เสียงเด็กทารกร้องดังขึ้น
ทารกที่เพิ่งออกจากท้องแม่ร้องเสียงดังบนตัวทารกตัวน้อยมีรอยเืติดเต็มไปทั่วร่างกาย
หมอที่ทำคลอดใช้กรรไกรสีเงินตัดสายสะดือจากนั้นนำเด็กไปเช็ดตัวห่อด้วยผ้านุ่มๆ อุ้มทารกตัวน้อย ไปให้แม่ของเด็กทารกดู
ผู้หญิงที่เป็แม่ของเด็ก สภาพดูอ่อนล้าหมดแรงจากการที่ต้องเสียเือีกทั้งความเ็ปอันมหาศาลที่เพิ่งผ่านมา
แต่ตอนที่ได้เห็นหน้าลูกของเธอความรู้สึกอ่อนล้าและความเ็ปทั้งหมดก็หายไปสิ้น
“โฟลโรตั้น”
เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเรียกชื่อของทารกตัวน้อยที่เธอตั้งไว้
1 ปีต่อมา
[แผนกกุมารเวชประสาทวิทยา]
ป้ายบริเวณหน้าห้องเขียนไว้เช่นนั้น
ผู้ชายวัยกลางคน คนหนึ่งกำลังนั่งรออย่างเป็กังวลบริเวณเก้าอี้พักคอยด้านใน
ลูกของเขานั้น ฟอลโรตั้นกำลังอยู่ในระหว่างตรวจสุขภาพจิตกับหมอคนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้อยู่ในอีกฝั่งของห้องโดยมีกำแพงกระจก กั้นแบ่งห้องไว้
หลังจากผ่านไปสักพักหมอก็อุ้มลูกชายของเขาออกมา
“ไปๆ หาพ่อนะ”
หมอคนนั้นเดินมาทางพ่อของเด็กและส่งฟอลตันไปให้อุ้ม
เขารับฟอลตันไว้และอุ้มมากอด
“ผลเป็ไงบ้างครับหมอ”
เขาถามอย่างกังวล
“หายห่วงได้เลยครับผมตรวจอย่างละเอียดแล้ว ลูกของคุณปกติดีครับ”
“แล้วอาการพูดแปลกๆของลูกผมล่ะครับ”
“หมอมั่นใจครับจริงๆั้แ่คุณแจ้งอาการให้หมอทราบ หมอก็คิดว่าเป็เื่ปกตินะครับที่เด็กวัยประมาณนี้จะเริ่มหัดพูด หรือเอาคำที่เคยได้ยิน มาจำใส่สมองและพูดออกมาหมอคิดว่าควรจะเป็เื่น่ายินดีสะอีกครับ ที่ลูกคุณมีพัฒนาการที่ดีแบบนั้น”
เขาทำหน้ากังวลเล็กน้อยแต่หมอที่เขามาหาก็เป็หมอมีชื่อพอสมควร ถ้าหมอยืนยันเช่นนี้แล้วก็คงจะไม่มีอะไรผิดปกติกับลูกเขาจริงๆ
“ถ้าหมอยืนยันเช่นนั้นงั้นผมก็หายห่วงแล้วครับ”
เขากล่าวขอบคุณหมอ ก่อนที่จะจากไป
อาการที่ลูกชายของเขาเป็คือชอบพูดคำแปลกๆออกมาถ้าเป็คำปกติทั่วไปเขาก็คงเข้าใจว่ามันเป็เรืื่องธรรมดาของเด็กแต่บางครั้งมันกลับเป็ประโยค ที่ฟังดูน่าขนลุกไม่น้อย เช่นบางครั้งก็พูดว่า“แกเป็ใคร” กับพ่อตัวเอง “ที่นี่ที่ไหน” ไม่ก็เป็คำด่าอย่างไม่มีเหตุผลหรือไม่ก็ร้องไห้พร้อมกับเรียกชื่อของใครบางคนออกมา "เคลฟี"นี้เป็ชื่อประหลาดที่เขาได้ยินเด็กคนนี้พูดบ่อยที่สุด
2 ปีต่อมา
เด็กคนนี้อายุได้ 3 ขวบแล้ว
ฟอลโรตั้นนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นกำลังเล่นของเล่นจำพวกตัวต่ออยู่ ส่วนพ่อของเขาตอนนี้กำลังใช้โน๊ตบุ๊คพิมพ์งานที่โต๊ะใกล้ๆ
ภายในห้องตกแต่งดูหรูหราแสดงถึงความมีฐานะของบ้านนี้โซฟาใกล้ๆมีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ เธอไม่ใช่แม่ของฟอลโรตั้นแต่เป็พี่เลี้ยงเด็กที่ พ่อของเขาจ้างมา
“พี่อองฟองครับ”
“จ๋าฟอลตั้น? ”
“อันนี้แปลว่าอะไรหรอครับ”
ฟอลตั้นยื่นชิ้นส่วนตัวต่ออันหนึ่งที่มีคำภาษาอังกฤษส่งให้พี่เลี้ยงของเขาดู
“Giraffe แปลว่า ยีราฟจ๊ะ”
“ขอบคุณครับ”
ฟอลตันกล่าวขอบคุณอย่างนอบน้อมจากนั้นก็หันกลับไปเล่นของเล่นของเขาต่อ
เมื่อปีก่อนอาการที่ฟอลตันนั้นชอบพูดเื่ประหลาดๆหรือชื่อประหลาดๆเต็มไปหมดแต่ตอนนี้กลับไม่มีแบบนั้นแล้ว กลับกันฟอลตั้นพูดน้อยลงเรื่อยๆมากสะจนวันนึงจะพูดแค่เวลา้าอาหาร จะเข้าห้องน้ำหรือเวลา้าอะไรสักอย่างเท่านั้น
เด็กคนนี้อายุยังไม่ถึงแต่กลับดูฉลาดเกินไป พฤติกรรมของฟอลตันเหมือนกับว่าฟอลตันคิดอะไรตลอดเวลาและกำลังปิดบังอะไรบางอย่างเอาไว้จนบางทีก็ทำให้รู้สึกขนลุกขึ้นมา
พ่อของฟอลตันพาฟอลตันไปหาหมอหลายต่อครั้งแต่ไม่ว่าหมอคนไหน ก็ไม่มีใครพบความผิดปกติใดๆทั้งสิ้น
จนวันหนึ่งที่เขาตัดสินใจจ้างพี่เลี้ยงเด็กมาคอยดูแลฟอลตันเนื่องจากภรรยาของเขามักยุ่งอยู่กับงานจึงไม่ค่อยมีเวลามาดูแลฟอลตันนัก หลังจากนั้นฟอลตั้นก็เริ่มพูดมากขึ้น เริ่มแสดงท่าท่างเหมือนเด็กทั่วๆไปให้เห็นมากขึ้นพอเป็แบบนี้พ่อของฟอลตันก็โล่งใจขึ้นมาก จนรู้สึกหมดกังวลเื่ลูกของเขา
จนมาถึงคืนหนึ่ง
เสียงเก้าอี้แบบพับถูกลากไปกับพื้นดัง”ครืดๆ” ไปตามทางเดินในบ้าน
คนที่ลากอยู่ คือฟอลตั้นเพราะตัวที่เล็กทำให้ไม่สามารถยกเก้าอี้นั้นไหว จึงค่อยๆลากมันมาทีละนิด
เขาเดินไปเรื่อยๆจนมาหยุดที่ห้องๆหนึ่ง
ฟอลตันกางเก้าอี้ออกปีนขึ้นไปบนเก้าอี้และเอื้อมแขนเอากุญแจที่ถือไว้ไขประตูออก
“แกรก” ประตูค่อยๆเปิดอย่างช้าๆพร้อมกับเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังออกมา
“ใครน่ะ!”
อองฟองหรือก็คือพี่เลี้ยงเด็กของฟอลตันส่งเสียงดังใที่จู่ๆประตูก็เปิดออกทั้งๆที่วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้านนอกจากเธอกับฟอลตันแท้ๆ
แต่เมื่อเธอได้เห็นคนที่เดินเข้ามาเธอก็โล่งใจ
“อ้าว ฟอลลตั้นน เข้ามาได้ไงเนี่ย สงสัยปิดประตูไม่สนิทมั้งเนี่ยฉัน”
เธอกำลังจะเดินเข้าไปหาฟอลตันแต่ก็ต้องหยุดชะงัก
ทุกอย่างผิดปกติเกินไป
ทั้งท่าทางและสายตาที่ฟอลตันมองมาที่เธอมันดูไม่ใช่สายตาของเด็กที่เธอรู้จักแม้แต่น้อย
ฟอลตันเดินไปนั่งอยู่กับพื้นพิงกำแพงใกล้ๆกับเตียงนอนที่อองฟองอยู่
จากนั้นเขาก็หยิบโทรศัพท์จากกระเป๋าเสื้อ ขึ้นมาดู
“กานิกา ผ่องใส่ ชื่อเล่น อองฟองอายุ 24 ปี จบจากมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนมาณีรัตน์ บ้านอยู่เมืองสีแก้ว อยู่ในระหว่างหางาน จึงมารับจ๊อบเป็พี่เลี้ยงเด็ก ข้ามีอะไรจะถามหน่อย”
อองฟองมองตาค้าง นี่เธอฝันอยู่รึเปล่าเด็กขวบกว่าที่แต่ก่อนพูดไม่ค่อยชัด เอาแต่เล่นของเล่นจู่ๆก็พูดประโยคยาวๆแบบนี้ขึ้นมาน้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำดูไม่มีความเป็เด็กที่เธอรู้จักสักนิด ทำเอาเธอพูดอะไรไม่ออก
เธอตั้งสติถึงจะเป็เื่น่าเหลือเชื่อก็เถอะ แต่คงจะแค่ฟอลตันอาจจะไปเห็นพ่อของเขาพูดเลยทำตามเฉยๆก็ได้
“เอ่อ.. ฟอลตัล เป็อะไรไหมนอนไม่หลับหรอจ๊ะ? ให้พี่ไปส่งที่ห้องไหม”
ฟอลตัลหันมามองหน้าเธอ และชูนิ้วชี้ขึ้นมา
“ข้อแรกโลกนี้มีใครใช้เวทมนต์ได้รึเปล่า”
อองฟองเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาเด็กคนนี้แปลกเกินไป มีผีที่ไหนเข้าสิงรึเปล่า เธอคิด
“ข้อสองโลกนี้มีเครื่องกู้ความทรงจำไหม”
“และข้อสามมีใครที่มาจากโลกอื่นที่ไม่ใช่โลกนี้บ้าง”
อองฟองงงไปหมดฟอลตันไปฝึกพูดจนเก่งแบบนี้ั้แ่เมื่อไร เด็กที่มีพร์งั้นหรอ? คำถามที่ถามมาพวกนี้คืออะไรกันเวทมนตร์หรอ?กู้ความทรงจำ? แต่ละอย่างยิ่งชวนงงเข้าไปใหญ่
อองฟองไม่ได้ตอบกลับอะไรฟอลตันก็หยิบมือถือขึ้นมาดูอีกครั้ง
“ข้ามีอะไรให้เ้าดูด้วย”
พูดเสร็จฟอลตันก็ยื่นมือถือไปให้อองฟองเห็น
มันเป็คลิปวิดีโอมีผู้ชายและผู้หญิงกำลังกอดจูบกันบริเวณห้องครัวคนผู้ชายในคลิปของพ่อของฟอลตันเองส่วนคนผู้หญิงก็คืออองฟองตัวเธอเอง
อองฟองถึงกับพูดไม่ออกจริงที่เธอกับพ่อของฟอลตันเป็ชู้กัน แต่ที่น่าเหลือเชื่อกว่าก็คือกำลังถูกเด็กวัยแค่สามขวบกว่าแอบตั้งกล้องแบล็คเมลล์เธอ
“ตามที่ข้ารู้ เ้ากับพ่อข้าพยายามปกปิดเื่นี้กับแม่ของข้า และสถานะของแม่ของข้าก็ดูจะใหญ่กว่าเ้าด้วย
จะเป็ยังไงกัน หากข้าส่งคลิปนี้ไปให้แม่ของข้าดูหากเ้ายังมัวยืนบื้อ ไม่ตอบคำถามข้าอยู่ได้!”
ฟอลตันส่งเสียงไม่พอใจส่วนอองฟองก็ยังคงสับสนอยู่ เป็ตามที่ฟอลตันบอก หากคลิปนี้หลุดไปละก็เธอแย่แน่เธอเองก็แฟนอยู่แล้ว ส่วนแม่ของฟอลตันก็เป็ถึงนักการเมืองชื่อดัง มีหวังโดนคดีหนักแน่ๆ
แต่ไม่ว่าด้วยเหตุใดที่ทำเด็กคนนี้จะฉลาดผิดมนุษย์ได้ขนาดนี้ที่แน่ๆตอนนี้เธอต้องทำลายหลักฐานพวกนั้นก่อน!เธอเดินเข้าไปหาฟอลตันพลางพูดหลอกล่อ
“เข้าใจแล้วๆ วางมือถือก่อนนะ เดียวพี่จะบอกทุกอย่างที่พี่รู้เลย”
เธอเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆจนอยู่ในระยะประชิด เธอก็เอื้อมมือไปกระชากมือถือออกจากมือฟอลตันทันทีและรีบทำการลบคลิปและหลักฐานต่างๆเกี่ยวกับเธอออกเื่ความฉลาดเกินมนุษย์ของเด็กนี้เอาไว้ก่อนยังไงสะก็จะปล่อยให้คลิปพวกนี้หลุดไปไม่ได้เด็ดขาด!
“อัมพาต”
จู่ๆ ฟอลตันก็พูดอะไรอีกแล้วก็ไม่รู้แต่เธอก็ไม่ใส่ใจ ตอนนี้เธอสนใจแค่ต้องลบหลักฐานเท่านั้นทันใดนั้นเองไม่รู้ั้แ่เมื่อไรก็รู้สึกว่าตัวเธอกำลังจะเอนล้มไปด้านหลังเธอจะเอาขาพาพยุงไว้ แต่กลับ..
ตุบบ
หลังของเธอกระแทกเข้าไปกับพื้นแบบเต็มๆรู้สึกจุก จนหายใจไม่ออก ศรีษะเองก็ถูกกระแทกด้วยเช่นกันเธอเจ็บจนอยากจะเอามือมาจับหัวไว้แต่มือของเธอทั้งสองข้างยังคงจับโทรศัพท์ไว้ไม่ขยับเขยื้อนแล้วเธอก็เพิ่งรู้สึกตัว ทั้งนิ้วทั้งร่างกายของเธอตอนนี้เธอขยับได้แค่เพียงลูกตาเท่านั้น
เธอนึกถึงคำพูดล่าสุดที่ฟอลตัน พูดมา“อัมพาต” ดูท่ามันจะเป็อย่างงั้นจริงๆ เด็กคนนี้ไม่ผีก็ปีศาจแล้ว!
เธอรู้สึกกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจ พยาจะพูดขอโทษที่แย่งโทรศัพท์มาแต่ปากของเธอก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย
ฟอลตันเดินเข้ามาใกล้ และนั่งลงข้างๆเธอ
“กล้าดีนี่ มนุษย์เห็นทีต้องสั่งสอนกันหน่อยแล้วล่ะ”
ฟอลตันเอานิ้วแตะไปที่ศรีษะของเธอ
“ทรมาน”
อองฟองกระตุกเล็กน้อยเธอขยับอะไรไม่ได้เพราะผลของเวทย์(อมพาท)ก่อนหน้า แต่มีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป
ดวงตาของเธอเบิกกว้าง มองไปฟอลตันไม่ขยับ ดวงตาของเธอแดงก้ำจนเริ่มเห็นเส้นเื ทั้งยังมีน้ำตาไหลออกมา นี้คือเวทย์ศาสตร์มืดที่สร้างความเ็ปเทียบเท่ากับการถูกถลกหนังทั้งเป็ความเ็ปนั้นเพียงพอให้ผู้ที่โดนเกิดความกลัวถึงขั้นสุดจนสามารถสร้างาแทางใจ ไปตลอดชีวิต
“อึก..”
จู่ๆฟอลตัน ก็เอามือออกจากอองฟองเขาดูโซเซเล็กน้อย
“ร่างกายนี่อ่อนแอชะมัด ดูท่าพลังเวทย์จะหมดแล้วสิ”
พอฟอลตันเอามือออกอองฟองเธอหายใจถี่อย่างต่อเนื่อง เพราะเพิ่งออกจากความเ็ปแสนสาหัสแบบนั้นมาพอได้ยินว่าฟอลตันจะใช้พลังแบบเมื่อสักครู่ไม่ได้แล้ว ก็ทำให้เธอโล่งใจเล็กน้อย
“อย่าเพิ่งดีใจไปคุณพี่เลี้ยงดูสิข้ามีอะไร”
ฟอลตัน เอามือล้วงไปหยิบของบางอย่างในกระเป๋าเสื้อตนจากนั้นก็เอามาโชว์ให้อองฟองเห็น
มันคือเข็มเย็บผ้าอันเล็กๆ ทั่วไป
“ถ้าแค่เวทย์อัมพาทข้ายังพอร่ายไว้นะส่วนเื่ทรมานข้ามีวิธีอื่นอีกเยอะแยะเลย”
และอองฟองก็ได้ตระหนักฝันร้ายในคืนนี้ของเธอเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น