สองคนหนึ่งสัตว์ิญญา เดินตรงไปยังทิศตะวันตกของเมือง เดินไปยังอาคารขนาดใหญ่โตราวกับปราสาทแห่งหนึ่ง ไม่สิต้องบอกว่าข้างหน้าของพวกเขามันแทบจะเป็ปราสาทแห่งหนึ่ง ไม่ว่าจะเพราะสร้างด้วยอิฐมากมายหรือขนาดอันใหญ่โตของมัน
“นี่คือกิลด์นักผจญภัยงั้นเหรอ?” อูซินมองปราสาทขนาดใหญ่ตรงหน้า
“ไม่ใช่… ปราสาทนี้เป็ที่ตั้งของสมาคมนักผจญภัยสาขาของเมืองเทรัส อย่างที่เมาเมาบอก นักผจญภัยทุกคนจะอยู่ภายใต้ ชื่อทะเบียนของสมาพันธ์นักผจญ แต่สมาพันธ์นักผจญภัยก็ประกอบด้วย สมาคมนักผจญภัยของแต่ละทวีป ภายในแดนมนุษย์สมาคมนักผจญภัยก็จะมีสาขาต่างๆ กระจายตัวออกไป ทั่วทั้งทวีป” เรย์ชี้ไปยังปราสาท
“ปราสาทนี้ก็คือ สมาคมนักผจญภัยเทรัส ภายในเองก็มีพื้นที่มากมาย กิลด์นักผจญภัยหลายกิลด์เลือกที่จะเช่าพื้นที่ภายในเป็ที่ทำการกิลด์ เพราะว่าทางสมาคมจะเป็ผู้ประกาศภารกิจต่างๆ พร้อมจ่ายผลตอบแทน แต่ว่าก็มีกิลด์แข็งแกร่งบางกิลด์ที่เลือกไปตั้งที่ทำการด้านนอก เพราะมีสมาชิกที่เยอะเกินไป” เรย์กล่าว
“เข้าใจแล้ว.. งั้นก็เข้าไปกันเถอะ” อูซินเดินผ่านประตูขนาดใหญ่ที่สูงกว่าห้าเมตรและกว้างกว่าสิบเมตร มันเป็ประตูขนาดใหญ่ในระดับที่สามารถให้คนหลายสิบคนเดินผ่านไปมาโดยที่ไม่ชนกัน
เมื่อเดินเข้าไปภายในสมาคมนักผจญภัย อูซินก็มองเห็นคนมากมาย มีโต๊ะไม้ยาวหลายตัวเรียงต่อกัน จนคล้ายกับห้องอาหารขนาดใหญ่ และ เมื่อมองไปรอบๆ เขาก็พบว่าภายในปราสาทแห่งนี้ยังแบ่งแยกเป็อีกหลายขั้นและยังมีห้องเล็กและใหญ่อีกหลายห้องอยู่ภายในปราสาท มีทั้งร้านขายอาหาร ร้านขายอาวุธ หรือ แม้แต่ที่ตั้งของกิลด์นักผจญภัยบางกิลด์ที่มีสมาชิกไม่ใหญ่มากก็เช่าพื้นที่ของปราสาทแห่งนี้เช่นเดียวกัน
เมื่อมองไปยังนักผจญภัยมากมาย เขาก็พบว่ากว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์เป็มนุษย์ทั่วไป แต่ว่าก็ยังมีบางส่วนที่เป็เผ่าอื่น อย่างมนุษย์สัตว์จากทวีปเหนือ หรือ แดนอสูร
มนุษย์สัตว์ เผ่าพันธุ์ทรงปัญญาที่มีร่างกายบางส่วนเป็สัตว์ โดยจะแบ่งเป็สองประเภท คือ แบบที่มีลักษณะคล้ายสัตว์เต็มตัว และ ประเภทที่มีเพียงบางส่วนของร่างกายที่เป็สัตว์ อย่างเช่น มนุษย์สัตว์วงศ์แมวขาว บางคนจะมีเพียงหูแมวหรือหางแมวที่โผล่ออกมา แต่กลับบางคนก็จะมีทั้งใบหน้า ขน หาง เหมือนกับแมวมากกว่าคน
“ไปที่เคาน์เตอร์กันเถอะ” เรย์เดินนำไปยังเคาร์เตอร์ทันที
“สวัสดีค่ะ ทั้งสองท่าน้ารับบริการแบบไหนดีคะ?” ซาร่า พนักงานของสมาคมนักผจญภัยถาม
“พวกเรา้าสมัครเป็นักผจญภัย” อูซินมองไปยังซาร่า บนโต๊ะเคาน์เตอร์ของพนักงาน มีสิ่งที่คล้ายกับจอคอมตั้งเอาไว้ แม้จะไม่มีสายเหมือนกับของโลกวิทยาการที่ใช้พลังงานไฟฟ้า แต่กลับรู้ได้ทันทีว่ามันเป็สิ่งที่คล้ายกันแต่ใช้พลังงานมานาหรือพลังเวทอย่างแน่นอน
“ได้ค่ะ รบกวนขอบัตรประจำตัวของทั้งสองท่านด้วย” ซาร่ากล่าว
อูซินและลอยด์ต่างรีบนำบัตรของตนเองให้ซาร่าทันที
ซาร่านำบัตรของทั้งสองไป เมื่อเธอกดๆ จิ้มๆ ไปยังหน้าจอคอม วงแหวนขนาดเล็กก็ปรากฏบนโต๊ะ มันเป็วงแหวนสำหรับการตรวจสอบข้อมูล เป็ข้อมูลที่จะเชื่อมต่อไปยังทะเบียนราษฎร ซาร่านำป้ายชื่อขึ้นมาสองอัน อันหนึ่งเป็เหล็กสีเงินอีกอันเป็ป้ายทองแดง พลังเวทค่อยๆ สลักชื่อเข้าไปภายในป้าย เป็ชื่อของ ป้ายทองแดงเป็ชื่อของอูซิน และ ป้ายเงินเป็ชื่อของ เรย์
“สำเร็จแล้วค่ะ ทางเราได้ลงทะเบียนข้อมูลของท่านทั้งสอง เอาไว้ภายในระบบของสมาคมนักผจญภัยสาขาเทรัสแล้ว.. เนื่องจากทั้งสองยังไม่เคยมีประวัติการทำงานในด้านนักผจญภัยมาก่อน ทางเราจะอ้างอิงระดับนักผจญภัยจากระดับพลังเวท ของคุณอูซินเป็นักผจญภัยระดับต่ำ ส่วนคุณเรย์จะเป็นักผจญภัยระดับกลางนะคะ” ซาร่ากล่าว พร้อมกับนำป้ายห้อยคอที่เป็สัญลักษณ์ของนักผจญภัย ของอูซินจะเป็ป้ายทองแดง และ เรย์จะเป็สีเงิน
“ขอบคุณครับ” เรย์กล่าวพร้อมกับนำป้ายเงินไปใส่ตัว
“ขอบคุณ” อูซินมองป้ายสีทองแดงในมือ และ มองไปรอบๆ ห้องโถง ก็พบว่าทุกคนนำป้ายชื่อมาทำเป็สร้อยคอ เหมือนกับเป็สัญลักษณ์ของนักผจญภัยแต่เขาก็สังเกตได้ว่ามีป้ายของบางคนที่มีสัญลักษณ์แตกต่างออกไป
“เหมือนกับว่า.. ที่ป้ายชื่อของบางคนจะมีสัญลักษณ์รูปดาวด้วย” อูซินกล่าวเมื่อสังเกตเห็นสิ่งที่แตกต่างระหว่างป้ายชื่อของตนเองและคนอื่นบางคน
“สัญลักษณ์รูปดาวเป็สัญลักษณ์พิเศษที่มีเอาไว้เพื่อบอกว่า นักผจญภัยคนนั้นๆ จะสามารถรับภารกิจที่ระดับสูงกว่าตนเองได้ เพราะโดยปกติแล้ว นักผจญภัยระดับต่ำจะรับได้แต่ภารกิจระดับต่ำเท่านั้น แต่หากว่าสามารถพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตนเองได้ว่ามีพลังมากกว่าระดับของตนเอง ก็สามารถขอรับการทดสอบจากสมาคมได้ หากได้ดาวที่ป้ายก็จะสามารถรับภารกิจระดับกลางได้” ซาร่าบอก
“แบบนี้เอง” อูซินเข้าใจได้ทันที ที่จำเป็ต้องมีการประเมินพิเศษก็เพราะกันพวกที่ชอบคิดว่าตนเองเก่งและคิดจะรับภารกิจเกินตัวไม่ให้ตายไปก่อนวัยอันควร
“แล้วต้องทำยังไงถึงจะได้รับการทดสอบงั้นเหรอ” อูซินถาม
“ก็มีหลายอย่างค่ะ หากเป็ไปตามมาตรฐานก็จำเป็ต้องทำภารกิจระดับเดียวกับของตนไปก่อนอย่างน้อยยี่สิบภารกิจ หรือไม่ก็ขอเข้าร่วมกับกลุ่มนักผจญภัยที่ระดับสูงกว่าตนเอง และให้กลุ่มนักผจญภัยนั้นรับรองความสามารถเพื่อที่จะขอทดสอบพลังได้เร็วขึ้น แต่ก็มีอีกหลายวิธีอย่างเช่น แสดงพลังให้ระดับผู้บริหารของสมาคมเห็น ก็สามารถรับสัญลักษณ์พิเศษได้เช่นเดียวกัน” ซาร่าอธิบาย
“เข้าใจแล้ว” อูซินกล่าว
ในระหว่างที่อูซินกำลังถามอยู่นั้นเอง กลุ่มนักผจญภัยมนุษย์สัตว์สามคนก็ได้เดินเข้ามาภายในสมาคมนักผจญภัย พวกเขาก็คือ กลุ่มนักผจญภัยของฟูจิกิ มนุษย์สัตว์สายพันธุ์วาฬผู้มีหางวาฬขนาดใหญ่ด้านหลังของตนเอง ตามมาด้วยคินาโกะมนุษย์สัตว์วงศ์จิ้งจอกแดงผู้มีหูและหางจิ้งจอกสีแดง และ คนสุดท้ายทากะ มนุษย์สัตว์วงศ์เหยี่ยวผู้มีปีกสีน้ำตาลขนาดใหญ่กลางหลัง
ทั้งสามเดินเข้ามาและเดินตรงเข้าไปที่เคาน์เตอร์ และเข้ามาต่อแถวเดียวกับอูซินและเรย์ อูซินที่ไม่คิดจะถามอะไรแล้วก็เดินหลบให้กับ กลุ่มของฟูจิกิทันที
“เชิญ ข้าเสร็จธุระพอดี” อูซินสำรวจระดับพลังของกลุ่มหลังตน ก็พบว่าคนทั้งหมดแม้ว่าอายุจะไม่มาก แต่ว่าก็มีพลังเวทระดับห้ากันทั้งกลุ่ม แถมที่ป้ายนักผจญภัยของแต่ละคน ก็เป็ป้ายระดับเงินอีกทั้งยังมีสัญลักษณ์รูปดาวกันทั้งหมด
‘เป็กลุ่มที่ไม่ธรรมดา แถมยังเป็มนุษย์สัตว์ที่มีร่างกายเหนือกว่าคนทั่วไป’ อูซินมองกลุ่มที่มาใหม่อย่างสนใจ
“ขอบใจ” ฟูจิกิกล่าว
“เอ๊ะ..” คินาโกะที่กำลังจะเดินไปยังเคาน์เตอร์ ได้สังเกตเห็นแมวสีดำสองหางบนไหล่ของอูซิน นางจ้องมองไปยังเมาเมาจนอูซินเองก็รู้สึกได้ แต่ก็ยังทำเป็เหมือนไม่รู้ว่าโดนจ้องมอง
‘พลังิญญาระดับห้าขั้นต้น.. ไม่เลว’ อูซินคิด จากที่สังเกตเขาก็พบว่านักผจญภัยกลุ่มนี้ไม่ธรรมดา แม้ว่าตนเองจะดูเหมือนเดินออกมา แต่ว่าก็แอบโคจรพลังเวทไปยังหู เสริมพลังการได้ยินและเพ่งไปยังบทสนทนาของกลุ่มนักผจญภัยมนุษย์สัตว์ทั้งสาม
“ทำไมเหรอคินาโกะ?” ทากะที่เดินมาหลังสุดถามเมื่อเห็นเพื่อนของตนเอง มองไปยังนักผจญภัยระดับต่ำธรรมดาคนหนึ่ง
“คนคนนั้น มีสัตว์ิญญา แถมยังเป็แมวสองหางที่หายากด้วย” คินาโกะกล่าวเสียงเบาให้ได้ยินเพียงแค่กลุ่มของตนเองเท่านั้น
“หือ!” คำพูดนี้เรียกความสนใจของทั้งกลุ่มทันที ฟูจิกิเองก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเด็กหนุ่มผมสีม่วงที่มีพลังเวทเพียงระดับสามขั้นต้นเท่านั้น
“แล้วเขามีพลังิญญาระดับไหน?” ทากะถาม
“เท่าที่ััได้.. ก็พลังิญญาระดับสามขั้นต้นเหมือนกับพลังเวท แมวสองหางตัวนั้นก็มีพลังิญญาระดับสามขั้นต้นเช่นเดียวกัน” คินาโกะบอก
“แปลก.. แมวสองหางถือว่าเป็สัตว์วิวัฒน์ที่มีพลังิญญาระดับสูง แต่กว่าจะพัฒนาพลังจนมีสองหางก็ใช้เวลาหลายสิบหรือร้อยมี มักจะเป็สัตว์อสูรที่มีพลังระดับเจ็ดหรือแปดขึ้นไป เมื่อตายไปจึงสามารถคงสภาพิญญาและกลายเป็สัตว์ิญญาได้ แต่สัตว์ิญญาที่มีระดับต่ำกว่าแปด ข้าเพิ่งเคยได้ยิน หรือจะเป็รูปแบบพิเศษ” ฟูจิกิกล่าว
“มีความเป็ไปได้อีกอย่างก็คือ ก่อนตายแมวสองหางได้รับาเ็หนักจนิญญาใกล้สลาย แล้วได้พบกับคนที่มีพลังิญญา เพื่อไม่ให้ดวงิญญาที่ใกล้สลายแตกดับไปจึงเลือกที่จะทำพันธสัญญาณิญญา” คินาโกะกล่าว
“แบบนี้เอง… หมายความว่าต่อให้มีคนอื่นที่อยากจะได้สัตว์ิญญาตัวนั้นก็ไม่อาจแย่งไปได้สินะ” ทากะกล่าว
“ใช่… เพราะหากเป็แบบที่ข้าพูด ในตอนนี้แมวสองหางตัวนั้น คงกำลังใช้พลังิญญาของชายหนุ่มผมม่วงเพื่อรักษาดวงิญญาของตนเอง หากคิดจะฝืนแย่งจนทำลายพันธสัญญาละก็ ผลของมันก็คือการให้ดวงิญญาของแมวสองหางสลายไปอย่างแน่นอน” คินาโกะกล่าว
“แบบนี้เอง” ทากะพยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เื่นั้นเอาไว้ก่อนแล้ว… มาเข้าเื่ที่ต้องพูดกันดีกว่า” ฟูจิกิหันไปยังเคาน์เตอร์เพื่อคุยกับซาร่า
“มีอะไรให้ช่วยคะ? คุณฟูจิกิ” ซาร่าถาม
“ไม่รู้สิ.. พวกเราเพิ่งกลับมาจากเทือกเขาเอลเดีย ตามภารกิจล่าแรดนอแดงที่รับไป แต่ว่ากลับเขาหาแรดนอแดงไม่พบ ว่าจะทากะหรือคินาโกะจะแกะรอยยังไงก็หาไม่เจอ ไม่เพียงเท่านั้นตลอดเวลาหนึ่งอาทิตย์ที่พวกเราอยู่ภายในเทือกเขาเขตนอก กลับพบว่าจำนวนของสัตว์อสูรลดน้อยลงไปอย่างมหาศาล พวกเราแทบไม่เจอสัตว์อสูรเลย” ฟูจิกิกล่าว
ซาร่าทำท่าที่แปลกใจ เพราะต่อให้เป็เขตนอกของเทือกเขาเอลเดียก็นับว่าเป็พื้นที่เสี่ยงในการพบเจอกัสัตว์อสูรอันตรายมากมาย
“แปลกจริงๆ .. ก่อนหน้านี้ประมาณหนึ่งชั่วโมง คุณฟรอสต์ จากกิลด์สิงโตแดงก็เพิ่งเข้ามาแจ้งข่าวว่าจำนวนของสัตว์อสูรที่เทือกเขาเอลเดียเขตนอกน้อยลงอย่างแปลกประหลาด” ซาร่ากล่าว
บทสนทนาของทั้งสองอยู่ภายในการฟังของอูซินและเมาเมาแมวสองหางตัวน้อยที่หูขยับไปมาเพื่อฟังเช่นเดียวกัน
‘นายน้อย.. เหมือนว่าพวกมันเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว’ เมาเมากล่าวกับอูซินผ่านพลังิญญา
‘ไม่ต้องห่วง พวกเราเองก็จะเคลื่อนไหวเช่นเดียวกัน และ จะเคลื่อนไหวไปตามเงามืดของพวกมัน กว่าพวกมันจะรู้ตัวก็โดนทำลายแผนการไปแล้ว’ อูซินกล่าวกับเมาเมาผ่านพลังิญญาเช่นเดียวกัน
อูซินทำท่าทีไปนั่งยังโต๊ะมากมาย มองไปรอบๆ ทำตัวเหมือนกับพยายามสำรวจรอบๆ เหมือนกับคนที่เคยมาครั้งแรก แต่ว่าหูของเขาและเมาเมาก็ยังคงฟังบทสนทนาของกลุ่มมนุษย์สัตว์ทั้งสามและซาร่าอย่างตั้งใจ
“ฟรอสต์? .. เขาเองก็ไปยังเทือกเขาเอลเดียด้วยงั้นเหรอ” ฟูจิกถาม
ฟรอสต์ นักผจญภัยระดับสูงของกิลด์สิงโตแดง ผู้เป็ถึงชนชั้นจ้าวมนตราขั้นต้น เป็หนึ่งในนักผจญภัยที่มีเชื่อเสียงของเมืองเทรัส
“ใช่ค่ะ ดูเหมือนว่าทางฝั่งกิลด์สิงโตแดงจะมีภารกิจในการฝึกมือใหม่ของกิลด์ โดยที่คุณฟรอสต์เป็หนึ่งในผู้คุ้มกันการฝึก แต่พวกเขากลับเจอสัตว์อสูรเพียงแค่กลุ่มเดียวเท่านั้นเอง” ซาร่ากล่าว
“แปลกจริงๆ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ภารกิจล่าสัตว์อสูรยังมีมากมายแท้ๆ” ฟูจิกิหันไปมองยังกระดานภารกิจ
กระดานภารกิจ ก็คือ กระดานไม้ขนาดใหญ่ที่จะมีกระดาษภารกิจมากมายมาแปะเอาไว้ พวกมันมีภารกิจมากมายั้แ่ ตามหาสัตว์เลี้ยงหาย ช่วยคนขุดท่อ รับส่งของ กลุ่มกันการเดินทาง หรือ แม้แต่งานอันตรายอย่างการหาสมุนไพรในเขตสัตว์อสูร และ การล่าสัตว์อสูรที่แข็งแกร่ง ต่างมีอยู่บนกระดานภารกิจทั้งสิ้น แต่ว่าใน่นี้ภารกิจประเภทล่าสัตว์อสูรกลับค่อยๆ น้อยลงอย่างมาก
“ฉันจะรับเื่เอาไว้แล้วแจ้งไปยังสมาคมทันทีนะคะ คิดว่าอีกไม่นานคงมีภารกิจเกี่ยวกับการสืบหาการลดลงของสัตว์อสูรออกมา” ซาร่ากล่าว การที่อยู่ๆ สัตว์อสูรจำนวนมากลดลงไปอย่างไม่ทราบสาเหตุนั้นถือเป็สัญญาณแรกในการจับตามองของสมาคมนักผจญภัย เพราะว่ามันอาจเป็สัญญาณของการกำเนิดสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งขึ้นมาก็ได้
“เข้าใจแล้ว งั้นพวกเราจะกลับไปพักก่อนก็แล้วกัน” ฟูจิกิกล่าวพร้อมกับเดินออกไปจากสมาคมทันที
เรย์ได้มานั่งกับอูซิน แม้ว่าเขาจะเห็นว่าอูซินมองไปหาราวกับกำลังสำรวจสถานที่ แต่เขากลับรู้สึกได้โดนสัญชาตญาณบางอย่างว่าอูซินกำลังสนใจกลุ่มของนักผจญภัยมนุษย์สัตว์ทั้งสาม
“อูซิน.. เ้าสนใจอะไรงั้นเหรอ” เรย์ถามออกไปตรงๆ
‘ข้าสนใจข้อมูลของมนุษย์สัตว์สามคนนั้น.. จากที่ฟังดูเหมือนว่าสัตว์อสูรภายในเทือกเขาเอลเดียจะหายไปจำนวนไม่น้อยเลย’ อูซินบอกกับเรย์ผ่านพลังิญญา
เรย์ที่เห็นว่าอูซินใช้พลังิญญาคุยแสดงว่าเื่นี้อาจจะเป็เื่สำคัญทำให้เขาเองก็พยายามเพ่งสมาธิไปยังพลังิญญาของตนเอง
อูซินเองก็ััได้ว่าเรย์พยายามจะใช้พลังิญญาเปลี่ยนเป็กระแสพลังเพื่อคุยกันตนเอง แต่ว่าการเปลี่ยนพลังิญญาเป็ข้อความไม่ใช่เื่ง่ายที่จะทำได้ จำเป็ต้องควบคุมพลังิญญาได้อย่างละเอียด ไม่ใช่เื่ง่ายที่จะทำได้
‘อะไร?’ แม้ว่าจะพยายามมากเท่าไหร่ และ ตั้งสมาธินานเท่านั้นแต่เรย์ก็ทำได้เพียงส่งมาได้เสียงคำเดียวเท่านั้น
‘พยายามได้ไม่เลว… แต่เื่เกี่ยวกับรายละเอียดของสัตว์อสูรที่หายไป ค่อยให้เมาเมาบอกทีเดียวจะดีกว่า’ แต่คิดว่าคงต้องเกี่ยวกับภาคีไตรเนตรแน่นอน อูซินกล่าวกับเรย์ผ่านพลังิญญา
“ไหนๆ แล้ว ยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าที่จะถึงหกโมงเย็น ไปเดินสำรวจเมืองเล่นกันเถอะ” อูซินเดินออกไปจากสมาคมทันที โดยที่เรย์เองก็เดินตามไปติดๆ เช่นเดียวกัน