คืนแห่งคำถามและหัวใจที่เต้นแรง
หลังจากเหตุการณ์ในตำหนัก อาริสะกลับมายังตำหนักขององค์ชายมิโนรุโดยที่ยังคงตกอยู่ในอาการสับสน
"ทำไมองค์ชายถึงช่วยข้าอีกแล้ว?" เธอหันไปถามเขาทันทีที่พวกเขาอยู่กันตามลำพัง
มิโนรุทอดมองเธอครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยช้า ๆ
"ข้าบอกแล้วไงว่าเ้าต้องรอด"
"แต่ข้าเป็แค่หมากตัวหนึ่งในเกมของพระองค์ไม่ใช่หรือเพคะ?"
มิโนรุเงียบไปก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อย
"ใครบอกว่าเ้าเป็แค่หมาก?"
อาริสะชะงัก หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น
"หมายความว่าอย่างไรเพคะ?"
มิโนรุโน้มตัวเข้าใกล้เธอมากขึ้น ดวงตาคมคู่นั้นสะท้อนแสงจันทร์เป็ประกาย
"หมายความว่า... เ้าคือคนที่ข้าไม่ยอมให้ใครแตะต้อง"
อาริสะเบิกตากว้าง ก่อนที่ใบหน้าของเธอจะร้อนผ่าว
นี่มัน... ไม่ใช่แค่เกมการเมืองอีกต่อไปแล้ว
เธอกำลังเผชิญหน้ากับความรู้สึกบางอย่างที่แท้จริงจากองค์ชายมิโนรุ
และที่สำคัญที่สุด...
เธอเองก็กำลังหวั่นไหวกับเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเสียแล้ว
ค่ำคืนในวังหลวงเงียบสงัด ลมเย็นพัดผ่านม่านไม้ไผ่แ่เบา แต่ในใจของอาริสะกลับเต็มไปด้วยพายุแห่งความสับสน
"หมายความว่า... เ้าคือคนที่ข้าไม่ยอมให้ใครแตะต้อง"
เสียงขององค์ชายมิโนรุยังคงก้องอยู่ในหัวของเธอ ดวงตาคมคู่นั้นที่สะท้อนแสงจันทร์ ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังจะจมดิ่งลงไปในบางสิ่งที่ลึกและอันตรายเกินไป
"เ้ากำลังคิดอะไรอยู่?"
เสียงของมิโนรุดังขึ้นข้างกาย อาริสะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขายืนอยู่ไม่ไกล
"ข้าแค่..." เธอกัดริมฝีปาก "ข้าแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมองค์ชายถึงปกป้องข้าขนาดนี้"
มิโนรุมองเธอเงียบ ๆ ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
"ข้าก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน"
หัวใจของอาริสะกระตุกวูบ เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา และพบว่าดวงตาของเขาฉายแววซับซ้อนราวกับซ่อนบางสิ่งไว้
"แต่ข้ารู้เพียงอย่างเดียว" มิโนรุกล่าวต่อ "ข้าไม่อยากให้เ้าเป็อะไรไป"
คำพูดเรียบง่าย แต่กลับทำให้หัวใจของอาริสะเต้นแรงจนแทบไม่เป็จังหวะ
"ข้าก็ไม่อยากเป็อะไรไปเหมือนกัน" เธอพยายามพูดติดตลกเพื่อกลบเกลื่อน แต่ในใจกลับรู้ดีว่าความรู้สึกที่มีต่อเขากำลังเปลี่ยนไป
นี่มันไม่ใช่แค่เกมการเมืองอีกต่อไปแล้ว
นี่คือ... บางสิ่งที่อันตรายยิ่งกว่า
ณ ตำหนักลับของเสนาบดีโซจิโร่
ภายในห้องโถงลับที่มีเพียงแสงจากตะเกียงน้ำมันส่องสว่าง เงาของชายผู้หนึ่งทอดยาวอยู่บนพื้นไม้
เสนาบดีโซจิโร่—ขุนนางผู้มีอำนาจมากที่สุดในราชสำนักรองจากองค์จักรพรรดิ กำลังนั่งอยู่ตรงกลางห้อง ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมขณะที่มองชายในชุดดำที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า
"เ้าแน่ใจหรือว่าพลาดไป?"
เสียงของเขานุ่มลึก แต่แฝงไปด้วยความอันตราย
"พ่ะย่ะค่ะ... องค์ชายทรงเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน"
เสนาบดีโซจิโร่กระแทกถ้วยชาลงกับโต๊ะ "น่าเสียดาย..."
"เราจะทำอย่างไรต่อไปพ่ะย่ะค่ะ?"
โซจิโร่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยช้า ๆ
"หากองค์ชายมิโนรุทรงพยายามปกป้องนางมากถึงเพียงนี้ ก็แสดงว่า... นางมีความสำคัญกับเขามากกว่าที่เราคิด"
เขาหรี่ตาลง ดวงตาเปล่งประกายความเ็า
"เช่นนั้นก็ไม่ต้องฆ่านาง"
มือสังหารเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ "ไม่ฆ่าหรือพ่ะย่ะค่ะ?"
"ใช่" โซจิโร่ยิ้มบาง ๆ "การฆ่าหญิงสามัญชนตัวเล็ก ๆ เช่นนาง อาจทำให้องค์ชายระแวงมากขึ้น"
เขาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ "แต่หาก... เราใช้ 'นาง' เป็เครื่องมือทำลายองค์ชายแทนล่ะ?"
เงาแห่งการสมคบคิดกำลังแผ่ขยายไปทั่ววังหลวง
และเป้าหมายของพวกเขา คือ อาริสะ
ยามวิกาล ณ ตำหนักองค์ชายมิโนรุ
อาริสะเดินกลับมาที่ห้องพักของตนเองโดยมีองครักษ์สองคนคอยตามคุ้มกัน
แต่ทันทีที่เธอเปิดประตูห้องเข้าไป เธอก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่ผิดปกติ
มีใครบางคนอยู่ในห้องของเธอ
เธอหันขวับไปทางองครักษ์ แต่ก่อนจะทันได้พูดอะไร ชายในชุดดำสองคนก็พุ่งตัวออกจากเงามืดและเข้าประชิดตัวเธออย่างรวดเร็ว!
"ว้าย!"
อาริสะพยายามถอยหนี แต่แรงของมือสังหารแข็งแกร่งเกินไป พวกเขากดเธอลงกับพื้น ขณะที่มีดเล่มหนึ่งถูกชักออกมาจ่อคอของเธอ
"เงียบซะ" หนึ่งในนั้นกระซิบเสียงเย็น "ถ้าไม่อยากตาย"
อาริสะตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรงด้วยความหวาดกลัว
พวกเขาเป็ใคร!?
พวกเขา้าฆ่าเธอจริง ๆ หรือ!?
แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง—
"เคร้ง!"
เสียงดาบกระทบกันดังขึ้น พร้อมกับเงาวูบไหวที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง!
องค์ชายมิโนรุ!
เขาชักดาบยาวออกจากฝัก ฟาดเข้าใส่มือสังหารคนหนึ่งจนล้มลง ขณะที่อีกคนพยายามแทงเขาด้วยมีดสั้น แต่มิโนรุกลับพลิกตัวหลบได้อย่างคล่องแคล่ว
"เ้ากล้าดียังไงถึงบังอาจแตะต้องนาง!"
เสียงของเขาเย็นเยียบราวกับคมดาบ มือสังหารอีกคนพยายามพุ่งเข้าใส่เขา แต่ก่อนที่เขาจะทันได้ขยับ มิโนรุก็ชักดาบขึ้นอย่างรวดเร็ว
"ฉัวะ!"
เืสีแดงสาดกระเซ็น ชายชุดดำล้มลงกับพื้นโดยไร้ลมหายใจ
อีกคนเห็นท่าไม่ดีจึงรีบะโหนีออกไปทางหน้าต่าง ก่อนที่องครักษ์จะไล่ตามไป
อาริสะยังคงนั่งนิ่งอยู่กับพื้น หัวใจของเธอยังคงเต้นแรงจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป
มิโนรุหันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขายังคงลุกวาวด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ
"เ้าเป็อะไรหรือไม่?"
อาริสะเงยหน้ามองเขา และนั่นเองที่เธอได้เห็นอะไรบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
มือของเขากำดาบแน่นจนเส้นเืปูดขึ้นมา และดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว...
"องค์ชาย..."
"ข้าจะไม่ให้อภัยคนที่คิดแตะต้องเ้า" มิโนรุกล่าวเสียงต่ำ ก่อนจะทรุดตัวลงตรงหน้าเธอ
"เ้าอยู่ภายใต้การปกป้องของข้า"
ดวงตาของเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ และเป็ครั้งแรกที่อาริสะรู้ว่า...
เขากลัวที่จะสูญเสียเธอไปจริง ๆ
เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนที่มือของเธอจะยื่นออกไปััหลังมือของเขาเบา ๆ
"ข้าไม่เป็อะไรเพคะ"
มิโนรุยังคงมองเธอ ก่อนจะจับมือของเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป
และในคืนนั้นเอง...
อาริสะรู้ว่าเธอไม่มีทางหนีจากองค์ชายมิโนรุไปได้อีกแล้ว
คืนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเืและความหวาดกลัวผ่านพ้นไป แต่หัวใจของอาริสะกลับยังเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความกลัว... แต่เพราะชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ
องค์ชายมิโนรุนั่งอยู่ข้างเธอ มือของเขายังจับมือของเธอไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะหลุดหายไปจากเขา
แม้ภายนอกเขาจะดูสงบนิ่งดังเดิม แต่แววตาของเขากลับสั่นไหว
"เ้าคือคนที่ข้าไม่ยอมให้ใครแตะต้อง"
คำพูดนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเธอ
อาริสะสูดลมหายใจลึก พยายามเรียกสติกลับมา เธอมองไปที่มือของตนเองที่ถูกเขาจับไว้แน่น
"องค์ชาย..." เธอเรียกเสียงเบา
มิโนรุยังคงนิ่งเงียบ ก่อนที่เขาจะกระชับมือของเธอแน่นขึ้น "ข้าเคยบอกแล้วว่าเ้าต้องรอด"
ดวงตาของเขาฉายแววมุ่งมั่น "ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเ้าอีก"
อาริสะรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ผ่านมือของเขามาสู่มือของเธอ
"แต่ว่า..." เธอกัดริมฝีปากแน่น "ข้าเป็เพียงหญิงสามัญชน ข้าไม่ใช่ใครสำคัญในวังหลวงแห่งนี้"
มิโนรุหรี่ตาลง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ข้าจะทำให้เ้ากลายเป็คนที่ไม่มีใครกล้าล่วงเกิน"
อาริสะชะงัก "หมายความว่าอย่างไรเพคะ?"
มิโนรุลุกขึ้นยืน ดวงตาของเขาทอประกายภายใต้แสงจันทร์
"พรุ่งนี้ข้าจะทูลขอพระบรมาานุญาตจากองค์จักรพรรดิให้ประกาศหมั้นหมายกับเ้าอย่างเป็ทางการ"
อาริสะเบิกตากว้าง "หา!? นี่ไม่ใช่แค่การแสดงหรอกหรือ!?"
มิโนรุจ้องหน้าเธอ ก่อนจะเอ่ยช้า ๆ
"มันไม่ใช่แค่การแสดงอีกต่อไปแล้ว"
หัวใจของอาริสะเต้นแรง เธอเผลอกำชายแขนเสื้อของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว "แต่ข้าเป็แค่..."
"เ้าเป็อาริสะ" มิโนรุกล่าวเสียงเรียบ "หญิงที่ข้าเลือก"
อาริสะพูดอะไรไม่ออก ได้แต่จ้องมองดวงตาคมของเขาด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ได้
เธอควรจะปฏิเสธ แต่ทำไม...
เธอถึงไม่สามารถพูดคำว่า "ไม่" ออกไปได้?