“พี่ไห่”
หลีไห่หันไปตามเสียงเรียก “มีอะไรเหรอหงเสี่ยว”
หลีหงเสี่ยวกับหวังลี่ปิงตั้งใจมาดักรอหลีไห่เมื่อพวกเธอได้ยินว่าลุงหลีฉินมาเป็เถ้าแก่เพื่อสู่ขอหลีหรงให้กับต้าเฉียง
“ฉันได้ยินมาว่าลุงใหญ่ฉินมาเป็เ้าภาพฝ่ายชายสู่ขอหลีหรงให้ยุวชนต้าเฉียงเหรอค่ะ” หลีหงเสี่ยวถาม
“ใช่ สินสอดทั้งหมดห้าร้อยหยวน รวมถึงธัญพืชในส่วนของหลีหรงที่ได้รับแจกมาก่อนหน้านี้เธอก็จะไม่เอาติดตัวไป พอพวกเขาแต่งงานเสร็จก็จะย้ายออกไปอยู่บ้านโจวต้าเฝิงทันที เธอถามทำไม”
“เปล่า ฉันก็แค่ได้ยินข่าวมาก็เลยมาถามพี่เพื่อความแน่ใจ”
หลีไห่ยิ้มให้ญาติผู้น้องอย่างรู้ทัน “อย่าบอกนะว่าเธอแอบชอบยุวชนต้าเฉียง ช้าไปหน่อยนะ เ้าหนุ่มนั่นมาสู่ขออาหรงไปแล้ว”
หลีหงเสี่ยวเชิดหน้าอย่างมั่นใจ “สู่ขอแล้วยังไง”
“สู่ขอก็แปลว่าพวกเขาต้องแต่งงานกันยังไงล่ะ”
“แล้วตอนนี้พวกเขาแต่งกันหรือยังล่ะคะ ก็แค่มาทาบทาม ยังมีเวลาอีกนาน ถึงตอนนั้นอะไรๆ มันก็อาจจะเปลี่ยนแปลงได้”
“เธออยากแย่งยุวชนต้าเฉียงจากอาหรงเหรอ” หลีไห่ขมวดคิ้วอย่างไม่ไว้ใจ เขาไม่ได้ห่วงน้องสาว แต่เขาห่วงเงินห้าร้อยหยวน
“ทำไมคะ ตอนนี้พี่อยากจะทำตัวเป็พี่ชายที่แสนดีแล้วเหรอ ฉันขอถามพี่นะคะ พี่จะยินดีช่วยฉันล่มงานแต่งครั้งนี้ไหม ถ้าพี่ช่วยฉัน เงินสินสอดเดิมที่ยุวชนต้าเฉียงเอามาสู่ขอหลีหรง ฉันจะไม่เรียกคืน แถมยังจะเพิ่มเงินให้พี่อีกสองร้อยหยวนด้วย อ้อ...ถ้าพี่ตกลงช่วยฉันคราวนี้ บางทีพี่อาจจะสมหวังกับโจวอ้ายเหม่ยก็ได้นะคะ” หลีหงเสี่ยวเริ่มให้ข้อเสนอ
“เธอเอาจริงเหรอหงเสี่ยว” หวังลี่ปิงถามอย่างไม่มั่นใจ
ั้แ่ที่พวกเธอมีเื่ตบตีกับโจวอ้ายเหม่ยและหลีหรงคราวนั้น พวกเธอก็ถูกกักบริเวณอยู่เป็เดือน พอออกมาก็ได้ยินข่าวเื่ที่ลุงใหญ่ฉินมาสู่ขอหลีหรงให้กับต้าเฉียงแล้ว
“ลี่ปิง ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ฉันที่จะแย่งพี่ต้าเฉียงมาได้ และก็ไม่ใช่แค่พี่ไห่จะแย่งโจวอ้ายเหม่ยมาได้ แต่มันยังเป็โอกาสดีที่เธอจะแย่งเจียงโม่โฉวมาจากโจวอ้ายเหม่ยได้ด้วยนะ ถ้าเราทั้งสามคนร่วมมือกัน ฉันคิดว่าแผนการของพวกเราต้องสำเร็จแน่” หลีหงเสี่ยวบอก
“พวกเธอสองคนพูดให้ฉันฟังชัดๆ อีกที ตกลงว่าพวกเธออยากให้ฉันทำอะไร” หลีไห่ถามออกไปอย่างสนใจเมื่อรู้ว่าครั้งนี้เขาจะได้เงินมาอีกก้อน ทั้งยังจะได้ตัวน้องอ้ายเหม่ยมาเชยชมอีก
“พี่ไห่ ฉันยอมรับว่าฉันชอบยุวชนต้าเฉียง และฉันก็อยากแต่งงานกับเขา เพราะไม่แน่ว่าฉันอาจจะมีโอกาสย้ายไปอยู่ปักกิ่งกับเขาด้วยก็ได้ เพราะฉะนั้นฉันจะปล่อยให้งานแต่งงานครั้งนี้เกิดขึ้นไม่ได้ พี่จะช่วยฉันได้ไหม อย่างที่บอก เงินสินสอดที่เคยเป็ของหลีหรงฉันจะไม่เอาคืน และฉันจะให้เงินพี่อีกสองร้อยหยวน ขอแค่พี่ตกลงว่าจะช่วยฉันล่มงานแต่งครั้งนี้” หลีหงเสี่ยวบอกกับหลีไห่ “ฉันให้เงินพี่ห้าสิบหยวนก่อนก็ได้ พองานเสร็จฉันจะจ่ายส่วนที่เหลือ พี่ก็ไม่ได้รักน้องสาวของพี่มากมายไม่ใช่เหรอคะ ไม่งั้นพี่คงไม่คิดที่จะให้เธอไปแต่งงานกับคนพิการนั่นหรอก ฉันได้ยินข่าวลือนี้มาแล้ว”
หลีไห่ยิ้มอย่างไม่นึกละอายที่มีคนมาหาว่าเขาขายน้องสาวเพื่อเงิน เขากลับยิ้มตอบอย่างอารมณ์ดี “ใครใช้ให้อาหรงเกิดมาเป็ลูกสาวกันเล่า ก็เหมือนพวกเธอ เมื่อเทียบกับพี่ชายและน้องชายแล้ว พวกเธอมีสถานะไหนในบ้าน”
หลีหงเสี่ยวกับหวังลี่ปิงตอบคำถามนี้ไม่ได้เลย เพราะมันคือเื่จริงตามที่หลีไห่พูด ถึงแม้คนภายนอกจะดูว่าพวกเธอถูกที่บ้านเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ แต่แท้จริงแล้วพวกเธอก็แค่สินค้าชิ้นหนึ่ง และที่ครอบครัวดูแลพวกเธออย่างดี ทั้งยังส่งเสียให้ได้เรียนหนังสือ ก็เพื่อจะให้พวกเธอมีโอกาสได้แต่งงานกับคนที่มีฐานะสูงกว่า ทำอย่างนี้ถึงจะยกระดับและเชิดหน้าชูตาคนในครอบครัวได้เท่านั้น
“เถียงไม่ออกล่ะสิ เอาเป็ว่าฉันจะรับเื่นี้ไปพิจารณา แต่ว่าเงื่อนไขมันดูจะน้อยไปหน่อย เพราะยังไงค่าสินสอดพวกนั้นมันก็เป็ของฉันอยู่แล้ว ไม่ว่าต้าเฉียงจะได้แต่งกับอาหรงหรือไม่ได้แต่ง ฉันก็ไม่คิดจะเอาเงินไปคืน แต่ปัญหามันอยู่ที่เงินสองร้อยหยวนของพวกเธอต่างหาก มันค่อนข้างจะ...” หลีไห่แสร้งทำหน้าลำบากใจ
“ในเมื่อหงเสี่ยวจะเพิ่มเงินให้พี่สองร้อยหยวน ถ้างั้นฉันก็จะเพิ่มเงินให้พี่อีกสองร้อยหยวนเหมือนกัน ขอแค่พี่ช่วยให้ฉันสมหวังกับเจียงโม่โฉว” หวังลี่ปิงพูดอย่างตัดสินใจ เธอแอบรักเจียงโม่โฉวั้แ่ตอนที่เขาถูกส่งมาอยู่ที่หมู่บ้านใหม่ๆ แล้ว และยิ่งรู้ว่าครอบครัวของเขามีฐานะร่ำรวย ทั้งยังเป็คนปักกิ่งั้แ่เกิด เธอก็ฝันว่าจะได้แต่งงานกับเขามาตลอด แต่เธอต้องมาผิดหวังเพราะโจวอ้ายเหม่ยมาแย่งเจียงโม่โฉวไป ั้แ่เล็กจนโต เธอไม่เคยสู้โจวอ้ายเหม่ยได้เลย ครั้งนี้เธอต้องแย่งเจียงโม่โฉวกลับมาให้ได้
“พวกเธอต้องให้เงินฉันคนละสามร้อยหยวน ถ้าน้อยกว่านี้ฉันก็ไม่ตกลง ยังไงเื่ของน้องอ้ายเหม่ย สักวันฉันก็จะจัดการเองอยู่แล้ว” หลีไห่คิดคำนวณเงินอยู่ในหัว ถ้างานนี้สำเร็จ นอกจากเขาจะไม่เปลืองแรงเื่น้องอ้ายเหม่ย เขายังจะมีเงินในกระเป๋าเพิ่มมาอีกตั้งหกร้อยหยวน เงินจำนวนนี้สามารถให้เขาเข้าไปเล่นสนุกในเมืองได้พักใหญ่เลยล่ะ
“สามร้อยหยวน! พี่จะบ้าไปแล้วเหรอ เงินมากมายขนาดนั้นพวกฉันจะไปหามาจากไหน” หลีหงเสี่ยวะโขึ้น เงินสองร้อยหยวนนี่ก็มากพอแล้ว มันเป็เงินเก็บของทั้งครอบครัว เธอแค่บังเอิญรู้ที่ซ่อนที่แม่มักจะเอาเงินไปเก็บไว้เท่านั้น เธอก็เลยคิดว่าจะแอบเอาเงินก้อนนั้นมาจ่ายให้กับหลีไห่ แต่ไม่คิดว่าหลีไห่จะโลภเพื่อขอเงินเพิ่ม
“นั่นสิพี่ไห่ สองร้อยหยวนก็มากเกินไปสำหรับพวกเราแล้วนะคะ” หวังลี่ปิงพูดอย่างลำบากใจ เงินสองร้อยหยวนคือเงินที่พ่อเธอเก็บไว้ให้เป็สินเดิมเ้าสาว ที่เธอกล้าลงทุนก็เพราะเธออยากให้เ้าบ่าวของเธอเป็เจียงโม่โฉว ถ้าเื่นี้สำเร็จ เงินสินเดิมก็ไม่จำเป็อีกแล้ว
หลีไห่ยิ้ม “ไม่มากไปหรอก พวกเธอลองคิดดูดีๆ สิ หากแผนการนี้สำเร็จ นอกจากพวกเธอจะได้แต่งงานกับคนที่พวกเธอรัก พวกเธอยังจะได้เป็สะใภ้แต่งเข้าไปอยู่ในครอบครัวของคนปักกิ่งด้วยนะ บางทีพวกเธออาจจะมีโอกาสได้ไปไหว้พ่อแม่สามีที่ปักกิ่ง ในหมู่บ้านเรามีคนแต่งไปเป็สะใภ้ของคนในอำเภอหลายคนแล้วก็จริง แต่ยังไม่มีใครได้เป็สะใภ้ของคนปักกิ่งมาก่อน”
หลี่หงเสี่ยวกับหวังลี่ปิงเริ่มคิดหนักแล้ว เงินสามร้อยหยวนแลกกับการได้เป็สะใภ้ของครอบครัวปักกิ่ง อะไรมันจะมีเกียรติและเป็หน้าเป็ตาได้มากกว่านี้อีก
“พี่รับประกันหรือเปล่าล่ะว่าพี่จะทำงานนี้สำเร็จ” หลีหงเสี่ยวถาม
“ฉันมีพี่น้องที่จะมาช่วยเื่นี้อยู่หลายคน แต่ถ้าพวกเธอไม่มั่นใจ ฉันไม่รับงานนี้ก็ได้ เพราะยังไงมันก็ไม่ใช่ฉันที่เสียประโยชน์ ฉันไม่ได้อยากมีญาติเป็คนปักกิ่งเสียหน่อย” หลีไห่ตอบอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน เขาไม่รีบที่จะจัดการกับน้องอ้ายเหม่ย ยังไงน้องอ้ายเหม่ยก็เป็คนหมู่บ้านเดียวกัน เขาจะลงมือเมื่อไหร่ก็ได้ อีกอย่างเขาก็ไม่ได้อยากได้น้องอ้ายเหม่ยมาเป็ภรรยาเสียหน่อย ของที่ถูกคนอื่นใช้งานแล้วก็เป็ได้แค่ของเล่น เขาแค่อยากเอาเธอมาเล่นสนุก พอหมดสนุก เขาก็จะเอาเธอไปขายให้กับคนในบ่อน ‘ขอโทษนะน้องอ้ายเหม่ย ใครใช้ให้เธอเลือกไอ้หนุ่มหน้าขาวแทนที่จะเลือกฉันกันล่ะ’
“ฉันตกลง ฉันจะจ่ายเงินให้พี่ก่อนหนึ่งร้อยหยวน แต่พี่ต้องรีบลงมือหน่อยนะ เพราะอีกไม่กี่วันพ่อของฉันจะให้ฉันไปดูตัวอีกแล้ว” หวังลี่ปิงตัดสินใจได้ในที่สุด
“ถ้างั้นฉันก็ตกลง” หลีหงเสี่ยวก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
“พรุ่งนี้พวกเธอเอาเงินไปให้ฉันที่ท้ายหมู่บ้าน หลังจากนั้นก็นั่งตัดชุดแต่งงานรอได้เลย คนอย่างหลีไห่เมื่อรับปากแล้วไม่มีคำว่าผิดพลาด” หลีไห่เดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดี
เช้าวันรุ่งขึ้น หลีหงเสี่ยวกับหวังลี่ปิงก็ไปตามสถานที่นัดหมาย ซึ่งหลีไห่ก็มารออยู่ก่อนแล้ว โดยทั้งสามคนไม่รู้เลยว่าถูกเจียงโม่โฉวเห็นเข้าเสียแล้ว
“นายบอกว่านายเห็นหลีหงเสี่ยวกับหวังลี่ปิงเอาเงินไปให้หลีไห่อย่างนั้นเหรอ แล้วพวกหล่อนเอาเงินไปให้ไอ้อันธพาลนั่นทำไม ไม่ใช่ว่าพวกเขากำลังจะหาทางมาทำร้ายอ้ายเหม่ยหรอกนะ” โจวต้าเฝิงถามอย่างไม่สบายใจ
“ผมคิดว่ามีโอกาสเป็ไปได้ครับ น่าเสียดายที่ผมไม่ได้ยินว่าพวกเขากำลังพูดเื่อะไรกัน ผมอยู่ไกลเกินไป” เจียงโม่โฉวตอบ
“ไม่ได้ยินก็ไม่เป็ไร อย่างน้อยนายก็เห็นพวกเขา เราจะได้ระวังตัวมากขึ้น”
“แต่ผมอยากจัดการกับหลีไห่ก่อนที่เขาจะลงมือกับอ้ายเหม่ยครับ ผมไม่อยากให้อ้ายเหม่ยตกอยู่ในอันตราย” เจียงโม่โฉวขมวดคิ้ว
“แล้วนายจะทำยังไง ตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่าสามคนนั้นจะมาทำร้ายอ้ายเหม่ยจริงไหม เพราะนี่เป็แค่การคาดเดาของเรา อีกอย่างถ้าหลีไห่ไม่ลงมือ เราก็ทำอะไรเขาไม่ได้”
“ในอำเภอเรามีตลาดมืดแค่ที่เดียวก็คือตลาดของพี่อวี้หลุน ผมคิดว่าหลีไห่คงเอาของเข้าไปขายในนั้น แต่ถ้าผมไปแจ้งความ พี่อวี้หลุนก็จะพลอยเดือดร้อนไปด้วย เพราะฉะนั้นผมจะขอไปสอบถามพี่อวี้หลุนก่อนว่าผมจะทำอะไรได้บ้าง แต่ถ้าใช้เื่นี้มาเอาผิดหลีไห่ไม่ได้ เราคงทำได้แค่รอดูว่าหลีไห่ หลีหงเสี่ยว กับหวังลี่ปิง้าทำอะไรกับอ้ายเหม่ยกันแน่ จากนั้นเราค่อยหาทางเอาคืนพวกเขาอีกที”