” หา?! เมื่อกี้เธอว่าไงนะ? “
” ก็ข้าจะไปโลกของเ้าไง “
“ ทำไม !? “ โซมะแสดงท่าทีที่แตกตื่นออกมาอย่างเห็นได้ชัด ตัวตนที่อันตรายแบบนี้ไปโผล่ที่โลกของเขาย่อมแตกตื่นเป็ธรรมดา
“ ข้าก็แค่สนใจในความรู้ที่เ้าพูดถึงมาก่อนหน้านี้ก็แค่นั้น “ ไอรีนพูดออกมาในท่าทีที่นิ่งเงียบและจ้องมองไปที่โซมะตาไม่กระพริบทำให้โซมะรู้สึกเป็กังวลเล็กน้อย แต่สุดท้ายโซมะก็ทนแต่แรงกดดันความอยากรู้อยากเห็นของไอรีนไม่ได้จึงตอบตกลงไปในที่สุด
“ เฮ้อ…ก็ได้ๆแต่สัญญากับฉันว่าห้ามทำร้ายมนุษย์เด็ดขาด “
” ได้…ข้าให้สัญญา “
โซมะรู้สึกกังวลกับรอยยิ้มของเธอหลังจากพูดคำว่าให้สัญญา แต่เมื่อตกลงกันแล้วว่าจะพาเธอไปที่โลกของตนเองด้วยเขาจึงทำได้แค่ถอนหายใจออกมาและขอตัวไปทำความสะอาดร้านก่อนเป็อันดับแรก และหลังจากนั้นไม่นานโซมะได้ปิดร้านเสร็จรีบร้อยและพร้อมที่จะกลับบ้าน
“ ฉันเก็บร้านเรียบร้อยแล้ว แล้วที่บ้านของเธอจะไม่มีปัญหาเหรอ ? “ โซมะถามไอรีนด้วยความสงสัย
“ ใครจะกล้ามีปัญหากับข้ากันน่ะ ? “
“ เฮอะๆ ( ท่าทีใหญ่โตแบบนี้คงเป็แวมไพร์ลูกคุณหนูสินะ )
“ ก่อนอื่นคงต้องทำอะไรกับชุดและหูของเธอก่อนละกัน “
โซมะคิดว่าจะออกไปซื้อเสื้อผ้ามาให้เธอเปลี่ยนเนื่องจากชุดของเธอในตอนนี้เป็ชุดเดรสกระโปรงยาวที่คล้ายคลึงกับชุดนอนสีขาวและหูที่ยาวเด่นสง่า
“ แล้วที่โลกของเ้าใส่ชุดกันแบบไหนงั้นเหรอ ? “
ไอรีนถามกลับด้วยความสงสัยโซมะที่พยายามนึกคำพูดเพื่อที่จะอธิบายออกมาให้เธอฟัง แต่สุดท้ายเขาก็ต้องเปิดรูปในเน็ตให้เธอดูเป็ตัวอย่าง
“ นี่เหรอชุดเสื้อผ้าที่พวกเ้าใส่กัน เห่ยชะมัด “
“ เอาน่าอย่าเื่มากเลย “
ทันใดนั้นก่อนที่โซมะจะตัดสินใจวิ่งไปซื้อเสื้อผ้ามาให้ไอรีนจู่ๆก็มีแสงวงเวทออกมาที่ตัวของไอรีน เธอได้ทำการร่ายเวทเปลี่ยนเสื้อผ้าเหมือนกับชุดที่เธอดูในอินเตอร์เน็ต เสื้อยืดแขนสั้นสีดำด้านนอกใส่เสื้อคลุมสีเขียวพร้อมกับกางเกงขาสั้นและถุงน่องยาวถึงเข่าและรองเท้าบูท ทำให้โซมะตกตะลึงกับรูปร่างของเธอที่ส่วมใส่ชุดในแบบโลกของเขาแต่ทว่า…
“ แล้วทำไมไม่เปลี่ยนหูให้เป็ปกติด้วยฟ่ะ!! ”
“ พูดอะไรของเ้าน่ะ หูที่สง่างามเป็สัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงชนชั้นสูงที่มีสติปัญญานะ พวกมนุษย์ที่หูสั้นสติปัญญาต่ำไม่มีวันเข้าใจหรอก ” ไอรีนสบัดผมของตนเองแล้วพูดออกมาอย่างภาคภูมิใจ
“ เฮ้อ…งั้นก็อย่าทำอะไรที่สะดุดตาละกัน ”
หลังจากนั้นโซมะได้พาไอรีนเดินจากด้านหลังร้าน ทันทีที่ไอรีนเก้าขาออกมาจากร้านนั้นก็พบกับตึกสูงตั้งตระหง่านฟ้าที่ถูกประดับด้วยแสงระยิบระยับแววตาของเธอนั้นเปล่งประกายแสดงความตื่นเต้นออกมาอย่างเห็นได้ชัด โซมะได้เริ่มพาเธอเดินไปรอบๆเพื่อที่จะมุ่งหน้าไปสถานี
เวลาตอนนี้คือ 01:40 ยังมีผู้คนจำนวนมากที่เดินเพ่นพานและเที่ยวในเวลากลางคืน ค่ำคืนที่มืดมิดขนาดไหนระหว่างทางก็ยังมีแสงส่องออกมา เธอรู้สึกใหลายๆอย่างที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็ยานพาหนะที่เรียกว่ารถ ตึกบ้านช่องที่เยอะจนลกหูลกตา พื้นปูนที่ถูกปูไว้ตลอดทาง และแสงสีต่างๆที่ถูกประดับไว้ตามตึกต่างๆ
“ นี่ๆ มนุษย์คนนั้นเป็ใคร ทำไมหล่อนถึงยืนพูดค้ำหัวแบบนั้น ”
“ หือ? ” ไอรีนสะกิิดโซมะที่กำลังยืนรอไฟเขียวเพื่อข้ามถนนและเธอชี้ไปยังผู้หญิงคนนึ่งที่อยู่ในจอ LED ที่กำลังรายงานข่าว
“ อ๋อ เธอเป็นักข่าวน่ะ มันคือจอ LED ที่จะฉายภาพที่บันทึกไว้แล้วนำมาฉ่ายให้คนอื่นดู ”
“ เหมือนกับอุปกรณ์เวทมนตร์โฮโลแกรมที่โลกของเธอไง ”
ในระหว่างทางเธอได้ตั้งคำถามมากมายกับสิ่งที่เธอเจอและสงสัย มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนท่าทีของเธอที่สนุกสนานราวกับว่าเด็กที่กำลังโตแล้วได้เดินออกมาสู่โลกกว้างและพร้อมเจอกับสิ่งที่ตื่นเต้นใหม่ๆตลอดเวลา และระหว่างทางโซมะได้พาเธอแวะซื้อของกินต่างๆที่เปิดขายข้างทางในตอนนี้ ซึ้งก็มีสิ่งที่เธอกินแล้วถูกปากกับไม่ถูกปากแต่ส่วนมากจะเป็สิ่งที่ถูกปากซะมากกว่า
“ เอาล่ะวันนี้น่าจะประมาณนี้ เดี๋ยวฉันจะเดินไปส่งเธอที่ร้านพอเธอเดินออกจากประตูหน้าร้านของฉันประตูมันจะส่งเธอกลับไปยังที่เดิมเอง ”
“ พูดอะไรของเ้าน่ะ ข้าจะอยู่ที่นี้ ” ไอรีนกล่าวปฏิเสธ ในขณะที่กำลังกินไอติม
“ หา?! ”
“ เ้าบอกว่าตอนกลางวันจะมีร้านของกินที่เปิดเยอะกว่านี้ไม่ใช่หรือไง เอาล่ะอย่ามัวรอช้ารีบนำทางไปที่คฤหาสน์ของเ้าได้แล้ว ”
“ เฮ้อ…( อะไรของยัยนี่ ที่แท้เห็นแก่ของกินอย่างงั้นเหรอ? ) ”
หลังจากนั้นไม่นานโซมะได้พาเธอไปที่สถานีรถไฟเพื่อเดินทางกลับบ้านของโซมะ ไอรีนรู้สึกตื่นเต้นเป็พิเศษที่ได้เห็นสิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยเจอมาก่อน
“ น..นั้นงูเหล็กั์!! ”
“ แล้วจะะโทำไมเนี่ย!! ”
ไอรีนอุทานออกมาเสียงดังทำให้โซมะต้องเอามือไปปิดปากเธอไว้ เมื่อเธอใกับรถไฟที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนผู้้คนรอบๆที่มองมาตามเสียงของเธอที่กระโกนออกมา ใช้เวลา 15 นาทีในการเดินทางไปยังสถานีถัดไปและเดินอีก 10 นาทีก็ถึงบ้านของโซมะ
“ นี้น่ะเหรอคฤหาสน์ของเ้า ทำไมถึงดูโทรมแบบนี้ ”
“ มันคือบ้านไม่ใช่คฤหาสน์ ”
โซมะพูดออกมาในสภาพที่ห่อเหี่ยวจากความเหนื่อยล้าโซมะชี้ไปอีกห้องตรงข้ามเพื่อบอกว่าให้ไอรีนนอนที่ห้องนั้น จากนั้นเขาก็ตรงดิ่งเดินเข้าห้องของตัวเองทิ้งตัวลงที่นอนและหลับไป ด้วยความสงสัยของไอรีนเธอได้เดินตามไปที่ห้องของโซมะและมองดูโซมะที่กำลังหลับ ในขณะนั้นเธอมองไปรอบๆห้องของเขาก็พบกับชั้นหนังสือที่อยู่จัดวางเต็มชั้น
เธอหยิบมาอ่านสักเล่มแล้วพบว่ามันเป็ภาษาที่เธอไม่เข้าใจ จากนั้นเธอหยิบเล่มอื่นออกมาแล้วพบว่ามันเป็หนังสือการ์ตูนมังงะแต่เธอก็ยังไม่เข้าใจภาษาของโลกนี้เธอทำได้แค่เปิดดูรูปภาพแต่ละหน้าๆ สุดท้ายเธอก็ชะงักขึ้นมาทันที แค่ดูรูปภาพก็ทำให้เธอสนใจหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาเธอจึงหยิบหนังสือเล่มอื่นออกมาเพื่อที่จะเรียนรู้ภาษา และใช้เวลาไม่นานเธอก็ทำความเข้าใจของภาษาญี่ปุ่นได้
เช้าวันต่อมาโซมะตื่่นขึ้นมาเวลาเดิมด้วยเสียงของนาฬิกาปลุก เขาตื่นขึ้นมาด้วยสภาพที่สะลึมสะลือพร้อมกับยืดเส้นยืดสายในขณะที่ยืนขึ้นและลืมตาตื่นเต็มที่เก็บพบว่าไอรีนที่กำลังนอนอ่านหนังสือการ์ตูนพร้อมกับขวดไวน์แดง 3 ขวดที่กองอยู่เต็มพื้น
“ อะจ๊าก!! เธอมาทำอะไรที่นี้เนี่ย!? ” โซมะใที่เห็นไอรีนอยู่ที่ห้องของตัวเอง
“ ก็ไอ้เ้าหนังสือนี้มันน่าสนใจดี มนุษย์ผู้นี้ต้องมีสติปัญญามากแน่ๆถึงเขียนเ้าสิ่งนี้ออกมาได้น่ะ ”
“ ประเด็นมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นซะหน่อย ว่าแต่เธอไม่นอนเลยหรือไง ”
“ ข้าน่ะเคยหลับมา 500 กว่าปีแล้วแถมเ้านี้ยังสนุกสุดๆไปเลยด้วย ” ไอรีนนอนกลิ้งอยู่ที่พื้นและโยกหนังสือไปมาด้วยท่าทีที่ตื่นเต้น
“ ว่าแต่เธออ่านมันออกงั้นเหรอ ? ” โซมะเกาหัวและถามกลับ
“ มันก็แน่นอนอยู่แล้ว ข้าเป็ถึงชนชั้นสูงที่มีสติปัญญานะแค่เรียนรู้ภาษาของเ้าไม่กี่นาทีข้าก็อ่านออกแล้ว ”
โซมะถอนหายใจออกมากับท่าทีที่โอ้อวดของเธอจึงเดินไปเตรียมตัวที่จะออกไปซื้อของที่ตลาดและได้ลองชวนไอรีนเพื่อไปจ่ายตลาดด้วยกัน ด้วยความอยากรู้อยากรู้เห็นของเธอจึงตอบตกลงที่จะตามโซมะไป
“ ว้าว…กลิ่นมนุษย์นี่ ”
“ หยุดเลยนะ เราสัญญากันแล้ว ”
“ ข้ารู้แล้วน่า หึ! ”
ในระหว่างที่กำลังจ่ายตลาดมีผู้คนมากมายอยู่ที่นี้ซึ้งไม่แปลกที่มันจะยั่วยวนต่อแวมไพร์ โซมะจึงซื้อขนมพัฟฟ์ข้าวโพดกรอบให้เธอกินเพื่อระงัับความหิวของเธอ และเมื่อซื้อของอะไรเสร็จเรียบร้อยโซมะตรงดิ่งไปที่ร้านทันทีเพื่อที่จะเตรียมวัตถุดิบ และในระหว่างที่โซมะได้ทำการเตรียมของเพื่อที่จะเปิดร้านไอรีนเขาก็นั่งจิบไวน์แดงไปพร้อมกับอ่านหนังสือการ์ตูนที่ตัวเองชื่นชอบ
และแล้วก็ถึงเวลาเปิดร้านในระหว่างนั้นโซมะก็ได้ทำสเต๊กให้ไอรีนได้ทานเป็อาหารเย็น และเวลาก็ผ่านไป 3 ชั่วโมงก็ยังไม่มีลูกค้าเข้ามาในร้านเลยสักคน
“ เฮ้อ…ทำไมวันนี้เงียบจังเลยนะ ” โซมะถอนหายใจออกมาในขณะที่นั่งรอลูกค้ามาอย่างยาวนาน
“ ก็ดีแล้วนิ ข้าชอบที่เงียบๆแบบนี้ ” ไอรีนตอบกลับในขณะที่กำลังนั่งอ่านหนังสือ
“ เธอน่ะเป็แวมไพร์ไม่มีงานไม่มีการทำเลยหรือไง ”
“ งานเหรอ?…ก็มีนะแถมยุ่งมากด้วย ข้าต้องดื่มเืมนุษย์ที่บริวารเอามาถวายให้ข้าร่วมถึงต้องดูแลเผ่าพันธุ์ของตระกูลข้าอีก ”
“ ถ้ายุ่งก็กลับไปทำงานซะสิ ”
“ …ข้านึกคิดได้ว่าข้าไม่ยุ่งแล้ว ”
“ ตอแหลเห็นๆ!! เฮ้อ…”
ในระหว่างนั้นโซมะได้สังเกตเห็นไอน้ำที่เกาะติดอยู่ประตูหน้าต่างของหน้าร้านเขาจึงเดินไปที่จะเช็ดมัน แต่พอเปิดประตูหน้าร้านก็มีลมหนาวพัดผ่านเข้ามาอย่างรุ่น เขาใเป็อย่างมากจึงรีบปิดประตูทันที
“ เมื่อกี้นี้มันอะไรกัน หนาวเป็บ้า!? ”
“ มีอะไรงั้นเหรอ ? ”
ไอรีนเห็นท่าทีที่แตกตื่นของโซมะจึงถามด้วยความสงสัย จากนั้นโซมะรู้้สึกเอะใจจึงส่องไปที่หน้าต่างของร้านอีกครั้งแล้วพบว่าด้านนอกนั้นขาวโพลนหมดถูกปกคลุมไปด้วยพายุหิมะที่รุนแรง
“ นี่ร้านของฉันเทเลพอร์ตมาอยู่กลางผู้เขาหิมะหรอกเหรอเนี่ย? ถึงว่าล่ะไม่มีลูกค้าเข้ามาที่ร้านเลยสักคน ”
โซมะบ่นพึมพัมออกมาในขณะที่เดินไปที่หน้าจอเครื่องบันทึกเงินสดแล้วกดปุ่มระบบลูกค้าขาจรเพื่อที่จะให้ร้านเทเลพอร์ตหาลูกค้าในสถานที่อื่นซึ้งอาทิตย์นี้โซมะใช้ไปแล้ว 2 ครั้งซึ้งสามารถใช้งานได้ 3 ครั้งต่อสัปดาห์
หลังจากที่ใช้งานระบบลูกค้าขาจรผ่านไปแล้ว 2 ชั่วโมงก็ยังไม่มีลูกค้าเข้ามาในร้านเลยสักครั้ง แต่ทว่าอีกไม่นานระบบรีเซ็ตออโต้จะทำงาน ซึ้งระบบนี้จะสามารถเทเลพอร์ตร้านของเขาไปยังสถานที่อื่นได้ในทุกๆ 5 ชั่วโมงในขณะเปิดร้าน
เมื่อถึงเวลาที่ร้านจะต้องเทเลพอร์ตอีกครั้ง โซมะได้เดินไปดูที่ประตูหน้าร้านของเขาและพบว่าร้านของเขาอยู่ท่ามกลางป่าที่มีหิมะปกคลุมพร้อมกับหิมะที่ตกลงปอยๆ ทำให้โซมะลองเดินออกไปข้างนอกดูเพื่อที่จะรับหนาวและัักับธรรมชาติแบบนี้
“ เ้าทำอะไรของเ้าน่ะ ? ” ไอรีนตามออกมาดูด้วยความสงสัยเห็นท่าทีของโซมะที่ยืนนิ่งและเงยหน้ามองขึ้นท้องฟ้า
“ เปล่าหรอก…แค่บรรยายกาศแบบนี้มันชวนให้นึกถึงเื่เก่าๆน่ะ ”
“ …. ”
พวกเขานิ่งเงียบอยู่สักพักไอรีนจึงสั่งอาหารร้อนๆกับโซมะทันที และระหว่างที่โซมะกำลังทำอาหารให้ไอรีนจู่ๆก็มีเสียงกระดิ่งหน้าประตูร้านดังขึ้นมาเป็สัญญาณบ่งบอกว่ามีลูกค้าเข้ามาที่ร้านของเขา โซมะรดีใจที่ได้ยินเสียงนี้จึงขานกล่าวออกไปว่า “ ยินดีต้อนรับครับ ”
ในขณะที่โซมะหันหน้ามามองลูกค้าคนนั้นเขาต้องตกตะลึงในทันที ผมสีขาวเงินยาวสลวยพร้อมกับร่างกายที่ผอมเพรียวผิวขาว ใบหน้าที่ดูงดงามและหล่อเหลา ดวงตาสีเหลืองที่คม ตาสองชั้นที่เด่นชัดพร้อมกับจมูกโด่งที่คมกริบ ริมฝีปากที่เรียบอมชมพู หูสีขาวที่อยู่บนศีรษะพร้อมกับหางสีขาวเงินจำนวน 9 หาง พร้อมกับส่วมใส่ชุดที่ดูคล้ายกับชุดยูกาตะสีขาวลายคลื่นทะเลสีฟ้า
โซมะยืนอึ้งเงียบกับรูปร่างที่งดงามของชายคนนั้นอยู่สักพักจึงตั้งสติตัวเองแล้วกล่าวทักทายอีกครั้ง “ ย..ยินดีต้อนรับครับ ”
“ มนุษย์เองงั้นเหรอ ละไหงถึงมาเปิดร้านที่กลางป่าแบบนี้กันละ ? ” ชายปริศนาคนนั้นกล่าว
“ อ๋อร้านของฉันเป็ร้านที่มาจากต่างโลกน่ะ และประตูหน้าร้านของฉันมันจะเทเลพอร์ตไปเชื่อมต่อในสถานที่อื่นๆ ก็เลยโผล่มากลางป่าแบบนี้ ”
“ งั้นเองหรอกเหรอ…( ถึงว่าล่ะมีกลิ่นอายของวงเวทเทเลพอร์ตที่ร้านนี้ มนุษย์คนนี้เป็ใครกันนะถึงสามารถใช้เวทมนตร์ระดับสูงแบบนี้ได้ ) ” ชายปริศนากวาดสายตามองไปรอบๆร้านที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายพร้อมกับมีกลิ่นอาหารที่โซมะกำลังทำพร้อมกับกลิ่นของเครื่องดื่ม
“ งั้นทำเอาเครื่องดื่มมาให้ฉันหน่อยสิพร้อมกับอาหารสักหนึ่งอย่าง ”
“ โอ้ว ได้เลยครับเชิญนั่งๆ ( อืม…ดูท่าจะเป็เผ่าครึ่งอสูรจิ้งจอกสินะ งั้นทำอันนี้ละกัน ) ”
หลังจากนั้นโซมะเดินไปที่ห้องเก็บของเพื่อหาวัตถุดิบมาทำอาหาร เริ่มต้นที่ปีกไก่แล่ผ่าครึ่งออกมา แล้วนำอกไก่หันออกมาเป็ชิ้นๆ จากนั้นหันต้นหอมเป็ชิ้นๆประมาณ 2 นิ้ว จากนั้นนำ เปียกไก่อกไก่และต้นหอมที่หั่นไว้น้ำมาเสียบไม้สลับๆกันและนำต้นหอมและปีกไก่ส่วนหนึ่งเข้าเต่าย่างทิ้งไว้ และหั่นพวกตับไก่และกึ๋นนำมาเสียบไม้เหมือนกัน
จากนั้นนำไก่บดมาใส่ถ้วย ตอกไข่ลง 1 ฟอก โรยเกลือนิดหน่อยตามด้วย พริกไทย เต้าหู้ 120 กรัม แป้งมัน 1-2 ช้อน ต้นหอมที่สับละเอียดและใบโอบะที่สับละเอียด จากนั้นคลุกให้เข้ากันและแรปห่อเก็บทิ้งไว้ 20 นาที นี้คือวิธีการทำสึคุเนะหรือลูกชิ้นไก่ หลังจากนั้นต้มน้ำร้อนไว้ให้เดือดรอ
เมื่อน้ำเดือดได้ทิ้งให้นำไก่บดที่ผสมไว้มาบีบอัดให้เป็ก้อนๆและนำลงไปต้ม เมื่อสุกได้ที่แล้วนำเอามาพักไว้ 3 - 5 นาทีแล้วหลังจากนั้นนำมาเสียบกับไม้ลูกชิ้น จากนั้นนำปีกไก่กับต้นหอมที่ย่างทิ้งไว้ก่อนหน้านี้มาลงหม้อเพื่อที่จะทำซอส เทโชยุลงตามด้วย เครื่องปรุงมิริน น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ สาเก และเคี้ยวให้น้ำมันเข้ากันจนได้ที่
จากนั้นนำไม้ที่เราเสียบวัตถุดิบต่างๆไว้มาเตรียมพร้อมขึ้นย่างกับเต่าถ่านที่เตรียมไว้จากนั้นก็ใช้น้ำซอสที่ทำนำมาถูกับไก่ที่เราเสียบไม้ไว้และพร้อมเสิร์ฟ
“ ขอโทษที่ให้รอครับมันเสร็จแล้ว นี้คือยากิโทริ หรือ ไก่ย่างนั้นเองพร้อมกับสาเกอุ่น ”

“ ไก่ย่าง? ”
โซมะบริการด้วยการรินสาเกให้ชายคนนั้นก่อนแก้วแรก เขาคนนั้นรู้สึกลังเลเล็กน้อยเพราะว่าไม่เคยเจอเหล้าที่สีใสเหมือน้ำแบบนี้มาก่อน แต่ด้วยกลิ่นหอมของแอลกอฮอล์ที่ลอยโชยมาทำให้เขาไม่รอช้าที่ยกดื่มมันทันที
“ อืม…ข้าชอบนะ ”
ชายคนนั้นยิ้มออกมาเล็กน้อยและกล่าวชมทำให้โซมะรู้สึกพอใจเล็กน้อย จากนั้นชายคนนั้นหยิบไม้ไก่ยางขึ้นหนึ่งไม้และกัดเข้าไปหนึ่งค่ำ
“ !? ( นี่มัน!? ความสุกกึ่งดิบเล็กน้อยมันพอดีกับที่เราชอบเลย แถมความเค็มเล็กน้อยนี้ทำให้มันดึงความหวานของเนื้อไก่ออกมาอย่างเห็นได้ชัด ) ”
โซมะเห็นท่าทีที่ดูตะลึงของชายคนนั้นเขาจึงหยิบถ้วยที่เข้าถือไว้ออกมาเสิร์ฟชายคนนั้น มันคือไข่แดงดิบ โซมะตีไข่แดงให้ละเอียดจากนั้นเขาได้แนะนำชายคนนั้นกินสึคุเนะที่เป็ลูกชิ้นไก่พร้อมกับจิ้มไข่แดงอันนี้ไปด้วย
“ อืม…อร่อยมากมันเข้ากันแบบสุดๆไปเลย ข้าขอแบบนี้อีกชุดเลยนะ ” ชายคนนั้นกล่าวชมออกมาพร้อมทำให้โซมะรู้สึกดีใจเล็กน้อย
“ ได้ครับๆ รอสักครู่ ”
และหลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงหาวที่เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับได้กินหอมไก่ย่างที่โซมะทำ
“ หือ? นี่โซมะ เ้าทำอะไรน่ะมันหอมมากเลยมีลูกค้ามาแล้วเหรอ ” ในขณะที่ไอรีนหันไปมองที่ลูกค้าโต๊ะนั้นพวกเขาทั้งสองหันมามองหน้ากันและหยุดชะงักไปชั่วขณะ
“ เฮ้ยไอ้เ้าฮาคุแกมาทำอะไรที่นี้กัน!? แกตามข้ามาถึงนี้เลยหรือยังไง!! ”
“ ฉันต่างหากละที่จะต้องเป็ฝ่ายถามไหงเธอถึงมาอยู่ที่นี้กันห๊า !? ” พวกเขาทั้งสองใเป็อย่างมากที่ได้เจอหน้ากันราวกับว่ารู้จักกันมาก่อน ทำให้โซมะยืนเอ๋องงงวยไปชั่วขณะ
“ ว่าไงนะ แกอยากจะตายหรือไง!? ”
ไอรีนะโโต้เถียงกลับพร้อมที่จะร่ายเวทออกมาแต่ก็ไม่สามารถร่ายเวทออกมาได้ ฮาคุด่าสวนกลับพร้อมที่จะชักดาบออกมาแต่เขาก็ไม่สามารถชักดาบออกมาได้เลยทำให้พวกเขาทั้งสองรู้สึกหลาดใจเล็กน้อย
“ นี่โซมะปิดไอ้เ้าระบบความรุนแรงนี้หน่อยเส้ ข้าจะฆ่าเ้านี้!! ”
“ นี่เป็ฝีมือของนายงั้นเหรอเ้ามนุษย์? ”
“ เฮ้อ…หยุด สตอป!….พวกคุณทั้งสองรู้จักกันอย่างงั้นเหรอ? ”
หลังจากที่ทั้งสองสงบสติอารมณ์ไว้ได้ด้วยการที่โซมะทำของกินไปหลอกล่อเพื่อให้ทั้งสองใจเย็น และสุดท้ายโซมะก็มารู้ทีหลังว่า พวกเขาทั้งสองเป็ศัตรูเผ่าพันธุ์กันทั้งสองคนนี้เคยบังเอิญได้รู้จักกันได้ในสมัยเด็กแต่ด้วยระยะห่างของทั้งสองเผ่าพันธุ์จึงไม่ถูกกันมากนัก
ไอรีนซึ้งเป็แวมไพร์ชนชั้นสูงที่มีสายเืบริสุทธิ์ และฮาคุที่เป็เผ่าอสูร จิ้งจอกเก้าหางที่เป็สัญลักษณ์ของชนชั้นสูง ทำให้พวกเขาทั้งสองนั้นต่อสู้กันบ่อยในสนามรบเมื่อ 800 ปีก่อน ซึ้งไม่แปลกที่เผ่าอสูรและเผ่าแวมไพร์จะไม่ถูกคอกันสักเท่าไหร่
“ อย่างงี้นี่เอง…ว่าเธอหายไปไหนมาน่ะเกือบตั้งชั่วโมงหนึ่งน่ะ ” โซมะหันไปถามไอรีนที่กำลังนั่งกินยากิโทริด้วยท่าทีที่อารมณ์เสีย
“ ก็ข้าเทเลพอร์ตกลับไปที่ปราสาทน่ะนะสิว่าข้าอยู่ที่นี้เพื่อไม่ให้บริวารของข้าต้องเป็ห่วง ”
“ ( เฮอะๆ แบบนี้ก็ไม่จำเป็ต้องใช้ระบบลูกค้าขาประจำสินะ ) ”
“ แต่พอมีเ้านั้นอยู่ที่นี้ก็ทำเอาข้าชักอยากกลับปราสาทขึ้นมาเลยทันที….แต่ที่ข้ายังอยู่เพราะยากิโทริหรอกนะ ”
“ เหอะ ใครจะอยากอยู่ด้วยกับเ้าพวกคลั่งเืกัน ”
ฮาคุด่าส่วนกลับไอรีนทำให้ทั้งสองกลับมาทะเลาะกันอีกครั้ง ทำให้โซมะถอนหายใจออกมาเพราะความเหนื่อยจากการที่นั่งฟังทั้งสองทะเลาะกันราวกับเด็กทั้งๆที่พวกเขาอายุมากกว่า 1,000 ปีแท้ๆ และแล้วคืนที่หกก็ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว