[อ้อแอ้อู้โอ้ว!] พ่อของข้าคือผู้กล้าอันดับหนึ่ง!

    บทที่ 9 อ้อแอ้อู้วโอ้ว![พ่อของข้าคือผู้กล้าอันดับหนึ่ง!]


     บทที่ 9 อ้อแอ้อู้วโอ้ว![พ่อของข้าคือผู้กล้าอันดับหนึ่ง!]
    "อ้อแอ้!"ฟานตะโกนใส่ร่างอสูรกายตรงหน้าในดินแดนเอซิเรียแต่เดิมเต็มไปด้วยสัตว์ประหลาดขนาดใหญ่มากมาย ชาวต้าจินเราเรียกพวกมันโดยรวมว่า ‘สัตว์อสูร’ เป็นสิ่งมีชีวิตอันแปลกประหลาด ซึ่งมีทั้งที่ให้คุณและโทษแตกต่างกันไป ในยุคปัจจุบันก็เริ่มสนับสนุนให้มีอาชีพนักผจญภัย เพื่อคอยออกตามล่าสัตว์อสูรเหล่านี้ตามใบสั่งสำหรับร่างสัตว์อสูรตรงหน้าตอนนี้ เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีศีรษะคล้ายงูขนาดใหญ่ มีเกล็ดสีเขียวมรกตเหมือนปลา ลำตัวอยู่ในน้ำ ไม่ทราบชัดว่าตัวยาวขนาดไหน เมื่อมันขู่คำรามจะเห็นฟันคู่ซี่ใหญ่ของมันอย่างชัดเจนฟ่ออออออออออสูรกายคำรามเสียงดัง ผู้คนวิ่งหนีโกลาหล ตอนนั้นเองจึงชักดาบวิเศษออกมา..."เวทิน! เจ้าพาอาจารย์หลี่ไปยังที่ปลอดภัยก่อน!"ตะโกนพลางระวังอันตรายจากสัตว์อสูรตรงหน้า"ครับท่านซือหลิน แล้วน้องฟานล่ะครับ""...ไม่อยากให้ห่างตัว แต่มันอันตราย อยู่กับพี่เวทินกับอาจารย์หลี่ก่อนนะลูก! ไม่ปู้ดป๊าดใส่ผ้าอ้อมนะ!""บู่ บู"เด็กน้อยส่งเสียงราวกับตอบรับ เวทินอุ้มฟานก่อนส่งต่อให้อาจารย์หลี่อีกที"เราต้องหาที่กำบังบริเวณที่ห่างจากอ่าว เดี๋ยวข้าจะดูแลฟานและช่วยรักษาคนบาดเจ็บเอง เวทิน! เจ้าช่วยกันชาวบ้านออกไปไม่ให้ขวางท่านซือหลินด้วยนะ"อาจารย์หลี่พูดพลางอุ้มฟานไว้แนบอก"ทางนี้ทุกคน มาทางนี้!"เวทินผู้หัวไว ทำตามคำพูดอาจารย์ทันที "ระวังหลังด้วยครับ!"เมื่อเห็นดังนั้นแล้ว ก็ต้องทำหน้าที่ของผู้กล้าเสียที "มาเจอกันหน่อย เจ้าอสูรกาย ได้เวลาสู้แล้ว!"ข้าใช้สันดาบเคาะกับฝักให้เกิดเสียงดังก้อง เจ้าสัตว์อสูรดูเหมือนจะหันหัวตามมา เป็นจังหวะที่จะล่อมันให้ห่างจากเรือเดินสมุทร ดูเหมือนจะมีอาวุธบนเรือ แต่คงเพราะตรงอ่าวเต็มไปด้วยผู้คน เลยไม่มีการโจมตีด้วยอาวุธหนักเกิดขึ้นเจ้าอสูรขึ้นจากปากอ่าว ทิ้งกายอันเปียกปอนของมันลงบนถนนคนเดิน มันเลื้อยมาใกล้พอได้ระยะ ข้าจึงใช้ดาบคู่ใจฟัดไปที่ตัวของมัน ทว่าเจ้าอสูรกลับระวังตัวมากกว่าที่คาด มันหลบหลีกอย่างรวดเร็วเปรี้ยง!ดาบโดนเพียงเกราะของมันเล็กน้อย เกล็ดบนตัวของมันปรากฏรอยแตก ลากยาวตามดาบที่ฟันลงไป เลือดสีดำของงูใหญ่ยักษ์ไหลออกมาเล็กน้อยตามทาง"เกราะหนาเคี้ยวยากนักใช่ไหม? เจ้าอสรพิษ!"ฟ่อ! ฟ่อ!เจ้าอสูรเคลื่อนไหวใกล้เข้ามามันใช้หางยาวประมาณสามสี่เมตรฟาดมาอย่างรวดเร็ว เราตั้งท่าใช้ดาบวิเศษรับมือ...ฉัวะ !หางของมันขาดอย่างง่ายดาย ทว่าสิ่งที่แลกมาคือร่างกายต้องแบกรับน้ำหนักมหาศาลที่พุ่งมาเหมือนถูกคนร่างใหญ่วิ่งชน"ปวดหลัง!...อ๊าก ไม่ได้ยืดเส้นนาน!"ได้ยินเสียงกระดูกดังกึกกัก ...เจ็บ !ขณะที่เจ็บร่างอยู่นั้น เจ้าอสูรก็กัดหางตัวเองออกมาจนขาด มันสะบัดหางนั้นใส่ซือหลิน"เฮ้ย!?"ตึง !อีกเพียงนิดเดียว หางของเจ้างูยักษ์คงกระเด็นมาทับร่างไปแล้ว"เล่นทีเผลอนี่หว่า? ผิดกติกาจริง ! "อสูรกายคำราม แต่เห็นได้ชัดว่ามันอ่อนแอ่ลง..."ฮึ! เสร็จข้าล่ะ นอนหลับจนกว่าตะวันขึ้นวันพรุ่งนี้ซะ ! "ข้าตั้งดาบจนมั่นแล้วสะกดอาการเจ็บเอาไว้ ก่อนจะกัดฟันวิ่งให้เร็วที่สุดเพื่อเผด็จศึกตรงหน้า...ทว่าทันใดนั้นก็มีบางสิ่งพุ่งออกมาจากน้ำทะเลปากอ่าวมันคือร่างของสัตว์อสูรคล้ายกันอีกสองตัว...พวกมันเห็นร่างซือหลินด้วยดวงตาสีแดงฉานราวกับไฟ ไม่รอช้าพวกมันก็คำรามใส่อย่างดังก้องฟ่ออออออ"อื้มหื้ม! ยกโขยงกันมาเป็นครอบครัว! มากันเยอะไปแล้วเฮ้ย!?"ข้าพูดพลางปาดเหงื่อ ร่างกายของเราแบบนี้ไม่ไหวเอาแน่ๆ


    "อ้อแอ้!"ฟาน เด็กตัวน้อยร้อง ด้วยสัมผัสได้ถึงการปรากฏกายของสัตว์ยักษ์ ร่างทารกพยายามดิ้นจากผ้าพันหลังของอาจารย์หลี่ ซึ่งกำลังรักษาผู้บาดเจ็บอยู่ "อ๊อ!" [คุณพ่อ!ต้องรีบไปช่วยแล้ว...]"เอ๊ะ!? หนูฟาน เดี๋ยว!? อย่าดิ้นซิ!"อาจารย์หลี่กล่าวขณะกำลังใช้สองมือกดผ้าลงบนร่างผู้ได้รับบาดเจ็บ"อู้ว!"ด้วยพลังแขน ลูกแห่งผู้กล้าก็หลุดจากพันธนาการ คลานบนถนนตรงออกไปอย่างรวดเร็ว"อ๊ะ? หนูฟาน หยุดนะ! ผมตามไปเองครับอาจารย์!""โอ้ว!"ทารกตะโกนพร้อมคลานด้วยความรวดเร็ว ดวงตาของร่างตัวน้อยมีเพียงเป้าหมายเดียว นั่นคือบิดาของตน"คลานเร็วเกินไปแล้ว!?"เวทินเอ่ย“ทุกคนรีบหนีไป ขอทางด้วยครับ”ผู้คนวิ่งหนีกันให้วุ่น แต่เด็กตัวน้อยกลับคลานอย่างว่องไวไปหาบิดา...กระนั้นการคลานก็ไม่อาจชนะการวิ่งของคนที่โตกว่าได้ เวทินวิ่งตามทันในที่สุด“ฟาน เด็กดีมาอยู่นี่ก่อนนะ”"แอ๊![อยู่นั่นเอง คุณพ่อ!]"ร่างของอสูรพิษยักษ์ทั้งสามหันมาทางเสียงร้องเล็กๆของฟาน มันพุ่งร่างไปหาฟานทันที"เหวอ! ระวังนะฟาน!""อ้าวเฮ้ย? เวทิน? ฟาน!?มาทำอะไรตรงนี้!? ระวัง พวกมันกำลังไปทางนั้นแล้ว!"ฟ่อ! ฟ่อ!“บู...[ข้าไม่กลัวหรอก เพราะว่า...]”เด็กทารกอยู่ในอ้อมแขนเวทิน เด็กชายแม้จะกลัวก็ประคองปกป้องเด็กน้อยเอาไว้ เด็กทารกตัวน้อยจ้องหน้าอสูรยักษ์ไม่ลดละ“อ้อแอ้อู้วโอ้ว! ! [พ่อของข้าคือผู้กล้าอันดับหนึ่ง! !]"ฟานตะโกนใส่เสียงดัง เหมือนเมื่อครั้งที่เธอร้องไห้ใส่พวกโจรลักพาตัว
    error loaded“อ้อแอ้อู้วโอ้ว! ! [พ่อของข้าคือผู้กล้าอันดับหนึ่ง! !]
    ฟ่ออออออออออออสรพิษคำรามก้องเมื่อได้ยินเสียงแหลมของเด็กน้อย มันหยุดนิ่ง..."!"ฉับพลันซือหลินก็มาอยู่ตรงหน้าเวทินและฟานอย่างรวดเร็ว เขาตั้งดาบมั่น ดวงตาฉายแววเกรี้ยวกราด"มันกำลังชะงัก เจ้าสัตว์อสูรกำลังหยุดชะงัก!?"เวทินเอ่ยด้วยความสงสัย"ฟาน ทำได้อย่างไรกัน?""แบร่!"เด็กน้อยแลบลิ้นใส่เหล่าสัตว์อสูรก่อนจะมองหาบิดาของตน"สมกับเป็นลูกพ่อจ๋า เก่งมากเลยลูก เจ้าด้วยนะเวทิน ขอบใจที่ดูแลฟาน”ซือหลินเอ่ย พลางหันดาบไปทางศัตรู“บังอาจมายุ่งกับลูกข้านะ!""เจอท่าไม้ตายใหม่ของข้าหน่อย ท่าฟันดาบเอวเคล็ด! !"
    error loaded
    ขณะที่เหล่าอสรพิษไม่ขยับนั่นเอง ซือหลินก็ใช้มืออีกข้างที่ไม่ได้ใช้ จับเอวข้างที่ปวด เขาฟาดฟันอาวุธคู่ใจลงที่ตัวมันร่างอสูรยักษ์ตัวหนึ่งล้มลง มันยังไม่ตายแต่ก็ไม่ขยับกาย ส่วนตัวที่เหลือก็ผงกศีรษะ พร้อมส่งเสียงแหลมเล็กออกมา...“พวกมันเป็นอะไรหรือครับ!”เวทินถามด้วยความสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นซือหลินมองพวกมันตรงหน้า เขาจึงลดดาบตัวเองลง“พวกมันกำลังต่อรอง...”“อู้ว”ฟานร้องเมื่อซือหลินเข้าใกล้ ไม่ช้าอสรพิษทั้งหลายหดศีรษะลงประหนึ่งคำตอบของพวกมัน...การยอมศิโรราบ“อืม ดูเหมือนพวกมันจะยอมแพ้แล้วล่ะ”“ไม่จัดการพวกมันให้หมดเหรอครับท่านผู้กล้า?”เวทินที่อุ้มฟานอยู่ถาม“ไม่ได้เวทิน ต่อให้เป็นคนหรือสัตว์อสูร ถ้าไม่คิดสู้ เราก็อย่าไปทำร้ายพวกเขา แบบนี้เรียกว่าเมตตาธรรม เข้าใจไหม?”“...ข้ายังไม่เข้าใจนัก”“เจ้าจะลงมือจัดการพวกมันต่อหน้าฟานได้หรือ”“…ไม่ครับ”เวทินตอบอย่างนิ่งเงียบ“เช่นนั้นต่อไปก็ศึกษาเรียนรู้เข้าไว้ ตอนนี้มีงานต้องให้เจ้าช่วยแล้ว”เด็กชายนักบวชฝึกหัดเอียงคอสงสัย“งานอะไรหรือครับ?”ซือหลินยิ้มทั้งน้ำตาเล็ดก่อนพูด“มานวดหลังข้าที ข้าไม่ไหวแล้ว เอวด้วย รู้สึกกระดูกจะป่นหมดแล้ว!”ว่าแล้วก็เอาร่างอิงอาคารบ้านเรือนแถวนั้น“ท่านผู้กล้าฝืนตัวเองมากไปแล้วนะครับ ท่านก็อายุไม่ใช่น้อยแล้ว”“อะไรนะ!? เสียแรงที่คิดว่าเจ้าเป็นเด็กดีมาตลอด ที่แท้เจ้าก็มองข้าเป็นคนแก่อารมณ์แปรปรวนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แถมยังขี้บ่นว่าปวดหลังอย่างนั้นซินะ! ฮึ่ย!”“ข้ายังไม่ได้พูดแบบนั้นเลยนะครับ”ขณะที่สถานการณ์ดูคลี่คลาย เสียงนายทหารในชุดเกราะก็ตะโกนดังขึ้น“ทุกคนถอยไป ท่านผู้กล้ามาถึงแล้ว!”“เอ๊ะ? ผู้กล้า หมายถึงท่านซือหลินเหรอครับ?”“ข้าก็อยู่ที่นี่กับเจ้าไม่ใช่หรือไง?”


    ทหารกลุ่มหนึ่งเดินทัพมาประมาณห้าสิบคน พวกเขาแต่งกายเต็มยศชูธงคันศร สัญลักษณ์แห่งจักรวรรดิศวาติและธงต้าจิน พวกเขาวิ่งมาล้อมสัตว์อสูรทั้งสามที่สงบนิ่งอยู่ด้วยความรวดเร็ว“มีนักรบผู้หนึ่งต่อสู้กับเจ้าสัตว์อสูรครับ ท่านหญิง”ทหารกล่าวรายงานฉัน ซึ่งเดินมาด้วยความว่องไว...“เพตรา!?”ชายชราผมขาว ไว้หนวดไว้เครายาวรกรุงรังตรงหน้าเอ่ย ข้างกายของเขา มีเด็กอยู่ด้วยสองคน คนหนึ่งสวมชุดนักบวช อีกคนเป็นทารกน่ารัก“ท่านนักรบผู้เฒ่า ท่านรู้จักข้าด้วยหรือ?”ฉันถามออกไป“อ๊าก ยิ่งกว่าธนูปักอกอีก ได้ยินแบบนี้น่าน้อยใจนัก!”เขาคำรามก่อนพูด“เจ้าจำข้าไม่ได้เหรอ? นี่ไงดาบวิเศษ”นั่นมัน!! ฉันมองดาบเล่มนั้น จำมันได้ดี มันเป็นดาบของซือหลิน...ดาบวิเศษปราบมารที่สามารถทำลายทุกสิ่งได้!?“ซะ--ซือหลิน”ฉันหันหน้าไปทางอื่นพลางพูดสภาพตัวฉันตอนนี้เป็นอย่างไรกันนะ...?ฉันจับหน้าจับตาตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันมาถาม“เจ้ามาทำอะไรที่นี่? ทำไมดูแก่ลงขนาดนี้ละ?”ฉันจำได้ว่าอายุซือหลินมากกว่าฉันแค่ไม่กี่ปีเท่านั้นเอง...“ข้าได้รับคำพยากรณ์จากเมย์ พวกมารมีแผนกำลังออกอาละวาด ข้าจึงมาเพื่อช่วยและหยุดยั้งมัน ได้ยินว่าเมย์ป่วยหนักและรักษาตัวในจักรวรรดิศวาติ คิดว่าเจ้าน่าจะรู้ว่านางอยู่ที่ไหน”เมื่อได้ยินดังนั้น คำพูดของเมย์ก็ดังขึ้นในหัวฉัน“พอข้าจากไป ความช่วยเหลือจะมาถึงเจ้าในไม่ช้า อาจมีเรื่องที่ทำให้เจ้าสงสัยและน่าตกใจมากมาย ข้าขอให้เจ้าตั้งสติ” และ “คนที่จะช่วยก็คือ...คนกันเองที่ต้องสาป”“นี่เจ้าต้องคำสาปหรือ” ฉันปะติดปะต่อเรื่องจากคำทำนายของเมย์“เจ้ารู้ ?”“ถ้าจริง เจ้าก็เป็นคนในคำทำนายของเมย์นะซิ เจ้ามาหาเมย์เพราะเรื่องคำทำนายงั้นรึ”ทีกับข้าไม่เคยมาเยี่ยมกันซักครั้ง...แต่ที่สำคัญกว่าคือต้องกันไม่ให้เขารู้เรื่องของเมย์...ตามสัญญา ว่าคนที่รู้ต้องเป็นคนในนิกายเท่านั้น !“ใช่ ข้ามาพบเมย์เพื่อถามเรื่องคำทำนาย จากที่ข้าได้ยิน ศิษย์ของนางเล่าว่าข้าเป็นเพียงคนเดียวที่จะหยุดสงครามนี้”“อ้อ อ้อ”เสียงทารกน้อยดังขึ้น เธอกระโดดโผเข้าที่หลังซือหลิน “อรั่ก ละหลังข้า”“ลูกเต้าเหล่าใครกันฮึ? เด็กน้อย” ฉันชะโงกหน้าไปมองเจ้าตัวเล็กที่ปีนอยู่ตรงไหล่ของซือหลิน เด็กน้อยยิ้มแย้มอย่างเอ็นดูนั่นกำลังกินเสื้องั้นหรอ?“ลูกสาวของข้าเอง”“หะ ลูก?” ฉันชะงักไปทวนคำพูด“เอ๊ะ ลูกสาว !?” เด็กชายในชุดนักบวชก็ดูตกใจตาม“ฟานลูกข้าหน้าออกจะเหมือนข้า แถมน่ารักขนาดนี้ พวกเจ้ามองว่าเป็นลูกสาวใครได้อีกเล่า ?”ที่เขาหายไปเพราะไปแต่งงานมีครอบครัวอย่างนั้นเองสินะ....“เจ้า...เจ้าแต่งกับใครกันละ? แล้วทำไมสภาพนายถึงได้...แบบนี้จะไปต่อสู้พวกมารไหวได้อย่างไรกัน”“อ่า นั่นสินะ อุก เวทินช่วยข้าที”เด็กชายในชุดนักบวชวิ่งเข้าไปหา“มานั่งพักก่อนเถอะครับ ท่านซือหลิน”“ซือหลินข้าว่า เราต้องคุยกัน เจ้ามาพักที่ปราสาทของข้าก่อนเถอะ ขึ้นเรือข้ามาได้เลย”ฉันเอ่ยปากชวน“โอ้ ดีเลยๆประหยัดไปตั้งห้าสิบห้าเหรียญทองแนะ บุญคุณนี้ข้าจะไม่ลืมเลยเพตรา”“เจ้าเนี่ย ถ้าจะมาในศวาติ ก็ควรแลกสกุลเงินก่อนด้วยซิ จากที่นี่ก็ไม่ค่อยมีใครใช้สกุลเหรียญต้าจินหรอก”ฉันต่อว่า ซึ่งมันทำให้นึกถึงวันวานไม่น้อย...


    ผมเดินลงมาจากบันไดเรือเดินสมุทรของท่านผู้กล้าเพตราพร้อมอาจารย์หลี่...ปราสาทเวโรน่าแห่งตระกูลมาเทซาร์เป็นปราสาทก่อสร้างด้วยอิฐ เป็นปราการสำคัญของนครเวริส นครรัฐติดทะเลซึ่งเจริญในการค้า และปัจจุบันผู้ปกครองปราสาทแห่งนี้ก็คือมาคัส มาเทซาร์ บิดาของผู้กล้าเพตรา“เชิญพักผ่อนตามสบายเลยนะ หากต้องการสิ่งใดเรียกสาวใช้ได้เลย พรุ่งนี้ข้านัดประชุมกับท่านพ่อไว้แล้ว ยังไงเชิญท่านทุกคนมาร่วมประชุมด้วยนะ”ผู้กล้าเพตรากล่าว“อาซือ ข้าขอคุยด้วยหน่อย”“ท่านอาจารย์หลี่ ข้าฝากฟานสักครู่”ท่านซือหลินกล่าว“ได้ค่ะท่านซือหลิน”“อ้อ อ้อ”อาจารย์รับฟานเอาไว้ในอ้อมแขน ผมมองท่านอัศวินหญิงและท่านผู้กล้าซือหลินเดินเข้าห้องๆหนึ่งจนบานประตูปิดลง“พวกเค้าดูสนิทกันจังเลยนะท่านอาจารย์”“เพื่อนร่วมรบกันนี่นะ พวกเราไปพักผ่อนเถอะ”ในสายตาผม มีแต่เรื่องน่าสงสัยเต็มไปหมดทั้งที่ทั้งสองดูสนิทกัน แต่กลับไม่รู้เรื่องของท่านผู้กล้าซือหลินเลย ทั้งท่านกาลิคเองก็เช่นกันท่านซือหลินเป็นคนดี ผมรู้และสัมผัสได้ จากการเดินทางมาด้วยกันแต่ชายผู้กล้าคนนี้ยังคงเต็มไปด้วยปริศนาทั้งสภาพแก่ชราเกินวัย ทั้งเรื่องของฟาน ที่ดูเหมือนจะไม่ใช่เด็กธรรมดาอยากรู้...เพื่อความปลอดภัยของอาจารย์หลี่และผมเองด้วย“เดี๋ยวข้าขอไปเข้าห้องน้ำนะครับท่านอาจารย์ ท่านพักผ่อนก่อนได้เลย”ผมเดินออกมาจากห้อง ปล่อยให้อาจารย์หลี่ดูแลฟานทั้งอย่างนั้นในห้องรับรอง“ซือหลิน เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”เสียงเพตราถามด้วยความเป็นห่วง“อาซือ?”ซือหลินยิ้มก่อนตอบ“ไม่ได้ยินพวกเจ้าเรียกแบบนี้นานแล้วแฮะ ก็มีแค่เจ้ากับเมย์ที่เรียก”“อาจเพราะข้าเรียกติดมาจากนางก็ได้”ผู้กล้าอัศวินฉีกยิ้ม“ข้าสุขสบายดี เลี้ยงลูกปลูกผักเก็บสมุนไพร ทำบัญชี จนกระทั้งพวกปีศาจพวกมารมาลักพาลูกข้า ข้าบุกขึ้นเขา ฝ่าฝูงหมาป่า จนเจอนักบวชหลี่และคำทำนาย แล้วข้าก็มาถึงนี่ แล้วเจ้ากับเมย์ละ”ผู้กล้าหญิงชะงักไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ย “ข้าสบายดี ส่วนเมย์...พักฟื้นอยู่คงมาพบเจ้าไม่ได้ อะ เอ่อ เมย์เอ่ยถึงคำทำนายกับข้าว่าความช่วยเหลือกำลังมาพร้อมกับคนรู้จักที่ต้องคำสาป”“อ้อ เจ้าถึงรู้ได้ว่าข้าโดนคำสาปสินะ?”“ข้าก็ไม่เคยเห็นผู้ใดโดนคำสาปประหลาดเช่นนี้ กลายร่างเป็นคนแก่”“ไม่ใช่กลายร่างนะ ทั้งวิธีการคิด อารมณ์ โรคและการเดินเหินด้วย ข้ากะมาถามเมย์เรื่องนี้ด้วยล่ะนะ หลังจากที่กลับมาลงภาคสนาม ก็รู้เลยว่าข้าคงต่อสู้ได้ไม่เหมือนเก่า ถ้ายังต้องคำสาปนี้อยู่ หากรู้วิธีถอนคำสาปก็คงดี”“...ข้าอาจจะช่วยอะไรเจ้าไม่ค่อยได้ แต่ข้าเคยได้ยินมาว่า ส่วนใหญ่คำสาปจะถูกแก้ได้ โดยผู้สาปนะ ถ้าเป็นตามที่ได้ยินแบบนั้นจริง ไม่ว่าใครก็คงช่วยเจ้าไม่ได้หรอก”“งั้นรึ...”“อาซือ เจ้าจำได้ไหมว่าใครสาปเจ้า”“....ไม่....ข้าจำอะไรไม่ได้เลย ตื่นมาอีกทีก็เป็นแบบนี้แล้ว”“อืม เดี๋ยวข้าจะลองถามหมอหลวงและนักบวชที่นี่ให้นะ ”“ขอบน้ำใจเจ้ามากเพตรา เจ้ายังคงพึ่งพาได้เหมือนเดิมเลยนะ”ผู้กล้าซึ่งถูกสาปอยู่ในร่างชายวัยกลางคนกล่าว อีกฝ่ายพูดด้วยใบหน้าแดงเป็นคำตอบerror loaded
    “หัดพึ่งพาข้ามากกว่านี้ซิ ข้ายินดีช่วย เราเป็นเพื่อนกันนี่น่า…เอ่อ ว่าแต่ ลูก เอ่อ ภรรยาของเจ้าไม่ได้มาด้วยหรือ”“ไม่ได้มาหรอก...คือข้าแยกทางกับนางแล้วล่ะ…”ผู้กล้าเพตราพยักหน้าเมื่อได้ยิน เธอทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะส่ายหน้า...“นั่นใครนะ” ผู้กล้าซือหลินหันควับไปที่ประตู“มีใครแอบฟังเหรอ? เดี๋ยวข้าออกไปดูเอง”ผู้กล้าเพตรากล่าว เธอออกมามองนอกห้องก่อนเอ่ย“ไร้วี่แวว”“สงสัยข้าคงหูฝาดไปกระมัง แก่แล้วก็แบบนี้ งั้นข้ากลับไปหาลูกก่อนนะ เจ้าก็พักผ่อนละ เจอกันพรุ่งนี้ ค่อยมาคุยกันใหม่”“อะ อืม”เมื่อทั้งสองเดินจากไปสักพัก ผมจึงออกมาจากมุมเสาไม่ไกล“ฟู่ เกือบไปแล้ว”ผมมองมาทางโถงทางเดินให้แน่ใจว่าท่านซือหลินเข้าห้องพักไปแล้ว จึงตัดสินใจเดินกลับไปหาอาจารย์ถึงจะรู้ว่ามันไม่ดีที่แอบฟังก็เถอะ...แต่ก็ได้ความว่าผู้กล้าซือหลินกำลังหาทางแก้คำสาปโชคดีที่ไม่โดนจับได้ ไม่งั้นคงโดนเอ็ดยกใหญ่แน่ถึงจะยังไม่รู้ว่าแม่ของฟานเป็นใครแต่ก็พอได้รู้เกี่ยวกับคำสาปมาบ้าง ...ถึงผมเองจะไม่ค่อยรู้เท่าไร แต่อาจารย์หลี่อาจจะรู้เรื่องคำสาปก็เป็นได้...ไว้ลองถามดูหน่อยดีกว่าในวันพรุ่งนี้



    error loaded
    “มีความคืบหน้าอะไรหรือเปล่า เซวาตี”ปีศาจร่างกำยำ มีตัวคล้ายมนุษย์ มีหัวเป็นวัวกล่าวกับปีศาจสาวใส่แว่นนางหนึ่งในชุดผ้าคลุม“เรียนใต้เท้ามาริค ข้าไปเห็นมาแล้วด้วยตาเจ้าค่ะ บ้านไฟไหม้ไปแล้วค่ะ”หล่อนตอบ“ดี แบบนี้จะดีต่อ'ท่านจ้าวฑิคา'มากกว่า เป็นอันเรียบร้อย ข้าจักรายงานเรื่องนี้ในวันนี้ เจ้าไปได้แล้ว”ปีศาจวัวกล่าว“เรียนใต้เท้า ดูเหมือนฝ่ายมารของเราจะถูกทางการมนุษย์จับไปได้นะเจ้าคะ?”เมื่อได้ยินดังนั้นปีศาจวัวก็ลูบเขาของตน ก่อนตอบอย่างใจเย็น“...ข้าจะหารือฝ่ายกลยุทธ์อีกที”“เข้าใจแล้วค่ะ”หลังจากพูดจบ เซวาตีก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว มารวัวมองร่างคู่สนทนาเล็กน้อย ก่อนหันหลังเดินจากมา“ใต้เท้ามาริค...”เสียงหนึ่งทำให้ปีศาจวัวสะดุ้งโหยง เขาหันมาคุกเข่าให้ต้นเสียงที่คุ้นเคย เจ้านายผู้ยิ่งใหญ่...“ท่านจอมมาร!?”“ไม่ได้พบเสียนาน ได้ยินว่าเจ้ามีข่าวสารมาแจ้งให้ข้ามิใช่หรือ เรื่องอันใดกัน?”จอมมารเอ่ย“เรียนท่านจอมมาร มีข่าวรายงานที่ไว้ใจได้ว่าบัดนี้ผู้กล้าอันโอหังที่เคยหันดาบใส่ท่านได้ตายแล้วครับ”“…เจ้ามนุษย์ชั้นต่ำนั่นเอง ดี กระจายข่าวนี้ให้กว้างไกล ขวัญทหารจะฮึกเหิมขึ้น เราจะเตรียมเคลื่อนทัพในเร็ววัน...ดินแดนเอซิเรียทั้งหมด จะได้ตกอยู่ในมือข้าเสียที! !”ก่อนที่เสียงหัวเราะจะดังกึกก้องไปทั่ว...


    ตอนนี้ยาวหน่อย อ่านกันจุใจ พรุ่งนี้ลงตอน10 ขอขอบคุณรีดทุกท่านด้วยที่ติดตามมาตลอดนะครับ พบกันวันพรุ่งนี้ครับ ซึ่งเป็นตอนสุดท้ายของการประกวดครับ ^ ^ ไรท์เบนนี่error loaded