มุกนวลร่วงไปนอนที่พื้นใบหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวดส่วนปลายนภาก็พูดกับมุกนวลด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เอาล่ะมุกนวลพอๆฉันเป็นคนที่กังวลเรื่องนังอลินตาเองแหละไม่ใช่นายท่าน เธอก็อย่าพูดมากปากพล่อยอีกก็แล้วกัน”น้ำเสียงนิ่งๆ แต่ดูเชิดๆ เป็นข้อรับรองได้ว่านี่คือเสียงของปลายนภาตัวจริงแน่นอนและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น สำแดงได้ว่าปลายนภาได้ยอมให้อะไรบางอย่างใช้ร่างตนเพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณหรือเรียกว่ามันกำลังฟักตัวอยู่ในร่างของเธอนั่นเอง...!!
ปีศาจอสูรกายบางจำพวกนั้นเมื่อวิญญาณใกล้จะสลาย ก็ไม่ต่างอะไรจากสัตว์ทุกตนบนโลกที่จะต้องไปตามกรรมของตนและแน่นอนขึ้นชื่อว่าปีศาจมีหรือที่จะมีสุคติเป็นที่ไปพวกมันรู้ตัวดีว่าถ้าพวกมันสลายจากภพที่พวกมันอยู่มันก็จะต้องตกนรกไปตามยถากรรมที่ตนได้กระทำไว้
ในอดีตกาลช่วงหนึ่งพันกว่าปีที่ผ่านมาปีศาจอสูรกายจำพวกหนึ่งเคยเป็นเทพมาก่อนด้วยซ้ำแต่ด้วยมิจฉาทิฐิที่มีท่วมท้นกมลสันดาน จึงทำให้พวกมันมีความคิดที่คับแคบด้วยคิดว่าพวกมันสามารถที่จะครองโลก ครองสวรรค์ให้อยู่ใต้อำนาจของพวกมันได้แต่หารู้ไม่ว่าเทพ เทวดา และมนุษย์ ไม่ได้ต้องการตกอยู่ใต้อำนาจของใครเพราะทุกคนก็อยากมีอิสระเป็นของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น
โดยเฉพาะการอยู่ใต้อำนาจของปีศาจอันชั่วร้ายเป็นที่ไม่ต้องการยิ่งนักดังนั้นเหล่าเทพผู้มีปัญญาและพลังวิญญาณมหาศาลจึงไม่ยอมและเกิดการต่อต้านอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดสงครามในวงกว้างบนสวรรค์ เหล่าเทพเทวดาบางจำพวกถูกกลืนกินกายละเอียดบางจำพวกถูกฆ่าอย่างทารุณบางจำพวกก็ต้องหลีกหนีไปอยู่ขอบจักรวาลอันไกลโพ้นในขณะที่กลุ่มเทวดาเหล่านั้นกำลังจะพ่ายแพ้...
เดชะบุญ ที่ยังมีเทพกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นเทพผู้มีพลังกล้าแกร่งและศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญไม่เข้าพวกกับใครแต่ฝีมือการต่อสู้และผีมือการปราบปีศาจร้ายไร้เทียมทานยิ่งนักทุกฝ่ายต่างขนานนามว่าเทพสีน้ำเงิน เทพกลุ่มนี้รักสงบ มีปัญญาอันเฉียบแหลมและมักปฏิบัติธรรมอยู่บนสวรรค์เขตแดนสีน้ำเงินจึงทำให้บารมีแห่งมนตรามีความศักดิ์สิทธิ์สูงสุด เหล่าเทพกลุ่มนี้อาศัยอยู่ไกลออกไปในเทือกเขาที่หนาวเย็นไม่ขึ้นกับใครไม่ว่าฝ่ายปีศาจอสูรกาย หรือกระทั่งเทวดาฝ่ายไหน
เทพสีน้ำเงินได้เข้าห้ำหั่นกับพวกปีศาจอสูรกายจนมันพ่ายแพ้หลังจากเหล่าปีศาจอสูรกายดำถูกขจัดขับไล่ออกไป พวกมันก็ไปกบดานอยู่ในดินแดนแห่งหนึ่งนั่นก็คือแดนมนุษย์โลก และกบดานอยู่ที่นั่นนานแสนนานพวกมันรอเวลาการรวมร่างให้กลับมาเป็นปีศาจร้ายที่สมบูรณ์แบบอีกครั้ง
และระหว่างที่รอคอยนั้นพวกมันก็เสาะหากัดกินดวงวิญญาณและมนุษย์ที่อ่อนแอทั้งยังแฝงในร่างมนุษย์ให้เป็นพาหะรอวันฟื้นฟูพลังวิญญาณแล้วกลับรวมกันเป็นหนึ่งอีกครั้งและในครั้งนี้มันได้ส่งสารไปถึงกลุ่มเทพสีน้ำเงิน ว่ามันจะกินมนุษย์ทั้งโลกและพวกเหล่าเทพเทวดาต้องสยบแก่มัน
แน่นอนเทพสีน้ำเงินไม่มีวันยอม แต่มันยากตรงที่ เหล่าเทพผู้ปกป้องต้องหาวิญญาณพวกมันให้ครบก่อนที่พวกมันจะรวมร่างกับปีศาจอสูรกายดำร่างหลักของมันและมีเพียงสิ่งเดียวที่จะกำจัดพวกมันให้สิ้นซากถึงรากถึงโคน นั่นก็คือ ผ้าพันธุ์ภพผ้าที่กินดวงวิญญาณไม่เลือกหน้า และเป็นผ้าที่สามารถจะอยู่ฝ่ายไหนก็ได้และถ้าผ้าผืนนี้อยู่กับคนดีมันจะทำหน้าที่พิทักษ์คนเหล่านั้นให้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขแต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ผ้าผืนนี้ตกอยู่ในมือปีศาจอสูรกายดำ ผ้าผืนนี้ก็คือปากแห่งนรกที่ออกล่าสรรพสัตว์ทุกตนบนโลกให้สูญพันธ์ และกลายเป็นกลียุคได้ในทันที
แต่กระนั้น สงครามก็ทำให้กองทัพสีน้ำเงินสูญเสียหนักหนาไม่น้อยจอมเทพสีน้ำเงินที่ใช้พลังทั้งหมดปกป้องเหล่าทวยเทพเอาไว้จนพลาดท่าให้ปีศาจอสูรกายดำจนต้องลงมาจุติเป็นมนุษย์และซ่อนพลังการทั้งหมดและต้องซ่อนทายาทแห่งจอมเทพสีน้ำเงินไว้อย่างมิดชิดอีกด้วยแต่กระนั้นพลังแห่งเทพสีน้ำเงินก็ยังขับเคลื่อนทำหน้าที่ขจัดปัดเป่าความชั่วร้ายตามหน้าที่ที่ฝังรากลึกอยู่ในดวงจิต
ทว่าก็ยังกำจัดไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เพราะพวกปีศาจนั้นมันระแวดระวังตนเป็นอย่างดีมันแยกวิญญาณออกไปแฝงร่างมนุษย์ในชาติภพต่างๆ เพื่อฝังตัวฟักวิญญาณและเพื่อจับตาดูการจุติของจอมเทพสีน้ำเงินอย่างใกล้ชิดเพื่อที่จะกำจัดได้ทันท่วงทีสงครามแห่งสวรรค์ได้ลามมาสู่โลกมนุษย์อย่างสมบูรณ์
ดังนั้นการพลาดท่าลงมาจุติในโลกมนุษย์ของจอมทัพเทพสีน้ำเงินต้องอยู่ภายใต้ความลับที่ไม่สามารถให้ใครรู้ได้ว่าเทพสีน้ำเงินลงมาจุติแล้วไม่อย่างนั้นเหล่าปีศาจอสูรกายดำก็จะออกล่าและกินเทพสีน้ำเงินในช่วงเวลาที่พลังยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ยิ่งถ้าพวกมันได้กินเทพสีน้ำเงิน พลังของพวกมันจะพุ่งขึ้นเป็นเท่าตัวอีกด้วย
และจุดอ่อนของเทพสีน้ำเงินก็คือเมื่อมาถึงโลกมนุษย์ก็ต้องกำเนิดแบบมนุษย์ หรือไม่ก็ต้องแฝงร่างของมนุษย์และแอบซ่อนพลังอันศักดิ์สิทธิ์เอาไว้อย่างมิดชิด เพื่อไม่ให้พวกมันรู้ตัวรู้ตำแหน่งได้ว่าอยู่ที่ไหน กับใคร!! ภายใต้เงื่อนไข ต้องหาผ้าพันธ์ภพให้เจอก่อนปีศาจอสูรกายดำ!!
ก่อนจะจุติเป็นมนุษย์จอมเทพสีน้ำเงินได้มาพบมนุษย์ผู้หนึ่งที่มีรัศมีของบารมีธรรมสว่างไสวจนไม่อาจปิดบังสายตาอันเป็นทิพย์ของแม่ทัพจอมเทพสีน้ำเงินได้มนุษย์ผู้นี้เป็นผู้มีศีลธรรมสมบูรณ์ และเป็นหมอธรรมที่มีคุณธรรมเต็มเปี่ยมแม่ทัพแห่งเหล่าเทพสีน้ำเงินจึงได้กรีดหยดเลือดใส่ขวดแก้วก่อนที่จะใช้เลือดของมนุษย์ผู้นั้นผสมเข้ากับหยดเลือดแห่งเทพโดยที่ไม่ได้มีการสมสู่กันเฉกเช่นมนุษย์ และนั่นก็คือที่มาแห่งเทพผู้ปกป้อง หรือก็คือต้นกำเนิดตระกูลโหรหลวงผู้เกรียงไกรเพราะสตรีที่ผสมหยดเลือดกับแม่ทัพแห่งเทพ ก็คือย่าทวดของหนานเมืองอินทร์นั่นเอง!!
หลังจากฝากพลังธาตุให้กับตระกูลหมอธรรมไว้ที่ย่าทวดของหนานเมืองอินทร์แล้วจอมเทพสีน้ำเงินได้มอบหยดเลือดขนาดเท่ากับทับทิมเม็ดหนึ่งให้กับแม่ของหนานเมืองอินทร์โดยบอกสั้นๆ ว่า เป็นเลือดของผู้ให้กำเนิดทวยเทพสีน้ำเงิน ขอให้เก็บเลือดทับทิมนี้เอาไว้ให้ดีแล้วเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมทับทิมสีเลือดนี้จะกลับไปหาเจ้าของของมันหลังจากได้รับคำฝากฝังเหล่าทายาทหมอผีในตระกูลก็ทำหน้าที่ทุกอย่างเต็มความสามารถจนกระทั่งมาถึงดารารายผู้สืบทอด แต่แล้วสิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นก็เกิดขึ้น!
เพราะ..เมื่ออลินตาเกิดมาบนโลกได้เพียงสองขวบ เด็กสาวได้เอาหยดเลือดทับทิมนั้นออกมาเล่นซึ่งดารารายคิดว่าตัวเองเก็บไว้เป็นอย่างดีแล้ว แต่ไม่รู้ว่าอลินตาไปเอามาได้ยังไงและอยู่ๆ หยดเลือดนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอจนบัดนี้ยังหาไม่พบว่าหยดเลือดนั้นอยู่ที่ไหนอลินตาเองก็เคยค้นหาว่ามันหายไปไหนแต่จนแล้วจนรอดก็ยังหาไม่เจอเมื่อหยดเลือดนั้นหายไป แม่ทัพสีน้ำเงินก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเช่นกัน!!!
ซึ่งปีศาจที่แฝงร่างของปลายนภานั้นเดาไม่ยากว่ามันได้ทำการครอบครองวิญญาณของปลายนภาเพื่อที่จะใช้ร่างปลายนภาเป็นพาหะในการฟักตัวฟื้นฟูร่างปีศาจของมันแลกกับความสะดวกสบายขั้นเศรษฐีในการใช้ชีวิตของปลายนภาและแลกกับความปลอดภัยของเนตรนภาลูกสาวเธออีกด้วย แม้ว่าปลายนภาจะมีสายเลือดในตระกูลหมอผีแต่เมื่อจิตใจมีแต่ความโลภอยากได้อยากมี ปลายนภาจึงได้ขายวิญญาณให้ความร่วมมือกับปีศาจโดยไม่ได้สนใจต้นกำเนิดอันเกรียงไกรของตนเลยแม้แต่นิดเดียว ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน...