“พี่ซือซือ กินข้าวเย็นด้วยกันก่อนค่อยกลับเถอะยังไงก็ใกล้ถึงเวลาแล้ว”
สวี่มั่วที่กำลังตั้งใจค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตอยู่ได้ยินเสียงของจ้าวลี่อิ่งจึงเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเธอที่อาบน้ำเสร็จแล้วพันผ้าขนหนูรอบกาย เอียงศีรษะเล็กน้อยพลางใช้ผ้าอีกผืนซับผมยาวที่ยังชื้น เปลือกตาแนบสนิทกับผ้าขนหนูเผยให้เห็นผิวขาวเนียนและไหล่เปลือยชวนให้จินตนาการ
จ้าวลี่อิ่งดูเหมือนจะไวต่อสายตาของเ้าฮัสกี้นัก รีบถลึงตามองทันทีแถมยังดึงผ้าขนหนูขึ้นสูงอีกเล็กน้อย พลางฮึดฮัดว่า “เ้าหมาหื่น!ไม่ให้ดูหรอกนะ!!”
พูดจบ ก็หันหลังเดินเข้าห้องนอน ปิดประตูเปลี่ยนเสื้อผ้า
ใครอยากดูกันฟะ!
สวี่มั่วเบ้ปากเล็กน้อย ก่อนก้มหน้ากลับไปค้นข้อมูลต่อ
หลิวซือซือเหลือบมองประตูห้องของจ้าวลี่อิ่งที หันมองเ้าฮัสกี้ทีแล้วอดหัวเราะไม่ได้ ก่อนจะก้มหน้าช่วยเป่าให้ขนมันแห้งต่อ
ไม่นาน จ้าวลี่อิ่งก็เปลี่ยนเป็ชุดอยู่บ้านเดินออกมาพร้อมผมที่แห้งแล้ว เอ่ยกับหลิวซือซือว่า “พี่ซือซือพวกเรามาทำกับข้าวกันเถอะ!”
หลิวซือซือลูบหลังเ้าฮัสกี้ ตรวจดูว่าขนแห้งแล้วจึงวางไดร์เป่าผมลงลุกขึ้นตอบว่า “อืม”
จ้าวลี่อิ่งยืนอยู่ที่ห้องอาหารเล็กซึ่งติดกับห้องนั่งเล่นจัดการกับวัตถุดิบที่วางอยู่เต็มโต๊ะซึ่งหลิวซือซือซื้อมาตอนเข้าบ้านมา
เธอหยิบซี่โครงเนื้อชิ้นใหญ่มาชิ้นหนึ่ง พลางบ่นว่า“พี่ซือซือใจดีเกินไปแล้วนะ ซื้อเนื้อเยอะขนาดนี้ให้เ้าหมาบ้านี่มันจะกินหมดเหรอ”
เนื้อชิ้นนี้เป็เนื้อสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ
หลิวซือซือตอบสั้นๆ ว่า “ก็แช่ไว้ในตู้เย็นสิ”
จ้าวลี่อิ่งเหลือบมองเ้าฮัสกี้ พลางฮึดฮัด “ฮึ!จะเอาใจมันไปถึงไหนกันเนี่ย! ฉันว่าให้อาหารหมามันไปก็พอแล้ว!อาหารหมาของมันก็ไม่ใช่ถูกๆ แพงกว่าขนมของฉันอีกนะ!”
สวี่มั่วกลอกตาในใจพลางบ่น
เฮ้ยๆๆ… ฉันจำได้นะว่า ในห้องไลฟ์ก่อนหน้านี้มีหลายคนส่งของขวัญให้ฉันตั้งเยอะแหนะ! เธอคิดจะฮุบไว้คนเดียวรึไง!
แม้จ้าวลี่อิ่งจะพูดเช่นนั้น แต่ก็หยิบเนื้อชิ้นนั้นเข้าไปในครัวระหว่างเดินก็ถามว่า “พี่ซือซือรู้วิธีทำหรือเปล่าฉันไม่เป็นะ…อย่าทำผิดจนเ้าหมานี่ท้องเสียล่ะ”
“ไม่ต้องห่วง ฉันถามมาแล้ว รู้วิธีทำอยู่”
“อ๋อ งั้นพี่ทำเถอะ ฉันไปล้างข้าวเอง…”
“…”
เสียงสองสาวพูดคุยเบาๆ ดังแว่วออกมาจากในครัว สลับกับเสียงหม้อ กระทะและเขียงมีดดังเป็จังหวะ
สวี่มั่วได้ยินแล้วก็เผลอใจลอยไปชั่วขณะ เขาสะบัดศีรษะไล่ความคิดลุกขึ้นขยับแข้งขยับขา ก่อนจะะโขึ้นไปบนโซฟาแล้วนอนแผ่หลา หลับตาพริ้มแต่ในใจก็ยังเปิดระบบหาข้อมูลต่อไป
ไม่นานนัก กลิ่นหอมเย้ายวนก็ลอยออกมาจากครัวจมูกอันฉับไวของสวี่มั่วสามารถแยกแยะได้แม้กระทั่งวัตถุดิบแต่ละอย่างที่ถูกใช้
“ไม่อยากเชื่อเลย สองสาวนี่ไม่เพียงหน้าตาสะสวยแต่ยังทำอาหารเก่งด้วย นานๆ จะเจอสักที…”
สวี่มั่วเหลือบไปทางครัวเห็นสองสาวในชุดผ้ากันเปื้อนกำลังขะมักเขม้นทำอาหารภาพนั้นทำให้ความรู้สึกเลื่อนลอยผุดขึ้นมาอีกครั้ง
ถ้าฉันเป็เ้าของบ้านหลังนี้ นั่งเล่นสบายๆ อยู่บนโซฟารอให้สองสาวงามทำอาหารมาเสิร์ฟให้ คงจะดีไม่น้อย…
แต่ในขณะที่เขากำลังเคลิ้ม ฝันหวานก็ถูกทำลายลงทันทีเมื่อจานอาหารหมาถูกวางลงตรงหน้า
เมื่อเงยหน้าขึ้น ก็เห็นจ้าวลี่อิ่งที่ไม่รู้มาถึงั้แ่เมื่อไรเธอยืนยิ้มพลางพูดว่า “เ้าหมาบ้า ทำหน้าเซื่องซึมแบบนี้ หิวแล้วละสิมากินอาหารหมาก่อนเถอะ เนื้อของแกยังไม่เสร็จ”
สวี่มั่ว “…”
สวี่มั่วมองตามหลังจ้าวลี่อิ่งที่เดินกลับเข้าครัวไปแล้วได้แต่กระตุกมุมปาก หันไปมองชามพลาสติกสีน้ำเงินที่มีอาหารหมากองอยู่เต็มก็อยากร้องไห้
ตูไม่กินอาหารหมาหรอกนะ!!
ชาติที่แล้วเป็หมาโสดมาตั้งยี่สิบปีถูกคู่รักมากมายยัดเยียดอาหารหมาใส่ก็ยังพอทน แต่พอทะลุมิติมาเกิดใหม่เป็หมาจริงๆยังจะต้องมากินอาหารหมาของจริงอีกงั้นเหรอ… ตูไม่ยอม!
สวี่มั่วคิดอย่างเดือดดาลมองอาหารหมาที่อยู่บนพื้นด้วยสายตาเหยียดหยาม ก่อนจะหันหน้าหนีไม่ใยดี
แต่แล้วก็อดคิดไม่ได้ว่า…ในช่องเก็บไอเทมของระบบยังมีอาหารสุนัขอยู่ตั้งสิบกว่าถุงซึ่งว่ากันว่าเป็อาหารพิเศษที่ช่วยเพิ่มคุณสมบัติร่างกาย
อืม…ควรจะลองกินดีไหมนะ
โธ่เว้ย!! ลังเลชะมัด!
แต่อาหารหมาธรรมดาน่ะหรือ บอกเลยว่าสวี่มั่วไม่มีวันแตะต้องต่อให้ตายก็ไม่ยอมกิน
ดังนั้น พอจ้าวลี่อิ่งกับหลิวซือซือทำอาหารเสร็จ ยกออกมาวางบนโต๊ะจึงเห็นว่าอาหารหมาที่กองอยู่บนพื้นยังคงอยู่ครบทุกเม็ด
จ้าวลี่อิ่งทำหน้าประหลาดใจ “อ้าว? เ้าหมาบ้าทำไมไม่กินล่ะ ไม่หิวหรือไง”
เ้าฮัสกี้ที่นอนอยู่บนโซฟาเงยหน้ามองเธอแวบหนึ่งราวกับกลอกตาใส่ก่อนจะะโลงจากโซฟา เดินโซเซไปที่ห้องอาหารแล้วจ้องไปที่หลิวซือซือซึ่งกำลังถือถาดซี่โครงเนื้ออยู่
มุมปากของหลิวซือซือคลี่ยิ้ม ก้มตัวลงเล็กน้อยแล้ววางถาดนั้นบนพื้น
เ้าฮัสกี้ก้มลงดมเนื้อซี่โครงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเหมือนพอใจแล้วก้มหน้ากินอย่างเอร็ดอร่อย
“…” จ้าวลี่อิ่งถึงกับยืนตะลึงอยู่นานกว่าจะะเิอารมณ์ออกมาด้วยความโมโห “ดีนักนะ!! เ้าหมาบ้านี่!กล้าดียังไงถึงไม่แตะอาหารหมาที่ฉันให้ แล้วเลือกกินแต่ของดี!”
เ้าฮัสกี้เหลือบมองเธอหนึ่งที ส่งสายตาราวกับจะบอกว่า 'เพ้อเจ้ออะไร'
ก่อนจะหันกลับไปกินเนื้อต่อ
จ้าวลี่อิ่ง: “…”