
“ไม่น่าจะมีแล้วคุณชาย ตอนนี้พวกท่านน่าจะมาช้าเกินไป”
“หมายความว่ายังไง”
“่นี้เข้าใกล้่ทดสอบเข้า 4 สถาบันใหญ่เมืองหลงไห่ ใครๆต่างเดินทางเข้ามามากมาย บ้างเข้ามาค้าขาย บ้างเข้ามาทดสอบ ทำให้ห้องพักภายในเมืองถูกจองเต็มั้แ่ 10 วันก่อนแล้ว ตอนนี้ไม่น่าจะมีห้องว่างเหลืออยู่ แต่ก็ไม่แน่ อาจจะมีกลุ่มคนเดินทางกลับก็ได้”
“ขอบคุณ ไว้จะมาใหม่”
ตงฟางเดินจากไปอย่างรวดเร็ว คำพูดของพนักงานทำให้เขารู้สึกหัวใจเต้นรัว หากเขาไม่รีบขายรถม้ามันอาจจะเป็สิ่งดีก็ได้ แต่ตอนนี้ขายไปแล้วหากจะซื้อกลับคงได้ราคาที่แพงกว่าเดิมหลายเท่า
“ตงฟาง พนักงานบอกว่าห้องพักน่าจะถูกจองหมดแล้ว เราจะมีโอกาสไหม”
“ไม่รู้ เดินก่อน วันนี้ถ้าไม่ได้เราต้องนอนตากหมอกแน่นอน”
“เฮ่ย ไม่เอานะ อย่างน้อยๆมีเต้นท์สักหลังก็ยังดี”
ลู่จิวรีบวิ่งตามตงฟาง ทันใดนั้นหอพักที่สองก็มีพนักงานปฎิเสธพวกเขาเช่นเดิม ตงฟางจึงพาลู่จิวเดินต่อไปอีกนิดจนพบเข้ากับหอพักใหม่ ทันใดนั้นสิ่งที่พวกเขาคาดการณ์เอาไว้ก็เกิดขึ้นเช่นเดิม เมื่อห้องพักทั้งหมดจองเต็มแล้ว
“ไปเร็วตงฟาง เราจะนอนตากหมอกไม่ได้”
ลู่จิวเริ่มออกวิ่งนำหน้า พวกเขาจะต้องหาห้องพักให้ได้ ถึงอย่างนั้นความหวังของพวกเขาล้วนถูกทำลาย ไม่ว่าจะวิ่งไปยังตึกไหนพวกเขาล้วนถูกปฎิเสธทั้งหมด
“อาห์ อาห์ อาห์ เหนื่อยจริง นี่ก็เที่ยงคืนแล้ว ยังไม่มีที่ว่างให้เราเข้าพักเลย” ลู่จิวยืนพิงกำแพงด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า เขาวิ่งั้แ่หัวค่ำเพื่อหาห้องพัก กลับไม่มีห้องว่างให้เขาเลยสักห้องเดียว
จากการสอบถาม พวกเขารู้ว่ากลุ่มคนที่เดินทางมาเมืองหลงไห่ล้วนแล้วส่งคนมาจองห้องพักไว้หลายเดือนก่อน สำหรับกลุ่มคนที่ไม่สามารถจองและไม่สามารถหาห้องพัก พวกเขาทำได้เพียงแค่ออกไปนอกเมืองแล้วตั้งค่ายพักเท่านั้น
แม้ลู่จิวจะเสนอให้พวกเขาออกไปตั้งค่ายพักนอกเมืองเช่นเดียวกับหลายๆคนที่พลาดห้องพัก ตงฟางกลับคิดว่ามันอันตรายเกินไป รอบๆเมืองหลงไห่ล้วนเต็มไปด้วยสัตว์อสูร เขาจึงไม่อยากเสี่ยง แล้วการมีผู้คนมากมายตั้งค่ายมันย่อมมีปัญหาตามมาด้วยเช่นกัน เขาจึงคิดว่านอนในเมืองน่าจะดีกว่า ทันใดนั้นประตูบ้านใกล้ๆกับจุดที่พวกเขายืนพักก็เปิดออกมา เผยให้เห็นหญิงสาวผมสีดำถือขวานฟันไม้ มองจ้องพวกเขาด้วยความสงสัย
“น้องชาย นี่มันก็ดึกมากแล้ว ทำไมไม่กลับเข้าที่พัก ”
“พี่สาวคนสวย พอดีเราหาห้องพักไม่ได้เลย หาั้แ่ค่ำก็ยังไม่เจอสักห้อง” ตงฟางรีบตอบออกไปด้วยรอยยิ้ม พลางทำสีหน้าเศร้าเสียใจ
“ หืม งั้นมาอยู่กับพี่สาวชั่วคราวก่อนไหม แต่ต้องทำงานแลกเปลี่ยนนะ”
“งานอะไรเหรอครับ” ลู่จิวเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น เขายินดีทำงานแลกห้องพักหากว่ามันไม่หนักเกินไป
“แค่ช่วยผ่าฟืน”
“ได้ครับ ไม่มีปัญหาผมผ่ามันมาั้แ่เด็กๆแล้ว” ลู่จิวตอบด้วยความเร็วพร้อมกับเบ่งกล้ามโชว์
“ถ้าอย่างนั้นก็เข้ามาก่อนเร็ว แล้วกินอะไรกันมาหรือยัง”
“ยังเลยครับพี่สาว”
“งั้นตามไปห้องครัวก่อน พี่สาวจะอุ่นอะไรให้กินเล็กน้อย พรุ่งนี้เช้าค่อยเริ่มทำงานกัน”