54.....
ดร.นีรนุชเชิญให้เพื่อน ๆของนัฏนรีอยู่ร่วมรับประทานอาหารเย็นด้วย แต่ลิลลี่ทนเห็นท่าทางออดอ้อนเอาใจของเอมี่ที่มีต่อปัญจพลไม่ไหวจึงขอกลับพร้อมกับไปรยา แต่ปัญจพลรีบบอกกับไปรยาว่าจะขอไปส่งลิลลี่ที่บ้านเอง
"ท่าทางคุณไม่อยากกลับเลยนี่คะจะอยู่ทานข้าวเย็นร่วมกับน้องเอมี่ก็ได้นะคะ ฉันจะได้นั่งแท็กซี่กลับเอง”
ลิลลี่ อดพูดประชดปัญจพลไม่ได้เมื่อขึ้นมานั่งรถของเขา และรถกำลังจะขับตามไปรยาออกไปจากบ้านของนัฏนรี
“ทำไมต้องคิดว่าผมอยากทานข้าวร่วมกับน้องเอมี่ด้วยล่ะไม่คิดว่าผมอยากทานกับคุณดรีมหรือไงครับ”
ปัญจพล แกล้งถามด้วยสีหน้าบ่งบอกว่ามีความสุขที่ได้เห็นท่าทางเง้างอนของลิลลี่ซึ่งก่อนที่จะขึ้นรถนั้น นัฏนรีก็ได้แอบกระซิบบอกอะไรบางอย่างแก่เขาด้วย จึงทำให้เขารู้สึกอารมณ์ดีอย่างที่เห็น
“อ๋อ..ลืมไปว่าคุณเป็นพระยาเทครัวชอบจีบผู้หญิงไปทั่ว ไหนบอกว่าจะทุ่มเทจีบยัยดรีมคนเดียวไง แต่พฤติกรรมที่เห็นคุณคิดจะจีบน้องเอมี่ด้วยไม่ใช่หรือ”
ลิลลี่ทำเสียงสะบัด ทำให้เขานึกถึงคำพูดของนัฏนรีที่แอบกระซิบว่าลิลลี่น่าจะหึงหวงเขากับเอมี่ ทำให้เขาอดที่จะยิ้มอย่างมีความสุขไม่ได้
“โอ้โห..นี่ท่าทางของผมมันส่อไปให้คุณเห็นชัดขนาดนั้นเลยหรือครับเนี่ย”
เขาแสร้างทำเสียงตื่นเต้น แต่ลิลลี่ค้อนขวับ
“ใช่!..สายตาคุณปิดไม่มิดหรอก..พอเห็นเด็กสาวๆ ก็ออกอาการระริกระรี้เอาอกเอาใจผิดปกติ ฉันเห็นคุณแทบจะอุ้มยัยน้องเอมี่ไม่ใช่หรือ”
ลิลลี่เผลอทำน้ำเสียงประชดประชันอย่างไม่รู้ตัว
“คุณนี่ช่างสังเกตดีจัง ถ้าเป็นแฟนกันผมคงถูกคุณตรวจสอบละเอียดยิบจนกระดิกไม่ได้แน่เลย”เขาหัวเราะตอนท้าย
“เผอิญไม่ใช่แฟนกัน ฉันก็เลยไม่สนใจตรวจสอบคุณ”
“นี่ขนาดไม่ได้เป็นแฟนนะเนี่ย..ยังอุตส่าห์สังเกตได้ดีถ้าเป็นแฟนจะขนาดไหนน้า..”
เขาทำสุ้มเสียงล้อเลียน
“อีตาบ้า!..ที่ฉันมองก็เพราะจะได้เตือนสติยัยดรีมเพื่อนฉันให้รู้ทันผู้ชายอย่างคุณต่างหากล่ะอย่าคิดว่าฉันจะสนใจคอยสังเกตดูคุณเพราะเหตุผลอื่นเด็ดขาด ฮึ”
เธอหันไปเค้นเสียงบอกเขา
“เหรอคร้าบ..อิจฉาคุณดรีมจังที่มีเพื่อนคอยสอดส่องดูแลผู้ชายที่มาจีบให้ เอ..อย่างนี้คุณก็ยุคุณดรีมให้คะแนนผมติดลบเลยน่ะสิ..ตายแล้วท่าทางผมจะแพ้คุณปอนด์ล่ะมั้ง”
“แพ้แน่..เพราะปอนด์เขาแอบรักดรีมมานานแล้วดรีมจะต้องเห็นความดีของปอนด์ที่ดูแลเอาใจใส่มาตลอด ส่วนคุณเพิ่งจะมาทีหลังแถมยังเจ้าชู้จีบยัยยามาก่อนด้วย”
“ไม่แน่หรอกคู้น..เคยได้ยินไหมว่ารักแท้แพ้ใกล้ชิดน่ะผมออกจะเช้าถึงเย็นถึงแบบนี้สักวันคุณดรีมก็ใจอ่อน เชื่อสิ”
“ปอนด์ก็เช้าถึงเย็นถึงเหมือนกัน” ลิลลี่รีบแย้งให้เพื่อน
“แต่คุณปอนด์ก็ไม่ได้เป็นหนุ่มหัวใจอิสระเหมือนผม”
“หมายความว่าไง”
ลิลลี่หันไปจ้องหน้าคนขับรถให้นั่ง
“อ้าว..ก็คุณปอนด์มีน้องเอมี่คอยตามประกบทุกฝีก้าวขนาดนั้นจะมาหาคุณดรีมทีก็ต้องพกน้องเอมี่มาด้วย ก็ถือว่าไม่เป็นอิสระ ถูกไหมล่ะ”
“ยัยเด็กนั่นต่างหากที่คอยตามปอนด์เอง”
“พูดถึงน้องเขาด้วยน้ำเสียงไม่ชอบอีกแล้วนะคุณรู้ตัวหรือเปล่า”
ปัญจพลติงแบบหยอกล้อมากกว่าจะจริงจัง
“ก็ฉันไม่ชอบจริง ๆ นี่”
“คุณนี่พูดตรงดีนะผมชอบ..”
“ขอบคุณ..แต่อย่ามาชอบอย่างที่ชอบยัยดรีมก็แล้วกันเพราะฉันไม่นิยมผู้ชายรักเผื่อเลือกหลายใจ”
“ถ้าผมรักเดียวใจเดียวล่ะ”เขาแกล้งหันมาทำตาเจ้าชู้
“รอทำให้ได้ซะก่อนเถอะ”
“จริงนะ”
เขาถามย้ำน้ำเสียงหนักแน่นหันมามองเธอแว้บหนึ่ง
“บ้า..มายุ่งอะไรกับฉันล่ะ”
“ก็เมื่อกี้คุณบอกว่ารอให้ผมเป็นคนรักเดียวใจเดียวแล้วคุณจะรับรักผมไง”
“ฉันพูดตอนไหนว่าจะรับรักคุณ ประสาทจริงเชียวไม่ต้องมาจีบฉันหรอกย่ะ..ไปจีบยัยดรีมให้สำเร็จก่อนเถอะ”
“คุณพูดแบบนี้แสดงว่าหันมาสนับสนุนผมกับคุณดรีมแล้วใช่ไหมเนี่ย”
“ไม่ต้องมาโมเมนะ..ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้นเอ๊ะ..นี่มันไม่ใช่ทางกลับบ้านฉันนี่คะ”
ลิลลี่เริ่มเอะใจ หรือว่าเขาจะหลงทาง
“ก็ไม่ใช่น่ะสิ”
“จะพาฉันไปไหน” เธอหันไปมองหน้าเขา
“ไม่พาไปปล้ำให้เมื่อยหรอก...จะพาไปหาอะไรที่มันอร่อยๆ ทานมื้อค่ำกัน”
“แล้วทำไมไม่ทานที่บ้านของดรีมล่ะ อาจารย์อุตส่าห์ชวนแล้วด้วย”
“ก็คุณอยากจะกลับก่อนทำไมล่ะ” เขาท้วง
“ฉันอยากกลับก่อนแล้วเกี่ยวอะไรด้วยคุณอยากอยู่ต่อก็ไม่มีใครห้ามสักหน่อย”
“ผมเป็นคนไปรับคุณก็ต้องรับผิดชอบไปส่งด้วยสิ..”
“ไม่จำเป็นฉันบอกคุณแล้วไงล่ะว่ากลับกับยัยยาก็ได้หรือไม่ก็แท็กซี่”
“ผมจะปล่อยให้คนสำคัญของผมกลับแท็กซี่ได้ไงครับต้องดูแลแม่สื่อคนนี้ให้ดีหน่อยสิ เธอจะได้พูดถึงผมแต่สิ่งที่ดีงามให้คุณดรีมฟัง”
เขาเกริ่นประโยคแรกให้คนฟังปลื้มแต่พอประโยคท้ายกลับทำให้ต้องห่อเหี่ยว
“ฉันไม่ได้เป็นแม่สื่อให้คุณนะ..ฉันคอยขัดขวางไม่ให้คุณจีบเพื่อนฉันได้สำเร็จต่างหาก”
“แต่ก็ขวางไม่เคยสำเร็จ..”
เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดีที่ทำให้อีกฝ่ายหน้าง้ำได้
“แต่ฉันว่าสำเร็จ เพราะจนป่านนี้แล้วยัยดรีมยังไม่ยอมรับว่าคุณเป็นแฟนเลย”
“คุณดรีมก็ไม่ยอมรับว่าเป็นแฟนกับคุณปอนด์เหมือนกัน”เขารีบแย้งเธอทันที
“ใครบอก..ฉันดูออกว่ายัยดรีมแอบมีใจให้ปอนด์และอีกไม่นานคู่นี้ก็จะลงเอยกันด้วยดี”
เธอพูด หวังจะทำให้เขาใจเสีย แต่เขากลับยิ้มหน้าบานไม่หุบอยู่เหมือนเดิมผู้ชายอะไรไม่ได้รู้สึกรู้สาเอาเสียเลย ลิลลี่คิดด้วยความหมั่นไส้
“รอให้ถึงวันนั้นก่อนสิครับ แต่วันนี้ผมถือว่าผมให้เกียรติคุณปอนด์ทำคะแนนนำก่อนเลยปล่อยให้อยู่ทานข้าวกับคุณดรีมพร้อมครอบครัวไปก่อน”
“ถ้าไม่มียัยน้องเอมี่คอยกันท่าอยู่ด้วยก็จะดีกว่านี้”
ลิลลี่นึกถึงเด็กสาวคนนั้นด้วยน้ำเสียงไม่ชอบใจ
“ผมก็ไม่เห็นว่าน้องเอมี่จะกันท่าอะไรนี่นาผมว่าน้องเขาออกจะเชียร์พี่ปอนด์อย่างออกหน้าออกตาด้วยซ้ำไป”
“ไม่รู้ว่าเชียร์จริงหรือเชียร์หลอก” ลิลลี่ยังคงหมั่นไส้ไม่หาย
“เฮ้อ..ผมว่าคุณอคติกับน้องเขามากเกินไปแล้วนะ”
“คุณต่างหากที่ตามมารยายัยเด็กนั่นไม่ทัน”
ลิลลี่เถียงปัญจพลจึงต้องรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเป็นเรื่องอื่น ๆ ไปเพื่อให้เธออารมณ์ดีไปกับเขาด้วยแต่ลิลลี่ก็อารมณ์ดีอยู่ได้ไม่นาน เมื่อมีโทรศัพท์จากเอมี่โทรเข้ามือถือของปัญจพลแม้จะไม่ได้สนทนาอะไรกันมากนัก แต่ลิลลี่ก็รู้สึกหงุดหงิดที่เอมี่โทรมาหาปัญจพล
“พอดีผมให้เบอร์โทรน้องเขาไปน่ะเขาก็เลยโทรมาตรวจสอบเบอร์เท่านั้นเอง”
ปัญจพลบอกหลังจากวางสายแล้ว
“เพิ่งจะเจอหน้ากันแจกเบอร์โทรเรียบร้อยแล้วเหรอ”
ลิลลี่พยายามระงับน้ำเสียงไม่พอใจถามออกไป
“ใครบอกเพิ่งจะเจอ เราสองคนเคยเจอน้องเขาครั้งหนึ่งแล้วที่ร้านอาหารริมน้ำจำไม่ได้หรือครับ”
“ฉันไม่อยากจำต่างหาก”เธอยังมีน้ำเสียงห้วน
“ไม่เอาน่า..อย่างอนไม่เข้าเรื่องสิครับคุณลิลลี่ก็แค่น้องเขาอยากได้เบอร์โทรเอาไว้ติดต่อถามไถ่ตามประสาคนรู้จักกันเท่านั้นเอง”
ปัญจพลแอบดีใจที่เห็นท่าทางลิลลี่เหมือนจะหึงหวง
“ใครบอกฉันงอนคุณบ้าหรือเปล่า”
“อ้าว..นี่คุณไม่ได้งอนผมหรือครับเนี่ยโธ่..ไอ้เราก็อุตส่าห์อธิบายถ้าไม่งอนก็แล้วไป”
เขาบอกเสียงขบขัน แต่อีกฝ่ายมองค้อนหน้างอ.....