“ไง ตื่นแล้วเหรอ” สายไหมลืมตาก็เห็นเขานั่งมองกวาดตามองรอบๆห้องไม่รู้ว่านอนยาวเท่าไหร่
“กี่โมงแล้ว”ถามเขาพร้อมกับขยี้หัวตัวเองเบาๆปวดหัวตุบๆยังไม่หายคอแหบแห้ง
“บ่ายสาม น้องนอนมาหลายชั่วโมง ตื่นมากินข้าวได้แล้ว”
น้ำเสียงบังคับนิดๆ สายไหมเหลือบมองเขาและพยายามคิดคำนวณเวลาเธอหลับยาวหกชั่วโมงเลย รู้สึกหิวนิดจำได้ว่าั้แ่เช้าเธอยังไม่ได้ทานอะไร
“ลุงหมอมาฉีดยาให้น้อง อาจจะปวดนิดหนึ่ง” เธอพยักหน้าเข้าใจถึงว่ารู้สึกแปดตรงแขน แต่มันก็สบายตัวกว่าเมื่อเช้ามาก
“เดินไหวไหม” เธอเซนิดหนึ่งตอนที่เท้าโดนพื้นเขาเข้ามาพยุงและถามเหมือนจะเป็ห่วง แต่ความห่วงใยของเขาเธอไม่ได้รู้สึกอะไรก็ใครมันทำให้ต้องเป็แบบนี้
“ไหว ปล่อยก่อน” น้ำเสียงตึงๆทำให้เขาต้องปล่อยแขนอวดเก่งอวดดีไม่มีใครเกินสายไหมแม้จะช่วยตัวเองไม่ค่อยได้ก็ตามเขาปล่อยให้เธอเดินไปเข้าห้องน้ำและมองห่างๆจนเธอออกมาจากห้องน้ำ
“ไปกินข้าวกันเถอะไหม พี่เตรียมไว้ให้แล้ว” เขาบอกเธอสั้นๆและเดินนำหน้าไปนอกห้องเธอจึงเดินตาม พอไปถึงโต๊ะอาหารกับข้าวถูกจัดไว้บนโต๊ะ หน้าตาน่าทานมาก
“น้ำซูบร้อนๆกินซะสิ จะได้ดีขึ้น”
เขาเลื่อนชามต้มจืดมาให้เธอ สายไหมชะงักกับสายตาและความอ่อนโยนที่เขาทำแต่ก็ไม่ทำให้อินเท่าไหร่เธอทำตามที่เขาบอกน้ำซูบร้อนๆมันทำให้รู้สึกดีขึ้นจริงๆ เขาตักผัดผักใส่จานข้าวให้ทำไมต้องมาดูแลเอาใจใส่ทั้งๆที่มันไม่จริง
“ชิมดู อร่อย แม่ครัวที่บ้านทำให้” เขาบอกพร้อมรอยยิ้มที่เห็นบ่อยมากในตอนนี้เขามองเธอกินข้าวได้เยอะก็โล่งใจ พอทานเสร็จก็เอามืออังหน้าผากสายไหมเขยิบตัวออกห่างอย่างใ
“แค่เช็คดูว่าน้องมีไข้อยู่ไหม” น้ำเสียงอ่อนโยนไม่ใช่เขาเลยสักนิดสิ่งที่เขาทำให้จะซาบซึ้งใจอย่างนั้นเหรอ มันเทียบไม่ได้กับสิ่งที่เขาย่ำยี
“กินเสร็จแล้วก็ไปพักเถอะ อาหมอบอกน้องต้องนอนพักผ่อนเยอะๆ”
เขาบอกด้วยความหวังดีอาหมอบอกว่าสายไหมต้องนอนพักอย่างน้อยสักสองสามวันร่างกายเธออ่อนเพลียเมื่อเช้าก็เติมน้ำเกลือให้แล้ว
“ไหมไม่นอน อยากกลับห้อง”
“ตัวน้องยังรุมๆอยู่ กลับตอนนี้ไม่ได้” เขาพยายามพูดอย่างใจเย็นอดทนอย่างที่ไม่เคยต้องอดมาก่อนเพราะหน้าตาซีดเซียวของเธอก็ไม่อยากจะใจร้ายกับคนป่วยมากนัก
“ไหมต้องไปทำงานตอนหกโมง อยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก”น้ำเสียงเธออ่อนลงพยายามบอกเขาให้เข้าใจ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เข้าหัวของเขาเลยก็ตาม
“จะไปทำงานบ้าอะไร ไม่ได้ดูสภาพตัวเองเลย” เขาชักจะโมโหแล้วเธอไม่ยอมฟังอะไรเลย แล้วจะทำงานเอาเงินไปทำอะไรนักหนา
“บอกมาสิไหม ค่าตัวน้องเย็นนี้เท่าไหร่ พี่จะจ่ายให้เอง” คำพูดนี้ทำให้สายไหมฉุนเล็กน้อย แต่ก็พยายามพูดกับเขาดีๆบทเรียนที่ผ่านมาทำให้เรียนรู้ว่าเขาเป็คนเ้าอารมณ์
“มันไม่ได้เกี่ยวเื่ค่าตัวจะถูกหรือแพง แต่ไหมรับปากเจ๊นีน่าไปแล้วคราวก่อนก็ปฏิเสธเขาไปที ครั้งนี้มันเลื่อนไม่ได้ พี่เข้าใจหน่อยได้ไหม”
สายไหมพยายามอธิบายยาวๆใครมันอยากจะไปทำงานในสภาพที่ป่วยแบบนี้แต่เพราะความรับผิดชอบต่องานต้องยอมฝืนร่างกายการที่เขาไม่พยายามเข้าใจงานมันทำให้เหนื่อยเถียงกันให้ตายอย่างไรก็หาข้อยุติไม่ได้ น้ำเสียงเธอจึงล้าๆ
“เอาเบอร์เจ๊ของเธอมาสิ พี่จะโทรไปบอกเอง”
“จะโทรได้ไงพี่ฟิว เจ๊เขาก็รู้หมดสิว่าไหมกับพี่เป็อะไรกัน”
“กลัวแม่เล้านั่นจะรู้ว่ามีผัวงั้นเหรอ”
“อะไรพูดจาน่าเกลียดไปเรียกเจ๊ว่าแม่เล้าได้ไง เขาไม่ได้เอาไหมไปเร่ขายสักหน่อย เขาทำให้ไหมมีกินมีใช้ทุกวันนี้ ”
“มันต่างกันตรงไหนวะถามจริง ไม่ได้เอาไปเร่ตามถนนแต่พาเธอเข้าหาเสี่ยทำทุกอย่างให้ได้งาน นี่น้องไม่รู้จริงๆหรือแกล้งโง่ ”น้ำเสียงเขาห้วนๆหน้าตาก็ดูโมโห
“พี่ฟิวจะดูถูกไหมก็ไม่ว่า แต่อย่ามาว่าเจ๊อย่างนั้นถ้าไม่มีแกป่านนี้ไหมคงได้เร่ขายตัวจริงๆแล้วก็ได้”
สายไหมพูดอย่างอัดอั้นตันใจทำไมเขาชอบเอาตนเองเป็ที่ตั้งตลอดเวลาเขามาจากบ้านรวยมีกินไม่ต้องทำงานก็ไม่อดตาย และไม่มีภาระเหมือนเธอจะทำอะไรก็ได้
“บอกมาดีไหม น้องเอาเงินไปทำไมเยอะแยะ แค่ค่าเรียนค่ากินก็น่าจะพอแล้วไม่ต้องวิ่งวุ่นไปทำงานแบบนี้”
“คนเรามันมีปัญหาต่างกันไป บ้านพี่มีเงินพี่ไม่เคยรู้หรอกว่าเป็ยังไง”
“ก็บอกพี่มาสิวะไหม เธอ้าเงินไปทำอะไรนักหนา ที่พี่ให้มันไม่พอหรือไง”เขากระชากเสียงจนเธอสะดุ้งใ
“แม่ไหมติดการพนัน ไหมต้องหมุนเงินให้แม่ตลอดเวลา”
“แล้วไง เธอต้องรับผิดชอบแม่ของเธอจนวันตายหรือไงสายไหมคิดว่าเป็การแก้ปัญหาที่ดีเหรอ”
“ก็นี่ไงถึงไม่อยากบอก คนอย่างพี่ก็มีแต่ซ้ำเติมไหม”
เธอมองหน้าเขาอย่างน้อยใจ ไม่บอกก็โดนด่าหาว่างกบอกก็หาว่าแก้ปัญหาไม่ได้ ชีวิตของเธอนอกจากแม่แล้วยังจะต้องมาเป็ทาสผู้ชายตรงหน้าอีก
“ซ้ำเติมตรงไหน พูดเื่จริง ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งแม่เอาเธอไปเร่ขายเธอต้องขายตัวเพื่อแม่งั้นเหรอ” คำพูดของเขามันเหมือนเข็มที่ปักตรงกลางใจเจ็บจี๊ดใครไม่มาเป็เธอไม่มีทางรู้และเข้าใจได้หรอก
“จะเดินหนีไปไหนสายไหม เธอยังไม่ตอบคำถามพี่”เขากระชากแขนดึงกลับมามองตากันต่างไม่ยอมลดละ
“ไหมไม่อยากพูดกับพี่ พูดไปก็ทะเลาะกันถ้าเข้าใจอะไรง่ายๆคงไม่ใช่พี่ฟิว”เธอยิ้มหยันให้กับตัวเองทำไมต้องมาเจอกับคนอย่างเขา
“ก็พี่กำลังสะท้อนให้เธอเห็นถึงปัญหาไงไหม เธอรักเคารพแม่ก็ไม่ผิดแต่ความรักความเคารพของเธอต้องใช้ให้ถูก ไม่ใช่ไปส่งเสริมให้แม่ทำผิดขึ้นไปอีก”
“จะให้ไหมทำไง ไหมลองมาแล้วทุกทาง พี่ช่วยไหมได้หรือเปล่าละ” สายตาพร้อมเอาเื่ ที่พูดมาเคยคิดจะช่วยบ้างไหม
“จะขอให้คนอื่นช่วย เขาไม่พูดแข็งกระด้างแบบนี้หรอกไหมลองหัดพูดเพราะๆกับพี่ดูบ้างสิ พี่อาจจะช่วยเธอ”
“เฮ้อ ลำบากพี่นักก็ไม่ต้องช่วยก็ได้ ขอเพียงอย่ามาจำกัดสิทธิอะไรอีกพี่ไม่ใช่เ้าชีวิตของไหม”
“เฮ้อ สายไหมเธอนี่มันจริงๆเลย” เขากอดอกมองเธอเหนื่อยที่ใจสายไหมคว้ากระเป๋าออกจากห้อง เขาคว้าตัวเธอไว้ เธอปัดมือออก
“อย่าไป เธอไม่สบายอยู่นะ” เขากอดเธอจากด้านหลังเนื้อตัวยังรุมๆอยู่เลย
“เราพูดกันแล้วพี่ฟิว อย่าทำให้ไหมดูเป็คนไร้ความรับผิดชอบได้ไหม” เธอบอกเขาก่อนจะค่อยๆแกะมือของเขาออกจากตัวกาฟิวปล่อยเธอไปมองตามอย่างไม่เข้าใจ
“ไปคอนโด…ค่ะ ”สายไหมบอกแท็กซี่ไม่ถึงชั่วโมงก็พามาถึงที่หมาย เธอจ่ายเงินและขึ้นห้องตัวเอง
“เจ๊ มารับไหมด้วยนะ”ขับรถไปเองคงไม่ไหวปลายทางตอบรับและคุยอะไรกันนิดหน่อยเธอก็วางสาย
-สตูดิโอ-
“แชะ แชะ” ช่างภาพกดชัดเตอร์รัวๆอย่างต่อเนื่องเซ็ทนี้เป็เซ็ทสุดท้ายแล้วสายไหมพยายามฝืนตัวเองทำออกมาให้ดีที่สุดและก็ผ่านพ้นไปด้วยดี
“เห็นว่าไม่สบายหรือไหม ดีขึ้นบ้างหรือเปล่า” คุณวิชาญมาถึงก่อนเลิกนิดเดียวตรงเข้ามาหาไหมด้วยความเป็ห่วง
“ก็ยังไหวอยู่ค่ะ”
“งั้นก็กลับไปพักผ่อนเลยนะไหม ทีหลังไม่ไหวโทรมาบอกพี่ อย่าเกรงใจ”
คุณวิชาญบอกเสียงดุดูเธอสิหน้าแดงแจ๋ยังบอกว่าไหวอีก สายไหมยกมือไหว้ขอบคุณและเดินมาหาเจ๊ที่คุยโทรศัพท์ด้านนอกคุณวิชาญมองตามเธอป่วยอยู่เขาจึงไม่อยากกวนเวลาส่วนตัว
“ไหวหรือเปล่าไหม”
เจ๊คุยโทรศัพท์เสร็จพอดีปรี่ถามด้วยความเป็ห่วงอีกคนเห็นเธอทำท่าจะล้มหลายครั้ง ตัวก็ร้อนรุมๆนับถือใจเด็กคนนี้นักไม่สบายยังไม่ยอมหยุด
“ไหมอยากกลับไปนอนค่ะ ไม่ค่อยไหวแล้ว”เธอบอกเสียงแหบปวดหัวจะะเิ
“ไปสิเดี๋ยวเจ๊รีบไปส่ง วันหลังไม่ไหวก็บอก อย่าทำแบบวันนี้อีก” เธอโดนเจ๊ดุเสียงเข้มอีกคน
“ไหมไม่อยากเสียงาน วันนั้นก็ทีแล้วคนอื่นจะเอาไปพูดได้ว่าเด็กเจ๊นีน่าไม่มีความรับผิดชอบ”
“เจ๊แก้ปัญหาได้ไหมอย่าลืมว่าใครแค่นี่จิ๊บๆแต่ถ้าเกิดไหมเป็อะไรเจ๊คงรู้สึกผิดไปทั้งชีวิต”
เจ๊นีน่าพูดจริงจังเธอทักท้วงั้แ่แรกแล้วที่รู้ว่าสายไหมตัวร้อนไม่ค่อยสบายแต่น้องก็ยังยืนยันจะมาให้ได้เด็กคนนี้มันทำให้เขาทึ่งได้หลายอย่าง
“มีอะไรพูดกับเจ๊ได้ทุกเื่นะไหมไม่ว่าเื่อะไรอย่าเก็บไว้คนเดียว”
สายไหมพยักหน้าพร้อมกับก้าวขึ้นรถงานเซ็ทนี้ก็เป็บริษัทในเครือคุณวิชาญถ่ายไม่มีกี่เซ็ทแต่ก็ใช้เวลาร่วมสามชั่วโมงสายไหมทั้งง่วงและเพลียมาก เมื่อขึ้นในรถเธอถึงหลับเป็ตาย จนรถมาจอดหน้าคอนโด
“ให้พาไปโรงพยาบาลก่อนหรือเปล่า” เจ๊นีน่าถามด้วยความห่วงใย
“หมดฉีดยาและเติมน้ำเกลือแล้วค่ะนอนพักผ่อนพรุ่งนี้คงจะดีขึ้น” สายไหมไม่อยากให้เจ๊ห่วงเกินเหตุ ถ้าได้นอนคงดีขึ้นสายไหมไหว้ขอตัวลาจากเจ๊
เมื่อถึงในห้องเธอโยนกระเป๋าลงข้างโซฟาแล้วคลานขึ้นเตียงไม่ได้สนใจอะไรเวลาตอนนี้เกือบเที่ยงคืนตาเธอจะปิดอยู่แล้วกำลังจะนอนหลับเสียงกดกริ่งหน้าห้องดังขึ้น งัวเงียลุกขึ้นเดินไปดู
“ใครมันมาเวลานี้”
สายตามองลอดผ่านประตูเธอทำหน้าเหนื่อยหน่ายเมื่อรู้ว่าใครมากดกริ่งกลางดึก เปิดประตูให้เขาเข้ามากลิ่นเหล้าหึ่งไปทั้งตัว
สายไหมเดินไปที่เตียงไม่ได้สนใจว่ากาฟิวจะเดินตามหรือทำอะไรชายหนุ่มมานั่งข้างๆเธอ ฝ่ามือหนาอังตรงหน้าผาก
“ตัวยังร้อนอยู่ ”
เขาบ่นคนเดียวมากกว่าเพราะอีกคนหลับตาลงและนอนหันหลังให้เขาด้วยใบหน้าเธอแดงก่ำเขาล้มตัวนอนและกอดเอวเธอจากด้านหลังใบหน้าซบตรงซอกคออุ่นไอร้อนจากตัวเธอส่งผ่านมายังเขา นอนกอดได้สักพักก็ลุกขึ้นมาและเดินออกจากห้องไปหากาละมังใบเล็กจากครัว
“อยู่นิ่งๆไหม พี่กำลังเช็ดตัวให้”
น้ำเย็นจากผ้าขนหนูผ่านเข้าสู่ร่างกายหนาวสั่นขึ้นมาทันที สายไหมปรือตามองและปัดมือหนาที่กำลังเช็ดตัวให้เธอเขาต้องรีบเช็ดตัวให้เสร็จเร็วๆหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้เธอและห่มผ้าก่อนจะเดินเอากาละมังไปเก็บในห้องน้ำเมื่อกลับมาอีกครั้งสายไหมก็หลับไปแล้ว
“บอกอะไรไม่เคยจะฟัง”
เขาปัดปอยผมที่ปรกคลุมใบหน้าอย่างเบามือจมูกโด่งเชิดรั้นเป็สันส่งให้ใบหน้าสวยอย่างไร้ที่ติฝ่ามือหนาลูบผ่านร่างกายของเธอจนไปหยุดที่สะโพกอวบอิ่มเขาก้มลงจูบปากริมฝีปากแดงสดอย่างห้ามไม่อยู่แม้ยามหลับใหลร่างกายเธอยังทำให้เขาตื่นตัวได้ทุกครั้งถ้าไม่ติดว่าเธอป่วยคืนนี้เธอไม่รอดแน่
-รุ่งเช้า-
“มาตอนไหน”
สายไหมงุนงงเมื่อเห็นคนตัวสูงนอนหลับสนิทความคิดโลดแล่นไปถึงเมื่อคืนจำได้ว่าเปิดประตูให้เขาแล้วความรู้สึกนั้นก็ดับวูบจำอะไรได้เลือนราง
“เราเปลี่ยนชุดตอนไหน”
ก้มมองชุดตัวเอง โดยที่คนข้างๆยังหลับเป็ตายเธอจึงลุกขึ้นไปห้องน้ำได้เห็นผ้าขนหนูหมาดๆถูกตากไว้ในราวแขวนจึงเข้าใจได้ว่าเขาเช็ดตัวให้เธอ จำได้รางๆไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ออกมาจากห้องน้ำเขาตื่นแล้วนอนพิงหัวเตียง
“มานั่งนี่มา” เขาสั่งเธอ สายไหมทำตามเดินมาหาที่ข้างเตียงฝ่ามือหนาข้างเดิมอังที่หน้าผากเพื่อเช็คว่าเธอมีไข้หรือเปล่า
“ดีขึ้นแล้วนี่ รีบกินข้าวแล้วค่อยมาทานยา” เขาสั่งพร้อมกับโน้มตัวไปหยิบโทรศัพท์กดโทรออก
“ป้าศรีขอข้าวต้มร้อนๆมาส่งที่คอนโด..ด่วน” เขาพูดไม่กี่คำก็วางสาย
“รอก่อนนะไหม ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงคงได้กินข้าว”เขาบอกเธออ่อนโยนสายตาทั้งคู่สบกัน นี่เขาคิดอะไรอยู่ถึงมาทำดีเอาใจแต่ก็ช่างเถอะเขาทำอะไรก็ห้ามไม่ได้อยู่แล้ว