ตอนที่ 22
ของขวัญจากปีศาจ
จากจอมมารสู่การเป็ผู้ร้ายหลบหนี ข้าพิสูจน์ให้โลกได้เห็นว่าการแย่งชิงอำนาจด้วยพลังและความหวาดกลัวนั้นเปราะบางเพียงใด
ข้าลงมาซ่อนตัวอยู่ในโพรงใต้ดินด้วยการช่วยเหลือของฟาเอลก่อนที่เขาจะกลับคืนร่างเป็อาเธอร์ ข้ามั่นใจว่าในนี้จะไม่มีใครหาข้าเจอแม้ข้าจะขาดอากาศหายใจตายไปก่อน ข้ารู้สึกอ7ดอัดกับโพรงใต้ดินที่มีเพียงรูเล็กๆที่ไม่เพียงพอจะให้แสงสว่างส่องลอดลงมาได้ มันจึงทำให้ข้านั่งจมอยู่กับความมืดมิดมานานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้
ข้างกายของข้า มีเสียงเครือดๆดังมาจากอาเธอร์ที่หลับปุ๋ย พวกเ้าคงจะสงสัยสินะว่าทำไมข้าถึงต้องลงเอยด้วยสภาพเช่นนี้หลังจากที่ป่าวประกาศออกไปซะดิบดีว่าจะยึดครองอาณาจักร ทั้งหมดเป็เพราะคำสาปที่พวกอาเธอร์ได้รับ
ฟาเอลไม่มีเวลาอธิบายให้ข้าเข้าใจได้นานนัก เขาเพียงพูดแค่ว่า “พวกเรามีเวลาจำกัดในการปรากฏตัว ก่อนจะถึงเวลาที่พวกเราสามารถปรากฏตัวได้อีกครั้งเ้าจะต้องซ่อนตัวเอาไว้ก่อนนะฟีเชียร์” และนั่นก็คือภาพสุดท้ายก่อนที่ข้าจะถูกดูดลงมาในโพรงนี่
ข้ามั่นใจว่าที่้า พวกทหารจะต้องวิ่งตามล่าหาตัวข้าให้วุ่น สิ่งที่ข้าเป็ห่วงที่สุดก็คือครอบครัว หากพวกทหารไปถึงบ้านข้าแล้วทำร้ายท่านแม่กับอีเรเมียข้าคงจะไม่อภัยให้ตัวเองแน่ๆเลย นี่ข้าตัดสินใจทำสิ่งที่ผิดพลาดสุดๆลงไปแล้วใช่ไหมเนี่ย
ข้านั่งจมอยู่กับความวิตกกังวล พยายามเรียกอาเธอร์ให้ตื่นขึ้นมาหลายต่อหลายครั้ง แต่มันก็ไม่มีวี่แววว่าจะขยับเขยื่อนเลย ข้าเครียดจนอยากจะร้องไห้ รู้สึกแย่และหัวใจเต้นตุบๆจนปวดหน้าอกไปหมด ไม่รู้ว่าข้ารอไปนานแค่ไหน แต่ในความรู้สึกเหมือนมันผ่านไปเป็ปีๆกว่าที่ร่างของแมวส้มอาเธอร์จะเรืองแสงแล้วกลายเป็แมวสามสีฟาเอลอีกครั้ง
“เมี๊ยว” มันร้องทักทายอย่างสบายอารมณ์
“เ้าให้ข้ารอตั้งนานเลย! ข้าเป็ห่วงท่านแม่กับอีเรเมียจะแย่แล้วเนี่ย!” เมื่อแสงจากการเปลี่ยนร่างของฟาเอลหายไป ข้าก็มองไม่เห็นอะไรอีกครั้ง
“งั้นเราก็รีบขึ้นไปกันเถอะ” แมวฟาเอลพูดจบมันก็เริ่มขีดเขียนวงเวทย์ขึ้นมาบนเท้าของมัน วงเวทย์สีทองพาพวกเราลอยขึ้นไป้าโดยที่ร่างของข้าทะลุผืนแผ่นดินขึ้นไปราวกับพวกเราเป็ภูติผี
“รีบพาข้าบินกลับบ้านที” ข้าเร่งฟาเอล ทว่ามันกลับมองข้าแล้วก็ยิ้ม
“เราจะไม่กลับบ้านกันตอนนี้” แมวขนฟูสามสีบอก
“อะไรนะ?” ข้าขมวดคิ้ว
“เอเธนบอกว่าเราจะต้องยึดครองบัลลังก์ให้ได้ก่อนเป็อันดับแรก” ฟาเอลพูดออกมาหน้าตาเฉย นี่มันเข้าใจสถานการณ์บ้างไหมเนี่ย แถมยังเป็คำแนะนำจากเ้าแมวปีศาจนั่นอีก เ้านั่นมันเชื่อใจได้ที่ไหนกันเล่า
“แต่ครอบครัวของข้ากำลังตกอยู่ในอันตรายนะ” ข้าแย้ง
“ส่วนตัวข้าเห็นด้วยกับเอเธนนะเหมียว” ฟาเอลบอก “คิดดูสิ บ้านควรจะเป็สถานที่แรกที่พวกทหารจะไปตามตัวเ้า หมายความว่าตอนนี้มีทหารรอให้ฟีเชียร์กลับบ้านอยู่เพียบเลยล่ะเมี๊ยว”
“นั่นก็ยิ่งจำเป็ที่จะต้องกลับไปเลยไม่ใช่หรือไง” ข้ายังพยายามเถียง
“งั้นฟีเชียร์จะยอมให้ที่บ้านเป็สนามรบใช่ไหม” ฟาเอลเอียงคอ ข้าสะอึก จริงด้วย ถ้ากลับไปก็จะเกิดการต่อสู้ และเมื่อเกิดการต่อสู้ก็อาจจะทำให้ท่านแม่ที่ป่วยติดเตียงโดนลูกหลง แถมอีเรเมียก็ยังไม่หายป่วย แต่ว่าถ้าปล่อยไว้ก็ไม่รู้ว่าพวกทหารจะทำอะไรกับครอบครัวของข้าบ้าง
“แล้วข้าควรทำยังไงดี” ข้าเอ่ยถามฟาเอล มันคือที่พึ่งสุดท้ายของข้าแล้ว ความหวังทุกอย่างถูกฝากไว้กับมันจนหมด
“ถ้าถามข้านะเหมียว เราควรจะยึดอำนาจของอาณาจักรนี้ให้ได้ก่อน นั่นน่าจะเป็วิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยครอบครัวของฟีเชียร์นะ” เ้าแมวคนฟูบอก
ข้าไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่ามันหมายความว่ายังไง แต่ข้าก็ไม่มีสติพอจะคิดแผนการณ์ใดๆที่ฟังดูเข้าท่าขึ้นมาได้ อีกอย่างแมวที่ข้าอุ้มอยู่ก็คือปีศาจดีๆนี่เอง และข้ามั่นใจว่าพวกปีศาจมักจะมีความฉลาดมากกว่ามนุษย์ธรรมดาเสมอ
ข้าพามันมุ่งหน้าไปยังราชวัง แน่นอนว่าที่หน้าราชวังมีทหารกับพวกนักสำรวจรออยู่เต็มไปหมด ทุกคนทำสีหน้าเหมือนเฝ้ารอเวลาที่จะได้ฆ่าข้ามาตลอดชีวิต แล้วทุกคนก็ใช้งานตราอัญเชิญในมือ แล้วข้าก็ได้เผชิญหน้ากับสิ่งที่น่าหวาดเสียวที่สุดในชีวิต เวทมนตร์จำนวนมากถล่มเข้าใส่เข้าเหมือนพายุฝนหลากสี เชื่อว่าด้วยจำนวนขนาดนี้สามารถะเิราชวังครึ่งหลังได้อย่างง่ายๆเลย
ฟาเอละโออกจากอ้อมแขนของข้า แสงสีแดงสว่างวาบ ร่างของมันค่อยๆขยายกลับไปเป็ชายหนุ่มผมสีทอง ดวงตาสีแดงที่มีสัญลักษณ์Xในดวงตาทอประกายความอารมณ์ราวกับการโจมตีตรงหน้าเป็เพียงแค่โชว์สร้างความประทับใจ
ฟาเอลโบกมือ ปรากฏวงเวทย์สีทองสร้างโล่ศักดิ์สิทธิ์เข้ารับการโจมตีทั้งหมดเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ ข้าอึ้ง อีกฝ่ายก็อึ้ง ฟาเอลโค้งให้คนพวกนั้นหน้าตาเฉย เขาดีดนิ้ว ละอองเวทย์กระจายจากปลายนิ้วของเขาพุ่งขีดเขียนเป็วงเวทย์สี่ห้าวงสีขาวบริสุทธิ์แปดวงในอากาศ พวกมันยิงลำแสงสีขาวออกไปถี่ยิบ ลำแสงเ่าั้พุ่งเข้าใส่เป้าหมายอย่างรวดเร็วและบิดเลี้ยวหลบการป้องกันได้ราวกับมีชีวิต ก่อนจะบินพุ่งเข้าไปปักที่คอของอีกฝ่าย เมื่อมันปักเข้ากับเป้าหมายจึงทำให้ข้ามองเห็นได้อย่างถนัดตาว่าพวกมันคือขนนกสีขาวที่มีละอองเวทมนตร์ลอยออกมาอย่างต่อเนื่อง ทันทีที่เป้าหมายโดนขนนกเสียบเข้าที่คอ พวกเขาก็ล้มลงอย่างไร้ท่าทีขัดขืนใดๆ แล้วศัตรูนับร้อยก็นอนเรียงอยู่บนพื้นโดยที่ฝ่ายเราไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
“พ...พวกเขา...ยังไม่ตายใช่ไหม” ข้าลองถามเพื่อความแน่ใจ
“ไม่ต้องห่วง ข้าน่ะไม่ใช่ชอบทำร้ายคนอื่นเหมือนพวกที่เหลือหรอกนะ” ฟาเอลหันมาตอบยิ้มๆ ท่าทีที่เหมือนคนสุภาพของเขาไม่ค่อยเข้ากัยชุดยมทูตสีดำนั่นซักเท่าไหร่เลย
แล้วพวกเราก็เดินเข้าไปในตัวปราสาท ระหว่างทางฟาเอลได้จัดการกับผู้เข้ามาขัดขวางด้วยเวทมนตร์ที่ไม่ทำให้พวกเขาได้รับาเ็ใดๆ บางทีก็เป็การยิงใยแมงมุมไปตรึงเอาไว้ทำให้พวกเขาหลับ หรือแม้แต่ขังเขาเอาไว้ในกำแพง เวทมนตร์ของฟาเอลมหัศจรรย์เกินกว่าที่ตราอัญเชิญธรรมดาจะสามารถทำได้ ข้าอยากรู้ความลับของมัน รวมทั้งความลับทุกๆอย่างเกี่ยวกับเ้าพวกแมวปีศาจด้วย และคิดว่าหลังจากนี้ข้าคงจะต้องหาโอกาสถามอย่างจริงๆจังๆให้ได้
พวกเราเดินไปถึงโถงพระราชวัง ที่ที่เต็มไปด้วยกองอัศวินรักษาพระองค์ฝีมือดี พวกเขาเคลื่อนร่างเพียงวูบเดียวก็เข้ามารุมเสียบร่างของฟาเอลด้วยหอกได้แล้ว ทว่าน่าแปลกที่หอกเ่าั้ทะลุร่างของฟาเอลไปราวกับเขาเป็เพียงแค่อากาศธาตุ
ฟาเอลไปปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าบัลลังก์ที่มีาานั่งอยู่ พระาาสะดุ้งโหยง เขาเป็ชายแก่ที่มีเค้าหน้าคล้ายกับองค์ชายอีโรอัสอยู่หลานส่วน แต่อยู่ในชุดที่หรูหราและดูเป็ตาแก่ไร้ประโยชน์มากกว่าหลายเท่า แววตาของเขาดูหวาดกลัวสุดขีด “ถอยไปเดี๋ยวนี้นะไอ้ปีศาจชั้นต่ำ!” เขากรีดร้อง ฟาเอลแสยะยิ้ม เขาดีดนิ้วหนึ่งครา พวกทหารรักษาพระองค์ทั้งหมดก็สลบเหมือดไปทันที ข้าไม่ทันเห็นด้วยซ้ำว่าฟาเอลโจมตีพวกเขาไปเมื่อไหร่
แล้วฟาเอลที่หน้าบัลลังก์ก็เดินเข้ามายืนอยู่ต่อหน้าาาที่พยายามจะถอยหนีจนติดพนักพิงของบัลลังก์ ดวงตาสีแดงเืของปีศาจแมวจำแลงจับจ้องไปยังชนชั้นสูงตรงหน้า าากรีดร้องอย่างหวาดกลัว ข้าคิดว่าถ้าตัวเองเป็าาก็คงต้องสติแตกไปเหมือนกัน
“พวกแก้าอะไรกันแน่!” าารวบรวมความกล้าะโใส่หน้าฟาเอล บางทีนั่นอาจจะเป็การกระทำของคนที่จนตรอกแล้วจริงๆก็ได้
“อาณาจักรแห่งนี้และทุกๆอย่างที่เ้า” ฟาเอลตอบกลับด้วยน้ำเสียงสุภาพ แม้ถ้อยคำจะฟังดูเลวร้ายแต่ด้วยน้ำเสียงนั่นก็ทำให้ทุกๆอย่างดูเหมือนจะอยู่ในสถานการณ์ที่พอคุยกันได้ และด้วยความคุกคามที่ต่ำนั้นเอง พระาาจึงเริ่มได้รับความกล้าและพยายามหยิ่งผยองในเกียรติยศกลับมาบ้าง
“ไปตายซะ! สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำอย่างพวกแก…” ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบ ร่างของฟาเอลตรงหน้าาาก็หายไป บุรุษผมสีทองปรากฏตัวอีกทีตรงหน้าข้า เขาโบกสะบัดฝ่ามือควงร่ายเป็วงเวทย์สีม่วงแดงก่อนจะผลักมันไปข้างหน้า วงเวทย์นั้นวิ่งเข้าปะทะกับร่างของาาและกลายเป็อักขระวิ่งไปทั่วร่างของชายคนนั้น าากรีดร้องลงไปชักดิ้นชักงอกับพื้น ข้าหน้าเหวอและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
ฟาเอลเดินเข้าไปหาพระาาเยี่ยงยมทูตที่หมายจะ่ชีวิตชายแก่ มันให้ความรู้สึกน่าว่าพวกเรากำลังเผชิญหน้าอยู่กับตัวอะไรก็ไม่รู้ที่แค่กระดิกนิ้วก็ทำให้อารยธรรมทั้งหมดล่มสลายได้แล้ว พระาาคลานไปกับพื้นด้วยท่าทีน่าสังเวช เหมือนเขากำลังเ็ปไปทั่วทั้งร่างกาย นี่เขากำลังจะโดนฟาเอลฆ่าเหรอเนี่ย
“ขอถามอีกครั้งนะ ช่วยยกอาณาจักรนี้ให้พวกเราได้ไหม” สิ้นเสียงของฟาเอล พระาาก็กรีดร้องหนักกว่าเดิม ข้าไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ภาพตรงหน้ามันบีบรัดหัวใจของข้าอยู่ แน่นอนว่าข้าไม่ได้มีความสุขที่เห็นใครซักคนต้องกรีดร้องอย่างทรมาน
“บนร่างกายของเ้ามีตราทาสถูกประทับเอาไว้” ฟาเอลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ในขณะที่พระาาหอบหายใจจะเป็จะตาย สภาพน้ำหูน้ำตาไหลทำให้เขาไม่หลงเหลือความน่าเคารพใดๆอีกต่อไป “แน่นอนว่ามันผิดนะถ้าทาสพยายามจะขัดคำสั่งหรือคิดร้ายต่อผู้เป็นาย เพราะงั้นตราทาสก็เลยทำให้เ้ารู้สึกไม่ดียังไงล่ะ”
ข้าว่านั่นมันเกินกว่าแค่คำว่ารู้สึกไม่ดีไปเยอะเลยนะ
“ใครก็ได้…” น้ำเสียงของาานั้นแหบแห้ง “ช่วย...ด้วย”
“เอาล่ะ ข้าจะถามอีกครั้งนะ” ฟาเอลฉีกยิ้ม ไม่น่าเชื่อว่าเขายังทำสีหน้าเป็พี่ชายใจดีได้ทั้งๆที่กำลังทรมาณคนทั้งคนให้เจ็บเจียนตายอยู่แบบนั้น “ยกทุกๆอย่างที่เ้ามีให้พวกเราได้ไหม” สิ้นคำถามนั่น าาก็กรีดร้อง เหตุการณ์วนอยู่แบบนี้ประมาณสามรอบก่อนที่ในที่สุดาาจะยอมเอ่ยปากบอกกับพวกเราว่า
“เอาไปให้หมดเลย ได้โปรดหยุดที อยากได้อะไรเอาไปเลย!” นั่นเป็น้ำเสียงจากชนชั้นสูงที่ทำให้ข้ารู้สึกสงสารจนน้ำตาคลอได้เป็ครั้งแรก มันแหบแห้ง อ่อนแรงล้า และดูสิ้นหวังจนข้าใจหล่นวูบ นี่จำเป็ต้องทำถึงขนาดนี้เลยเหรอ
ฟาเอลปรบมือ แบบคนที่ในที่สุดก็ได้เจอเื่ที่มันได้ดั่งใจ จังหวะนั้นเองที่วงเวทย์สีเขียวได้ยิงขนนกใส่คอของพระาาจนหลับไป เขาหันกลับมายิ้มให้ข้า
“เรียบร้อย ทุกๆอย่างเป็ของเ้าแล้วนะฟีเชียร์” มันดูเหมือนกับใครซักคนกำลังมอบของขวัญให้กัน ทว่ามันคือของขวัญที่หนักอึ้ง เต็มไปด้วยความน่าหวาดหวั่น และอาจนำพาหายนะบางอย่างมีสู่ทุกๆชีวิตในอาณาจักรแห่งนี้
ของขวัญจากปีศาจ ให้พูดตรงๆเลยนะ ถ้าเลือกได้ข้าก็ขอไม่รับไว้จะดีกว่า แต่ข้าไม่เคยเลือกอะไรได้อยู่แล้วนี่
โปรดติดตามตอนต่อไป